Avatar
ped66
241968cfaab0b692448e2ee4a2d7d01d801df9d1dd67bbe48a8372b29905a9de
ทางเลือกเกิดขึ้นในทุกวินาที และเมื่อเรามีสติเราจึงมองเห็นมัน ILP11
Replying to Avatar Tendou

เรื่องเล่าสุดคลาสสิค หน้าพี่เป็ด nostr:npub1ysvk3na2kzmfy3yw9mj2947srkqpm7w3m4nmhey2sdet9xg9480qjn54x4 ลอยมาเลย

“ถือบิตคอยน์โง่ๆ กำไรเยอะกว่าเพื่อนที่เทรดทั้งปี”

#Siamstr #SiamstrOG

พี่ก็ถือโง่ๆต่อไป ในยาส้มน้องๆพูดไว้ได้ดีเรื่องการเข้ามาก่อนแบกความเสี่ยงก่อน

ลงทุนในเวลาก่อน

ได้แค่เดา เพราะไม่ได้เขียนเอง ตัดต่อเอง พิมพ์เอง

ต่อให้เขียนเอง ผ่านมาวันนึงก็อาจจะลืมไปแล้ว สมองไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้น ผ่านไปวินึงหรือหนึ่งปี อดีตก็คืออดีต ไม่ต่างกัน

ดิจิตอลฟุตปริ้น ไม่มีวัน แตกสลายมั้ย

ถ้าใช่ก็อาจนำมาอ้างอิงเป็น fact เพื่อใช้พูดคุยกันต่อไป ถึงข้อความในรูป

พอถึงข้อความนั้น ซึ่งไม่ได้ระบุขอบเขตของเวลา มันหมายถึง ไม่มีขอบเขตที่เหมาะสมสำหรับการสรุป หรือพิสูจน์มัน

ว่าจะเป็น จริง ที่ตั้งอยู่ได้ในช่วงเวลาใดๆ

และสมมติว่าสิ้นสุดช่วงเวลานึงนั้นไปแล้ว มันจะยังคงจริงอยู่ดังเดิมไหม หรือว่ามันจะมีการพิสูจน์ความจริง ที่ใหม่กว่าเกิดขึ้นมาแทนที่มัน ทำให้มันกลายเป็นจริงของอดีต ซึ่งก็คือไม่จริงแล้วในปัจจุบัน

สรุปคืออะไร ปวดหัวเกินไป ขอยากินหน่อย

Replying to Avatar Jakk Goodday

## ใจแพ้ตัว ตัวแพ้ใจ

เมื่อ 'ตัว' กับ 'ใจ' หากันจนเจอ เราจะพบกับ "ความสุข"

'ความสุขที่พอดี' มันก็เหมือนกับคลื่นเพลงวิทยุที่เราชอบและอยากฟัง คุณต้องหมุนคลื่นให้พอดีกับความถี่ที่ชัดที่สุด เพลงที่คุณอยากฟัง รายการโปรดที่คุณชื่นชอบ จะคมชัดและไพเราะที่สุด ณ คลื่นความถี่หนึ่งเท่านั้น..

หมุนเลยไปทางซ้าย หมุนเตลิดไปทางขวา มากหรือน้อยเกินไปมันก็เกินจุดพอดี.. ความสุขที่พอดีจึงมีคลื่นความถี่ที่ชัดเจนและแตกต่างกันไปสำหรับแต่ละคน

หลายคนเกิดไม่ทันวิทยุทรานซิสเตอร์อาจไม่ค่อยเข้าใจความหมายดังกล่าว..

ผมนั่งทำงานหลังขดหลังแข็งนับตั้งแต่เช้า เพื่อพบว่า.. ทำเท่าไหร่งานก็ไม่ยอมหมดเสียที ชีวิต 'หนูถีบจักร' ที่วนลูปซ้ำไปซ้ำมา

หากความสุขของผมคือ ว่าว ด้ายในมือก็กำลังถูกปล่อยให้ยืดยาวออกไปเรื่อย ๆ

อย่าว่าแต่ GM Notes เลย..

แค่เวลาจะเปิดเข้ามาเดินเล่นในทุ่งม่วงผมก็แทบจะไม่มี..

แต่ผมคิดว่า.. ผมไม่ใช่คนเดียวที่ยังไม่ยอมเกษียณตัวเองออกจากระบบเฟียต การออกมาบ่นในเรื่องที่ใครๆ ต่างก็กำลังเจ็บปวด อาจเป็นการแผ่พลังลบส่งผลทำให้ทุ่งม่วงนี้มัวหมอง

อย่ากระนั้นเลย.. ทุก ๆ ครั้งเมื่อผมรู้สึกพ่ายแพ้ เหนื่อยหน่าย หรือท้อแท้กับการใช้ชีวิต ผมจะนึกถึงเนื้อร้องที่ว่า..

