🐔 ไก่ตัวใหญ่ขึ้นเกือบ 4 เท่า เมื่อเทียบกับ 60 ปีที่แล้ว
.
🍗 ยุคก่อนปี 1945 ไก่ยังถือเป็นอาหารราคาแพง กว่าจะได้กินแต่ละทีต้องเป็นวันพิเศษ
ตอนนั้นไก่ 1 ตัว มีราคาเฉลี่ยตัวละ 3 ดอลลาร์ หรือถ้าเทียบกับค่าเงินในปัจจุบันก็ตกประมาณตัวละ 30 ดอลลาร์ หรือราว 1,100 บาท
ทำให้คนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงและบริโภคไก่ได้บ่อยนัก
.
🔥 ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เกิดความต้องการโปรตีนเร่งด่วนที่ราคาไม่สูงมากขึ้น ผลักดันให้อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากสัตว์ปีกมีช่วงเวลาการเติบโตที่สั้นกว่า หมูและวัวมาก
.
🏢 A&P ผู้ค้าปลีกสัตว์ปีกรายใหญ่ในยุคนั้น มองเห็นถึงความต้องการอย่างมหาศาลนี้ และมีความต้องการเปลี่ยน "ไก่" จากอาหารหรู ให้กลายเป็นอาหารราคาถูก ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้
พวกเขาจึงร่วมมือกับกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ จัดการแข่งขัน
"Chicken of Tomorrow" ขึ้นในปี 1945 เพื่อเฟ้นหาสายพันธุ์ไก่ที่
“โตไว ตัวใหญ่ เนื้อเยอะ”
.
✨ และแล้ว ความสำเร็จก็มาถึง
จากไก่ที่เคยใช้เวลาเลี้ยงนานเป็นเดือน กลายเป็นไก่ที่โตเต็มวัยภายใน 6 สัปดาห์ น้ำหนักเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ราคาถูกลง จนกลายเป็นอาหารที่ทุกคนเอื้อมถึงได้
.
🚨 แต่มีอะไรบางอย่างที่เรามองข้ามไป
เบื้องหลังความสำเร็จนี้ เปลี่ยนแปลงวิธีการเลี้ยง จากที่เคยให้ไก่กินอาหารตามธรรมชาติ เช่น หญ้า แมลง ถูกแทนที่ด้วย "ข้าวโพด" และ "ถั่วเหลือง" เพื่อเร่งให้ไก่เติบโตอย่างรวดเร็ว
ผลที่ตามมาคือ ไก่มีไขมันมากขึ้น และไขมันที่สะสมก็เปลี่ยนไป
อัตราส่วนของกรดไขมันโอเมก้า 6 ต่อโอเมก้า 3 ในไก่ยุคใหม่สูงถึง 20:1
ซึ่งสูงกว่าไก่ที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระถึง 3 เท่า!
ส่งผลเสียต่อสุขภาพของผู้บริโภคในระยะยาว
.
💊 อาหารเพื่อแก้ปัญหาความอดยากในวันนั้น กลายเป็น "โรคภัยของวันนี้" โดยไม่รู้ตัว โรคอ้วน เบาหวาน โรคหัวใจ มะเร็ง ล้วนเชื่อมโยงกับ "อาหาร" ที่เรากินเข้าไปทั้งสิ้น
.
😷 วิวัฒนาการด้านอาหารเราพัฒนาขึ้นมาก แต่ส่วนใหญ่มันพัฒนาขึ้นมาเพื่อซ้อนปัญหาของเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้เรารับรู้ถึงความรุนแรง
"ราคาที่แท้จริงของเงินเฟ้อ ที่เราต้องจ่ายด้วยสุขภาพของเราเอง"
.
#Siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #อาหาร #สุขภาพ #เงินเฟ้อ

🔥 มีเพียง 5 ดัชนี จากกว่า 100 ดัชนี*
ที่มูลค่าย้อนหลัง 5 ปี เติบโตเอาชนะ Bitcoin ได้
*กลุ่มตัวอย่างข้อมูลมีทั้งสกุลเงินต่างประเทศ, โลหะ, สินค้าโภคภัณฑ์, ดัชนีหุ้น, ตลาดบอนด์ ฯลฯ
.
⚡️ 5 ดัชนี ที่ว่านั้นมีอะไรบ้าง?
ก่อนเลื่อนลงไปอ่าน ลองเดากันดูหน่อย...
-------------------------------------
. TIK
. TOCK
. NEXT
. BLOCK
-------------------------------------
5️⃣ Galaxy Digital (BRPHF) +4.42%
บริษัทผู้ให้บริการทางการเงินและจัดการลงทุน
มูลค่า BRPHF/SATS เดิมอยู่ที่ 16,748 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 17,169 sats
.
4️⃣ Marathon Digital Holdings Inc (MARA) +31.80%
บริษัทเทคโนโลยีสินทรัพย์ดิจิทัล ดำเนินธุรกิจด้านการขุด โดยมุ่งเน้นที่ระบบนิเวศบล็อกเชนและการสร้างสินทรัพย์ดิจิทัล
มูลค่า MARA/SATS เดิมอยู่ที่ 23,282 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 31,037 sats
.
3️⃣ Moderna Inc (MRNA) +32.77%
บริษัทเภสัชกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพ
มูลค่า MRNA/SATS เดิมอยู่ที่ 159,203 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 203,720 sats
.
2️⃣MicroStrategy Incorporated (MSTR) +48.96%
บริษัทผู้ผลิตและพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับการวิเคราะห์ในทางธุรกิจ
มูลค่า MSTR/SATS เดิมอยู่ที่ 1,551,042 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 2,252,432 sats
-------------------------------------
❗️ MSTR ไม่ใช่อันดับ 1 งั้นหร๊อ! ลองเดากันดู ว่าอันดับที่ 1 คือ...?
-------------------------------------
. TIK
. TOCK
. NEXT
. BLOCK
-------------------------------------
1️⃣ Tesla Inc. (TSLA) +97.93%
บริษัทยานยนต์และพลังงานสะอาด ออกแบบ ผลิต และจำหน่ายยานพาหนะไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ อุปกรณ์จัดเก็บพลังงานแบตเตอรี่ ผลิตภัณฑ์และบริการที่เกี่ยวข้อง
มูลค่า TSLA/SATS เดิมอยู่ที่ 153,553 sats ปัจจุบันอยู่ที่ 287,027 sats
-------------------------------------
❓ อยากรู้ว่าไหมว่าทั้งหมดมีอะไรบ้าง? และตอนนี้สภาพเป็นยังไง?
ดูได้ที่นี่เลย > https://www.pricedinbitcoin21.com/landing
-------------------------------------
#siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #บิตคอยน์ #เศรษฐกิจ #การเงิน

🪙 รู้จัก Gold-Backed Cryptocurrency สินทรัพย์ดิจิทัลที่ผูกค่าไว้กับทองคำ
ซัพความผันผวนผ่านคู่เทรด PAXGBTC
.
🟡 Gold-Backed Cryptocurrency คือ สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีทองคำค้ำประกันมูลค่า โดยผู้ให้บริการจะกำหนดมูลค่าของเหรียญไว้กับทองคำในปริมาณที่แน่นอน เช่น 1 token เท่ากับ ทองคำ 1 troy ounce และ ยังซื้อง่าย ขายคล่องกว่า การซื้อขายทองคำจากตลาดแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน
.
🧮 ความแตกต่างของ Gold-Backed Cryptocurrency กับ Cryptocurrency
มูลค่าของเหรียญจะผูกอยู่กับราคาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีความมั่นคง และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง จึงช่วยลดความผันผวนของราคา ต่างจากคริปโทฯ ทั่วไป ที่มูลค่าขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ความต้องการของตลาด ข่าวสาร หรือการเก็งกำไร ซึ่งมีความเสี่ยงสูงกว่า
.
🚨 Gold-Backed Cryptocurrency ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา
- สภาพคล่อง ปัจจุบันเหรียญประเภทนี้มีสภาพคล่องต่ำ
ราคาจะใกล้เคียงกับ XAUUSD แต่ไม่เท่ากันเสมอไป บางช่วงที่ผันผวนสูงราคาอาจต่างกันได้มากถึง $10-$20
- ต้องอาศัยความเชื่อใจในผู้ให้บริการออกโทเคน ว่ามีทองคำสำรองเพียงพอต่อปริมาณเหรียญที่ออกจำหน่ายจริงหรือไม่
.
⭐️ Gold-Backed Tokens ที่น่าสนใจ
- Paxos Gold (PAXG) ค้ำประกันมูลค่า 1 token เท่ากับ ทองคำ 1 troy ounce
- Tether Gold (XAUt) ค้ำประกันมูลค่า 1 token เท่ากับ ทองคำ 1 troy ounce บน London Good Delivery bar
.
📍 อย่าลืม! ศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจสินทรัพย์ให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
.
#siamstrupdate #Siamstr #ทองคำ #คริปโทเคอร์เรนซี #คริปโท

🥱 เทรนด์ยังไม่มา ความน่าสนใจก็เลยยังไม่มี
.
😴 ค่าความนิยมของ Keyword #Bitcoin จากการค้นหาบน Google
ในปัจจุบันอยู่ที่ 21 เป็นตัวเลขใกล้เคียงกับช่วงตลาดหมี
ที่ราคาร่วงอย่างรุนแรงตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปี 2022 ถึงตุลาคม ปี 2023
.
🥳 ย้อนกลับไปที่เดือนพฤศจิกายน 2020 หลังจากที่ Bitcoin ทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ เหนือราคา $20,000
ความนิยมของคำค้นหานี้ก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 20 ไปถึงจุดสูงสุด ที่ 100 ในเดือนพฤษภาคม 2021
นับเป็นจังหวะที่ Bitcoin กลายเป็นที่จับตามองและถูกพูดถึงจากทุกสารทิศ
Bitcoin กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนต่างพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน นักธุรกิจ หรือแม้แต่คนธรรมดาทั่วไป
ทุกคนต่างอยากรู้ อยากเข้าใจว่า Bitcoin คืออะไร และทำไมถึงได้รับความนิยมสูงขนาดนั้น
.
😫 หลังความนิยมอันร้อนแรงผ่านไป ความสนใจของ Bitcoin ก็ลดลง
ในเดือนตุลาคมปี 2023 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาของ Bitcoin ร่วงลงอย่างหนัก
ค่าความนิยมของ Keyword #Bitcoin ลดลงเหลือเพียง 16
ราคาของ Bitcoin ตอนนั้นอยู่ที่ $17,000
.
🤩 ความสนใจใน Bitcoin กลับมาคึกคักอีกครั้ง
ในช่วงที่มีการประกาศ Spot Bitcoin ETF และ Bitcoin สามารถทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ได้อีกครั้งในเดือนมกราคมและมีนาคมที่ผ่านมา
.
😐 จากค่าความนิยมของ Keyword #Bitcoin ในปัจจุบัน ทำให้เราพอได้เห็นภาพรวมของตลาดตอนนี้ว่า ยังคงอยู่ในช่วงนั่งตบยุงที่นานๆทีจะมีคลื่นลมแรงลูกย่อมๆ มาผ่านมาสักลูกนึง
ในสายตาบุคคลทั่วไปแล้ว ตอนนี้ Bitcoin ยังไม่ได้มีความน่าสนใจมากเท่าไหร่นัก
.
I'm not early, but I'm still earlier than you, who never studied Bitcoin."
.
#siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #บิตคอยน์

