29
Kei
290c6cdce5d709a09d527b6837fcbd8dfc6d98420112adf79381a56121a3c5cd
Replying to Avatar L.SUVANN

ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น และอนุมาน ความจริงที่ว่าตาม สมุติสัจจะ/ ปรมัตถสัจจะ เป็นหลักพิจารณา

สมุติสัจจะ

มักจะมอง คน สัตว์ สิ่งของ

เป็นความจริง และรวบรวมสะสมและสามารถเปลี่ยนแปลงได้เมื่อเจออะไรที่จริงกว่า!!! จน มาเป็น ”บัญญัติ “ ทำให้คนทั่วไปใครก็ได้ ”สื่อสาร เข้าใจ“ คุยกันรู้เรื่อง

บางท่านเรียก ก็ว่า วิทยศาสตร์

ส่วน

ปรมัตถสัจจะ มักมอง รูป-นาม , การประกอบของธาตุ เหมือนการมองสภาพสภาวะธรรมชาติ นั้น เพียวๆ สภาวะนั้นๆ ไม่ใช้คนปกติจะมาคุยกันแล้วจะเข้าใจ หรือสามารถพิสูจน์ได้ทันทีหาก ว่าคนเหล่านั้นไม่เคย สังเกตุ สภาวะนั้นๆมาโดยละเอียด

ความจริง เพื่อสื่อสาร กันทั้งโลก

กับความจริงเพื่อพ้นทุกข์….

พอสังเกตุแล้ว เหมือนกับว่า ความจริงทั้งหลายที่ถูกปรุงแต่งขึ้นเฉพาะของแต่ละคนมีจุดประสงค์เพื่อสื่อสาร >>> ความเห็น

โดยมีเหตุจากการยึดตัวตนและปรุงแต่ง เลยทำให้ “ความจริงและความเห็น มักคล้ายกัน” แยกยากถ้าไม่สนใจ สังเกตุ

Gm 🌞🙏🏼🙏🏼🙏🏼

ขอบคุณครับ

ความเห็นใช่ความจริงมั้ย

และความจริงใช่ความเห็นมั้ย

ในเมื่อความจริงของแต่ละคนต่างกันตามมุมมองที่เห็น

และความเห็นของแต่ละคนก็เป็นความจริงที่แต่ละคนนั้นคิดออกมา

สภาวะจริงแท้นั้นยังมีอยู่จริงรึเปล่า

พระอาทิตย์ขึ้นตอน 6 โมงเช้า

แต่ในต่างประเทศเวลาเดียวกันพระอาทิตย์เพิ่งจะตกดินเอง

สสารมี 3 สถานะ แข็ง เหลว ก๊าซ

แต่เพิ่งมีการค้นพบสถานะใหม่คือ พลาสมา

วิทยาศาสตร์น่ะหรือที่เป็นความจริง

เป็นความจริงจนกว่าจะพบสิ่งที่จริงยิ่งกว่า

ความไม่แน่นอนคือสิ่งที่แน่นอน

คำนี้เป็นความเห็น หลายคนบอกว่าจริง

พิสูจน์ไม่ได้ แต่ทุกคนรับรู้ได้ด้วยตนเอง

เหตุใดความจริงกับความเห็นกลับคล้ายกัน

#siamstr

ยิ่งรู้สึกพอ

ยิ่งได้รับความรู้สึกที่ลึกซึ้ง

ไม่พอ จึงอยากได้

และเราก็รู้สึกกับสิ่งที่มีอยู่แล้วอย่างตื้นเขิน ดาษดื่น

ทั้งๆ ที่สิ่งที่มีอยู่แล้วนั้น

มันเพียงพอแล้ว และมีค่ามหาศาล

ในจักรวาลของภายใน จักรวาลของจิตใจ

สิ่งที่มีจึงหมายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น

ไม่ใช่เพียงของที่จับต้องได้

บางครั้งเรารู้สึกว่าความรู้สึกนั้นมันไม่เพียงพอ

เราอยากขยายเราอยากไปต่อ

อยากให้ความรู้สึกมันมีอันต่อไป

แต่จริงๆแล้วแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนั้น

ก็เพียงพอแล้ว

ทุกครั้งที่เราเลื่อนดูบนมือถือหรือบนจอทีวี

เรากำลังหาอะไรอยู่เหรอ

กำลังต้องการหาอะไรผ่อนคลาย

หรือแค่ปล่อยความรู้สึก

ปล่อยความคิด

ปล่อยชีวิตให้เดินผ่านไป

เพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้วรึเปล่า

มันดีกว่าการนั่งเฉยๆ แน่ใช่มั้ย

อาจเพราะการอยู่เฉยๆ

ทำให้ความรู้สึกที่เราไม่ชอบจะมานั่งอยู่ตรงหน้า

โกรธ เกลียด เบื่อ เศร้า เหงา เครียด เซ็ง

ทนไม่ได้ที่มันมาอยู่ตรงหน้า ต่อหน้าเรา

เราไม่ชอบความรู้สึกเหล่านี้เลย

ไล่ก็ไม่ไป

การเปิดอะไรสักอย่างเพื่อเบี่ยงเบน

จึงเป็นตัวเลือกที่ไม่รู้ว่าดีกว่ารึเปล่า

แต่อย่างน้อยก็ได้ทำอะไรบางอย่าง

และหลายครั้งมันก็ได้ผล

มันเปลี่ยนความรู้สึกของเราได้

แต่หลายครั้งมันก็ไม่ได้ผล

หลังจากเสพอะไรสักอย่างจบไป

ความรู้สึกที่ไม่อยากเจอมันก็กลับมา

กลับมานั่งอยู่ตรงหน้า

บรรยายเหมือนหนังผีเลย ฮ่าๆๆ

ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อความรู้สึกตรงหน้าล่ะ

“แค่มีความรู้สึกนี้อยู่ตรงหน้า ก็เพียงพอแล้ว”