“ฉันเรียนรู้เพื่ออยู่.. เพียงตัวและจิตใจ

เป็นมิตรแท้ที่ดีตลอดกาล”

มันเป็นคาถาชั้นดีที่ทำให้เรารู้สึกปล่อยวางและมีความสุขกับชีวิตอย่างเรียบง่ายโดยไม่ต้องพยายามไปคิดอะไรมาก ถ้อยคำเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการค้นหาตัวตนตลอดจนเป้าหมายบางอย่างของมนุษย์ตัวเล็กๆ อย่างเราๆ

ชีวิตเล็กๆ ของมนุษย์ แต่มักคิดเรื่องราวใหญ่โตอยู่เสมอ และแทบจะเป็นสูตรสำเร็จเลยก็ว่าได้ที่เรามักผิดหวังหรือพ่ายแพ้ทางความรู้สึก

เนื้อหาใน “ทะเลใจ” ชี้ทางให้ผมระลึกถึง "การปรับสมดุลในการใช้ชีวิต" ด้วยการประนีประนอมอารมณ์ของโลกแห่งความฝัน (ใจ) ให้เข้ากับสภาพของความเป็นจริงที่กำลังเผชิญอยู่ (ตัว)

เมื่อครั้งวัยหนุ่มสาว.. ความตั้งใจของมนุษย์มักต้องการเปลี่ยนแปลงสังคมที่เป็นอยู่ให้เข้าสู่สังคมอุดมคติ

แต่เมื่อเติบใหญ่ขึ้น.. ความตั้งใจเหล่านั้นกลับค่อยๆ หดหายลดทอนไปพร้อมๆ กับกำลังวังชาตามวัย

หากแต่สิ่งที่ได้มาจากบาดแผลที่เจ็บปวด คือ การเรียนรู้ที่จะเข้าใจในสิ่งที่ตัวเองเป็นอยู่ โดยเฉพาะ "เป็นมิตรกับตัวเอง" เลิกทะเลาะกับตนเองให้ได้เสียที รวมไปถึงรื่นรมย์ไปกับโลกความเป็นจริง

ผมเดินทางมาถึง "วัยกลางคน" ที่ผ่านชีวิตมาอย่างโชกโชน เมื่อมองย้อนกลับไปยังอดีต เราผ่าน "วัยแห่งความฝัน" มาแล้ว ซึ่งไม่เคยไปถึงจุดหมายอะไรเลย

วันนี้เราต้องอยู่กับ "ตัว" อยู่กับความต้องการทางด้านวัตถุ ความต้องการทางด้านสังคม ความคาดหวังของครอบครัว ที่ทำงาน ฯลฯ ซึ่งอาจแตกต่างกับความต้องการทางด้านจิตใจที่แท้จริง หรือก็คือ "ใจ"

เราทำตามความต้องการภายนอก (ตัว) จนบางครั้งเราอาจลืมไปแล้วว่าแท้จริงแล้ว เรานั้นต้องการสิ่งใด (ใจ) ดังท่อนที่ว่า..

"ตัวเป็นของเรา ใจของใคร"

หลายคนยังฝืนทำ ฝืนดำเนินชีวิตในหลายๆ อย่าง เพียงเพราะแคร์ปัจจัยภายนอกมากกว่าใจตัวเอง เปรียบได้กับวรรค "ใจแพ้ตัว"

ท่ามกลางกิเลสจากภายนอก สิ่งเย้ายวนต่างๆ ที่ถาโถมเข้ามา เราอาจจะหลงไหลไปติดกับมัน ซึ่งเป็นความต้องการทางกายและทำให้เราเกิดทุกข์มากยิ่งขึ้น เราจะเพ้อฝันถึงความต้องการภายนอกจนแทบไม่มีจุดสิ้นสุด

แต่ไม่ว่าเราจะเก่งขนาดไหน มีทรัพย์มากเท่าไหร่ ก็ไม่อาจทำให้สำเร็จได้ไปทุกเรื่อง สักวันเราจะพบกับความผิดพลาด ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่ เหมือนนกที่ล่องลอยไปตามนภา ไล่ตามความต้องการที่ไม่เคยมีวันสิ้นสุด ในวันที่เราอับโชค หมดเรี่ยวแรง นกน้อยจะร่วงลงสู่ "ทะเลของใจ" ใจที่ไม่ใช่ของเรา ใจ ที่มาจากภายนอกซึ่งกว้างใหญ่ดุจดั่งทะเล..

