Avatar
Triple Gem V.2
1e4bcff94d37c96f48c1efaab3c04ab209c583730a2b10242788f5d4d0c5f46f
เผยแผ่หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนา
Replying to Avatar BossMan

ผมไม่เชื่อว่าคนเราอยู่ดีๆจะไปดูถูกคนอื่นโดยไม่ไต่ตรองมาก่อน ต่อให้การดูถูกนั้นจะเป็นการกระทำที่ทำให้คนผู้นั้นสะใจที่ได้ดูถูกตนอื่นคนผู้นั้นก็ได้รับความเกลียดชังจากคนที่ตัวเองไปดูถูกเขาแล้ว. ดังนั้นการที่ใครสักคนจะโดนดูถูกมีอยู่ สองแบบ 1.คือไปดูถูกคนอื่นแบบไม่ให้เกียรติเขาก่อนพอโดนเขาดูถูกกลับตัวเองรับไม่ได้ 2.เราอยู่เฉยๆแต่ก็โดนคนอื่นมาดูถูกอันนี้ต้องตั้งสติดีๆและถามเขาว่าทำไมต้องดูถูกเราพยายามคุยด้วยเหตุผล หรือ เลือกที่จะไม่สนทนาด้วยแล้วเดินหนีไปเลยแต่แรกก็ทำได้ ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีสาเหตุถ้าเรารู้จักตั้งคำถามกับสิ่งนั้นได้ดีพอ

การรู้จักการตั้งคำถามเป็นสิ่งที่ดีครับ

การดูถูกผู้อื่นไม่เพียงแต่ทำร้ายผู้ที่ถูกดูถูก แต่ยังส่งผลเสียต่อผู้กระทำและสังคม

โดยรวม การปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเคารพและให้เกียรติเป็นสิ่งสำคัญในการสร้าง

ความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างสังคมที่เป็นสุข การดูถูกผู้อื่นสามารถทำให้ผู้ถูกดูถูกรู้สึก

เจ็บปวด สูญเสียความมั่นใจ และนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพจิตได้

นอกจากนี้ การดูถูกยังทำลายความไว้วางใจและความเชื่อมั่นระหว่างบุคคล ส่งผล

ให้เกิดความขัดแย้งและการแยกตัวในสังคม บรรยากาศทางสังคมก็จะเต็มไปด้วย

ความตึงเครียดและความขัดแย้ง ทำให้สังคมขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

และไม่สามารถเจริญก้าวหน้าได้

สำหรับผู้ดูถูกเอง การปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไม่เหมาะสมสามารถทำให้เกิดปัญหาใน

การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการทำงานร่วมกับผู้อื่น การแสดงออกในเชิงลบอย่าง

ต่อเนื่องยังสามารถส่งผลให้บุคคลนั้นมีบุคลิกภาพที่เป็นลบและมีปัญหาทางสุขภาพ

จิตในระยะยาว

ดังนั้น เพื่อสร้างสังคมที่เคารพและให้เกียรติกัน เราควรเริ่มต้นที่ตัวเราเองด้วยการ

ยอมรับความแตกต่างและฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอย่างตั้งใจ การส่งเสริมการศึกษา

ที่เน้นเรื่องการเคารพและให้เกียรติผู้อื่นตั้งแต่วัยเยาว์จะช่วยสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพ

และมีความรับผิดชอบต่อสังคมในอนาคต การปฏิบัติต่อกันด้วยความเคารพและการให้

เกียรติจะช่วยสร้างสังคมที่เป็นสุขและเจริญก้าวหน้า

#siamstr

มันก็จริง คนเราแค่ต้องการให้ชีวิตเรานั้น ดีกว่ามาตราฐาน นิดๆ ก็ถือว่าโอเครแล้ว

คนทั่วไปส่วนใหญ่เป็นหนี้ ส่วนเราไม่เป็นหนี้ ก็ถือว่าดีแล้ว

คนส่วนใหญ่ไปโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา ส่วนเราสุขภาพร่างกายแข็งแรง