🕰 คิดทุกอย่างให้เป็นหน่วยของ "เวลา"
เวลามันช่างผ่านไปเร็วเหลือเกิน เหมือนเพิ่งเริ่มต้นปีใหม่
แต่แปบเดียวก็ผ่านไปครึ่งปีแล้ว เราต่างก็รู้ว่า "เวลา" มีค่า
แต่หลายครั้งเรากลับใช้มันไปอย่างไร้ความหมาย
.
🛍 เห็นของลดราคาแล้วใจสั่น อยากซื้อเก็บไว้ ทั้งๆที่ไม่รู้จะได้ใช้หรือเปล่า
กดสั่งของออนไลน์แบบไม่ยั้งคิด จนตระกร้าสินค้ารอส่งขึ้นเลข 2 หลัก เพราะโปรโมชั่นมันยั่วยวนใจเหลือเกิน
.
⏳ ทุกอย่างล้วนมีราคาที่แท้จริงซ่อนอยู่ นั่นคือ "เวลาชีวิต" ของเราเอง
"เงินทุกหน่วยที่คุณได้รับ คือ การทำงานแลกเวลาชีวิตไปเป็นเงิน"
"เงินทุกหน่วยที่คุณใช้ไป คือ การใช้เวลาชีวิตแลกไปเป็นสิ่งของ"
.
💰 สมมติว่า ทำงานได้เงินเดือนละ 25,000 บาท เมื่อแปลงเงินที่ได้รับให้เป็นหน่วยของ "เวลา"
เวลา 1 วันมีมูลค่า = 1,250 บาท (25,000 บาท / 20 วัน)
กินชาบูมื้อละ 500 บาท = ใช้เวลาแลกไปเกือบครึ่งวัน
ซื้อเสื้อผ้าแบรนด์เนมตัวละ 5,000 บาท = ใช้เวลาแลกไป 4 วัน
ไปเที่ยวต่างประเทศ 30,000 บาท = ใช้เวลาแลกไป 24 วัน
.
💸 เมื่อคำนวณทุกอย่างเป็นหน่วยของ "เวลา"
เงินทุกบาทที่จ่ายออกไป คือ "เวลาชีวิต" ที่หายไป
มันทำให้เรามองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้นว่าใน 1 เดือน
เราต้องใช้เวลาไปแลกกับสิ่งของที่จำเป็นกี่ชั่วโมง กี่วัน
เหลือเวลาให้เราได้แลกสิ่งที่เติมเต็มความสุขเล็กๆน้อยๆของเราได้กี่วัน
.
🍃 การมองในมุมนี้ทำให้เราใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น คิดก่อนใช้
แยกแยะ "ความจำเป็น" กับ "ความอยากได้" ได้ดีขึ้น
เห็นคุณค่าของเวลา และ รู้จักคิดไตร่ตรองมากขึ้น
.
❤️ "เวลาของเรามีจำกัด ใช้แล้วหมดไป ซื้อคืนกลับมาไม่ได้"
ใช้มันไปกับสิ่งที่มีคุณค่าและมีความหมายกับคุณจริงๆ