เราวิ่งหาแต่จุดหมายภายนอก แต่ความต้องการภายในใจจริง ๆ เรากลับไม่เจอ เฝ้าพร่ำเพ้อถึง "ความต้องการภายนอก" ของตัวเอง สุดท้ายเราก็พบตัวเองที่ตั้งคำถามว่า.. "เราเกิดมาทำไม?"

"หาหัวใจให้เจอก็เป็นสุข.."

แค่หมุนหาคลื่นที่ "ภายนอก" กับ "ภายใน" จะเจอจุดนัดพบที่ลงตัว

แต่นั่นก็หมายความว่า.. เราได้ "หาหัวใจของตัวเอง" จนเจอแล้ว เรารู้ว่า "ความสุขที่พอดี" ของเราแห่งหนไหน ปรับชีวิตของเราให้เข้าสู่จุดสมดุลย์

ผมอาจเบื่อหน่ายกับหน้าที่การงานที่ซ้ำวนไปในแต่ละวัน แต่ผมก็รู้ว่าปรารถนาของตัวเองคืออะไร

ผมปรับจูนทั้งสองสิ่งเพื่อหาจุดเชื่อมที่จะให้พลังบวกในแต่ละวัน แม้จะยากในช่วงต้น แต่เพียงแค่ลดอัตตาของตัวเองลง ปล่อยวางบางอย่างและผ่อนคลายตัวเอง คลื่นความถี่ที่พอดีนั้นก็หาได้ไม่ยาก..

---

มันก็แค่ผมได้พักเที่ยง เหน็บหูฟังเพื่อตัดเสียงจอแจจากภายนอก พลางละเมียดเนื้อไก่ของตัวเองลงท้อง บทเพลง "ทะเลใจ" ที่อยู่ในลิสต์มันดังขึ้นมาผ่านโสตประสาทของผมพอดี

จุดที่ผมมีสมาธิในการทานมื้อเที่ยงที่สุดนั้น.. คือจุดที่ผมรับสาส์นและความหมายจากเนื้อเพลง ทำความเข้าใจกับมันได้อย่างลึกซึ้ง

สิ่งต่าง ๆ สะท้อนขึ้นมาจนผมรู้สึกคันมือกับเวลา 30 นาทีที่ผมเหลืออยู่ ก่อนต้องรีบกลับไปทำงาน

ผมเข้าใจได้ทันทีว่าทำไมผมจึงไม่ค่อยชอบตัดผม ทำไมผมไม่ยอมโกนหนวด ไม่ล้างหน้าด้วยโฟมแพง ๆ ไม่ประแป้งแต่งผม และอีกหลายเรื่องที่ดูขัดตาคนทั่วไป

แม้นคนรอบกายจะพยายามบอกกับผมว่า.. ผมควรจะดูแลภาพพจน์ให้สมกับบทบาทที่กำลังรับผิดชอบ ผมควรจะให้เกียรติเพื่อนสมาชิกคนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง..

กฟ้เพราะผมให้เกียรติคน..

ผมจึงไม่โผล่หน้าออกสื่อที่ไหนเลยตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งมาถึงทุ่งม่วง ผมไม่อยากให้ อ.พิริยะ ต้องมาคอยนั่งอธิบายกับใครว่าทำไมถึงเลือก "กุ๊ย" มาเป็นผู้ก่อตั้งร่วม..

ผมไม่อยากให้เมียอายเพื่อนที่มีสามีไม่ชอบอาบน้ำ..

ผมแค่รู้ว่า "ตัว" กับ "ใจ" ของผมอยู่ที่คลื่นความถี่ไหน

ผมเจอ "หัวใจ" ของตัวเองมาตั้งนานแล้ว...

หัวใจของพวกคุณอยู่ที่ไหน..

ลองมาเล่าสู่กันฟังหน่อยครับ

#Siamstr #SiamstrOG

เขียนดี นำเสนอโดยใช้เพลงอะไร เก๊าเก่า 555

Replying to Avatar Somnuke

เมื่อตลาดคริปโตราคาขึ้น ฤดูกาลแห่งความโลภจะกลับมา คนที่โหยหาความร่ำรวยทางลัดจะแห่กันเข้าไป แต่ไม่เข้าใจว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่ เพราะบิตคอยน์มันขึ้นช้า มันแพงไปแล้ว Alt coin สิ บล็อกเชนสิน่าเย้ายวน ไม่เห็นราคามันขึ้นเหรอ ? ถือบิตคอยน์ก็ได้แค่นิดเดียว ชาติไหนจะรวย