แม้จะชอบหรือไม่ชอบ

แต่มันก็ดีที่สุดที่มีในตอนนี้

#siamstr

edited— 2025-12-16 09.21น

สถานที่ Circle Cafe

ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่

ห้อง A1

—————

วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

21 ธันวาคม

13.00-17.00น

เรามีมีตอัปบิตคอยเนอร์ฝั่งธนกันนะครับ

#THON115

#siamstr

หัวข้อ Lightning Updates

ตอนนี้เครือข่ายไลท์นิ่งไปถึงไหนแล้ว

มีอะไรสนุกๆ ใหม่ๆ บ้าง

โดยมีสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้าน Network อย่าง

พี่ตี๋ Teemie Lightning

และดอกเตอร์พฤกษ์ Pruk Sth

ผู้รันโหนดด้วยตัวเองมาเป็นเวลายาวนาน

สถานที่

—edited—

สถานที่ Circle Cafe

ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่

ห้อง A1

รายละเอียดเพิ่มเติมในเมนต์นะครับ

แล้วเจอกันครับ

วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

21 ธันวาคม

13.00-17.00น

เรามีมีตอัปบิตคอยเนอร์ฝั่งธนกันนะครับ

#THON115

#siamstr

หัวข้อ Lightning Updates

ตอนนี้เครือข่ายไลท์นิ่งไปถึงไหนแล้ว

มีอะไรสนุกๆ ใหม่ๆ บ้าง

โดยมีสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้าน Network อย่าง

พี่ตี๋ Teemie Lightning

และดอกเตอร์พฤกษ์ Pruk Sth

ผู้รันโหนดด้วยตัวเองมาเป็นเวลายาวนาน

สถานที่ Fitculty เหมือนเดิม

(อยู่ในซอยเจริญนคร 5/1 ข้าง ICONSIAM)

รายละเอียดเพิ่มเติมในเมนต์นะครับ

แล้วเจอกันครับ

Replying to Avatar maiakee

“ความเป็นจริงที่ไม่ขึ้นกับการสังเกต” (Observer-Independent Reality) ของไอนสไตน์ — ขยายความในเชิงฟิสิกส์ควอนตัม ปรัชญาอภิปรัชญา และบทสนทนาที่ไอนสไตน์ไม่เคยพูดตรง แต่แฝงอยู่ในงานของเขา

🔭 1. ไอนสไตน์กำลังปฏิเสธอะไร “แบบละเอียดที่สุด”

หลายคนเข้าใจว่าไอนสไตน์เพียง “ไม่ชอบความสุ่มของควอนตัม”

แต่ ลึกกว่านั้นมาก — เขาปฏิเสธ อภิปรัชญาแบบ Bohr ที่ว่า

“ความจริงเกิดขึ้นจากการวัด”

(reality is created by measurement)

ไอนสไตน์จึงตอบโต้ด้วยประโยคคลาสสิก

“I believe the world is there, independent of our observations.”

นี่คือแนวคิด Realism แบบแข็ง (strong realism)

ซึ่งมีแกนสำคัญ 3 ประการ:

1. สิ่งของในจักรวาลมีสถานะจริง (ontology)

ไม่ใช่ mere appearances ตามที่ Bohr เสนอ

2. คุณสมบัติของวัตถุมีอยู่ก่อนการวัด

ไม่ใช่ “ถูกสร้างขึ้น” ตอนวัด

3. กฎของธรรมชาติเป็นแบบ deterministically lawful

มิใช่ probabilistic ontology

🌙 2. การตีความเชิงลึกของ “พระจันทร์ยังอยู่แม้เราไม่ได้มอง”

ประโยคนี้ไม่ใช่แค่การเถียงเรื่องปรัชญา

แต่เป็นการพูดถึง ภววิทยา (ontology) ของควอนตัม

เพราะในโลกควอนตัม:

• อนุภาคมิได้มีตำแหน่งแน่นอน

• สถานะจริง = superposition

• ความจริง = ความสัมพันธ์ระหว่างการวัดและตัวเครื่องมือ

แต่ไอนสไตน์บอกว่า:

ความจริงไม่ใช่ฟังก์ชันของการรับรู้

Reality ≠ f(Observer)

ประโยคของเขาเป็นการปฏิเสธพื้นฐานที่สุดของ Copenhagen Interpretations

เขาเชื่อใน hidden variables

เพราะเชื่อว่า “พระจันทร์ควรมีสถานะโดยธรรมชาติที่แน่นอนอยู่ก่อน”

🧩 3. ลึกไปอีก: ไอนสไตน์เชื่อว่า “ความจริงคือโครงสร้างภายในของ Spacetime”

ในงานของเขาโดยเฉพาะปี 1915–1929

ไอนสไตน์ถือว่า spacetime ไม่ใช่ “สนามเชิงคณิตศาสตร์” เฉยๆ

แต่เป็น:

โครงสร้างจริง (real structure) ของจักรวาลซึ่งคงอยู่โดยไม่ขึ้นกับผู้สังเกต

นี่สะท้อนในสมการ Einstein Field Equation:

𝑮𝝁𝝂 = 𝟖𝝅 𝑻𝝁𝝂

“โครงสร้างของอวกาศและเวลาโค้งงอเพื่อตอบสนองต่อพลังงานและสสาร — จักรวาลคือสมการระหว่างรูปทรงและเนื้อหา”

สมการนี้เป็น ตัวอธิบายความจริงภายนอกเรา

ไม่ใช่ “ความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อเราวัดแรงโน้มถ่วง”

🔍 4. บทสนทนาจริงกับ Tagore (1930): การปะทะกันของ “Realism vs Humanism”

หนึ่งในช่วงสำคัญที่สุดที่เผยโลกทัศน์ของไอนสไตน์

Tagore:

“ความจริงคือสิ่งที่มนุษย์มีส่วนสร้างขึ้น”

(Truth is human; Reality is a human concept)

Einstein:

“ไม่ใช่…ความจริงนั้นอยู่โดยไม่ต้องอาศัยมนุษย์”

(I believe in an external world which exists independent of the human factor.)

การสนทนานี้คือหัวใจ:

• Tagore → reality = manifestation of mind

• Einstein → reality = independent external structure

ไอนสไตน์ยืนฝั่ง Metaphysical Realism

🧠 5. ไอนสไตน์เชื่อใน “ความจริงระดับลึกที่เรายังไม่รู้”

เขาเคยกล่าวว่า

“The field is the only reality.”

นี่คือการบอกว่า

• ความจริงไม่ใช่อนุภาค

• ความจริงคือ “สนามพื้นฐาน”

• สนามนี้ real แม้ไม่มีใครวัด

ซึ่งใกล้กับแนวคิดใหม่ของฟิสิกส์เช่น:

• Quantum Field Theory

• Loop Quantum Gravity (LQG)

• Spin Networks / Spin Foams

ถ้าไอนสไตน์ยังมีชีวิต เขาคงสนับสนุนแนวคิดที่ว่า:

มีโครงสร้างพื้นฐานของพื้นที่-เวลา (spacetime microstructure) ที่เป็นจริงโดยไม่ต้องอาศัยการวัดของมนุษย์

🧬 6. เชื่อมโยงเชิงพุทธ–อภิปรัชญา (แบบลึกมาก)

พุทธปรัชญาตีพความจริงออกเป็น 2 ชั้น:

1. สมมติสัจจะ (conventional reality)

2. ปรมัตถสัจจะ (ultimate reality)

ไอนสไตน์เชื่ออย่างมั่นคงว่า

มีความจริงชั้นปรมัตถะ ที่ดำรงอยู่โดยไม่ขึ้นกับปฏิสัมพันธ์ของมนุษย์

ซึ่งคล้ายกับแนวคิดทางพุทธที่ว่า

ธรรมชาติของความจริงไม่ได้ต้องการผู้เห็นเพื่อดำรงอยู่

🌌 7. สรุปแบบลึก: สิ่งที่ไอนสไตน์ “อยากพูดแต่ไม่พูดในประโยคเดียว”

ไอนสไตน์เชื่อว่า:

Reality = โครงสร้างเชิงกฎของธรรมชาติที่ดำรงอยู่เอง

ไม่ถูกสร้างโดยการสังเกต

ไม่หายไปเมื่อไม่มีผู้สังเกต

และเป็นระเบียบเชิงเหตุผลแม้เรายังไม่เห็นมัน

นี่คือแก่นกลางของ Einsteinian Ontology ที่อยู่เบื้องหลังประโยค

“ฉันเชื่อว่าพระจันทร์ยังอยู่แม้ฉันไม่ได้มองมัน”

⚛️ 8. ไอนสไตน์กับ “Realism แบบสนามลึก” (Deep Field Realism)

แม้ไอนสไตน์จะไม่ยอมรับควอนตัม แต่ความคิดของเขา “กลายเป็นรากของควอนตัมฟิลด์” โดยอ้อม โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่า

ความจริงพื้นฐานคือสนาม (field) ไม่ใช่อนุภาค

ในทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป

สนามโน้มถ่วงไม่ได้อยู่ “ใน” อวกาศ–เวลา

แต่ มันคืออวกาศ–เวลาเอง

เมื่อเขากล่าวว่า

“The field is the only reality.”

เขากำลังตั้งฐานแนวคิดว่า

ความจริงขั้นพื้นฐานครอบคลุมทั้งสิ่งที่เป็นวัตถุและโครงสร้างของอวกาศ–เวลา

และมันดำรงอยู่โดยไม่ต้องมีผู้สังเกตอยู่เลย

นี่คือ ภววิทยา (ontology) ของสนาม ที่เราพบในฟิสิกส์ยุคใหม่:

• Quantum Field = การสั่นสะเทือนในสนามพื้นฐาน

• Curved Spacetime = การบิดโค้งของสนามเรขาคณิต

• Spin Network = โครงสร้างเชิงควอนตัมของพื้นที่

• Spin Foam = กระบวนการเปลี่ยนสถานะของกาล–อวกาศ

สิ่งนี้สอดคล้องกับความต้องการลึกในใจไอนสไตน์ว่า

“ความจริงต้องมีความต่อเนื่อง เสถียร และเป็นโครงสร้างที่มีอยู่จริง”

🌀 9. การปะทะกันของ “Absolute Ontology” vs “Relational Ontology”