.
#siamstrupdate #Siamstr #การเงิน #เศรษฐกิจ #เวลา #ปรัชญา
🟠 "Hyperbitcoinization" โลกที่ทุกสิ่งทุกอย่างมีราคาเป็น Bitcoin
แปลและเรียบเรียงจากบทความของ JULIAN MARTINEZ - BitcoinMagazine (บทความนี้เป็นบทความแสดงความคิดเห็น)
.
🔸 "Hyperbitcoinization" คือ ความเชื่อว่า ในอนาคตสินค้าและบริการทุกอย่างจะมีราคาเป็น Bitcoin แทนดอลลาร์สหรัฐฯ
เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมระบบการเงินโลกกันเลยทีเดียว
.
ถ้าหากคุณเป็น Bitcoin Maximalist คุณอาจยอมรับแนวคิดนี้ไปแล้ว
แต่กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร? อะไรคือสัญญาณสำคัญที่จะบอกว่า Hyperbitcoinization กำลังเกิดขึ้น?
.
บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจโลกของ Bitcoin
ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกี่ยวกับ Bitcoin ในโลกยุคใหม่
เหตุผลทางภูมิรัฐศาสตร์การเมืองที่ทำให้รัฐบาลนำ Bitcoin มาใช้
ทำไมธนาคารกลางจะต้องยอมรับ Bitcoin และอื่นๆ
.
💰 การผสมผสาน Bitcoin เข้ากับโลกการเงินแบบดั้งเดิม
Bitcoin ได้รับการยอมรับมากขึ้น บริษัทต่างๆเริ่มนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกี่ยวกับ Bitcoin และมีการผสมผสาน Bitcoin เข้ามาร่วมกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบดั้งเดิมมากขึ้น
.
Unchained บริษัทให้บริการผลิตภัณฑ์ทางการเงินเกี่ยวกับ Bitcoin แถวหน้าของโลก ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อดอลลาร์ โดยมี Bitcoin เป็นหลักประกัน, การส่งมอบมรดก Bitcoin ไปยังทายาท รวมถึงบัญชีเกษียณอายุที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
.
Unchained ยังช่วยให้ผู้คนสามารถใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้อย่างปลอดภัยและเป็นอิสระ โดยการสนับสนุนให้ผู้ใช้งานดูแล "คีย์" ของตัวเอง และสร้างเครือข่ายสำหรับการจัดการคีย์ร่วมกัน
.
ในขณะเดียวกัน บริษัทประกันชีวิตที่ใช้ Bitcoin เป็นสกุลเงินสำหรับชำระเบี้ยประกันและผลประโยชน์ที่ได้รับจากการทำประกัน ซึ่งได้รับสนับสนุนจาก Sam Altman กำลังก้าวเข้าสู่วงการนี้
สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอนาคตของการใช้ Bitcoin เป็นสกุลเงิน
แม้ว่า Bitcoin จะมีความผันผวนสูงในระยะสั้น แต่ในระยะยาว มันสามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้ คุณลองคิดดูว่าเงิน $300,000 จะมีอำนาจซื้อเท่าไหร่ในอนาคตเมื่อเทียบกับ 5 Bitcoin?
และคุณอยากให้คนที่คุณรัก ได้รับอะไรเป็นมรดก
ระหว่างดอลลาห์ กับ Bitcoin ในกรณีที่คุณเสียชีวิตไปโดยไม่คาดคิด
.
ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่รับชำระเป็น Bitcoin จะเริ่มต้นจากการชำระเงินในระยะยาวก่อน เมื่อ Bitcoin ได้รับการยอมรับมากขึ้น สภาพคล่องเพิ่มขึ้น และมีความผันผวนด้านราคาลดลง จะทำให้สถาบันการเงินมั่นใจในการสร้างผลิตภัณฑ์ที่จ่ายเงินเป็น Bitcoin ในระยะเวลาที่สั้นลง
.
เศรษฐศาสตร์ออสเตรียนได้เปรียบเทียบ "Hard money" กับ "Soft money" ในเรื่องการออมและการใช้จ่าย
ตลอดประวัติศาสตร์ทางการเงินในยุคก่อน
ทองคำซึ่งเป็น "Hard money" ถูกเก็บสะสมไว้ และใช้สำหรับการชำระเงินที่เป็นก้อนใหญ่ ในขณะที่เงินและโลหะมีค่าอื่นๆ ซึ่งเป็น "Soft money" จะถูกใช้สำหรับการชำระเงินในชีวิตประจำวัน
.
⛓️💥 ปลดล็อกประสิทธิภาพในการชำระเงิน
Bitcoin ถูกนำมาผสานเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินมากขึ้น
มีโครงการมากมายเกี่ยวกับ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของ Bitcoin ที่น่าสนใจ แต่เราจะโฟกัสไปที่ Synota
.
Synota เป็นบริษัทที่ใช้ Lightning Network เพื่อลดข้อเสียดทานในการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิมระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้พลังงาน
พวกเขากำลังพัฒนาระบบชำระเงิน สำหรับชำระค่าใช้จ่ายระหว่างเหมือง Bitcoin กับผู้ผลิตพลังงาน
.
ในระบบชำระเงินแบบดั้งเดิม ผู้ใช้พลังงานต้องชำระเงินทุกๆ 30 วัน หรือมากกว่านั้น ทำให้ผู้ผลิตพลังงานต้องรับความเสี่ยงด้านเครดิต
.
Synota ช่วยให้การชำระบัญชีเกิดขึ้นทุกวันหรือทุกสัปดาห์ผ่านเครือข่าย Lightning Network
แม้ระบบนี้จะยังคงชำระเงินให้แก่ผู้ผลิตพลังงานในหน่วยดอลลาร์สหรัฐ
ผ่านการแปลงค่า Bitcoin เป็นดอลลาร์สหรัฐ
แต่ก็เป็นหลักฐานสำคัญว่า Bitcoin นั้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิม
แม้ว่าการชำระบัญชีขั้นสุดท้าย จะยังไม่เกิดขึ้นในหน่วยของ Bitcoin
แต่โครงสร้างพื้นฐานเบื้องหลังรูปแบบนี้กำลังแพร่หลายมากขึ้นเรื่อยๆ
.
🌏 แรงจูงใจ ทางภูมิรัฐศาสตร์การเมือง
หลังจากรัสเซียรุกรานยูเครน ทรัพย์สินของรัสเซีย มูลค่ากว่า 300 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ที่เก็บไว้ใน Western banks ก็ถูกแช่แข็ง
และเมื่อเร็วๆนี้ รัฐบาลสหรัฐได้พูดถึงการใช้ทรัพย์สินเหล่านี้เพื่อสนับสนุนสงคราม
สิ่งนี้นับเป็นแรงจูงใจให้ประเทศต่างๆถือทรัพย์สินเป็น Bitcoin เนื่องจาก Bitcoin ไม่สามารถถูกยึดได้
.
นอกจากนี้ประเทศหลายประเทศ ไม่ได้เลือกใช้ดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ เพราะพวกเขาต้องการ แต่เพราะพวกเขาต้องทำ
การพยายามสร้างเครือข่ายทางการเงินโดยไม่มีดอลลาร์สหรัฐฯ และพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นั้นสร้างปัญหาการขาดสภาพคล่อง สร้างความผันผวนของราคา ทำให้การรักษามูลค่าเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก
.
เมื่อ Bitcoin มีสภาพคล่องมากขึ้น ถูกนำมาใช้เป็นหลักประกันในตลาด Repo (ตลาดที่สถาบันการเงินกู้ยืมดอลลาร์สหรัฐ) และเพื่อชำระเงินระหว่างประเทศที่ไม่ใช่ประเทศตะวันตก
Bitcoin จะกลายเป็นสิ่งสำคัญ จนทำให้ประเทศในกลุ่ม BRICS ต้องก่อตั้งพันธมิตรด้านการขุดเพื่อปกป้องตนเอง
ในกรณีที่ประเทศตะวันตกบังคับให้นักขุดในเขตอำนาจศาลของตนตรวจสอบธุรกรรมจากที่อยู่บางแห่ง
.
📊 สร้างความแข็งแกร่งให้กับงบดุลของธนาคารกลาง
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ถือเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในระดับนานาชาติ
แต่การปรับขึ้น อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ อันเนื่องมาจากการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินเพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์โควิด นำไปสู่ความไม่แน่นอนในงบดุลของธนาคาร
.
Silicon Valley Bank หรือ SVB ล้มละลาย เพราะพวกเขามีพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำ
เมื่อผู้ฝากเงินตระหนักว่าสินทรัพย์ของ SVB ไม่ตรงกับหนี้สินอีกต่อไป
จึงเกิดการแห่ถอนเงินจำนวนมาก
พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ นี่เองที่เป็นต้นเหตุทำให้ SVB อ่อนแอ
.
เมื่อ Bitcoin ได้รับการยอมรับว่าเป็นสินทรัพย์ที่ช่วยให้งบดุลแข็งแกร่งขึ้น ลดความผันผวนของตลาดที่เพิ่มขึ้นหลังจากปี 1971
Bitcoin จะถูกใช้เป็นสินทรัพย์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้งบดุล
และนั้นจะทำให้มีสัดส่วนการถือครอง Bitcoin โดยบริษัท สถาบันการเงิน และธนาคารกลางเพิ่มมากขึ้น
.
🕊Bitcoin สกุลเงินสำรองโลก และอำนาจอธิปไตยทางการเงินส่วนบุคคล
ในบางช่วงเวลา ฝ่ายหนึ่งในสหรัฐฯ จะมองเห็น Bitcoin เป็นภัยคุกคามต่อระบบการเงิน และสถานะการเป็นสกุลเงินสำรองระหว่างประเทศของดอลลาร์
ฝ่ายนี้จะพยายามลงโทษผู้ถือ Bitcoin ผ่านการกำหนดภาษีที่สูง
การจำกัดการดูแลรักษา Bitcoin ด้วยตัวเอง
แต่ในท้ายที่สุด พวกเขาจะต้องพ่ายแพ้ เนื่องจากการไหลออกของทุน
ในขณะที่ประเทศที่เป็นมิตรกับ Bitcoin จะได้รับประโยชน์จากการไหลเข้าของเงินทุน และนั้นส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศเจริญรุ่งเรืองมากขึ้น
.
เท็กซัสเป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้
เท็กซัสกลายเป็นศูนย์กลางการขุด Bitcoin เพราะการปลดล็อคกฎระเบียบพลังงานในปี 2002 ซึ่งนำไปสู่ราคาพลังงานที่ต่ำที่สุดในสหรัฐฯ
เหมือง Bitcoin หนีจากจีนและนิวยอร์ก มาดำเนินการในเท็กซัส
และตอนนี้เท็กซัสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการขุด Bitcoin ชั้นนำของโลก
.
การเรียกเก็บ ภาษีเงินได้จากการลงทุน ที่สูง ในนิวยอร์กและแคลิฟอร์เนีย
ลงโทษบุคคลที่มีฐานะร่ำรวย ซึ่งกระตุ้นให้พวกเขาโยกย้ายไปยังสถานที่อื่น เช่น เท็กซัส ซึ่งมีภาษีเงินได้จากการลงทุนเป็นศูนย์
.
ทุน ฝีมือ และอำนาจ จะเข้ามาสะสมในภูมิภาคที่มีลักษณะแบบนี้
แรงจูงใจเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นในเวทีโลกเช่นกัน
คาดหวังว่าประเทศที่เป็นมิตรกับ Bitcoin เช่น เอลซัลวาดอร์จะเจริญรุ่งเรือง มีความมั่งคั่งและมีการเติบโตที่น่าสนใจ
.
🧡 ทุกอย่างจะมีราคาเป็น Bitcoin หรือไม่?
อย่างน้อยที่สุด ฉันคาดหวังว่าสกุลเงินของธนาคารกลาง จะมี Bitcoin เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งน่าจะส่งผลดีต่อชีวิตประจำวันของคนทั่วไป
ด้วยการจำกัดการเพิ่มขึ้นของปริมาณเครดิตที่รุนแรง ที่เป็นเรื่องปกติในเศรษฐกิจแบบ Fiat
.
ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่อนาคตที่ "ทุกอย่างมีราคาเป็น Bitcoin" คือความเป็นไปได้ที่ผู้คนจะเข้าถึง Bitcoin ได้โดยตรง โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
หาก Bitcoin ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมจะพุ่งสูงขึ้น และจะไม่มีเหตุผลในการทำธุรกรรมบนเลเยอร์ 1 ของ Bitcoin หากมูลค่าของการทำธุรกรรมนั้นน้อยกว่า $10,000
.
ผู้คนจะถือ Bitcoin หรือ Bitcoin IOU(ตั๋วสัญญาใช้เงิน)?
เรื่องนี้เราไม่สามารถสรุปอย่างแน่ชัด แต่เราพบเห็นสิ่งที่กำลังดำเนินการอยู่ในวงการพัฒนา Bitcoin
.
เราอาจกำลัง อยู่บนเส้นทางของการไปสู่โลกที่ทุกอย่างมีราคาเป็น Bitcoin
เหล่านักพัฒนาที่ทุ่มเทชีวิตให้กับ Bitcoin กำลังสร้างเทคโนโลยีเพื่ออิสรภาพทางการเงิน
.
องค์กร บริษัท และบุคคล เช่น ผู้พัฒนา Fedi, Lightning, Nostr, Start9 และอื่นๆ กำลังดำเนินรอยตามจิตวิญญาณของ Satoshi
เพื่อขยายขอบเขตการกระจายอำนาจแบบ Peer-to-peer และป้องกันการเซ็นเซอร์ สำหรับพวกเราทุกคน
.
หากในที่สุดเราได้อาศัยอยู่ในโลกที่ทุกสิ่งมีราคาเป็น Bitcoin
นั่นคงเป็นเพราะเหล่าผู้คนที่เห็นแก่ผู้อื่น ได้ทุ่มเทชีวิตพัฒนาเทคโนโลยี
ที่ทำให้พวกเราได้มีอำนาจอธิปไตยทางการเงินเป็นของตัวเองอีกครั้ง
.
บทความต้นฉบับ
https://bitcoinmagazine.com/markets/what-does-hyperbitcoinization-look-like-
.
#siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #บิตคอยน์ #การเงิน #เศรษฐกิจ #เงินเฟ้อ

📈 ปริมาณเงินในระบบ M2 ของธนาคารกลาง 4 แห่งใหญ่ของโลก
ได้แก่ สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่น และจีน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปี 2008
.
🪙 การเพิ่มขึ้นของอุปทานเงินอย่างมหาศาลตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
เป็นผลมาจากนโยบายผ่อนคลายเชิงปริมาณ
หรือ "Quantitative Easing (QE)" ที่ธนาคารกลางหลายแห่งนำมาใช้
เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในระบบการเงิน และกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากประสบปัญหาวิกฤตทางเศรษฐกิจ
.
🖨 การทำ Quantitative Easing หรือ QE
จินตนาการง่ายๆว่าคุณเป็นธนาคารกลาง คุณมีเครื่องพิมพ์เงิน
คุณจึงพิมพ์เงินออกมาจำนวนมหาศาล แล้วนำเงินที่พิมพ์ใหม่นั้นไปซื้อพันธบัตรจากธนาคารพาณิชย์และนักลงทุน
เงินจำนวนมหาศาลก็จะไหลเวียนออกสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการซื้อขายนั้นเอง
.
💸 QE แม้จะช่วยแก้ปัญหาในระยะสั้นในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำได้
แต่สิ่งที่ตามคือปัญหาเงินเฟ้อในระยะยาว
เมื่อมีเงินหมุนเวียนในระบบมากเกินไป ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อำนาจซื้อของเงินลดลง
.
🤔 มีเงินหมุนเวียนในระบบมากเกินไป ส่งผลให้ราคาสินค้าและบริการปรับตัวสูงขึ้นได้อย่างไร?
ยกตัวอย่างง่ายๆให้เห็นภาพมากขึ้น ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน
มีผู้สนใจในสินค้า Art toy เพิ่มมากขึ้น ทำให้ตลาดนี้มีปริมาณเงินที่พร้อมจะเข้ามาซื้อมากขึ้น แต่สินค้า Art toy มีจำนวนจำกัด
ดังนั้น เมื่อมีคนต้องการสูงก็จะมีการกักตุนสินค้าเพื่อทำกำไร
และขายในราคาที่สูงขึ้นเพราะไม่ว่าจะขายเท่าไหร่ก็มีคนซื้อ
.
🥚 แต่ข้อแตกต่างระหว่าง Art toy กับ สินค้าในชีวิตประจำวัน คือ
Art toy ถ้าเรารู้สึกว่าราคาสูงไปไม่สมเหตุสมผล เราไม่ซื้อได้
แต่สินค้าในชีวิตประจำวันที่จำเป็นเช่น อาหาร
ถ้าเรารู้สึกว่าราคาสูงไป เราไม่ซื้อไม่ได้
เรามีทางเลือกแค่เพียง หาเงินให้มากขึ้น กินให้น้อย หรือเปลี่ยนไปกินของที่ห่วยกว่า
.
📊 ปริมาณเงินที่เพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา มีประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจก็จริง
แต่เป็นเพียงการขับเคลื่อนในระยะสั้น ที่สร้างผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนคนทั่วไปอย่างเราๆมาโดยตลอด และ ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง
.
#siamstrupdate #Siamstr #bitcoin #บิตคอยน์ #การเงิน #เศรษฐกิจ #เงินเฟ้อ