ความโลภจะบังตา เคลิบเคลิ้มไปกับคำโม้โอ้อวดของบรรดาเจ้าของโปรเจกต์ Shitcoin (Altcoin) และเชื่อว่ามันคืออนาคต ซึ่งเจ้าพวกนี้อาศัยความโลภของเราช่วยผลักราคาให้ขึ้นไปไกล และเอาเหรียญในมือมาเทขายสร้างความร่ำรวยให้ตนเองและพวกพ้อง ถ้าซื้อที่ต้นทางและชิงขายก่อนตลาดวายก็รวยได้จริงแหละ แต่เราจะไม่ขายเพราะกลัวขายหมู เดี๋ยวมันขึ้นอีก รู้ตัวอีกที เอ้า กลับมาขาดทุน

โดยมีพวกเราเหล่าคนโลภนี่แหละที่เอาเงินไปประเคนให้เขา และลงเอยด้วยการขาดทุน เมื่อฝุ่นควันแห่งความโลภจางหาย เราจะเริ่มรู้ตัวว่าเหรียญที่เราเอาเงินที่หามาอย่างยากลำบากไปแลกมาโดยคาดหวังความร่ำรวย มันคือ "ขยะ" ดีๆ นี่เอง

สิ่งที่ล้ำค่าและเป็นอนาคตที่จะช่วยปลดแอกโลก คือ "บิตคอยน์" เท่านั้น ไม่ใช่ "คริปโต" โปรดอย่าเข้าใจผิด ไม่งั้นเราจะกลายเป็นเหยื่อให้เขาเชือด กว่าจะคิดได้เงินเก็บทั้งชีวิตอาจจะหายไปหมดแล้ว

การลงทุนมันเป็นเรื่องเรียบง่ายก็จริง แต่ทำจริงยากมาก อาจจะมีเพียงคน 5% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวย แต่เราจะรู้ว่าคำพูดนี้เป็นจริงก็ต่อเมื่อเราได้เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว

หลายเรื่องในชีวิตคนมักจะมีลักษณะ รู้ทั้งรู้ เข้าใจดีทุกอย่าง แต่เมื่อถึงเวลาก็ทำไม่ได้ ตามสุภาษิตที่คนไอเดียบรรเจิดชื่อ "เค้า" ว่าไว้อย่าง ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เสียน้อยเสียมากเสียยากเสียง่ายอะไรทำนองนี้

และต้นตอคือการไม่มี Skin in the game

คือยังไม่มีส่วนได้เสีย ยังไม่พบเจอกับผลกระทบดั่งไม้หน้าสามฟาดหน้าแหก เรายังไม่เจ็บ ยังไม่ปวด ยังไม่เจ๊ง ไม่ได้ฉิบหายอะไรนี่

เพราะฉะนั้นเราจะยังไม่รู้สึกจนกว่าเราจะเจอดี เราถึงจะได้ลิ้มรสความอร่อยเหาะนั้น และจุดนี้ก็มักเป็นจุดที่ มันสายไปเสียแล้ว แก้ไขอะไรไม่ทัน ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เราทำได้อย่างเดียวคือทำใจ เลียแผลและคิดว่าจะเดินหน้าต่อในชีวิตยังไง

บางคนล้มแล้วลุก ปลอบใจ ให้กำลังใจตัวเองแล้วเลือกเดินหน้าต่อ ช่างแม่งมันปะไร เริ่มต้นใหม่ เก็บไว้เป็นบทเรียนว่ากูจะไม่พลาดซ้ำสอง และทำมันได้จริงๆ คนแบบนี้ถือว่าสุดยอด

บางคนก็เลือกเอาแต่โทษตัวเอง สมน้ำหน้าตัวเอง มัวแต่คิดว่าถ้ารู้งี้กูอย่างงั้น รู้งี้วันนั้นน่าจะทำแบบโน้น ล้มแล้วล้มเลย ลุกไม่ขึ้น หรือบางคนก็อาจจะอยากลุกแต่ทำไม่ได้ ความผิดพลาดมันสร้างความเสียหายร้ายแรงเกินไป เอาตัวเองไปเสี่ยงในจุดใหญ่เกินตัวกว่าแปดล้านกิโลกรัม แต่จริงๆ มันก็ลุกได้ ใช้ชีวิตตามสภาพเพียงแต่อาจจะไม่สามารถกลับมาอยู่จุดเดิมได้อีก

บางคนติด "ลูปนรก" แม้ความฉิบหายที่เกิดขึ้นจะร้ายแรงมากขนาดไหน แต่มันก็ยังไม่มากพอ บทเรียนที่ได้มันไม่ทำให้เข็ดหลาบ จำไปจนตาย เกิดอาการล้มแล้วลุก ล้มใหม่แล้วลุกใหม่ ล้มอีกลุกอีกไม่รู้จบ