ถ้าขยายจาก Einstein → Bohr → Rovelli จะได้ภาพ 3 ระดับของ “ความจริง”:

1. Einstein — ความจริงมี “ตัวตนภายนอก”

Reality exists independently (Absolute Realism)

2. Bohr — ความจริงเกิดขึ้นเมื่อวัด

Reality emerges from measurement (Epistemic Pragmatism)

3. Rovelli (Relational QM) — ความจริงคือความสัมพันธ์

Reality = interaction-only

ที่น่าสนใจคือ…

แนวคิดของไอนสไตน์ คือ โลกจริงแบบปรมัตถะ (ultimate ontology)

แนวคิดของ Rovelli คือ โลกจริงแบบปฏิจจสมุปบาท (relational becoming)

จุดที่ไอนสไตน์ยืนอยู่คือ

“สิ่งที่มีอยู่จริงโดยตัวมันเอง”

ซึ่งในพุทธธรรมเรียกได้ว่า

ธรรมชาติที่ไม่ขึ้นกับการปรุงแต่งของจิต

ขณะที่ Rovelli ใกล้เคียงกับ

ภาวะเกิดดับตามเหตุปัจจัย (dependent arising)

ดังนั้นจิตวิญญาณของไอนสไตน์อยู่ฝั่ง

“ความจริงอันมั่นคงใต้ความผันแปร”

ส่วน Bohr และ Rovelli อยู่ฝั่ง

“ความจริงในฐานะกระบวนการสัมพันธ์”

🔱 10. หากไอนสไตน์มาเห็น Bell’s Theorem เขาจะคิดอะไร?

ทฤษฎี Bell ชี้ว่า

ไม่มี hidden variables แบบ local

ในความหมายที่ไอนสไตน์หวัง

แต่ ความจริงที่น้อยคนพูดถึงคือ

ไอนสไตน์ไม่เคยกล่าวว่าความจริงต้อง local

สิ่งที่เขายืนยันคือ

ความจริงต้องมีอยู่โดยไม่ขึ้นกับการวัด

หลายคนเข้าใจผิดว่าไอนสไตน์ “แพ้ Bell”

แต่ความจริงเชิงลึกคือ:

• สิ่งที่แพ้ = local hidden variables

• สิ่งที่ไม่แพ้ = realism (ความจริงมีอยู่จริง)

จึงไม่น่าแปลกใจที่ฟิสิกส์ยุคใหม่กำลังกลับสู่

realistic but non-local theories

เช่น

• de Broglie–Bohm theory

• holographic principle

• ER = EPR

• nonlocal quantum gravity

ซึ่ง ถ้าไอนสไตน์ยังอยู่ เขาจะเห็นว่า

“ไม่-locality ไม่ได้ทำลาย realism แต่กำจัด localism เท่านั้น”

ความเชื่อนี้สอดคล้องกับ

intuition ของเขาใน EPR paradox ด้วย

🧿 11. ภาพรวมอภิปรัชญา: ไอนสไตน์เชื่อใน “ภาวะมีอยู่ที่ไม่พึ่งผู้รู้”

เราสามารถสรุปความเชื่อนี้เป็นสามชั้น:

✔ ชั้นที่ 1 — ภวสัจจะ (Ontological Reality)

สิ่งต่างๆ มีอยู่โดยตัวมันเอง

✔ ชั้นที่ 2 — กฎสัจจะ (Lawful Structure)

ความจริงไม่ได้สุ่ม แต่เกิดตามกฎลึก

✔ ชั้นที่ 3 — ความเป็นหน่วยเดียวของสนาม

ทุกสิ่งคือการแปรผันภายในสนามเดียวกัน

เหมือนในพุทธที่ว่า

“ธรรมทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียวในกฎปฏิจจสมุปบาท”

นี่คือสิ่งที่เขา ไม่เคยพูดแบบภาษาปรัชญา

แต่ซ่อนอยู่ในโครงสร้างงานของเขา

🪐 12. สรุป — ไอนสไตน์กำลังบอกอะไร (ในแบบที่ไม่เคยพูดตรง)

หากสรุปแบบลึกที่สุด:

ไอนสไตน์เชื่อในจักรวาลที่เป็นจริงอย่างลึกที่สุด

ดำรงอยู่เอง ไม่ต้องการการสังเกต

มีโครงสร้างเป็นสนามต่อเนื่อง

และการวัดของเราเป็นเพียงการแตะผิวของความจริงนั้น

ไม่ใช่ตัวสร้างมันขึ้นมา

นี่คือหัวใจของ Einsteinian Realism

ที่ซ่อนอยู่หลังประโยคเรียบง่ายว่า

“ฉันเชื่อว่าพระจันทร์ยังอยู่ แม้ฉันไม่ได้มองมัน”