ก็ถือโอเครแล้ว คนส่วนใหญ่นำเวลาเกือบทั้งชีวิตเพื่อทำงานแลกเงิน ส่วนเราพอใจ

ในเงินที่เรามีแล้ว เลยเอาเวลาที่เหลือไปหาอะไรที่สนุกๆทำ ก็ถือโอเครแล้ว

#siamstr

nostr:note163x0pfv2vspfhkg5nsc8xlfygpqrfceyc7naw85x3u4ugyhc8shstp5mj0

Replying to Avatar Triple Gem V.2

nostr:npub1p0glyrz85nu86gevlhrsg9t3pg5uhrhq3sgwjmy8mzq0k09m30pq2jv9kv #siamstr

nostr:note1jq870lxhy4ux9qs0yjp5dzntx6j436wxc8t5q0tygur079lk5gtsln2umz

: Relays 5 ดาว

wss://relay.notoshi.win/

wss://relay.damus.io/

wss://nostr.thesamecat.io/

wss://theforest.nostr1.com/

wss://140.f7z.io/

wss://nostr21.com/

nostr:npub1p0glyrz85nu86gevlhrsg9t3pg5uhrhq3sgwjmy8mzq0k09m30pq2jv9kv #siamstr

nostr:note1jq870lxhy4ux9qs0yjp5dzntx6j436wxc8t5q0tygur079lk5gtsln2umz

การเตรียมตัวตายเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญยิ่งในชีวิตของมนุษย์ แม้ว่าจะเป็นเรื่อง

ที่หลายคนไม่อยากพูดถึงหรือคิดถึง แต่การเผชิญหน้ากับความจริงว่าเราทุกคนย่อมมีวัน

สิ้นสุดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การเตรียมตัวตายไม่เพียงแต่ช่วยให้เราสามารถจัดการ

กับเรื่องที่ยังไม่ได้ทำได้เท่านั้น แต่ยังเป็นการให้โอกาสเราได้คิดถึงและดูแลคนที่เรารัก

อย่างแท้จริงอีกด้วย การเตรียมตัวตายช่วยให้เราจัดการทรัพย์สินและภาระต่าง ๆ ให้

เรียบร้อย เพื่อไม่ให้เป็นภาระต่อผู้ที่อยู่ข้างหลัง เมื่อถึงเวลาที่เราจากไป การจัดการสิ่ง

เหล่านี้ทำให้เรามีความสงบใจและมั่นใจมากขึ้นว่าเราได้ทำทุกสิ่งที่จำเป็นอย่างดีที่สุดแล้ว

การสะท้อนกลับมาดูชีวิตที่ผ่านมาทำให้เราเห็นว่าเราได้ทำอะไรบ้าง อะไรที่ยังขาด

หรือไม่ได้ทำ และอะไรที่ควรทำเพิ่มเติม เป็นการช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตอย่างมี

ความหมายและเต็มไปด้วยคุณค่า การเตรียมตัวตายไม่ได้หมายถึงการยอมแพ้หรือ

ไม่สู้ชีวิต แต่เป็นการยอมรับความจริงและเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ที่อาจ

เกิดขึ้น การที่เราพร้อมรับความตายจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสติและตระหนักถึงคุณ

ค่าของทุกช่วงเวลา

การเตรียมตัวตายยังเปิดโอกาสให้เราได้สร้างความทรงจำที่มีความหมายกับคนที่เรารัก

ทำให้ช่วงเวลาที่เหลืออยู่เป็นเวลาที่มีค่าและน่าจดจำ การมีสติและยอมรับความจริงใน

เรื่องความตายเป็นการเปิดโอกาสให้เราได้ทำสิ่งดี ๆ และแสดงความรักต่อคนที่เรา

ห่วงใยอย่างแท้จริง การเตรียมตัวตายจึงไม่ใช่เพียงการเตรียมพร้อมสำหรับจุดจบของ

ชีวิต แต่เป็นการสร้างความหมายและคุณค่าให้กับทุกช่วงเวลาที่เรามีอยู่ การเผชิญหน้า

กับความตายอย่างมีสติจะทำให้เราใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และเป็นที่รักของคนรอบข้างเสมอ