ตอนมันล่มสลาย ก็บอกตัวเองว่ากูรู้ซึ้งดีแล้วว่ามันหนักหนายังไง เจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหน จนตั้งปณิธานกับตัวเองว่า กูจะไม่มีวันทำอีก แต่พอเวลาผ่านไป ก็เริ่มเข้าวงจรเดิม เพิ่มความเสี่ยง มากขึ้นและมากขึ้น ไม่มีระเบียบวินัย ไม่รู้จักพอ ได้คืบจะเอาศอก

ค่อยๆ พาตัวเองกลับไปอยู่ในจุดเดิม พอยืนบนขอบเหวเหมือนเดิมก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า "ไอเวรเอ้ยกูเอาอีกแล้ว กูจะเจอกับหายนะอีกแล้วเหรอวะเนี่ย อย่าเลย ไม่เกิดได้มั้ย ครั้งก่อนกูโดนหนักมามากพอแล้ว"

เริ่มได้สติตอนนี้มันสายเกินไปอีกแล้ว แก้ไขอะไรไม่ทัน และสุดท้ายมันก็พังจริงๆ ตามนั้น เพราะเราไม่สามารถจะมาเสกผลลัพธ์ที่เราต้องการได้ในบทสรุปหรือฉากสุดท้ายของเรื่อง

ทั้งหมดทั้งมวลมาจากไอ้วายรายตัวเดียว

ที่เรียกว่า "ความโลภ"

ทุกคนรู้จักมันดีว่าจะสร้างความหายนะยังไง มันเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน แต่การควบคุมและเอาชนะมันโคตรยากสุดๆ ให้ตาย

สิ่งหนึ่งที่ต้องระวัง โดยเฉพาะเรื่อง "การลงทุน"

คือ ลูปนรกไม่รู้จบ เพราะปัญหาคือ เรื่องที่ใหญ่มากพอของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน บางคนขาดทุน 50% ก็เกินพอ บางคนลบ 80% พอ บางคนล่อฟิวเจอร์โดนล้างจนเหลือ 0 เออกูพอ

เมื่อเราโดนความโลภครอบงำ เราจะควบคุมความเสี่ยงไม่ได้ และเราจะขยายความเสี่ยงมากขึ้นไปเรื่อยๆ ได้แสนจะเอาห้าแสน จะเอาล้านจะเอาสิบล้าน ขาดทุนก็เช่นกัน เราไม่กล้าคัทลอสเพราะไม่ขายไม่ขาดทุน คัทเท่ากับเสียเงินจริง คัทแล้วมันเด้งใส่หน้าทำไง

จากการเริ่มด้วยเงินเล็กน้อย เดี๋ยวซื้อเดี๋ยวขายด้วยเงินไม่มาก เราจะใส่สุดปลอก เราเอาเงินทั้งหมดในชีวิตมาทุ่มกับมัน เพราะอยากได้เงินเยอะๆ อยากรวยเร็วๆ อยากพลิกชีวิต อยากให้ผู้คนแซ่ซ้องว่าท่านสุลต่าน

บางคนพี้กยิ่งกว่านั้น คือทุ่มเกินตัว นอกจากจะทุ่มทั้งหมดที่มีแล้วยังไปกู้ไปหยิบยืมเอาเงินคนรอบข้างมาอัด โดยคิดตื้นๆ ว่า ขอเอามาทำทุนก่อน เดี๋ยวกูก็รวย คืนเงินกลับได้สบายๆ พร้อมผลกำไรเบิกบาน แต่ความจริงกับสิ่งเพ้อฝันมันคนละเรื่อง เมื่อไรที่เราติดลูปนี้แล้ว ยังไงๆ เราก็จะลงเอยด้วยการเจ๊งแน่นอน 100%

เจ๊งแล้ว ก็หาเงินมาใหม่ กู้ หยิบยืมมาใหม่ แล้วก็เจ๊งอีกไปเรื่อยๆ นอกจากตัวเองจะล้มละลายแล้ว ยังพาคนรอบข้างเดือดร้อน ฉิบหายไปด้วย

บางทีบทเรียนครั้งใหญ่ก็อาจจะยังไม่พอ ถ้าเราไม่รู้ว่าจะแก้ไขมันยังไงในรอบหน้า หัวใจสำคัญคือต้องควบคุมความโลภให้ได้ ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป

ปลูกแบบไหนก็ได้อย่างนั้น ถ้าเราดูแลต้นไม้อย่างดี รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ไล่แมลง ถอนวัชพืช มันก็จะเติบโตผลิดอกออกผลอย่างที่เราต้องการ แต่ถ้าเราไม่ได้ดูแลมันอย่างเหมาะสมถูกต้อง ปล่อยปละละเลย เมื่อวันที่มันจะเหี่ยวเฉาตาย เราจะมานั่งบอกว่า อย่าตายเลยนะ เนี่ยเรารดน้ำใส่ปุ๋ยไล่แมลงให้แล้ว มันก็ไม่ทันแล้วเพื่อนเอ้ย