คนจะเริ่มสนใจศึกษาเรื่องการเงินเมื่อ...
- กำลังมีปัญหาการเงิน
- ไม่อยากเจอปัญหาการเงิน
- ถึงเวลาแล้วที่ต้องศึกษา อาจจะเพราะ งานที่ต้องทำ ใกล้เกษียณ หรือเริ่มมีเงินเหลือเยอะกว่าที่ต้องใช้จ่าย
.
ถ้าพูดเรื่องการเงินกับใครแล้วเขาไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ
ไม่เป็นไร อย่าไปกดดันเขา มันแค่ยังไม่ถึงเวลา
.
#siamstrupdate #บิตคอยน์ #การเงิน #เศรษฐกิจ #วิกฤตเศรษฐกิจ #siamstr

😡 "พอเพียงใช้ไม่ได้จริงหรอก! เป็นเรื่องของคนรวยมากกว่า"
หลายคนคงเคยได้ยินประโยคแบบนี้ บางคนอาจจะเคยพูดเองด้วยซ้ำ
.
🧎🏻♀️ ภาพจำของความพอเพียง มักจะถูกตีความไปเป็น...
ความขัดสน บางทีก็เป็น อยู่กับสิ่งที่มีซะ ไม่ต้องพยายามหาเพิ่ม
ไม่ต้องไขว่คว้าโอกาสใหม่ๆให้ชีวิต
ไม่ก็มองว่า มันคือการกดทับจากข้างบนไม่ให้เราดิ้นรนต่อสู้เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
.
🚫 แต่ความจริงแล้ว "พอเพียง" ไม่ได้หมายความว่า
เราต้องหยุดนิ่ง ไม่พยายาม ไม่ไขว่คว้าหาสิ่งที่ดีกว่า
แต่มันคือการเข้าใจตัวเอง รู้จักความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง
รู้ว่าอะไร "จำเป็น" อะไรคือ "ความอยาก"
รู้ว่าเราต้องการอะไร อยากได้อะไร และความสามารถของเราไปได้ถึงแค่ไหน
.
🍃 พอเพียง คือการใช้ชีวิตโดยไม่ต้องฝืน ไม่ต้องสร้างภาพ ไม่ต้องสร้างหนี้
เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่เกินตัว ลองถามตัวเองดูว่า
ไปเที่ยวทุกครั้งต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่ แต่ใส่แค่ครั้งเดียว เพราะกลัวคนอื่นจำได้จนล้นตู้ ใช่ไหม?
ของที่ซื้อมาเพราะเป็นกระแส แต่ไม่ได้ใช้งาน กองไว้เฉยๆให้รกบ้าน ใช่ไหม?
.
❓ถ้าเรามีคำตอบให้กับคำถามเหล่านี้ นี่ก็เป็นหนึ่งในความไม่พอเพียง
เราไม่เคยพอใจในสิ่งที่เรามี และ ไม่เข้าใจด้วยว่าทำไมตอนนั้นถึงต้องมี
.
✨ การใช้ชีวิตแบบพอเพียงไม่ใช่การ "ลด" คุณค่าของชีวิต
แต่เป็นการ "เพิ่ม" คุณค่าให้กับสิ่งที่เรามีอยู่
เป็นต้นว่า กางเกงไม่ต้องซื้อใหม่ก็ได้ ที่มีอยู่ก็ยังทำงานได้ดี เอามาตัดดัดแปลงนิดหน่อย ก็ใช้ได้แล้ว
.
⭐️ ถ้าเข้าใจความอยากของตัวเองอย่างถ่องแท้แล้ว
และอยากได้มากขึ้นกว่านี้ ก็แค่หาให้มากขึ้น
เมื่อเรามีมากขึ้น เราก็ใช้ได้มากขึ้นตามไปด้วย
.
👤 ความอยากเป็นกิเลสของมนุษย์ เป็นธรรมชาติของมนุษย์อยู่แล้ว
ไม่ว่าจะเรื่องอะไร มนุษย์อยากได้มากกว่าที่มีอยู่เดิมเสมอ
และถ้าเราเข้าใจความอยากของตัวเอง มันจะเป็นความอยากได้ อยากมี
ที่อยู่บนความสุขที่เกิดจากความพอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
ความสุขที่เกิดจากอิสรภาพทางการเงิน
.
🌑 กลับกันถ้าเราไม่เคยเข้าใจคำว่า พอเพียง และ ใช้จ่ายเกินตัวไปเรื่อยๆ
ใช้จ่าย มากกว่า ที่หาได้ไปเรื่อยๆ
มันคือการกดให้ตัวเราเองอยู่กับที่ ทำให้เราไม่กล้าออกไปทำอะไรใหม่ๆ
ไปพัฒนาให้ตัวเองเติบโต เรากลัวว่าจะล้มเหลว กลัวว่าจะไม่สำเร็จ
เพราะเรามีสิ่งที่เรียกว่า "หนี้" ขึงตรึงเราอยู่ ไม่ให้เรากล้าคิด กล้าทำ
.
❤️ ลองทำความเข้าใจความอยากของตัวเอง
อย่าเป็นคนที่บอกว่า "พอเพียงใช้ไม่ได้จริง" หรือ "เป็นเรื่องของคนรวย"
โดยที่ไม่เคยลองจัดการกับค่าใช้จ่าย ไม่เคยลองลดสิ่งยั่วยุ ไม่เคยเข้าใจความต้องการของตัวเอง
.
#siamstrupdate #การเงิน #เศรษฐกิจ #ประหยัด #ความสุข
#ชีวิตดี #ลงทุน #วางแผนการเงิน #การใช้ชีวิต #พอเพียง #siamstr

ก็ยังดีที่ “แกยังเป็นมังกร ไม่เป็นกิ้งกือ”
.
Gold is the money of kings,
silver is the money of gentlemen,
barter is the money of peasants(ชาวนา),
but debt is the money of slaves(ทาส).
-Norm Franz-
.
#siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #เงิน #ทองคำ #siamstr