#Siamstr #nostr #quantum #philosophy

เหมือนกับที่วิญญาณเกิดดับอยู่ตลอด

ขึ้นกับสัตตานังเข้าไปถือหรือไม่

แต่ในมุมกลับ เราก็ไม่สามารถรับรู้ได้ว่ามีวิญญาณเกิดดับ ในจุดที่เราไม่ได้ไปยึดถือ

รึเปล่าครับ

ข้ามด้วยกัน ข้ามได้ไกล

#90days day16

#siamstr

​เงียบแต่ไม่เหงา

​ในสองวันนี้ เราไม่สบาย

​ก็เลยปิดประตูปิดไฟนอนพักอยู่ในห้องมืดๆ คนเดียว

​แต่เนื่องจากที่พักเราเป็นคอนโด

​จึงสามารถได้ยินเสียงจากห้องรับแขกและห้องอื่นๆ ได้ตลอด

​ประกอบกับเรามีหลานตัวน้อยมาอยู่ด้วย

​ทำให้ได้ยินเสียงเจ้าตัวแสบอยู่บ่อยครั้ง ทั้งๆ ที่พูดไม่เป็นภาษาด้วยซ้ำ

​แถมบางครั้งยังชอบมาแง้มเปิดประตู

​แขนสองข้างวางพาดอยู่บนที่กั้น ทำหน้ายิ้มแฉ่งมองเข้ามาในห้อง

​รู้เลยว่า รอเราไปเล่นด้วย

​แล้วผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างนอกก็จะอุ้มกลับไป พร้อมกับบอกว่า

​ให้อากู๋พักก่อนน้า อากู๋ไม่สบาย

​หลังจากประตูปิดอีกครั้ง

​เราก็มักได้ยินเสียงญาติๆ ที่มาช่วยกันเลี้ยงดูหลาน

​คุยกันบ้าง หัวเราะกันบ้าง ดุหลานบ้าง เล่นกับหลานบ้าง

​เสียงความวุ่นวายจากพฤติกรรมแสบๆ ของหลานบ้าง

​เสียงช่วยกันป้อนข้าวหลานบ้าง

​พาหลานไปล้างก้นบ้าง อาบน้ำบ้าง

​เสียงกล่อมนอนบ้าง

​เราสนุกกับการเงี่ยหูฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เห็นภาพ

​ทั้งหมดนั้นทำให้รู้ว่า เรามีคนที่เรารักและรักเราอยู่ใกล้ๆ เสมอ

​ถึงแม้ร่างกายจะอ่อนเพลีย

​ทั้งๆ ที่รู้สึกทรมานจากอาการเจ็บคอ

​ครั่นเนื้อครั่นตัว นอนซม หลับไม่ค่อยจะสนิท

​แต่ในห้องพักเงียบๆ ของเรานั้น ไม่เหงาเลย

​มันอบอุ่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

เงียบแต่ไม่เหงา

ในสองวันนี้ เราไม่สบาย

ก็เลยปิดประตูปิดไฟนอนพักอยู่ในห้องมืดๆ คนเดียว

แต่เนื่องจากที่พักเราเป็นคอนโด

จึงสามารถได้ยินเสียงจากห้องรับแขกและห้องอื่นๆ ได้ตลอด

ประกอบกับเรามีหลานตัวน้อยมาอยู่ด้วย

ทำให้ได้ยินเสียงเจ้าตัวแสบอยู่บ่อยครั้ง ทั้งๆ ที่พูดไม่เป็นภาษาด้วยซ้ำ

แถมบางครั้งยังชอบมาแง้มเปิดประตู

แขนสองข้างวางพาดอยู่บนที่กั้น ทำหน้ายิ้มแฉ่งมองเข้ามาในห้อง

รู้เลยว่า รอเราไปเล่นด้วย

แล้วผู้ใหญ่ที่อยู่ข้างนอกก็จะอุ้มกลับไป พร้อมกับบอกว่า

ให้อากู๋พักก่อนน้า อากู๋ไม่สบาย

หลังจากประตูปิดอีกครั้ง

เราก็มักได้ยินเสียงญาติๆ ที่มาช่วยกันเลี้ยงดูหลาน

คุยกันบ้าง หัวเราะกันบ้าง ดุหลานบ้าง เล่นกับหลานบ้าง

เสียงความวุ่นวายจากพฤติกรรมแสบๆ ของหลานบ้าง

เสียงช่วยกันป้อนข้าวหลานบ้าง

พาหลานไปล้างก้นบ้าง อาบน้ำบ้าง

เสียงกล่อมนอนบ้าง

เราสนุกกับการเงี่ยหูฟังเรื่องราวต่างๆ ที่ไม่เห็นภาพ

ทั้งหมดนั้นทำให้รู้ว่า เรามีคนที่เรารักและรักเราอยู่ใกล้ๆ เสมอ

ถึงแม้ร่างกายจะอ่อนเพลีย

ทั้งๆ ที่รู้สึกทรมานจากอาการเจ็บคอ

ครั่นเนื้อครั่นตัว นอนซม หลับไม่ค่อยจะสนิท

แต่ในห้องพักเงียบๆ ของเรานั้น ไม่เหงาเลย

มันอบอุ่นกว่าเดิมด้วยซ้ำ

Replying to Avatar MK100100

เคยเจอมากับตัวค่ะ แต่ในภายหลังดิฉันเรียกมันว่า 'Nihilism'

มีครั้งหนึ่งที่ตัวเองก็เคยดิ่งลงไปยืนตรงจุดระหว่างความเป็นและความตาย

ตอนนั้นความหมายทุกอย่างในชีวิตสูญสลาย เหลือเพียงสองทางเลือก

ตนเอง ณ ขณะนั้นไร้อารมณ์เจือปน

โลกมันดูไร้ความหมาย ไม่เว้นแม้แต่ตัวเอง

หากเลือกที่จะตาย ความกลัวอันมหาศาลจะถ่าโถมทำให้อึดอัดอกและใจ แม้ว่าการตัดสินใจเลือกก่อนหน้านั้นจะปราศจากอารมณ์แต่แรก