การลงทุนให้ประสบความสำเร็จมันเข้าใจง่ายแต่ทำยากมาก ตลาดมันจะบี้คุณจนร้องขอชีวิต คนจำนวนมากรู้เทคนิคทฤษฎีวิธีการทุกอย่างในการเทรด แต่ก็ขาดทุน เพราะระบบบอกให้ซื้อไม่ซื้อ บอกให้ขายไม่ขาย ดื้อออออ greed and fear ในสันดานเราสั่งให้ทำแบบนั้น

แทนที่น้ำพักน้ำแรงมันจะงอกเงย หรืออย่างน้อยมันคงที่ สร้างความมั่งคั่งให้ชีวิตและครอบครัว ยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นไปเรื่อยๆ เรากลับเอามันไปทิ้งและเริ่มใหม่ ทิ้ง เริ่มใหม่ ไม่รู้จบ! ใช้เวลาทั้งชีวิตติดกับดักอยู่ในหลุมบ่อขี้ ทำท่าจะปีนขึ้นไปได้ก็ตกลงไปใหม่

สุดท้ายนี้ ถ้าเราไม่สามารถควบคุมความโลภตัวเองได้อยู่หมัด ไม่รู้ว่ากำไรที่เพียงพอคือจุดไหน ไม่รู้ว่าขาดทุนเท่าไรถึงยอมแพ้ ไม่นานเราจะโกงตัวเราเอง เราจะบิดพริ้ว อิดออดไม่ยอมทำตามสิ่งที่เราตั้งใจไว้เพราะความอยากได้และความเสียดาย และเราจะเสียหายในที่สุด และผมก็เองก็ไม่รอดเช่นกัน

ดังนั้นสำหรับคนที่ยังเอาชนะความโลภตัวเองไม่ได้ การออม การ Stack Sat น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เราค่อยๆ สะสมความอดทน ไม่ดื้อไม่ซน และมันจะไปออกผลในระยะยาว

Stay Humble & Stack Sats

#Siamstr #SiamesBicoiners

ร่าวจริงสมนึก

Replying to Avatar Bow RightShift

รัฐอิสระไก่

โน้ตนี้ได้แรงบันดาลใจจาก รัฐสวัสดิการไก่

ของ บก. จิงโจ้แห่ง ไรท์ชิฟท์

nostr:npub15l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5s447rgk

เอาล่ะ นี่คือ เรื่องเล่าการเลึยงไก่ฉบับอิสระชน

ไก่ของเราเป็นไก่แจ้ เพศเมีย 1 ตัว ไร้ชื่อ

เริ่มเลี้ยงด้วยการซื้อบ้านหลังย่อมๆให้เค้าอยู่ ด้วยความไม่ทำการบ้าน ก็เปย์อาหารเม็ด ไข่ใบน้อยก็ทะยอยออกมา จาก 1 ตัว เป็น 21 ตัว ภายใน 1 ปี

เราไม่รู้เลยว่าไก่ตัวเมียมีลูกได้ เราแค่รู้ว่าบ้านคุณลุงคนสวนเค้ามีไก่ตัวผู้

อยู่มาวันนึง มีเพศผู้ตัวนึงสถาปนาตัวเองเป็นจ่าฝูง เราเรียกมันว่า เคียฟ เพื่อเป็นการมาร์คช่วงเวลาในการเลี้ยง และสีมันสวยกว่าไก่ตัวอื่น เดินสวย ดูมีพลัง

เราเลี้ยงแบบเช้าเปิดกรง ปล่อยเดินเล่นตามอิสระ

ห้าโมงเทอาหาร เป็นข้าวเปลือกผสมอาหารเม็ด เทกะกะไป ไม่รู้ว่าพอหรือไม่พอ รู้แค่ว่าเทเยอะก้เหลือ เทน้อยก็เหลือ แต่ถ้าห้าโมงไม่เท จะมีการตั้งแถวมองหน้า ถ้าถึงบ้านแล้วไม่แวะเทจะเดินตาม...เฮ้ะ

วันนึงประชาชนไก่ก้ค่อยๆหายไป เคียฟทำหน้าที่ผู้นำได้ดีจนวันสุดท้าย เค้าส่งเสียงดัง กระพือปีก บินสู้ เพื่อบอกตัวอื่นว่ามีศัตรูใกล้เข้ามา สุดท้ายเค้าก้ไม่รอด

