#เขียนขีดอิสระ วันที่ 51
#siamstr
อยู่ตรงนั้น เพื่อใครสักคน
อย่างน้อยก็ตัวเราเอง
เริ่มจากเป็นที่พึ่งให้ตัวเอง
ในวันที่ทุกข์ระทมที่สุด ได้เข้าใจตัวเราบ้างหรือไม่
หรือมัวแต่ปล่อยให้คนที่เรารักที่สุดนี้
จมอยู่กับความทรมานอย่างไม่ลืมหูลืมตา
เค้าเป็นอะไร รู้สึกอย่างไร อยากจะจัดการความรู้สึกอย่างไร
ดึงสติกลับมา แล้วถามตัวเองอย่างเพื่อนที่ดีคนนึง
อยู่ตรงนั้น เพื่อคนที่เรารัก
เป็นอะไรรึเปล่า อยากเล่าให้ฟังมั้ย รู้สึกอย่างไร
บางครั้งอาจไม่มีเสียงตอบ หรือก็ไม่ได้เข้าใจอะไรเลย
แต่อย่างน้อย อยู่ตรงนี้นะ อยู่ด้วยกัน
แม้กระทั่ง
อยู่ตรงนั้น เพื่อความฝัน
บางทีก็ไม่รู้หรอกว่า จะอยู่ตรงไหนกันแน่
เพราะฝันนั้นเปลี่ยนเสมอ
และฝันที่เป็นฝัน มันมักจะมั่วซั่ว สะเปะสะปะ
ต่างจากฝันที่ตั้งใจเลือกออกมาสักอัน
แต่เพราะฝันกับจริงนั้นต่างกัน
ความจริงนั้นใช้เวลา
ความจริงจึงต้องอยู่แค่ที่เดียว อย่างน้อยก็ชั่วเวลาหนึ่ง
เพื่อให้ฝันเป็นจริง เพื่อให้ฝันของเรารู้ว่า อยู่ตรงนี้นะ
จะไปไหนมาไหนก็ได้ แต่ต้องกลับมาตรงนี้นะ
ถึงจะเจอกับความจริง
แม้กระทั่ง
อยู่ตรงนั้น เพื่อตัวเราและทุกคน
เพราะโลกต้องการที่พึ่ง ไม่เรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง
เลือกที่ยืนของเราบนโลก ที่ที่อยู่ได้ตลอดชีวิต หรือก็ส่วนใหญ่
ถ้าอยู่ได้นานพอ สม่ำเสมอ ผู้คนก็จะมาหา ทั้งแนะนำและขอคำแนะนำ
อยู่อย่างมีความสุข อยู่อย่างเป็นอิสระ
แต่ต้องกลับมาอยู่ตรงนั้น
ที่ที่ทุกคนมั่นใจว่า จะเจอกับเราอย่างแน่นอน
เพราะมีแค่เราเท่านั้น ที่อยู่ตรงนี้ได้
รู้มั้ยครับว่าทำไมทุกวันนี้ ผมยังรู้สึกว่า We are so early.
เพราะทุกวันที่ผมมาทำงาน คนในที่ทำงาน “เคย” ทราบว่า ผมเชื่อในบิตคอยน์
เมื่อมีข่าวเรื่องราคาทีไร ก็จะมีคนเข้ามาถามว่า เป็นไงบ้าง รวยแล้วดิ
และเตือนผมถึงความอันตรายของมัน
และถูกมองว่า บ้าพนัน เก็งกำไรเสี่ยงไปวันๆ
ถูกมองว่า ผมแค่คน “โชคดี”
ทุกคนที่มาทัก ยังแยกไม่ออก shit coin
กับ บิตคอยน์
เคยพยายามอธิบายที่มา ว่า “ทำไมผมถึงชอบบิตคอยน์” ในเรื่อง monetary system, fiat, fractional reserve, etc.