ตัวเองเลยสรุปว่าเพราะมนุษย์เป็นแค่ 'สัตว์' ประเภทหนึ่งเท่านั้น

และพอความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้น - เศษเสี้ยวความรู้สึกของความตาย

ตนเองจึงได้สรุปว่า 'มนุษย์คือสัตว์ เพียงแค่มีจิตสำนึกจึงรับรู้ถึงความตาย 'ได้ทุกเวลา' ดังนั้น มนุษย์จึงต้องมีชีวิตอย่างไม่มีเงื่อนไข'

ทุกความหมายจึงถูกสร้างขึ้นใหม่

ดิฉันจึงจัดระเบียบทุกสิ่งใหม่ทั้งหมด

อะไรหนักไม่จำเป็น 'ตัดทิ้ง'

อะไรเป็นสิ่งจำเป็น 'รักษามันไว้'

ความตายจะมาหาเราตอนไหนก็ได้

ตนเองจึงพยายามทำทุกสิ่งให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ตั้งใจใช้ชีวิตให้ดีและเต็มที่ที่สุด

แล้วก็...

"ชีวิตเบาหวิวขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ"

#MK100100 's literature on #siamstr

'มนุษย์คือสัตว์ เพียงแค่มีจิตสำนึกจึงรับรู้ถึงความตาย 'ได้ทุกเวลา'

ชอบประโยคนี้มากเลยครับ

เป็นสิ่งที่ไม่เคยคิดถึงมาก่อน

และสัตว์ก็คงคิดถึงความตายไม่เป็น

#90days day15

#siamstr

ถึง วัยเริ่มทำงาน

ไม่แปลกเลยที่จะเจอแต่สิ่งวุ่นวายและไม่ถูกใจ จะได้เจอต่อไปไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม

ถ้ากำลังสนุกกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ คลุกคลีกับมันให้เต็มที่

ขอเวลาจากคนที่เรารักและคนที่รักเราอย่างนุ่มนวล อย่าหักโหมจนส่งผลต่อสุขภาพ

เก็บเงินให้เยอะที่สุด ใช่ มันเป็นเรื่องยาก

เพราะไม่รู้เลยว่าสิ่งที่อยากทำตอนนี้ จะได้ทำอีกมั้ยในอนาคต

อย่างน้อยก็มีเงินฉุกเฉินให้ไม่อดตายสัก 6 เดือนก็ยังดี

ถ้ายังพอมีเหลือก็ลงทุนกับตัวเองก่อนสิ่งอื่น

ลงทุนให้ตัวเองทำรายได้ได้ด้วยตัวเองเป็นสิ่งแรก อย่าเพิ่งสนใจลงทุนในสิ่งที่ยังไม่รู้

หากจะลงทุนอะไรก็ตาม ลงทุนตามสัดส่วนที่เรามีความรู้ อย่าตามใครทั้งสิ้น

สิ่งแวววับยั่วยวนใจจะมีเข้ามาตลอด ลองได้ก็ลองเลย หากไม่ทำให้ถึงกับชีวิตพังทลาย

ความมั่นใจในตัวเองถูกสร้างขึ้นจากการได้ทำ ไม่ใช่การอ่านและการฟัง

ชีวิตคู่ หากเจอก็ดี หากยังไม่เจอ ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ เรียนรู้

ถอยความพอใจจากความรักลงมาสักครึ่งนึง แล้วจะพบว่า ทุกความสัมพันธ์ สุขได้ไม่ยาก

เขียนสิ่งที่ต้องการ เพราะเมื่อเวลาผ่านไป มันจะสำเร็จอย่างน้อยครึ่งนึง

ทั้งๆ ที่ไม่ได้คิดถึงมันเลย แค่ต้องเขียนมันออกมา

เขียนไดอารี่ เขียนอะไรก็ได้ ขอให้เขียน จะเข้าใจตัวเองและคนอื่นมากขึ้นอย่างประหลาดใจ