ศัตรูของไก่แถวนี้ หมาบ้าง ยาฆ่าแมลงบ้าง จากไก่เป็นตัวๆที่เริ่มหาย วันนึงไข่ในกรงก็หายไปด้วย เราพบจระเข้น้อยๆ เดินป้วนเปี้ยน แถวๆกรงอยู่พักนึง

ตอนนี้เหลือ เมีย1 ผู้2 และลูกของพวกเค้า หญิง1 ชาย 1 (ระบุเพศแล้ว) เราก้ยังเลี้ยงปล่อยเหมือนเดิม

เช้าเดินเล่น เดินไปขี้ไป คุ้ยหญ้าตายเป็นวงๆ

เช้าถอยรถเดินตัดหลัง

เย็นกลับบ้านเดินตัดหน้า

เราปรับอาหารเน้นข้าวเปลือกมากขึ้น ดูจะชอบมากกว่า แต่ก้กินเหลือเหมือนเดิม

กระต้ากปวดไข่ทุกวัน แต่หาไข่ไม่เจอ

ไข่ไม่เป็นที่ ไข่บนเตาแก็ส ไข่ในตะกร้าจักรยาน ไข่บนกรงหมา พอเก็บไข่มาใส่กรงก็ไม่กกให้

ไข่ประมาณลูกปิงปอง ไอ่จะกินก้คงไม่อิ่ม

พอมันไม่กก ผู้ใหญ่บ้าน ก้เลยเอามาเข้าตู้ฟัก 2 ใบ ได้มาตัวนึง น่าร้ากกกกกก ขมิ้นตั้งชื่อว่าโกโก้ พอเริ่มโตก้เอาไปเล่นใกล้ๆฝูง แล้วก้เอาไปเข้าอีกกรง เอาไว้นอกบ้าน

ลูกไก่ที่ไม่เคยนอนนอกบ้าน ใช่แล้ว มันไม่รอด

รุ่นล่าสุดนี้พวกเราก้เลยทำใจ เลี้ยงแบบปล่อยยิ่งกว่าเดิม เพราะไม่อยากผูกพัน ไข่ก็ไข่ ไม่กกก็ไม่กก

เช้าขันทักทาย กะต้ากปวดไข่

เดินผ่านเอียงคอ มองหน้า

ไม่เทข้าวเดินตาม

พระอาทิตย์ใกล้ตก เดินเข้ากรงเอง

จอดรถผิดที่ เดินสำรวจ

โยนขนมให้ วิ่งมากิน เฮ้ะ

นี่มันไก่กลายพันธุ์ปะเนี่ย

ไม่รู้ว่าเลี้ยงแล้วได้อะไร

แต่เพลินดี แถมต้นไม้โตดีด้วย

รัฐอิสระไก่ สอนอะไรเราบ้าง?

อ่านสนุกมากครับ ชอบการใช้คำ ตรงไปตรงมา กระชับ มีเอกลักษณ์

ใช่ๆ รอวันนั้นด้วย

Replying to Avatar Jingjo

## รัฐสวัสดิการไก่🐓

ไก่ในเล้าหลังบ้านเป็นเพศเมียทั้งหมด เนื่องจากเราเลี้ยงเพื่อเป็นปสุสัตว์ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงสวยงามแก้เหงา แม้เราจะเลี้ยงปล่อยให้วิ่งเล่นคุ้ยเขี่ยรับแดดตามธรรมชาติของเขา แต่เราก็ล้อมรั้วจำกัดพื้นที่ และมอบ "เสรีภาพ" ให้ตามที่ central planner อย่างเราเห็นสมควร

พลเรือนไก่ทุกตัวแม้จะมีเจตจำนงเสรี (บางตัวบินหนีออกมาบ่อยมากจนต้องเสียเงินล้อมรั้วใหม่ให้สูงขึ้น) แต่ก็มีหน้าที่ชัดเจนในการสร้าง productivity เป็นไข่ให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่เราลงทุนไป และเชื่อผมเถอะ เมื่อท้องหิวมาก เมื่อผมเปิดประตูให้ออกมาสู่อิสรภาพ ไก่เกือบทั้งหมดไม่เดินออก แต่เลือกจะเดินกลับสู่คอกกินอาหารอันแสนสะดวกสบายภายในรั้วของรัฐไก่แห่งนี้

ผลประกอบการและกำไรที่ได้จากการ "อำนวยความสะดวก" ให้พลเรือนไก่มีที่นอนที่ปลอดภัยจากสัตว์ร้าย มีที่วางไข่และที่เล่นที่เพียงพอ พร้อมมีน้้ำและอาหารเสิร์ฟถึงเล้าในลักษณะ "รัฐสวัสดิการ" ให้อย่างเท่าเทียมกันทุกตัว (เฉลี่ยกินวันละ 120 กรัม/ตัว) คือไก่ทุกตัวมีส่วนร่วมในการผลิตไข่รายวันได้อย่างเหมาะสมกับ time & energy ที่พวกมัน (และผม) ใช้ไปในแต่ละวัน