…ไม่มีใครฟัง
ทุกวันนี้พยายามไม่พูดถึงมันในที่ทำงาน เพราะรู้สึกว่าต้องทำงานในหน้าที่ และไม่อยากเสียภาพลักษณ์ หรือเครดิต จากคนส่วนใหญ่ในองค์กร ที่ยังไม่เข้าใจ และต้องทำงานด้วยกัน เพื่อแลกfiatมาเก็บบิตคอยน์
แต่ก็ไม่เว้นทุกครั้งที่มีข่าวเรื่องราคา จะมีคนมาแซวได้ตลอด ยิ่งต้องทำงานกับผู้ใหญ่ มันรู้สึกแปลกๆ ค่อนแย่ ”ในช่วงเวลา ณ จุดนั้น” พอสมควร
ได้แต่รอเวลา
Stay humble
Proof of work
Keep stacking
Stay focused
ยังดีที่มีทุ่งม่วงแห่งนี้ ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันครับ🔥🧡🙏
(จริงๆต้องดีใจดิ We are so early. 😻)
#siamstr https://video.nostr.build/c255338ed8083998f075a846b8ee0e5406062d33fe03eb564b436b07d829e203.mp4
actually, it is now than before
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 50
#siamstr
วันนี้ทำให้เมื่อวานผิดหวัง
กี่ครั้งที่วางแผนจะทำอะไรแล้วไม่ได้ตามที่ตั้งใจ
ความรู้สึกผิดต่อตนเอง
ควรให้อภัยหรือเฆี่ยนตี หรือคุยอย่างผู้มีอารยะ
อาจเป็นสาเหตุให้ไม่อยากจัดการเวลา
เพราะกลัวความล้มเหลว ไม่มั่นใจในความสามารถของตัวเอง
ความมั่นใจในตัวเองลดลง
การเลือกกระทำบ่งบอกว่า
เคารพตัวเองมากแค่ไหน
แต่เมื่อวาน ไม่มีทางรู้เลยว่า วันนี้รู้สึกอย่างไร
ไม่ควรให้เมื่อวานเป็นผู้ตัดสินฝ่ายเดียว
สถานการณ์ของวันนี้นั้นอาจต่างจากที่คาด
กระนั้นก็รู้แก่ใจว่า เงื่อนไขบีบบังคับหรือเป็นเพียงความอยากไม่อยาก
แม้เป็นแค่ความไม่อยาก จะยังต้องรู้สึกผิดอยู่หรือไม่
ผลกระทบยิ่งใหญ่เพียงใด
อย่างไรก็ผิดต่อคำสัญญา
ผิดบ่อยก็รู้สึกล้มเหลวอยู่ภายใน
ไร้ซึ่งแก่นแกน
สิ่งนี้กระทบต่อความเป็นสุข
ความไม่พึงพอใจต่อตัวเอง
ทั้งๆ ที่เลือกไม่ลงมือทำ เพราะไม่อยาก ซึ่งน่าจะทำให้พึงพอใจ
แต่ก็ทำให้ไม่พึงพอใจที่ผิดต่อตัวเองในเวลาเดียวกัน
น่าตลก
ตามใจก็กลับทุกข์ ไม่ตามใจก็ไม่พอใจ
หรือการเลือกของเรานั้นตื้นเขินเกินไป
หากรู้อยู่แล้วว่า ไม่ทางใดก็ย่อมเจอความลำบากใจ
สู้เลือกทางที่มีคุณค่าสูงกว่าทางที่ตามใจจะดีกว่าหรือไม่
ปัญหาอาจอยู่ที่วันใด “ใจใหญ่”
ยากจะต่อต้าน แล้วยังไม่คำนึงถึงผลลัพธ์ที่เคยเกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