การเรียบเรียง การถ่ายทอดและความทรงจำก็ดีขึ้นตามลำดับอย่างแน่นอน

ขอให้ซื่อสัตย์ต่อตัวเอง

จาก วัยกลางคน ชนชั้นกลางที่มีชีวิตอย่างธรรมดา

#90days day14

#siamstr

ความรักเป็นสิ่งแปลก

ในวัยที่เราตามหามันมากที่สุด กลับไม่เคยพบ

ในยามที่เราคิดว่ารู้จักมันดีแล้ว เรากลับประหลาดใจ

ยิ่งเรียนรู้ผ่านคนอื่น ยิ่งไม่รู้จักความรักแบบของเรา

รูปแบบที่เคยคิดว่าต้องการ แท้จริงกลับต่างไป

ในยามที่เรารู้สึกว่าพอแล้ว เรากลับได้รับมันยิ่งกว่าเก่า

โชคดีรึเปล่านะ

ความรักไม่ใช่สิ่งใหม่ แต่มันไม่เคยเก่าเลยสำหรับเรา

มันคือความเสียสละหรือเปล่านะ

หรือมันคือความผูกพัน

หรือเป็นเพียงความคิดถึงกันและกัน

แต่เราไม่เคยรู้สึกแบบนี้ เพราะมันเพิ่มขึ้นทุกวัน

#90days day13

#siamstr

สุดท้ายกลับมาที่อารมณ์

ไม่ว่าจะเจออะไร

อารมณ์ของเราคือสิ่งที่เราควบคุมได้มากที่สุด

หากเราควบคุมอารมณ์ไม่ได้ เราควบคุมอะไรไม่ได้เลย

ผลกระทบของการควบคุมอารมณ์ไม่ได้คือ การแสดงออกที่ทำให้เกิดผลกระทบคาดเดาไม่ได้

แสดงออกอย่างขาดการไตร่ตรอง

การดูแลอารมณ์ของเรา ยากตอนมันขึ้นมาแล้ว แต่ง่ายกว่าตอนมันยังเพิ่งเริ่ม

แต่ถ้าทิ้งได้คือที่สุด

บางสถานการณ์เมื่อเราทิ้งอารมณ์นั้นได้ การตอบสนองและการสื่อสารออกไป

เมื่อมองย้อนกลับมา ยังทำให้แปลกใจได้ด้วยซ้ำว่า แก้ปัญหาได้ดีขนาดนั้นได้อย่างไร

เมื่อควบคุมอารมณ์ได้ ก็ควบคุมผลกระทบได้

เมื่อควบคุมผลกระทบได้ ก็ไม่เสียหายหรือเสียหายน้อย

ไฟไหม้ ดับตอนเริ่ม ง่ายกว่า ดับตอนลาม

in Bangkok?

we will have meetup next Friday

at Narita Izakaya same place

please join us!

พวกมากลากไป

#เช้าที่ดีคือเช้าที่ได้วิ่ง

#siamstr

Replying to Kei

#THON110

#siamstr

ครั้งที่ 10 แล้ว เย้

จริงๆ มีครั้งย่อยๆ อีก 2-3 ครั้งด้วย

ครั้งนี้ มีแต่ผู้มาไกล 555 ทั้งต่างชาติทั้งไทยเลย

ขอบคุณที่มาพบปะกันถึงฝั่งธนนะครับ

แต่ละคนมีของมาแจกด้วย ทั้งพวงกุญแจน่ารักๆ พวงกุญแจ NFC มังคุด stroopwaffle

และมีของเล่นใหม่มาเล่นให้ดูอย่าง wesatoshis.com เหมือนเป็น hw ที่พกไปใช้จ่ายได้สะดวก เป็น open source ด้วย

ได้รู้จัก LN wallet ของ coinos.io ที่ Jurjen บอกว่า ทางยุโรปกับแคนนาดาเค้านิยมใช้กัน

ไว้เป็นทางเลือกนอกจาก WoS กับ LATES ได้ สำหรับคนที่ไม่ต้องการรันโหนดเอง

คุณ Jurjen เอา Bitcoin Diploma มาฝากด้วย

ดีใจมากกก ใครสนใจมายืมอ่านได้นะครับ แจ้งในเมนต์นี้ได้เลย

ขอบคุณ Nicky Dev กับ คุณอาร์ม ด้วยนะครับ ที่มาตามคำเชิญ แม้จะไกลบ้านก็ตาม

ได้ความรู้เรื่อง nostr กับ tech เยอะเลย

สำหรับครั้งต่อไป

#THON111

จะมี workshop สั้นๆ 30 นาที นะครับ

เรื่อง Basic Bitcoin Code

โดยคุณสิท จาก Krutt

ตั้งใจว่า เอาแค่พอให้รู้ก่อนว่า อะไรเป็นอะไร

ไม่ลงลึกมาก เน้นพูดคุยถามตอบเพิ่มเติมดีกว่า

วันเสาร์ที่ 23 ส.ค.

13.0-16.00 ที่ Fitculty ที่เดิมครับ

สนใจติดตามสอบถามอื่น

เข้ากลุ่มไลน์ เทเลแกรม ในคอมเมนต์นะครับ

ขอบคุณคุณเปรี้ยว

nostr:nprofile1qqs8cep6n9nxl2xjlx250taz9cx4ha6xyl5sv6nd3tws2hvn8235r5qkx2vkg และคุณแอนดี้ด้วยนะครับ

มากันจากพระประแดงเลย

Replying to Kei

#THON110

#siamstr

ครั้งที่ 10 แล้ว เย้

จริงๆ มีครั้งย่อยๆ อีก 2-3 ครั้งด้วย

ครั้งนี้ มีแต่ผู้มาไกล 555 ทั้งต่างชาติทั้งไทยเลย

ขอบคุณที่มาพบปะกันถึงฝั่งธนนะครับ

แต่ละคนมีของมาแจกด้วย ทั้งพวงกุญแจน่ารักๆ พวงกุญแจ NFC มังคุด stroopwaffle

และมีของเล่นใหม่มาเล่นให้ดูอย่าง wesatoshis.com เหมือนเป็น hw ที่พกไปใช้จ่ายได้สะดวก เป็น open source ด้วย

ได้รู้จัก LN wallet ของ coinos.io ที่ Jurjen บอกว่า ทางยุโรปกับแคนนาดาเค้านิยมใช้กัน

ไว้เป็นทางเลือกนอกจาก WoS กับ LATES ได้ สำหรับคนที่ไม่ต้องการรันโหนดเอง

คุณ Jurjen เอา Bitcoin Diploma มาฝากด้วย

ดีใจมากกก ใครสนใจมายืมอ่านได้นะครับ แจ้งในเมนต์นี้ได้เลย

ขอบคุณ Nicky Dev กับ คุณอาร์ม ด้วยนะครับ ที่มาตามคำเชิญ แม้จะไกลบ้านก็ตาม

ได้ความรู้เรื่อง nostr กับ tech เยอะเลย

สำหรับครั้งต่อไป

#THON111

จะมี workshop สั้นๆ 30 นาที นะครับ

เรื่อง Basic Bitcoin Code

โดยคุณสิท จาก Krutt

ตั้งใจว่า เอาแค่พอให้รู้ก่อนว่า อะไรเป็นอะไร

ไม่ลงลึกมาก เน้นพูดคุยถามตอบเพิ่มเติมดีกว่า

วันเสาร์ที่ 23 ส.ค.