📚 สรุปหนังสือ Broken Money โดย Lyn Alden
(ยาวมาก แนะนำให้แชร์ไว้ก่อน อ่านไปเพลินๆ จะได้ไม่หาย)
หนังสือที่จะพาคุณไปสำรวจประวัติศาสตร์ของเงิน
ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของเงินผ่านระบบแลกเปลี่ยนแบบดั้งเดิม
การเกิดขึ้นของธนาคาร ระบบการเงินสมัยใหม่
และการเกิดขึ้นของเงินดิจิทัล โดยเฉพาะ Bitcoin
.
✍️*เนื้อหาของหนังสือยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่น่าสนใจ
บทความนี้เป็นเพียงการรีวิวสรุปหนังสือในประเด็นแอดมินสนใจเท่านั้น
-----------------------------------------
💸 ส่วนที่ 1 - WHAT IS MONEY? เงินคืออะไร?
หนังสือเริ่มต้นด้วยการย้อนกลับไปสู่รากฐานของเงิน
โดยอธิบายถึงการใช้ระบบบัญชีตั้งแต่สมัยโบราณ (Ledgers)
ไปจนถึงการเกิดขึ้นของสินค้าที่มีคุณสมบัติเป็นเงิน เช่น เปลือกหอย และโลหะมีค่า
.
📋 บัญชี (Ledgers) คือรากฐานของเงิน
ก่อนการประดิษฐ์ตัวอักษร มนุษย์ก็ใช้ระบบบัญชีแบบปากเปล่า
เพื่อติดตามหนี้สินและเครดิตระหว่างกันในกลุ่มสังคมเล็กๆ
เครดิตทางสังคมนี้ ทำหน้าที่เป็นเสมือนสกุลเงิน
ที่อาศัยความไว้วางใจระหว่างกันเป็นหลักประกัน
ช่วยให้การค้าขายระหว่างคนรู้จักเป็นไปอย่างราบรื่น
.
🐚 เมื่อสังคมขยายตัว ความต้องการเงินก็เพิ่มขึ้น
เมื่อกลุ่มของสังคมขยายใหญ่ขึ้น การค้าขายกับคนแปลกหน้าก็เริ่มเกิดขึ้น
สินค้าที่มีคุณสมบัติเป็นเงินได้ (Commodity Money)
เช่น เปลือกหอย ได้เข้ามามีบทบาทแทนที่เครดิตทางสังคม
เปลือกหอยที่แกะสลักและขัดเงา เป็นตัวอย่างของ "สินค้าที่ซื้อขายคล่องที่สุด" ในยุคนั้น
เนื่องจากมีขนาดเล็กพกพาง่าย หายาก ทนทาน และเป็นที่ต้องการของผู้คน
.
🧂 วิวัฒนาการของสินค้าที่ทำหน้าที่เป็นเงิน
ผู้เขียนสำรวจสินค้าต่างๆ ที่เคยทำหน้าที่เป็นเงิน
เช่น เปลือกหอย เกลือ ขนสัตว์ ผ้า น้ำตาล มะพร้าว
ปศุสัตว์ ทองแดง เงิน และทองคำ
สินค้าเหล่านี้ ต่างก็มีข้อดีข้อเสีย และมักถูกใช้ควบคู่กันไป
เพื่อตอบสนองความต้องการ ในการค้าขายที่หลากหลาย
.
🪙 ทองคำคือผู้ชนะ
ด้วยความสามารถที่เหนือกว่าบรรดาสินค้าอื่นใดทั้งหมด
ทองคำได้กลายเป็นสินค้าที่ทำหน้าที่เป็นเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
เนื่องจากมีคุณสมบัติครบถ้วน เช่น
- แบ่งแยกเป็นหน่วยย่อยได้ (Divisible)
- มีความสามารถในการพกพา (Portable)
- มีความทนทาน (Durable)
- หายาก (Scarce)
ทองคำเก็บรักษารักษามูลค่าได้ดี แม้ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า
เพราะมนุษย์ไม่สามารถผลิตทองคำเพิ่มขึ้นได้มากมาย อย่างรวดเร็ว
แม้ว่าราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
.
📈 อัตราส่วน Stock-to-Flow เป็นตัวชี้วัดความหายาก
หนังสืออธิบายแนวคิดเรื่อง "อัตราส่วน Stock-to-Flow"
ซึ่งใช้วัดอัตราส่วนระหว่าง
"ปริมาณสินค้าที่มีอยู่ในระบบ เทียบกับ ปริมาณที่ผลิตเพิ่มได้ในแต่ละปี"
ทองคำมีอัตราส่วน Stock-to-Flow สูงที่สุดในบรรดาสินค้าทั้งหมด
หมายความว่าปริมาณทองคำที่มีอยู่นั้นมีมากเมื่อเทียบกับปริมาณที่ผลิตได้ในแต่ละปี
.
🔴 สรุปส่วนที่ 1 หนังสือได้วางรากฐานความเข้าใจเกี่ยวกับ "เงิน"
โดยชี้ให้เห็นว่าเงินเกิดขึ้นจากความต้องการในการแก้ไขปัญหาที่เกิดจาก
การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันโดยตรงหรือ Barter
และสินค้าที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดให้ทำหน้าที่เป็นเงินมาอย่างยาวนาน
คือ "ทองคำ" เนื่องจากมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าสินค้าอื่นๆ
-----------------------------------------
💸 ส่วนที่ 2 - การกำเนิดขึ้นของธนาคาร
ในส่วนนี้หนังสือได้พาเราเดินทางสำรวจวิวัฒนาการของธนาคาร
ตั้งแต่รูปแบบบริการธนาคารของยุคแรกเริ่มไปจนถึงธนาคารที่ให้บริการครบวงจรอย่างที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน
ผู้เขียนได้อธิบายถึงนวัตกรรมทางการเงิน
ที่เกิดขึ้นจากความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงิน
และก็ได้ก่อให้เกิดความเสี่ยงใหม่ๆ ขึ้นมาเช่นกัน
.
💰 บริการธนาคารแบบดั้งเดิม และ ระบบ Hawala
ธนาคารในความหมายอย่างกว้าง คือ การสร้างระบบทางกฎหมายและเทคโนโลยีบนรากฐานของเงิน
ตัวอย่างของบริการธนาคารแบบดั้งเดิม เช่น ระบบ Hawala
ที่ใช้เครือข่ายนายหน้าแลกเปลี่ยนเงิน หรือ Hawaladars
ที่กระจายอยู่ทั่วภูมิภาค เพื่อช่วยให้การโอนเงินระหว่างประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ลดความเสี่ยงจากการโจรกรรม และลดความจำเป็นในการขนส่งเงิน
.
📋 นวัตกรรมของระบบบัญชีคู่ (Double-Entry Bookkeeping)
การพัฒนาระบบบัญชีคู่ เกิดขึ้นในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาของอิตาลี และได้ปฏิวัติวงการธนาคาร
โดยระบบนี้แบ่งบัญชีออกเป็นสองส่วน คือ
- ส่วนของสินทรัพย์ (Assets) หรือ เดบิต
- ส่วนของหนี้สิน (Liabilities) หรือ เครดิต
สองส่วนนี้สามารถนำมากระทบยอดหักลบกันได้ ช่วยให้ธนาคารสามารถจัดการ
สินทรัพย์และหนี้สิน ที่มีซับซ้อนได้ง่ายขึ้น และทำให้เกิดบริการทางการเงินที่หลากหลายมากขึ้น
.
🍃 ธนาคารเสรี (Free Banking) กับ ธนาคารกลาง (Central Banking)
หนังสือได้ทำการเปรียบเทียบระหว่างระบบธนาคารเสรี
ที่ธนาคารพาณิชย์สามารถออกธนบัตรที่ผูกติดเอาไว้กับทองคำได้อย่างอิสระ
กับระบบธนาคารกลาง ที่ธนาคารกลางมีอำนาจควบคุมการออกธนบัตร
ระบบธนาคารเสรี มีข้อดีในแง่ของการแข่งขันและนวัตกรรม
แต่ก็มีความเสี่ยงจากการล้มละลายของธนาคาร
ในขณะที่ธนาคารกลาง มีความมั่นคงสูงกว่า
แต่อาจนำไปสู่การใช้อำนาจในทางที่ผิด
.
⏳ ความรวดเร็วในการทำธุรกรรม กับ ความรวดเร็วในการชำระบัญชี
นวัตกรรมทางการเงิน อย่างเช่น ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange)
หรือธนบัตร (Banknotes) ช่วยให้การทำธุรกรรมมีความรวดเร็ว และปลอดภัย มากขึ้น
การปฏิวัติการสื่อสารและการเพิ่มขึ้นของอำนาจธนาคาร
การประดิษฐ์โทรเลขและโทรศัพท์ ทำให้ความเร็วในการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้น อย่างก้าวกระโดด
ในขณะที่ทองคำสามารถทำธุรกรรมระหว่างกันได้ช้ากว่ามาก
ความเหลื่อมล้ำนี้ทำให้อำนาจของธนาคารและธนาคารกลางเพิ่มขึ้น
เนื่องจากพวกเขากลายเป็นผู้ให้บริการการชำระเงินทางไกลที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากกว่า
.
🔴สรุปส่วนที่ 2 ผู้เขียนได้ชี้ให้เห็นถึงวิวัฒนาการของธนาคาร
ที่เกิดจากความพยายามในการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการเงิน
แต่นวัตกรรมเหล่านี้นำไปสู่การมีอำนาจที่เพิ่มขึ้นของของธนาคารพาณิชย์และธนาคารกลาง
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่มีการสื่อสารแบบทันทีซึ่งส่งผลต่อการควบคุม ระบบการเงินในระยะยาว
-----------------------------------------
💸 ส่วนที่ 3 - การเจริญเติบโตและเสื่อมถอยของระบบการเงินโลก
หนังสือพาเราเดินทางผ่านประวัติศาสตร์ของระบบการเงินโลก นับตั้งแต่ช่วงต้นศตวรรษที่ 20
ผู้เขียนได้แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและความล้มเหลวของระบบการเงิน
ที่เกิดจากสงคราม การเมือง และ เทคโนโลยี ที่มีผลกระทบเกิดขึ้นกับประเทศต่างๆทั่วทั้งโลก
.
🖨 การพิมพ์เงินเพื่อทำสงคราม (Printing Money for War)
สงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้รัฐบาลทั่วโลก
หันมาพิมพ์เงินเพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการทำสงคราม
ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อรุนแรง เกิดการลดค่าเงินในหลายประเทศ
ตัวอย่างที่โดดเด่น คือ การที่รัฐบาลสหราชอาณาจักร ต้องพิมพ์เงินเพื่อซื้อพันธบัตรสงคราม (War Bonds)
เนื่องจากไม่สามารถระดมทุนจากประชาชนได้เพียงพอ
.
⚖️ ระบบ Bretton Woods
ความพยายามในการสร้างเสถียรภาพหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ทำให้ระบบ Bretton Woods ถือกำเนิดขึ้น
โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเสถียรภาพให้กับระบบการเงินโลก
ระบบนี้มีการผูกค่าสกุลเงินต่างๆเข้ากับดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งประเทศต่างๆสามารถนำดอลลาร์มาแลกเปลี่ยนเป็นทองคำได้ในอัตราคงที่
ระบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงแรก แต่ก็ล้มเหลวไปในที่สุด
เนื่องจากการขาดดุลการค้าและการลดลงของทุนสำรองทองคำในคลังของสหรัฐ
.
⛽️ การเจริญเติบโตของ Petrodollar
หลังจากสหรัฐยกเลิกการแลกเปลี่ยนดอลลาร์เป็นทองคำในปี 1971
ระบบ Petrodollar ก็ถือกำเนิดขึ้น จากการทำข้อตกลงร่วมกันระหว่างสหรัฐอเมริกากับซาอุดีอาระเบีย
ที่กำหนดให้การขายน้ำมันจะต้องชำระเงินเป็นดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
และต้องนำเงินส่วนเกินจากการขายน้ำมัน (Petrodollars) ไปลงทุนในพันธบัตรของสหรัฐ
ระบบนี้ช่วยให้สหรัฐรักษาสถานะผู้นำด้านการเงินของโลกเอาไว้ได้
แต่ก็สร้างความไม่สมดุลทางการค้าและความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างประเทศ
.
❗️ผลักดันความโกลาหล
ระบบ Petrodollar ส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาอย่างรุนแรง
เนื่องจากความต้องการดอลลาร์สหรัฐ ในการนำเข้าสินค้าที่จำเป็น เช่น น้ำมัน
และต้องเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ควบคุมโดยสหรัฐอยู่ตลอดเวลา
นอกจากนี้ระบบการเงินโลกที่มีดอลลาร์สหรัฐเป็นศูนย์กลาง
ได้สร้างความเหลื่อมล้ำและผลักดันความเสี่ยงไปยังประเทศอื่นๆ
โดยเฉพาะผลกระทบที่มีต่อประเทศกำลังพัฒนา เช่น
- ปัญหาเงินเฟ้อ จากความสามารถในการพิมพ์เงิน และกำหนดนโยบายการเงินได้ตามความต้องการของตนเอง
- วงจรหนี้สินที่ไม่สิ้นสุด จากการกู้ยืมเงินผ่านสถาบันการเงินระดับโลก
- ผลประโยชน์ที่ตกอยู่แค่กับประเทศร่ำรวย ระบบนี้เอื้อประโยชน์ต่อประเทศร่ำรวย
ที่สามารถส่งออกสินค้าและบริการไปยังประเทศกำลังพัฒนา
ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องส่งออกทรัพยากรธรรมชาติ หรือ วัตถุดิบในการผลิต
เพื่อหาเงินมาชำระหนี้และนำเข้าสินค้าที่จำเป็น
.
😣 ภาระแห่งการเป็นผู้นำ
การเป็นผู้ออกสกุลเงินสำรองของโลกนั้น มาพร้อมกับต้นทุนและความเสี่ยงสูง
ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน การขาดดุลการค้า และหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงสู่เข้าสู่การมีหลายขั้วอำนาจ
ที่แต่ละประเทศต่างแสวงหา อำนาจ และ ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ
โดยมองข้ามผลกระทบเชิงลบที่เกิดขึ้นกับประชาชนของตนเองและเสถียรภาพของระบบการเงินโลกในระยะยาว
.
🔴สรุปส่วนที่ 3 หนังสือได้แสดงให้เห็นถึง ความล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า ของระบบการเงินโลก
ที่เกิดจากสงคราม การเมือง และ การแสวงหาผลประโยชน์ของประเทศมหาอำนาจ
ระบบ Petrodollar ในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย
ทั้งจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะของสหรัฐ ความไม่สมดุลทางการค้า
และการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์จากประเทศมหาอำนาจอื่นๆ เช่น จีน
-----------------------------------------
💸 ส่วนที่ 4 - ความไม่เป็นระเบียบของระบบเงิน Fiat
หนังสือได้พาเราเจาะลึกเข้าไปในกลไกของระบบการเงินสมัยใหม่
โดยเน้นไปที่เงินเฟ้อ (Inflation) ที่เกิดจากการใช้เงิน Fiat
.
♻️ ระบบการเงินสมัยใหม่ - วงจรหนี้สินที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ระบบการเงินในปัจจุบันนั้น ถูกสร้างขึ้นจากวงจรหนี้สินที่แสนซับซ้อน
สินทรัพย์ทางการเงินส่วนใหญ่ เป็นเพียง "พันธสัญญา" ว่าจะชำระเงินคืนใน อนาคต (IOUs)
ระบบนี้มีความเปราะบาง เนื่องจากต้องอาศัยการเติบโตของหนี้สินอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ระบบล่มสลาย
.
💵 วิธีการสร้างเงิน Fiat และ การทำลาย
เงิน Fiat ถูกสร้างขึ้นเมื่อมีการก่อหนี้ใหม่ และ ถูกทำลายเมื่อหนี้นั้นถูกชำระคืน หรือ มีการผิดนัดชำระ
ธนาคารพาณิชย์ มีบทบาทสำคัญ ในการสร้างเงิน Fiat ผ่านการปล่อยกู้
บนรากฐานของเงินทุนสำรองที่ธนาคารกลางเป็นผู้ควบคุม
.
🏷 การกำหนดราคา กลไกการจัดระเบียบที่ทรงพลัง
การกำหนดราคาเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยจัดสรรทรัพยากรในระบบเศรษฐกิจ
การพิมพ์เงินโดยรัฐบาลและธนาคารกลาง สามารถบิดเบือนกลไกการ กำหนดราคา
และ นำไปสู่การจัดสรรทรัพยากรที่ไม่มีประสิทธิภาพ
เนื้อหาในบทนี้ยังกล่าวถึง ความเชื่อที่ผิดพลาดของนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก
ที่มองว่า "เงินเฟ้อ" เป็นสิ่งจำเป็นต่อเศรษฐกิจ
.
🏠 การเงินในทุกสิ่ง
การที่มูลค่าของเงิน Fiat นั้นลดลงได้เองตลอดเวลา
ทำให้นักลงทุน หันมาลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น อสังหาริมทรัพย์ หุ้น และ ของสะสม เพื่อรักษามูลค่าของเงินเอาไว้
ส่งผลให้สินทรัพย์เหล่านี้มีราคาแพงขึ้น และ เกิดภาวะฟองสบู่อยู่บ่อยครั้ง
.
💧 ผู้ได้รับประโยชน์จาก Cantillon Effect
Cantillon Effect อธิบายถึง ผลกระทบที่ไม่เท่าเทียมกันที่เกิดขึ้นจากการพิมพ์เงิน
โดย "ผู้ที่อยู่ใกล้" แหล่งกำเนิดของเงินใหม่ เช่น ธนาคาร และ บริษัทขนาดใหญ่
จะได้รับประโยชน์มากกว่า "ผู้ที่อยู่ห่างไกล" เช่น ผู้บริโภค และ ผู้ประกอบการรายย่อย
.
💳 วัฏจักรหนี้ระยะยาว
การสะสมหนี้สินในระบบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องนั้น นำไปสู่วิกฤตทางการเงินเป็นระยะๆ
และรัฐบาลมักแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการพิมพ์เงินเพื่อชดเชยหนี้สิน
ส่งผลให้เกิดเงินเฟ้อ และเป็นการลดค่าเงินลงในระยะยาว
.
🔴สรุปส่วนที่ 4 ความล้มเหลวของระบบการเงินในปัจจุบัน ที่เกิดจากการใช้เงินตราที่ออกโดยรัฐบาล
และ ธนาคารกลางนั้น สามารถบิดเบือน กลไกการกำหนดราคา สร้างความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจ
และ ลดทอนมูลค่าของเงินออมในอนาคต
-----------------------------------------
💸 ส่วนที่ 5 - เงินที่เกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต
หนังสือได้พาเราเดินทางเข้าสู่โลกของ "เงินดิจิทัล" โดยเฉพาะ Bitcoin
ซึ่งเกิดขึ้นบนอินเทอร์เน็ต ผู้เขียนนำเสนอ Bitcoin ในฐานะทางเลือกใหม่ที่
ท้าทายระบบการเงินแบบเดิม และอธิบายถึงศักยภาพและความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนี้
.
🟠 เงินที่ไร้รัฐ
Bitcoinเป็นนวัตกรรมที่ปฏิวัติวงการการเงิน โดยเป็นสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized)
ที่ไม่มีรัฐบาล หรือ หน่วยงานกลางใดควบคุม
ผู้เขียนได้ย้อนความพยายามในอดีต ของการสร้างเงินดิจิทัล เช่น DigiCash และ e-gold
ที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง แต่ก็ล้มเหลวไปในสุดท้าย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการรวมศูนย์ (Centralization)
.
👦 เส้นทางการเติบโตของ Bitcoin
Bitcoin เริ่มต้นจากกลุ่มนักพัฒนา และ ผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี
ก่อนที่จะเป็นที่รู้จักในวงกว้าง และมีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมาก
หนังสือได้อธิบายถึง ปัจจัยที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ Bitcoin
เช่น การนำไปใช้ในตลาดมืด (Dark Web) การยอมรับจากสถาบันการเงิน
และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ
.
💫 สกุลเงินดิจิทัล และ ข้อดี-ข้อเสีย
ผู้เขียนได้ทำการวิเคราะห์ ข้อดี และ ข้อเสีย ของ Bitcoin เทียบกับ สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ
โดยเน้นถึงความสำคัญของการกระจายศูนย์ (Decentralization)
ความปลอดภัย (Security) และ ความไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ (Immutability)
นอกจากนี้ยังอธิบายถึง ระบบ Proof-of-Work ที่ใช้พลังงานในการตรวจสอบธุรกรรม
และรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย Bitcoin
ซึ่งแตกต่างจาก ระบบ Proof-of-Stake ที่ใช้การถือครองเหรียญเป็นหลักประกัน
.
⚡️ Lightning Network
เครือข่าย Lightning Network เป็นเทคโนโลยีเลเยอร์ 2 ที่สร้างขึ้นบน เครือข่ายของ Bitcoin
เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม ลดค่าธรรมเนียม และ เพิ่มความเป็นส่วนตัว
หนังสืออธิบายถึงกลไกการทำงานของ Lightning และ ศักยภาพในการปรับปรุงการใช้งาน Bitcoin ในชีวิตประจำวัน
.
🔋การใช้พลังงานของ Bitcoin
ส่วนนี้ได้อธิบายถึงการใช้พลังงานของเครือข่าย Bitcoin
และหักล้างข้อกล่าวหาที่ว่า Bitcoin นั้นสิ้นเปลืองพลังงาน
โดยชี้ให้เห็นว่านักขุด Bitcoin มักใช้แหล่งพลังงานราคาถูกที่เหลือใช้ หรือ ไม่สามารถเข้าถึงได้
เช่น ก๊าซธรรมชาติที่ถูกเผาทิ้ง พลังงานน้ำส่วนเกิน และ พลังงานจากหลุมฝังกลบ
.
⚠️การวิเคราะห์ความเสี่ยงของสกุลเงินดิจิทัล
ผู้เขียนได้วิเคราะห์ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับ Bitcoin และ สกุลเงินดิจิทัล อื่นๆ เช่น
ความเสี่ยงจากการลดค่าเงิน (Market Dilution)
ข้อผิดพลาดของซอฟต์แวร์ (Software Bugs)
การห้ามใช้โดยรัฐบาล (Government Bans)
และภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Computational Threats)
.
🔴สรุปส่วนที่ 5 ผู้เขียนได้นำเสนอ Bitcoin ในฐานะทางเลือกใหม่
สำหรับระบบการเงินแบบเดิมโดยเน้นย้ำถึงศักยภาพในการเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย
และความเป็นส่วนตัวของธุรกรรมทางการเงิน
อย่างไรก็ตามผู้เขียนได้เตือนให้ผู้อ่าน ตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีนี้เช่นกัน
-----------------------------------------
💸 ส่วนที่ 6 - เทคโนโลยีทางการเงินและสิทธิมนุษยชน
ส่วนนี้หนังสือได้เจาะลึกถึงประเด็น ความเป็นส่วนตัวและเสรีภาพทางการเงินในยุคดิจิทัล
โดยผู้เขียนชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคาม จากการสอดแนมที่เพิ่มขึ้น
และการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาลและองค์กรขนาดใหญ่
และนำเสนอแนวทางในการต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิเหล่านี้
ผ่านการใช้เทคโนโลยี การเข้ารหัส (Encryption) และ เงินดิจิทัลแบบกระจายศูนย์ (Decentralized Digital Currencies)
*เนื้อหาส่วนนี้กล่าวไปถึงรายละเอียดเรื่องราวที่อัลกอของแอปฟ้าไม่ถูกใจ
.
👁️🗨️ การเสื่อมถอยของความเป็นส่วนตัว
ผู้เขียนอธิบายถึงวิวัฒนาการ การละเมิดความเป็นส่วนตัว
ตั้งแต่ยุคก่อนอินเทอร์เน็ตที่การสอดแนมต้องใช้ความพยายามและมีค่าใช้จ่ายสูง
จนถึงยุคดิจิทัลที่ข้อมูลส่วนตัวถูกรวบรวม วิเคราะห์อัตโนมัติโดยรัฐบาลและองค์กรต่างๆ
.
🛡️ การป้องกันแบบอสมมาตร
ผู้เขียนนำเสนอการเข้ารหัส (Encryption) ในฐานะเครื่องมือสำคัญในการต่อสู้เพื่อความเป็นส่วนตัวในยุคดิจิทัล
การเข้ารหัสทำให้ข้อมูลเป็นความลับและไม่สามารถเข้าถึงได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
แม้แต่รัฐบาลหรือองค์กรที่มีอำนาจมากก็ไม่สามารถถอดรหัสข้อมูลที่เข้ารหัสได้
.
🌐 โลกที่เปิดกว้าง หรือ โลกที่ถูกควบคุม
ผู้เขียนได้ตั้งคำถามที่สำคัญเกี่ยวกับอนาคตของระบบการเงินและสังคม
ว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปสู่โลกที่เปิดกว้าง ที่บุคคลแต่ละบุคคลมีอำนาจควบคุมข้อมูลและการเงินของตนเอง
หรือโลกที่ถูกควบคุม โดยรัฐบาลและองค์กรต่างๆ
ที่มีอำนาจสอดแนม ควบคุมประชาชนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
Bitcoin และ เทคโนโลยี blockchain อื่นๆ
นำเสนอโอกาสในการสร้างระบบที่มีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และปราศจากการควบคุมจากส่วนกลาง
แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลหลายประเทศกำลังพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง หรือ CBDC
ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มการควบคุมและลดเสรีภาพของประชาชน
.
🔴 สรุปส่วนที่ 6 ส่วนสุดท้าย
ผู้เขียนได้กระตุ้นให้ผู้อ่านตื่นตัวต่อภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น
ที่มีผลต่อความเป็นส่วนตัว และ เสรีภาพทางการเงิน
โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกป้องสิทธิเหล่านี้ผ่านการใช้งานเทคโนโลยี
ที่กระจายศูนย์ (Decentralization) โปร่งใส (Transparency) มีการเข้ารหัส (Encryption)
เพื่อสร้างระบบการเงินและสังคม ที่มีเสรีภาพมากขึ้น
-----------------------------------------
#siamstrupdate #บิตคอยน์ #Bitcoin #การเงิน #หนังสือน่าอ่าน #สรุปหนังสือ #Brokenmoney #เศรษฐกิจ #siamstr