วันนั้นคงต้องให้อภัยตัวเองอีกครั้งและอีกครั้ง
อย่าเพิ่งโบยตี
เพราะวันที่ใจใหญ่ อาจกำลังต้องการบอกอะไรบางอย่างกับเรา
ลองคุยกับเค้าดูก่อน ก็อาจจะดี
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 49
#siamstr
ความไม่เป็นเรา ก็หล่อหลอมให้เป็นเรา
ทั้งขับเน้นให้ความเป็นเรานั้นเด่นชัด
และกระทบให้เรานั้นปรับเปลี่ยน
การหลีกหนีและเลือกว่า สิ่งไหนใช่หรือไม่ใช่เรา
เป็นแค่ตัวเราเท่าที่เราเข้าใจในปัจจุบัน
ไม่ใช่เรา คือ ไม่ถนัด ไม่คุ้นเคย เสร่อ เปิ่น โง่
อึดอัด หวาดกลัว น่าขัน กระจอก หนาวเย็น ยุ่งยาก
แต่กลับเป็นสิ่งใหม่
เข้าใจตัวเองในด้านตรงข้าม
อาจจะล้มเหลว หรือแม้กระทั่งสำเร็จในแบบที่คาดไม่ถึง
ผู้คนที่ไม่คุ้นเคย สิ่งที่กังวลในใจ กลัวสิ่งที่คนอื่นมองกับเรา
สิ่งนั้นสะท้อนตัวตนในใจของเราอีกด้าน
ด้านที่ไม่มีทางมองเห็นหากอยู่แต่ในที่อุ่นใจ
สิ่งที่แลกมา คือ โลกที่กว้างขึ้น ลึกขึ้น สนุกขึ้น
การเติบโตทางความคิดและพฤติกรรม
การอยู่ร่วมกับสังคมที่ต่างกัน
วิธีคิดของคนที่แตกต่างกับเราอย่างสิ้นเชิง
ดีกว่านั้นยังสามารถนำมาใช้กับตัวเราได้อย่างประหลาด
ทั้งๆ ที่เคยบอกว่า ไม่ใช่เรา
การค้นหาตัวตน อาจจะไม่ได้หมายถึง ตอนนี้เราไม่มีตัวตน
เพราะจริงๆ แล้ว เราตอบได้แน่นอนว่า ชอบอะไรมากกว่าอะไร และไม่ชอบอะไรมากกว่าไม่ชอบอะไร
แต่อาจหมายถึง เราอยู่ตรงไหน เรามีคุณค่าอะไร
กับตัวเรา และต่อสังคม
หลายครั้งที่มองไม่เห็นตัวเราเอง
เพราะกระจกมันสะท้อนแต่คุณค่าที่เราสร้าง
แต่พอตัวเรามัวแต่เสพสิ่งที่คิดว่าเป็นเรา แต่ไม่ได้สร้างสิ่งที่เป็นเราออกมา
ตัวตนของเราไม่ได้ถูกแสดง
เลยไม่มีเงาของเราในกระจกคุณค่า
หรือแม้กระทั่งการดูแคลนคุณค่าตนเองด้วยการบอกว่า
สิ่งที่ฉันทำ มันธรรมดามาก ใครก็ทำได้
หารู้ไม่ว่า สิ่งที่เราทำนั้น ในช่วงเวลานั้น ในสภาวการณ์หนึ่งๆ มีแค่เราเท่านั้น ที่ทำได้
คนอื่นอาจทำแทนได้ แต่ไม่เหมือนเรา
ไม่ว่าเรื่องนั้นจะง่ายดายสักแค่ไหน
แต่เค้าทำนั้น อย่างไรก็ไม่มีทางเหมือนเราทำ
เค้าทำ ได้สร้างคุณค่าของเค้า
เราทำ ได้สร้างคุณค่าของเรา
แม้กระทั่งในผลงานที่ไม่ต่างกัน
อย่างไรแล้ว คุณค่าที่เกิดขึ้นย่อมต่าง
ประสบการณ์ การรับรู้ของตนเองและสังคม