การเตรียมตัวตายจึงเป็นการเติมเต็มชีวิตด้วยความรัก ความหมาย และความสงบใจ

ทั้งต่อเราเองและผู้ที่เรารัก #siamstr

nostrudel ออกแนวน่ารักดีครับ ถ้าพัฒนาเป็น for kids ผมว่าเจ๋งเลย #siamstr

nostr:note1cz6d9vqxwysuytjxuvthjcg6qv8aqt5prn5ya702q338e97gvemqjtj8t3

ใครที่อยากได้ Satoshi แบบฟรีๆ สามารถไปฟัง Podcast ใน fountain ได้นะครับ

nostr:npub1unmftuzmkpdjxyj4en8r63cm34uuvjn9hnxqz3nz6fls7l5jzzfqtvd0j2 #siamstr

การจะเข้าใจเศรษฐศาสตร์ ต้องเข้าใจมนุษย์ #siamstr

nostr:note1zlhu6lgv6yl6qa4sprzw8c79rkfvl6cmfn4qg4qtc2hces0xk4hqqmv0ax

หลักธรรมที่พระพุทธเจ้ายกย่องที่สุดคือ อริยสัจ 4 ซึ่งเป็นความจริงอันประเสริฐสี่

ประการที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้และเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนา ประกอบด้วย

ทุกข์ : ความจริงของความทุกข์ที่มีอยู่ในชีวิต ความทุกข์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ใน

ชีวิตมนุษย์ ตั้งแต่เกิด แก่ เจ็บ และตาย รวมถึงความไม่พอใจในสิ่งต่างๆ

สมุทัย : สาเหตุของความทุกข์ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากความตัณหา ความปรารถนา

ความยึดติด และความไม่รู้

นิโรธ : ความดับทุกข์ คือการสิ้นสุดความทุกข์ การหลุดพ้นจากความตัณหาและความ

ยึดติด

มรรค : ทางดำเนินไปสู่ความดับทุกข์ ซึ่งประกอบด้วยมรรคมีองค์แปด

(อริยมรรคมีองค์ 8) ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ), สัมมาสังกัปปะ

(ความดำริชอบ), สัมมาวาจา (การพูดชอบ), สัมมากัมมันตะ (การกระทำชอบ),

สัมมาอาชีวะ (การเลี้ยงชีพชอบ), สัมมาวายามะ (ความเพียรชอบ), สัมมาสติ

(ความระลึกชอบ), และสัมมาสมาธิ (ความตั้งใจมั่นชอบ)

อริยสัจ 4 นี้ถือเป็นหลักธรรมสำคัญที่เป็นรากฐานของการปฏิบัติธรรมใน

พระพุทธศาสนา เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์และการบรรลุพระนิพพาน

#siamstr

เขาฆ่าเราได้ เขาเหยียดหยามเราได้ เขาดูหมิ่นเราได้ เขาไม่เข้าใจเราได้

แต่จงอย่ายอมแพ้ จงทำงานต่อไป แล้ววันหนึ่งจะประสบชัยชนะ

มนุษยชาติฆ่าได้เหยียบหยามได้ ดูถูกดูหมิ่นได้ แต่อย่ายอมแพ้ เพราะฉะนั้น

เมื่อไม่มีใครขานรับเสียงกู่ของเราแล้ว ก็พยายามใช้โลกนี้เป็นเวทีเถอะ

สักวันหนึ่ง คนเขาก็จะมองเห็น -- รำลึก อาจารย์ ถวัลย์ ดัชนี -- #siamstr

ลองตั้งเล่นๆ ดูครับ เผื่อใครอยากไปลองขายอะไรดูครับ

ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ระบบมันจะเปิดขายได้จริงป่าว

#Siamstr #Coracle

การอยากมีชีวิตที่ดีถือเป็นตัณหาไหม ?