🌳 ไม่เคยมี "ความเท่าเทียม" ในธรรมชาติ
.
🌛 หลายคนใฝ่ฝันถึงสังคมที่ทุกคนเท่าเทียมกัน มีโอกาสเท่าเทียมกัน
ทุกคนมีความสุขและพึ่งพาตัวเองได้
แต่ความจริงแล้ว ความเท่าเทียมไม่มีอยู่ในธรรมชาติเลย
.
🌴ธรรมชาติไม่เคยมอบความเท่าเทียมให้ใคร
ต้นไม้บางต้นสูงใหญ่ บางต้นเตี้ย
บางต้นให้ดอกสวย บางต้นให้ผลเยอะ บางต้นให้ร่มเงา
ธรรมชาติให้เรามีความแตกต่าง เพื่อความสมดุล
.
✨ความเท่าเทียมเป็นเพียงความปรารถนาดีของมนุษย์
ที่พยายามจะสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เกิดขึ้น
.
🏭 ลองนึกภาพโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
ที่ผลิตอาหารรสชาติเดียวกันออกมาเป็นล้านๆ หน่วย
คุณจะยอมกินอาหารรสชาติเดียวกันทุกวันไปตลอดชีวิตไหม? ก็คงไม่!
.
🌏 ธรรมชาติสร้างความหลากหลาย สร้างความแตกต่าง
ให้แต่ละคนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีจุดแข็งและจุดอ่อนที่แตกต่างกัน
สิ่งนี้คือเสน่ห์ของชีวิต เป็นเหมือนเครื่องปรุงรสที่ทำให้ชีวิตมีความหมาย
.
🥫 ความเท่าเทียม เป็นเหมือนสารเคมีที่ปรุงแต่งอาหาร
ทำให้ทุกอย่างดูเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้วมันกำลังพรากรสชาติ ความเป็นตัวตนของเราไป เหมือนอาหารรสชาติเดียวกันที่กินนานๆ ไปก็เบื่อ
สังคมก็จะขาดความสร้างสรรค์ ขาดแรงบันดาลใจ และขาดความก้าวหน้า
.
🏛 ความพยายามสร้างความเท่าเทียม มักจะนำไปสู่การใช้อำนาจแทรกแซงของรัฐ และมักจะทำให้เกิดความไม่เท่าเทียม และความอยุติธรรม มากกว่านำมาซึ่งความเท่าเทียม
รัฐบาลมักจะใช้กลไกต่างๆ เพื่อสร้างความเท่าเทียมแบบฝืนธรรมชาติ
เช่น การเก็บภาษี สวัสดิการ และการควบคุมเศรษฐกิจ
.
💸 มันคือการ "ขโมย" ทรัพยากร และโอกาส จากคนหนึ่ง เพื่อไปให้กับอีกคนหนึ่ง เหมือนกับการยึดเอาอาหารที่คนหนึ่งทำ(ภาษี) เพื่อไปแจกจ่ายให้กับคนอีกคนหนึ่ง(สวัสดิการ)
ผลลัพธ์ที่ได้คือการทำลาย ความคิดสร้างสรรค์ การลงทุน และการพัฒนาของสังคม
.
🤾 สิ่งที่รัฐทำได้และควรทำ คือ กระจายทรัพยากร การแข่งขัน และการสร้างนวัตกรรม ไม่สร้างกฎเกณฑ์ที่เป็นกำแพงการแข่งขัน
ปล่อยให้ทุกคนลงได้มีสิทธิลงเล่นสนาม ด้วยกฎกติกาเดียวกัน
พวกเขาจะเห็นว่าตัวเองก็สามารถเป็นผู้ชนะได้
.
⛹️ เมื่อเราให้โอกาสคนที่มีความสามารถต่างกัน ก็จะเกิดการพัฒนา เกิดการสร้างสรรค์ เกิดความก้าวหน้า
แข่งขันได้มากบ้าง น้อยบ้าง ตามความสามารถของแต่ละคน
มันยังดีกว่าถูกกั้นให้นั่งอยู่ในคอก รับบทผู้ชม
ทำหน้าที่นั่งดู ส่งเสียง หยิบป๊อปคอร์นใส่ปาก แล้วตายไป
.
#siamstrupdate #บิตคอยน์ #ปรัชญา #การเงิน #เศรษฐกิจ #การเมือง #siamstr