สิ่งที่ไม่เหมือนนั้น ล้ำค่า เฉพาะตน ไม่สามารถเลียนแบบได้
ประวัติ วิถีชีวิต วิธีคิด เงื่อนไขชีวิต
เราสวยงามในแบบของเรา
ซื่อสัตย์กับความเป็นเรา
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 48
#siamstr
ชอบกลับไปหาความเอื่อยเฉื่อย
มันไม่ต้องใช้แรง ไม่ต้องมีวินัย
อยู่เฉยๆ เสพนู่นเสพนี่ไปเรื่อยๆ
สิ่งที่ตอกย้ำให้รู้สึกผิด คือ ความขัดแย้งกับตัวตนที่อยากจะเป็น
คุณค่าที่อยากจะสร้างขึ้นในตัวเองและสังคม
เวลาที่คุณค่าต่ำ อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
ประสบการณ์มือหนึ่งต้องใช้การลงทุนลงแรง
ต้องใช้พลังงาน ใช้เวลา
ขออีกนิด ฝืนสักหน่อย ฝืนกำลังดี ไม่ถึงกับเครียด
ทำเพื่อเป็นตัวเราที่ดีขึ้นกว่าเมื่อวาน หรือเมื่อกี้
"ถ้าเจ้าทำแต่สิ่งที่ทำได้ เจ้าจะไม่มีวันดีขึ้นกว่าตอนนี้"
Kung Fu Panda 3
เห็นด้วยครับ
:D
GA
#siamstr
note นี้จะขอเล่าเกี่ยวกับ meetup siam&samyan101
ช่วงแรกที่มาซาวด์เสียงก็แอบหวั่นๆว่าจะมีใครมาไหม
เพราะการนัด community meetup เพื่อพบคนแปลกหน้า ค่อนข้างเป็นเรื่องที่ยาก
ในแบบสอบถามเลยแอบหยอดๆถาม topic ที่อยากมาถกกันในวันนัด
เลยได้ topic หลักๆ 2 เรื่อง
1. ปัจจัยที่คาดว่าจะทำให้เกิดหมีใหญ่ในครั้งหน้า
2. คนกลุ่มใดมีโอกาสที่จะเกิดการ adoption btc มากที่สุด
ถึงวันนัด...อ้าว พวกนายหน้าคุ้นๆนะ (ก๊วน Bob space เมื่อวันก่อน)
ได้คุยกันเพิ่มเติมในหลายๆประเด็น
เลยได้รู้ว่าคุณ nostr:nprofile1qqsq37tg2603tu0cqdrxs30e2n5t8p87uenf4fvfepdcvr7nllje5zgpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduqs6amnwvaz7tmwdaejumr0dsq3jamnwvaz7tmnv4hxg6t59ehx7umxd3shyefwvdhk6s6n04j เป็นผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันนี่เอง 🤣 (I know that feel bro )(ตรงนี้ขอสงวนไว้ ใครอยากรู้ถามตอนเจอตัวนะ)
จากที่แลกเปลี่ยนกันในหลายๆแง่มุมก็ยังมองกันว่าคงมีลงใหญ่ไม่ว่าจะด้วยข่าวหรือปัจจัยอะไรก็ตาม
สงคราม, ดอลแตก, เพดานหนี้ทะลุ, usdt ล่ม, สัญญา liquidate ของบริษัทที่ใช้ playbook ของ microstrategy หรือ ETF แต่ถือ btc ทิพย์ ถูกบังคับขาย, หรือแม้แต่ address ของ satoshi มีการเคลื่อนไหว เทของ ฯลฯ