คำว่า "ตัณหา" ในบริบทของพระพุทธศาสนา มักจะหมายถึงความต้องการหรือความ

อยากที่เป็นเหตุให้เกิดทุกข์ เช่น ความอยากได้สิ่งต่างๆ การยึดมั่นในสิ่งที่ชอบหรือไม่

ชอบ ความต้องการที่ไม่สิ้นสุด เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การอยากมีชีวิตที่ดี หากมีความหมายว่า การพยายามพัฒนาตนเอง ดูแล

สุขภาพ ปฏิบัติตามศีลธรรม และทำความดี โดยไม่มีความยึดติดหรือความโลภ อาจไม่

ถือว่าเป็นตัณหาในเชิงลบ เพราะเป็นการแสวงหาความสุขที่แท้จริงและยั่งยืน

แต่ถ้าความอยากมีชีวิตที่ดีนั้นหมายถึงความโลภ ความยึดติดในวัตถุ หรือการพยายาม

หาความสุขจากสิ่งภายนอกที่ไม่ยั่งยืน ก็อาจถือว่าเป็นตัณหาในเชิงลบได้ เพราะสิ่ง

เหล่านี้สามารถนำไปสู่ความทุกข์และความไม่สงบในจิตใจ

ดังนั้น คำตอบว่า "การอยากมีชีวิตที่ดีถือเป็นตัณหาหรือไม่" จึงขึ้นอยู่กับความหมาย

และแนวทางการปฏิบัติของความอยากนั้นเอง ถ้าความอยากนั้นนำไปสู่ความสุขที่แท้

จริงและไม่ทำให้เกิดความทุกข์ ก็น่าจะไม่ถือว่าเป็นตัณหาในทางลบ แต่ถ้าเป็นความ

อยากที่นำไปสู่ความทุกข์ ก็ถือว่าเป็นตัณหาในเชิงลบ

#Siamstr

การทำบุญในทางพุทธศาสนา ถือว่าเป็นการกระทำที่นำมาซึ่งความดีและความสุขใจแก่

ผู้กระทำเอง การทำบุญมีหลากหลายรูปแบบ เช่น การให้ทาน การรักษาศีล การเจริญ

ภาวนา เป็นต้น ซึ่งการทำบุญนั้นจะทำให้เราได้รับผลบุญตามหลักของกรรมที่ว่า

ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว การได้รับผลบุญ อาจหมายถึง

ความสุขใจและความสงบใจ เมื่อเราทำบุญ เรามักจะรู้สึกมีความสุขใจและสงบใจ เพราะเรารู้ว่าเราได้ทำสิ่งดีๆ เพื่อผู้อื่นและเพื่อสังคม

การสะสมบุญเพื่ออนาคต ตามความเชื่อของพุทธศาสนา การทำบุญเป็นการสะสมบุญ

เพื่ออนาคต ซึ่งอาจนำมาซึ่งสิ่งดีๆ ในชีวิตนี้หรือในชาติถัดไป

ความสัมพันธ์ที่ดีในสังคม การทำบุญมักจะเกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือผู้อื่น ซึ่งสามารถ

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและสร้างความเคารพในสังคม

อย่างไรก็ตาม การทำบุญจะได้ผลบุญหรือไม่ ขึ้นอยู่กับเจตนาและความตั้งใจของ

ผู้ทำบุญ หากมีเจตนาที่บริสุทธิ์และมีความตั้งใจจริงที่จะทำความดี ผลบุญก็จะตามมา

#siamstr

สักเกต ยอมรับ เข้าใจ ปล่อยวาง ละก็จะสงบ ไปในที่สุด

ชีวิตของทุกคนไม่พ้นจากการเผชิญหน้ากับความทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคนที่รัก

ปัญหาทางการเงิน หรือความผิดหวังจากความคาดหวังที่ไม่ได้เป็นไปตามที่ต้องการ

พระพุทธศาสนาได้ให้แนวทางในการเผชิญหน้ากับความทุกข์นี้ด้วยการเรียนรู้และปฏิบัติ

ตามธรรมะ

ความจริงของความทุกข์ (ทุกข์อริยสัจ)

พระพุทธเจ้าได้สอนว่า ทุกข์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตมนุษย์อย่างแน่นอน การยอมรับ