🔭 ส่องข้อมูล Bitcoin (28 พฤษภาคม 2024 : 845455)
.
📊 ปัจจุบันมี Bitcoin อยู่บน Exchange ราว 2.55m BTC
- ข้อมูลย้อนหลัง 24 ชั่วโมง จาก Coinglass พบว่า
มี Outflow ของ Bitcoin บนกระดานซื้อขายอยู่ที่ -25,182.09 BTC
- ในขณะที่ข้อมูลย้อนหลัง 30 วัน
มี Outflow ของ Bitcoin บนกระดานซื้อขายอยู่ที่ -22,121.01 BTC
.
📦 มี Bitcoin Addresses ที่ยังคงเคลื่อนไหวทำธุรกรรมอยู่บน Onchain ราว 677,000 Addresses
💸 ในขณะที่มี Addresses ที่มี Bitcoin มูลค่ามากกว่า $10 อยู่ที่ 35,726,505 Addresses
.
💛 ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่อ Block reward อยู่ที่ 6.01%
🧡 มูลค่าคาดหวังของ Miner (Hashprice) อยู่ที่ $54.05 PH/Day
📈 Net Bitcoin ETF Flows* = 236.5K BTC (24 พฤษภาคม 2024)
*นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติ 
.
#siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #siamstr
"If you know, you know"
Drink milk ❌
Drink starch juice. ✅
.
#siamstrupdate #เงิน #อาหาร #เศรษฐกิจ #siamstr #bitcoin #food

If you know, you know.
.
#siamstrupdate #เงิน #อาหาร #เศรษฐกิจ #siamstr #bitcoin #food

🟡 ราคาทองคำกับเศรษฐกิจ
.
⏳ เมื่อดูราคาทองคำย้อนหลังไป 50 ปี จะพบข้อมูลที่น่าสนใจ
หากราคาทองคำมีการปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงจากราคาทองคำในปีก่อนหน้า ในช่วงเวลานั้นกำลังมีเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจบางอย่างเกิดขึ้น
.
🔸 เริ่มกันที่ปี พ.ศ. 2514-2517 (1971-1974)
ราคาทองคำบาทในปี 2514 อยู่ที่บาทละ 451 บาท
ปี 2515 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 27.71% ไปอยู่ที่ราคา 576 บาท
และในปี 2517 ราคาทองคำอยู่ที่ 1,497 บาท
❗️ ในช่วงเวลานี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 231.27%
เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้คือ
ระบบเศรษฐกิจโลกออกจากระบบมาตรฐานทองคำ (Gold Standard)
.
🔹 ปี พ.ศ. 2520-2523 (1977-1980)
ราคาทองคำบาทปี 2520 อยู่ที่บาทละ 1,519 บาท
ปี 2521 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 30.48% ไปอยู่ที่ราคา 1,982 บาท
และในปี 2523 ราคาทองคำอยู่ที่ 5,660 บาท
❗️ในช่วงเวลานี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 272.64%
เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้คือ
- เกิดการเร่งตัวของเงินเฟ้อจากดอกเบี้ยนโยบายติดลบ
- เกิดวิกฤตน้ำมัน หรือ Oil Shock
- เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศละตินอเมริกา
.
🔸 ปี พ.ศ. 2545-2554 (2002-2011)
ราคาทองคำบาทปี 2544 อยู่ที่บาทละ 5,766 บาท
ปี 2545 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 10.21% ไปอยู่ที่ราคา 6,355 บาท
และในปี 2554 ราคาทองคำอยู่ที่ 27,100 บาท
❗️ในช่วงเวลานี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 369.96%
เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจในช่วงเวลานี้คือ
- วิกฤตหนี้สาธารณะในยุโรป (2545-2558)
- วิกฤติซับไพรม์ในสหรัฐ (2551-2554)
- เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศละตินอเมริกา
.
🔹 ปี พ.ศ. 2562-ปัจจุบัน (2019-2024)
ราคาทองคำบาทปี 2562 อยู่ที่บาทละ 22,400 บาท
ปี 2563 ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 35.71% ไปอยู่ที่ราคา 30,400 บาท
และในปัจจุบัน ราคาทองคำอยู่ที่ 40,550 บาท
❗️ในช่วงเวลานี้ ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น 80.80%
เหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้คือ
- วิกฤต Covid-19 (2562-2566)
- การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางทั่วโลก (2565-ปัจจุบัน)
.
🔺 แม้ราคาทองคำจะไม่ได้ปรับตัวแบบก้าวกระโดดแบบเดิม
เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นหลายครั้งก่อนหน้า
(และต่อจากนี้ อาจจะไม่รถไฟเหาะเหมือนเดิมแล้ว)
แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า การพุ่งขึ้นของราคาทองคำแบบก้าวกระโดดนั้น
มีสัญญาณเตือนทางเศรษฐกิจบางอย่างที่เราต้องเฝ้าระวังและจับตามอง
.
🕊นกที่ตื่นเร็วย่อมจะมีเวลาบินออกไปสำรวจป่าได้ไกลกว่านกที่ตื่นช้า
.
#siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #เงิน #ทองคำ #เศรษฐกิจ #siamstr