เพื่อไล่รายย่อยที่แห่เข้ามาตอนขาขึ้นออกให้หมด อลม่านกันอยู่ซักพักใหญ่ๆ
ก่อนที่จะดัน btc กลับมาเป็นยอดพีรามิดทางการเงิน เหมือนที่ทองคำเคยเป็น แน่นอนว่าคนที่เข้าช้อนในเหตุการณ์ข้างต้น ก็คือสถาบันและหน่วยงาน reserve ทั้งหลายในระดับประเทศ
แง่ของพอร์ตออมก็ออมต่อไป จัดการการเงินของตนเองให้ดี จะได้ make sure ว่าเวลามีเหตุฉุกเฉินอะไรจะไม่ต้องงัด hard money ออกมาขาย (ในที่นี้พอร์ตออมหรือ 1 หมายถึง พอร์ตสำหรับการใช้ชีวิตยันตายและส่งต่อความมั่งคั่ง แต่ละคนอาจจะมี asset ไม่เท่ากัน แต่หลักๆก็ btc ทอง ที่ดินการเกษตร) ในช่วงนี้หลายๆอย่างจะนิ่ง เพราะไร้เงินอัดฉีด เป็นช่วงเปลี่ยนถ่ายอย่างแท้จริง แต่จะมีฉากหน้าเป็นสงครามหรืออะไรก็แล้วแต่
พอฝุ่นหายตลบก็มองกันว่ากลุ่มคนที่มี btc (แบบเก็บเอง) จะเปลี่ยนถ่ายไปเป็น elite ยุคใหม่ (อาจจะหลักสิบปีข้างหน้า)
ส่วนคนในระบบ fiat ก็ยังใช้ fiat ต่อไปเพราะเขาอาจไม่ได้สนใจภาพใหญ่ของระบบว่ามาตรฐานการเงินได้เปลี่ยนไปแล้ว ถึงจุดนั้นระบบ pyramid ของ btc standard อาจมี layer 3 เพิ่มเข้ามา
> on chain transaction จะเกิดในระดับ รัฐบาล>รัฐบาล
> lighting จะเป็นระบบธนาคาร ที่ส่งหากันในประเทศ อาจมีต่อไปด้านนอกบ้างแต่ cap ปริมาณไว้
> layer 3 จะเป็นระบบเงินเดิม ที่ถูก peg ด้วย sat อีกหนึ่งครั้ง เพื่อให้คนทั่วๆไปใช้งาน
ซึ่งในระดับคนทั่วๆไป เขาคงจะมองว่าเกิดวิกฤติใหญ่แล้วผ่านไปแล้ว กลับมาใช้ชีวิตปกติ
ใช้จ่ายเป็นเงิน fiat เหมือนเดิม เพียงแต่ เปลี่ยนการ peg ด้วย bond เป็น sat (ใช่ครับ เราคุยกันในหน่วย sat ไม่ใช่ btc)
เพิ่มเติมภาพที่คุยกันใน on chain
เรามองกันว่าอนาคตอาจมีการแบ่ง transaction ออกเป็น kyc, non-kyc transaction ธุรกรรมที่ทำกับรัฐหรือในระบบ 3 layers ที่ว่ามา ต้อง kyc ในส่วนคนที่เก็บมาก่อนหรือไม่เคย cash out ออก จะไม่สามารถทำธุรกรรมกับระบบของรัฐได้เลย ต้องเป็น peer-to-peer เท่านั้น ซึ่งตรงนี้ ก็ยังมองกันว่า ยังไงก็ปิดกั้นไม่ได้ เพียงแต่รัฐเลือกได้เพียงจะรับหรือไม่รับ btc นั้นหรือไม่เท่านั้นเอง ธุรกิจที่เป็น peer-to-peer btc จะมีเยอะมากขึ้น