13.0-16.00 ที่ Fitculty ที่เดิมครับ

สนใจติดตามสอบถามอื่น

เข้ากลุ่มไลน์ เทเลแกรม ในคอมเมนต์นะครับ

#THON110

#siamstr

ครั้งที่ 10 แล้ว เย้

จริงๆ มีครั้งย่อยๆ อีก 2-3 ครั้งด้วย

ครั้งนี้ มีแต่ผู้มาไกล 555 ทั้งต่างชาติทั้งไทยเลย

ขอบคุณที่มาพบปะกันถึงฝั่งธนนะครับ

แต่ละคนมีของมาแจกด้วย ทั้งพวงกุญแจน่ารักๆ พวงกุญแจ NFC มังคุด stroopwaffle

และมีของเล่นใหม่มาเล่นให้ดูอย่าง wesatoshis.com เหมือนเป็น hw ที่พกไปใช้จ่ายได้สะดวก เป็น open source ด้วย

ได้รู้จัก LN wallet ของ coinos.io ที่ Jurjen บอกว่า ทางยุโรปกับแคนนาดาเค้านิยมใช้กัน

ไว้เป็นทางเลือกนอกจาก WoS กับ LATES ได้ สำหรับคนที่ไม่ต้องการรันโหนดเอง

คุณ Jurjen เอา Bitcoin Diploma มาฝากด้วย

ดีใจมากกก ใครสนใจมายืมอ่านได้นะครับ แจ้งในเมนต์นี้ได้เลย

ขอบคุณ Nicky Dev กับ คุณอาร์ม ด้วยนะครับ ที่มาตามคำเชิญ แม้จะไกลบ้านก็ตาม

ได้ความรู้เรื่อง nostr กับ tech เยอะเลย

สำหรับครั้งต่อไป

#THON111

จะมี workshop สั้นๆ 30 นาที นะครับ

เรื่อง Basic Bitcoin Code

โดยคุณสิท จาก Krutt

ตั้งใจว่า เอาแค่พอให้รู้ก่อนว่า อะไรเป็นอะไร

ไม่ลงลึกมาก เน้นพูดคุยถามตอบเพิ่มเติมดีกว่า

วันเสาร์ที่ 23 ส.ค.

13.0-16.00 ที่ Fitculty ที่เดิมครับ

สนใจติดตามสอบถามอื่น

เข้ากลุ่มไลน์ เทเลแกรม ในคอมเมนต์นะครับ

ยังตามไม่หมด ไว้ทยอยอ่านนะครับ

#เขียนขีดอิสระ วันที่ 60

#siamstr

ซีรี่ส์ที่ออกแบบมาอย่างดี

เพื่อให้คนติด

ระบบคัดเลือกคลิปใน yt tt ig ออกแบบมาอย่างดี

เพื่อให้คนติด

คนยุคเราคงเป็น ultra processed people

ไม่ใช่จากแค่อาหารแล้วล่ะ

หาก ultra processed หมายถึง กระบวนการเพื่อให้คนเสพติด

อาหารที่เป็น whole food สามารถทำให้อิ่ม ในปริมาณที่จำกัด สารอาหารไม่ได้ถูกบีบอัด ดัดแปลง เหมือนอาหารที่ผ่านกระบวนการ

หากมองลักษณะนี้

whole food ของการเสพสื่อ จะมองว่าเป็น การอ่านหนังสือ การพูดคุย การฟัง podcast การดูสัมภาษณ์ ได้รึเปล่านะ

เพราะเท่าที่รู้สึก การเสพสิ่งเหล่านี้ ทำให้เราอิ่มในปริมาณที่จำกัดเหมือนกัน

จริงๆ แล้ว เคยอ่านโพสต์ของพี่ท่านนึง ที่ว่า ultra processed ของ content อาจหมายถึง content ที่ผ่านการย่อยต่อๆ กันมา เช่น คอนเทนต์สรุปต่างๆ

อันนี้ก็เป็นอีกมุม

หากเราอยากควบคุมสุขภาพจิตให้ดี อาจต้องเสพ ultra processed content ให้น้อยลง และหันไปเสพ ”whole content” ให้มากขึ้น

ปัญหาก็จะมาเกิดอีกว่า แล้วเราจะทันโลกที่หมุนได้อย่างไร หากเสพแต่ whole content

หรือการตามให้ทันโลก คำนี้อาจจะไม่ “relevant” กับโลกยุคปัจจุบันแล้ว โลกที่หมุนเร็วราวกับพายุ

หาข้อมูลวิธีทำกลุ่มจากไหนได้บ้างครับ

“ประโยคสุดท้ายคือ สิ่งที่อยากให้คนอ่านจดจำ”

“เราคิดเสมอว่า อุตส่าห์สละเวลาตั้ง 10-15 นาที ของชีวิตเค้า ที่จะไปทำอะไรอย่างอื่นก็ได้ มาอ่านบทความของเรา เราต้องทำให้ดีที่สุด จะต้องไม่มีแม้แต่ตัวอักษรเดียวที่พิมพ์ผิด”