🥊 ทุ่งม่วง ปะทะ Web3
.
🟪 ทุ่งม่วงนกกระจอกเทศ หรือ นอส-เต้อ
เป็น Decentralized Social Network ที่เรียกว่ามีความกระจายศูนย์แบบแท้จริง ไม่มีตัวกลางควบคุม ไม่มีใครเป็นเจ้าของ Server
ไม่มีใครสามารถปิดกั้นข้อความของคุณได้
.
📱ทันทีที่คุณกดโพสต์ ข้อความของคุณจะกระจายไปยัง Relay ต่างๆที่คุณเชื่อมต่อและถ่ายทอดสู่ผู้ใช้งาน Nostr คนอื่นๆ ไม่ว่าเขาจะใช้งานบนแพลตฟอร์มไหนก็ตาม (Damus, Amethyst, Nostrudel, Primal)
.
❎ สมมติว่ามีคนต้องการลบข้อความของคุณ
เขาจะลบทิ้งไปเลยโดยไม่ถาม แล้วค่อยส่งข้อความถึงคุณว่า
"คุณทำผิดกฎชุมชน" แบบนั้นไม่ได้
.
🔗 เขาต้องไปขอให้ Relay A, B, C, D ทุกๆ Relay ที่คุณเชื่อมต่อและเก็บข้อความนั้นไว้ ให้ลบข้อความทิ้ง และยังต้องขึ้นอยู่กับ Relays อีกว่า จะยอมลบหรือไม่ ถ้าไม่ลบข้อความนั้นก็ยังคงอยู่ ต่อให้จะมีบาง Relay ยอมลบก็ตาม นี่คือกลิ่นของความเสรีที่แท้จริง
.
❗️มีข้อดี ก็มีข้อเสีย การคัดกรองข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการที่ไม่สามารถลบ หรือ แก้ไขได้ ทำให้ข้อมูลที่คุณได้เห็น อาจจะมีความผิดพลาดบางส่วนหรือทั้งหมด
ดังนั้นด้วยวิธีการทำงานของทุ่งม่วงในแบบนี้ มันจะคอยย้ำเตือนคุณเสมอว่า "อย่าพึ่งเชื่อ จนกว่าจะได้พิสูจน์ความถูกต้องเสียก่อน"
.
💻 ฝั่งของ Web3 หากมองในมุมของการเซ็นเซอร์ ปิดกั้น
เมื่อเนื้อหารันบน Blockchain การแก้ไข เซ็นเซอร์ ปิดกั้น ก็เป็นเรื่องยากเช่นกัน
.
🪙 แต่มีอีกส่วนที่สำคัญคือ การให้ Tips หรือ Donate ให้เจ้าของบทความแบบตรงๆได้โดยไม่ผ่านตัวกลาง
.
🧡 บนทุ่งม่วงเราให้ Tips ผ่านการ Zap ด้วยเงินสร้างยากอย่าง Bitcoin
มันไม่มีใครได้ประโยชน์ตรงๆจากการใช้งานสกุลเงินนี้
เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของเงินที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียว ทุกคนได้ประโยชน์ร่วมกัน จากการขยายขอบเขตการใช้งานในชีวิตจริงให้เป็นรูปธรรม
.
🖥 แตกต่างจากบรรดา Web3 ส่วนมาก ที่อ้างตัวว่าเป็น Decentralized Social Network
เมื่อคุณต้องการให้ Tips หรือ Donate บทความที่คุณชื่นชอบ
บน Web3 แพลตฟอร์ม คุณจะต้องทำการซื้อ Token ของ Platform นั้นๆ มาใช้งาน
.
❤️ เหล่าผู้สร้าง Web3 ก็จะพยายามผลักดันให้ผู้คนมาใช้งานพื้นที่ของตัวเองมากขึ้น เพื่อเพิ่มความต้องการการใช้งานเหรียญ เพื่อให้เหรียญมีมูลค่าสูงขึ้น ดึงดูดให้ผู้คนอยากใช้งานแพลตฟอร์มของตัวเอง วนลูปไปเรื่อยๆ
.
🚨สุดท้ายแล้วสิ่งนี้จะทำลายคุณสมบัติ
การเชื่อมโยงกันได้ทุกหนแห่ง และ ความกระจายศูนย์ลง
.
💨เมื่อมองไปถึงการสร้าง token เพื่อเอามาใช้งาน
ก็จะพบว่า Token เหล่านั้นมักเสกขึ้นมาก่อนจากอากาศ
มีการ Pre-sale แจกจ่ายให้นักลงทุน ผู้พัฒนาไปก่อนหน้าแล้ว
และเมื่อราคาขึ้น คนเหล่านั้นก็เทขายทิ้ง เพื่อทำกำไร จนราคาไหลรินไปเรื่อยๆ
.
📉 และแล้ววันนึงเหรียญที่เคยมีมูลค่าเหล่านั้นก็จะมีค่าลดลง
จนมันไม่สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า
เหล่า Content Creator ก็ต้องบอกลาแพลตฟอร์ม หันกลับไปสู่ แพลตฟอร์ม Web2 แบบเดิม เพราะมั่นคงมากกว่า
.
🔄 หาก Web3 Social Network จำนวนมากถูกสร้างขึ้นมาในมิตินี้
เราก็คงได้กลับไปวนลูป Scam project ไปเจอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
แบบเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นกับวงการ X to earn เหมือนที่ผ่านมา
.
#siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #web3 #เทคโนโลยี #siamstr

💸 เงินที่เสื่อมค่าได้ พรากอะไร จากเราไปบ้าง?
.
😞 คำถามที่ว่าที่เราทำทุกวันนี้ยังไม่พออีกหรอ ทำไมยิ่งทำงานยิ่งเหนื่อย
ยิ่งทำยิ่งเหมือนไม่ได้อะไรกลับมา ความฝันในวัยเด็กที่เคยวาดไว้
ดูจะห่างไกลออกไปทุกที และ เริ่มจางหายไปพร้อมๆกับกาลเวลา
.
❓หากคุณให้เวลาตัวเอง ปล่อยให้ตัวเองได้ตั้งคำถามไปเรื่อยๆ
คุณจะพบว่า ทั้งหมดมันนำพาคุณไปสู่ต้นเหตุเดียวกัน นั้นคือ "เงิน"
.
📈 เราอยู่ในโลกที่นักเศรษฐศาสตร์ต่างเชิดชูว่า
"เงินเฟ้ออ่อนๆ" หรือเงินที่เสื่อมค่าได้ มีค่าลดลงตลอดเวลานั้น "เป็นเรื่องที่ดี" การที่ราคาสินค้าและบริการต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น เมื่อเวลาผ่านไป มันเป็นเรื่องที่ดี ที่ถูกต้องแล้ว
.
📉 แต่ "เรื่องที่ดี" ที่นักเศรษฐศาสตร์มอง มันคือการที่เรามีกำลังซื้อลดลง
เงินของเราเสื่อมค่าลงไปทุกวัน และพรากสิ่งสำคัญหลายๆอย่าง ไปจากชีวิตของเรา
.
💸 เราถูกพรากความมั่นคงทางการเงิน
เงินที่เก็บออมไว้วันนี้เสื่อมค่าลงไปแล้ว เงินที่เคยมี กลับไม่เพียงพอต่อการใช้ชีวิตในอนาคต เงินเก็บยามเกษียณ มูลค่าหายไปเกือบครึ่ง ซื้อของกินใช้ได้ไม่เท่าเดิม หลายคนต้องตกอยู่ในสภาวะยากจนทั้งที่เคยมีรายได้ดี
.
🍕 เราถูกพรากคุณภาพชีวิตที่ดี
เมื่อราคาสินค้าขึ้นสูง แต่รายได้ไม่เพิ่มตาม หรือ เพิ่มตามไม่ทัน
เราจึงต้องตัดทอนค่าใช้จ่ายลง เช่น เลือกซื้อสินค้าที่ใกล้จะหมดอายุ แทนสินค้าที่ผลิตสดใหม่ เพราะมีราคาถูกกว่า เลือกซื้ออาหารที่ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง แต่สารอาหารต่ำ เพราะราคาถูก
.
📊 พรากโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน
ในอดีตจุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากเงินออม เราทำงานมีรายได้ เก็บออมส่วนที่เหลือจากการกินใช้ เราสามารถเริ่มต้นธุรกิจจากเงินก้อนนี้ได้
ใครที่ขยัน ประหยัด อดออม จะเริ่มต้นได้ไวกว่า คนที่ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย
แต่ในปัจจุบัน ผลจากการเสื่อมค่าของเงิน
เงินที่เราออมไว้ ยิ่งนานยิ่งน้อยลง ผู้คนไม่สามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยตัวเองได้ โอกาสและการแข่งขันทางการค้า ค่อยๆถูกปิดให้เล็กลง
.
🌑 นี่เป็นเพียงบางส่วนที่เงินเฟ้อพรากไปจากเรา
การเสื่อมค่าได้ของเงิน คือสิ่งที่ขโมยความมั่นคง ความสุข และโอกาสต่างๆ ในชีวิตของเราไปอย่างน่าเสียดาย ตราบใดที่เรายังคิดวนเวียนอยู่กับเงินในระบบการเงินปัจจุบัน
หากเราไม่ใช่คนที่อยู่รอดได้ในตอนนี้ เราจะไม่มีทางรอดเลย
.
☀️ แล้วอะไร ที่จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่าคุณจะปลอดภัย?
ไม่ต้องกังวลว่า เวลาชีวิตที่เหลือต่อจากนี้จะถูกใครขโมยไปอีก
นี่คือคำถามที่ถึงเวลาต้องหาคำตอบ เพราะมันคืออนาคตและความมั่งคั่งของตัวคุณเอง
.
#siamstrupdate #บิตคอยน์ #bitcoin #การเงิน #เศรษฐกิจ #siamstr