เลยมองว่าเมื่อเปลี่ยนถ่ายไปแล้วคนที่จะเกิดการ adoption จริงๆ จะมีเพียง รัฐ, elite เดิม, คนที่เข้าใจและถือ btc เอง เท่านั้น (elite ใหม่) คนที่อยู่ใน matrix แล้วไม่คิดจะตั้งคำถามกับระบบ ก็จะคงอยู่ต่อไป เพราะ ความจริงมันช้า
อย่างไรก็ตามเราก็สามารถกระตุกต่อมเอ๊ะของคนให้สงสัยในระบบเดิมได้
สมาชิกท่านนึงได้เล่าเกี่ยวกับไอเดียที่จะสัมภาษณ์คนรุ่นใหม่ เพื่อกระตุกต่อมเอ๊ะ และจะไปสัมภาษณ์หลังจากที่ meetup วันนี้เสร็จ เลยมีคุยๆกันเพิ่มเติมเกี่ยวกับ list คำถาม และประเด็นต่างๆ
ว่า จริงๆแล้วไม่ต้องเข้าใจ btc ก็ได้ว่า technically คือยังไง เพียงแค่ตะล่อมให้ผู้ถูกสัมภาษณ์เขาเอ๊ะกับระบบที่เป็นอยู่ เช่น ข้าวของถึงแพงขึ้นมากไหมจากช่วง covid > เพราะเงินเฟ้อ > แล้วทำไมเงินต้องเฟ้อ > ฯลฯ
สุดท้าย ยังขอติดการถกเกี่ยวกับ foundation trilogy (3 เล่มแรก) ไว้ในครั้งถัดๆไป
ว่าหลังอ่านแล้วมุมมองของคุณเกี่ยวกับ btc หรือ fiat system เปลี่ยนไปไหม
สมาชิกท่านนึงแจ้งว่าในคอมมูมีหลายท่านอยากคุยเรื่องนี้ซึ่งคาดว่าจะเกิดใน platform ออนไลน์ (จำชื่อ platform ไม่ได้ แต่ไม่ใช่ discord)
คงต้องมีการนัดกันเพื่อมาถก (ส่วนตัวแอบอยากให้เป็น offline นะ)
ปล แน่นอนว่านัด bitcoiner อาหาร fiat ก็ต้องมา สมาชิกบางส่วนอยากจ่าย lighting แต่ผมอยากใช้ fiat เลยขอสูบ sat จากสมาชิกหน่อยนะ 😂😂

โห
เนื้อหาแน่นมาก
น่าเอาเยี่ยงอย่าง
เสียดายไม่ได้ไป
รู้สึกว่า เท่ได้อีก กับ น้อยได้อีกครับ
คหสต ครับ
IMHO
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 47
#siamstr
ยิ่งแก่ยิ่งยอมจำนน
ยอมจำนนต่อกฎของธรรมชาติ
ไม่ใช่เพราะอ่อนแรง แต่เพราะเข้าใจความเป็นไป
เข้าใจมากขึ้นว่า อย่างไรฝืน อย่างไรใช่จังหวะ
ธรรมชาติที่มันต้องเป็นอย่างนั้น
ไม่ใช่ว่าเราเปลี่ยนอะไรไม่ได้
แต่เพราะรู้ว่า ควรเปลี่ยนอะไร
จึงเข้าใจว่า มันเป็นเช่นนั้น
และเข้าใจว่า เรานั้นเล็ก ธรรมชาตินั้นใหญ่
สิ่งต่างๆ ค่อยๆ เป็นไป เปลี่ยนแปลง
ด้วยตัวเราและอื่นๆ ไปพร้อมๆ กัน
ไม่มีทางได้ดั่งใจไปตลอด
ไม่มีที่ผิดหวังไปตลอด
มีแต่วนเวียนกลับไปมา
เราเติบโตขึ้น จากการเรียนรู้
เรียนรู้กฎของธรรมชาติ
ผ่านการฝืนและทำตาม
โดยที่ไม่รู้ที่มาที่ไป จากความไม่รู้อะไรเลย
อยากได้อย่างนั้น อยากเปลี่ยนสิ่งนี้