ความจริงข้อนี้เป็นขั้นแรกในการปลดปล่อยตนเองจากความทุกข์ การปฏิเสธหรือหลบ

หนีความทุกข์จะยิ่งทำให้เราทุกข์มากขึ้น

สาเหตุของความทุกข์ (สมุทัยอริยสัจ)

พระพุทธเจ้าได้ชี้ให้เห็นว่า สาเหตุของความทุกข์นั้นมาจากความอยาก (ตัณหา) ซึ่ง

เป็นความต้องการในสิ่งที่ไม่สามารถควบคุมได้ การลดความอยากและยอมรับสิ่งที่เป็น

อยู่จะช่วยให้เราลดความทุกข์ลงได้

การดับทุกข์ (นิโรธอริยสัจ)

การดับทุกข์หมายถึงการปล่อยวางความอยาก และการทำให้จิตใจเป็นอิสระจากความ

ทุกข์ วิธีการนี้คือการปฏิบัติตามทางสายกลางและการฝึกจิตให้ปลอดโปร่ง

ทางสู่การดับทุกข์ (มรรคอริยสัจ)

ทางสู่การดับทุกข์ประกอบด้วยการปฏิบัติตามมรรค 8 ประการ ได้แก่

สัมมาทิฐิ : การมีความเห็นที่ถูกต้อง

สัมมาสังกัปปะ : การมีความตั้งใจที่ถูกต้อง

สัมมาวาจา : การพูดจาที่ถูกต้อง

สัมมากัมมันตะ : การกระทำที่ถูกต้อง

สัมมาอาชีวะ : การมีอาชีพที่ถูกต้อง

สัมมาวายามะ : การพยายามที่ถูกต้อง

สัมมาสติ : การมีสติที่ถูกต้อง

สัมมาสมาธิ : การมีสมาธิที่ถูกต้อง

#siamstr

ความจริงมักช้าเสมอ... แต่รัฐบาลมักช้ากว่า

กว่าจะผลักดัน....กว่าจะยอมรับ....กว่าจะเห็นผล

#siamstr

การทำให้ความเชื่อใจกลับมาอีกครั้ง...โดยยึดหลักความเป็นธรรม ทศพิธราชธรรมเป็น

หลักธรรมที่เน้นความเป็นธรรม ความเมตตา และการบริหารงานที่ดีเพื่อให้เกิดความ

สงบสุขในสังคม

ทศพิธราชธรรม หลักธรรมสิบประการที่พระมหากษัตริย์ควรปฏิบัติเพื่อเป็นแบบ

อย่างที่ดีแก่ประชาชน และเพื่อการปกครองที่เป็นธรรมและมีความสงบสุข หลักธรรมนี้

ประกอบด้วยคุณธรรม 10 ประการ ได้แก่ :

ทาน (การให้) - การบริจาคสิ่งของหรือความช่วยเหลือแก่ประชาชนโดยไม่หวังสิ่ง

ตอบแทน

ศีล (ความประพฤติดี) - การรักษาศีล ปฏิบัติตามหลักศีลธรรม ไม่ทำผิดศีลธรรม

ปริจจาคะ (การเสียสละ) - การเสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวม

อาชชวะ (ความซื่อตรง) - การปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการทุจริต

มัททวะ (ความอ่อนโยน) - การมีเมตตาและความอ่อนโยนในการปฏิบัติต่อผู้อื่น

ตบะ (ความอดทน) - การมีความอดทนต่อความยากลำบากและการท้าทาย

อักโกธะ (ความไม่โกรธ) - การควบคุมอารมณ์ ไม่แสดงความโกรธ

อวิหิงสา (ความไม่เบียดเบียน) - การไม่ทำร้ายหรือเบียดเบียนผู้อื่น

ขันติ (ความอดทน) - การมีความอดทนในสถานการณ์ที่ยากลำบาก

อวิโรธนะ (ความไม่หลง) - การไม่หลงในอำนาจหรือทรัพย์สิน ไม่ลำเอียงในการปกครอง

#Siamstr

nostr:note1rwjg94anu3d7p0d4p8wvaf870z3guadhgzjrtus3dehge43jhtkqddndz7