### ไก่ทุกตัวเท่าเทียม แต่ไก่บางตัวเท่าเทียมกว่า

เมื่อรัฐไก่ในระบอบสังคมนิยมดำเนินไปได้สักระยะ กลไกตลาดเสรี (เท่าที่อำนาจรัฐอนุญาต) ก็เกิดขึ้น มีไก่บางตัวแข็งแรงอ้วนท้วนสมบูรณ์หงอนแดงแปร๊ดยิ่งกว่าตราค้อนเคียว และมีบางตัวร่างกายไม่แข็งแรงเท่า จึงถูกไก่คุณนายเฉิดฉายทั้งหลายไล่จิกตีแย่งอาหาร จนสุดท้ายก็ยิ่งอ่อนแอและผอมโซลงไปเรื่อย ๆ ซึ่งพอกินไม่เพียงพอ ไก่โซย่อมไม่สร้างผลผลิตไข่รายวัน

ผมจงใจปล่อยให้มันโดนจิกตีอยู่เช่นนั้น ไม่มีการมอบ "รัฐสวัสดิการ" อาหารพิเศษและคอกกินพิเศษที่ปลอดภัยให้แก่มัน

### แต่ทว่า Big Brother is watcing you.

รัฐไก่ของผมมีวงจรปิดเพื่อสอดส่องดูแล "ความปลอดภัย" ให้พลเรือน และมีผู้นำของฟาร์มที่ทำหน้าที่กำหนดนโยบายรัฐ และทำหน้าที่เป็น lender of last resort ควรช่วยเหลือรัฐไก่ทุกครั้งที่มีปัญหา (ให้เงินซ่อมรั้ว ให้กู้ยืมค่าอาหารไก่ ฯลฯ)

ผู้นำสูงสุดยกหูโทรสั่งการผมว่าให้ทำการ bail out ไก่โซดังกล่าวมาดูแลพิเศษในสุ่มนอกเล้า โดยให้มอบ "รัฐสวัสดิการไก่" ให้กับไก่ปวกเปียกตัวดังกล่าวเป็นที่พักที่ปลอดภัยในสุ่มที่มีทั้งคอนและแกลบให้คุ้ยเขี่ย มีหลังคาพลาสติกบังแดดลม และมีการจัดหาอาหารและน้ำสะอาดให้เป็นพิเศษ

การบริหารจัดการทรัพยากรจึงถูกบิดเบือน ปกติผมใช้เวลาดูแลไก่และเก็บผลผลิตไม่เกิน 20-30 นาทีต่อวัน กลายเป็นต้องเพิ่มมาอีกราว ๆ 2-3 นาทีในการบริการไก่โซดังกล่าว (และเวลาอีก 15 นาทีมาเขียนโน้ตนี้ถึงมัน)

รัฐไก่ที่มีพลเรือนทำหน้าที่เต็มประสิทธิภาพของมันมายาวนานตามขอบเขตเสรีภาพที่เรามอบให้ บัดนี้กลับมีอำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซงกลไกตลาดเสรีจนผิดเพี้ยน เพราะไก่โซดังกล่าวไม่อยู่ในสภาพที่จะสร้าง productivity ใด ๆ ให้กับรัฐได้ เป็นชนชั้นกาฝากที่กัดกินและเบียดเบียนทรัพยากรไปอย่างไร้ประโยชน์

ไม่ได้ต่างอะไรกับพวกสมองบ้องตื้นและขี้เกียจสันหลังยาว ที่เอาแต่เรียกร้องรัฐสวัสดิการ แทนที่จะคิดจัดการรับผิดชอบชีวิตตัวเองให้เป็น

จบบทเรียน #รัฐไก่ สั้น ๆ จากหน้าเล้าไก่

สวัสดีครับ

#siamstr

#siamstrOG

อ่านไปขำไป เนื้อหาดี

อ่อเห็นทีหลัง ไม่ทันละ 555

อยู่ดีๆมันจับลดความพาสเวิร์ดผม

ต้องมานั่งสร้างใหม่ สั้นๆ ห่วย

โดนป้ายยาแรง !!

ขอบคุณครับ เขียนมาอีกนะ — This is a comment on: https://yakihonne.com/article/naddr1qq25s468vah4vervwauyueesdp8xc4mex90ngq3q5l5mxmljftnnqur8gf2nkjj2yuemqy2kuly7yc29lx7x598svx5sxpqqqp65wmrgtdy

ตรวจจนเป็นนิสัย-no

มองหาแต่คำนี้-yes