ดีใจเสียใจซ้ำไปซ้ำมา
อย่างไม่รู้อิ่มไม่รู้พอ
และด้วยกฎธรรมชาตินั้นเอง
เราจึงยังวนเวียนอยู่เช่นนี้
ยอมรับและอยู่กับมัน
เพราะเราก็เป็นธรรมชาตินั้นเอง
#siamstr
#เขียนขีดอิสระ วันที่ 46
เรามันก็แค่คนโง่ที่เห็นไม่พ้นตัวเอง
แม้จะอยู่ที่ริมทะเล มองไปยังขอบฟ้า ก็เห็นได้แค่ที่ตาตัวเองเห็น
แม้จะอยู่ในป่าท่ามกลางเสียงนก ก็ได้ยินแค่ที่หูตัวเองได้ยิน
แม้จะอยู่ท่ามกลางดอกไม้ ก็ได้กลิ่นแค่ที่จมูกตัวเองได้กลิ่น
แม้จะลิ้มรสฝีมือยอดเชฟ ก็ได้รสชาติแค่ที่ลิ้นตัวเองได้รับ
แม้จะได้นอนบนเตียงที่นุ่มที่สุด ปรับเย็นร้อนอ่อนแข็งได้ ก็ได้แค่ที่กายตัวเองสัมผัส
แม้จะได้หลับฝันถึงจินตนาการอันสุดแสนวิจิตรพิศดาร ก็ได้แค่ที่ใจเรารับรู้
เราไม่เคยสามารถจะรับรู้สิ่งที่คนอื่นรับรู้ได้
แม้ได้ลองแบบเดียวกัน เหมือนๆ กัน ก็ไม่มีทางเหมือนกัน
กระนั้น เราก็ยังเอาตัวเราเป็นบรรทัดฐานในการมองคนอื่น
อาจเพราะเราไม่สามารถหาข้อมูลที่ไปไกลกว่าตัวเราได้
ตัวเราอันแสนจะจำกัด
กระนั้น ก็ยังไม่วาย คิดเสมอว่าคนอื่นไม่เข้าใจตัวเรา แต่เรานั้นเข้าใจคนอื่น
มักจะเชื่องมงายในประสบการณ์ของตัวเอง
เพราะมันไม่มีสิ่งอื่นที่ดีไปกว่านี้
เพราะมันมีพลังที่สุด ในการสร้างตัวตนเราขึ้นมา
หารู้ไม่ว่า กรอบที่เราได้สร้างนั้น
ควรถูกทำลายได้เสมอ
ยังมักเผลอเอากรอบเราไปครอบคนอื่น
มันก็ย่อมไม่พอดีเป็นธรรมดา
ตัวเรานั้นโง่เขลา หารู้ไม่ว่า รู้ได้แค่ตัวเองเท่านั้น
#freewriting day 45
#siamstr
#เขียนขีดอิสระ
ผลลัพธ์ธรรมดา
เมื่อทำบางสิ่งที่คิดว่าไม่ได้ยาก
แต่สุดท้ายแม้พยายามแล้วกลับมีเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ทำให้ผลลัพธ์นั้นธรรมดากว่าที่ตั้งใจ
ไม่ค่อยเห็นคุณค่าของความธรรมดานั้น รู้สึกดาษดื่นทั่วไป
บั่นทอนความภาคภูมิใจจากความพยายามและเวลาที่สูญเสียไป
ด้วยต้องการขัดเกลา วิจารณ์ วิเคราะห์ เพื่อให้ตนสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
หารู้ไม่ว่า ผลที่ตามมาคือ การแสดงออกอย่างไม่มั่นใจ
ความเก้อเขิน
การแสดงออกเพื่อให้ผู้อื่นรับรู้ถึงความละอายในความผิดพลาด
ลดความสามารถในการรับส่งสาร
ไม่เห็นคุณค่าของความพยายามที่ได้ลงมือ
ไม่มั่นใจที่จะเปิดเผยเรื่องราวของความพยายาม
หากแต่หันมามองคุณค่าของผลลัพธ์ที่ธรรมดานั้น
ก็คงได้เห็นที่มา ที่เราได้ทำดีที่สุดแล้ว และไตร่ตรองมาอย่างดีแล้ว
ในช่วงเวลาหนึ่งๆ
คนอื่นจะมองอย่างไรนั้น เป็นสิทธิ์และเรื่องของผู้อื่น
แต่การภาคภูมิใจในผลงานของตนนั้น
การเล่าเรื่องจะมีพลังมากขึ้น และการไม่เก้อเขิน
จะทำให้การสื่อสารตัวตนกับผู้อื่นนั้นชัดเจนมากขึ้น
ภูมิใจในผลลัพธ์ แม้จะละอายต่อความผิดพลาด
พอดีกว่าเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
#freewriting day 44
#siamstr
#เขียนขีดอิสระ
Counterattack
นี่แน่ะ ชีวิต
บางวันชีวิตก็รุกใส่เราแบบไม่ทันตั้งตัว
ป่วย อุบัติเหตุ อากาศแปรปรวน โรคระบาด
หลังจากตกใจ เสียใจ เศร้าใจ ผิดหวัง ไปแล้ว
ถึงเวลาที่เราจะ counterattack ชีวิตกลับไปบ้าง
counterattack เป็นหนึ่งกลยุทธ์ที่วงการกีฬาเรียกใช้
ขณะที่คู่ต่อสู้กำลังรุกหรือได้เปรียบ
เราที่เป็นฝ่ายตั้งรับคอยหาจังหวะพลั้งพลาดของฝ่ายตรงข้าม
แล้วรุกกลับอย่างรวดเร็วจนอีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว
ฉวยโอกาสในช่วงเวลาเหล่านั้น
ทำในสิ่งที่เวลาปกติเราไม่มีโอกาสทำหรือเลือกที่จะไม่ทำ
โอกาสที่ทุกอย่างผิดแผน โอกาสที่ได้รื้อแผนใหม่
โอกาสที่ใช้ประโยชน์จากสิ่งไม่คาดคิด
โอกาสที่ได้ออกนอกวงจรกิจวัตร
โอกาสที่ได้สะสางเรื่องคั่งค้างที่ไม่ได้ทำสักที
รุกกลับในด้านที่ชีวิตไม่ทันได้ตั้งตัวบ้าง
นี่แน่ะ ชีวิต
#freewriting day 43
#siamstr
#เขียนขีดอิสระ
ก็แค่คนธรรมดา
คนที่ยังผิดพลาด ไม่สมบูรณ์
คนที่ยังต้องพยายาม แต่บางครั้งก็ไม่พยายาม
คนที่อยากจะดีขึ้น แต่ทำจริงทั้งแย่ลง อยู่กับที่ และดีบ้าง
ทำทั้งสิ่งที่ควรและไม่ควร
ที่อยากเป็นคนพิเศษ
เป็นไปได้มั้ย ที่เลือกทำสิ่งที่ถูกได้มากกว่าผิด
เป็นไปได้มั้ย ที่พยายามทุกครั้งที่มีโอกาส
เป็นไปได้มั้ย ที่ทำแต่สิ่งที่ดี หรือเท่าตัว ไม่ทำสิ่งที่แย่ลงเลย
เป็นไปได้มั้ย ที่จะทำแต่สิ่งที่ควร
ก็ดูเป็นไปได้ แม้จะยาก เพราะไม่เคยเป็น
อาจจะยังเป็นคนธรรมดาในภาพรวมๆ
และไม่ใช่วันนี้ที่จะเป็นคนพิเศษขึ้นมาทันที
แต่ถ้าเป็นคนพิเศษทีละขณะ ที่ยังปนๆ กับคนธรรมดา
อย่างน้อยได้เพิ่มสัดส่วนความเป็นคนพิเศษก็ยังดี






