Avatar
Thita@98⚡️
cc2783215f21a578e492ac0cf31e5038be7a9f7b8b8d696ac753c48bcd6074a5
Replying to Avatar maiakee

🪙🌾 มหาราช ข้อที่สัตว์เหล่าใด ได้โภคทรัพย์อันมหาศาลแล้ว

ไม่เมาอยู่ด้วย ไม่ถึงความยินดีในกามทั้งหลาย

และไม่ปฏิบัติผิดในสัตว์ทั้งหลายด้วย

สัตว์เหล่านั้น มีน้อยนักในโลก

บทนำ : พระพุทธเจ้าไม่ได้ยกย่อง “ความจน” แต่ทรงชี้ “ความไม่เมา”

พระพุทธเจ้า ไม่เคยสอนให้รังเกียจทรัพย์

และ ไม่เคยสอนให้ยกย่องความขัดสนเป็นคุณธรรมในตัวมันเอง

ตรงกันข้าม พระองค์ตรัสอย่างตรงไปตรงมาว่า

ทรัพย์ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์

แต่ ความเมาในทรัพย์ เป็นเหตุแห่งความพินาศ

พระสูตรตอนนี้จึงมิได้กล่าวถึง “คนจน”

แต่กล่าวถึง สัตว์ผู้ได้ทรัพย์มากแล้ว

และยัง ไม่หลง ไม่เมา ไม่ล่วงละเมิด

ซึ่งพระองค์ทรงสรุปด้วยถ้อยคำอันหนักแน่นว่า

สัตว์เหล่านั้น มีน้อยนักในโลก

๑. “ได้โภคทรัพย์อันมหาศาลแล้ว” – พระพุทธเจ้ามองทรัพย์อย่างเป็นจริง

คำว่า โภคทรัพย์ ในพระสูตร

มิใช่เพียงเงินทอง แต่รวมถึง

• ทรัพย์ภายนอก (อามิส)

• เครื่องอาศัย

• อำนาจ ความสามารถ และโอกาส

พระพุทธเจ้า ไม่ปฏิเสธความจริงของโลก

ว่าการมีทรัพย์ ย่อมทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้โดยสะดวก

ในหลายพระสูตร พระองค์ยังตรัสชัดว่า

ความยากจน เป็นทุกข์ของคฤหัสถ์

ดังนั้น ประเด็นของพระสูตรนี้ ไม่ใช่การมีทรัพย์

แต่คือ สิ่งที่จิตทำกับทรัพย์นั้น

๒. “ไม่เมาอยู่ด้วย” – เมาไม่ใช่ดื่ม แต่คือหลง

คำว่า เมา ในพุทธวจน

มิใช่เพียงเมาสุรา

แต่คือ ความลุ่มหลง ยึดมั่น สำคัญตน

เมาในอะไร?

• เมาในทรัพย์

• เมาในอำนาจ

• เมาในสถานะ

• เมาในความมั่นคงที่คิดว่า “ของเรา”

ผู้เมา ย่อม

• ประมาท

• ลืมความไม่เที่ยง

• ลืมความตาย

• ลืมกรรม

พระพุทธเจ้าจึงตรัสยกย่อง ผู้มีทรัพย์ แต่ไม่เมา

เพราะทรัพย์มักเป็นเครื่องทดสอบจิตที่รุนแรงยิ่งกว่าความยากจน

๓. “ไม่ถึงความยินดีในกามทั้งหลาย” – ไม่ใช่ไม่มี แต่ไม่ติด

คำว่า ไม่ถึงความยินดีในกาม

มิได้หมายถึงการบังคับตนให้เกลียดสุข

แต่หมายถึง

ไม่ปล่อยใจไหลไปตามกาม

ไม่ตั้งชีวิตบนการแสวงหาความพอใจไม่รู้จบ

กามในพุทธวจน คือ

• รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส

• ความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

ผู้ยินดีในกาม ย่อม

• ไม่รู้จักพอ

• ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ

• และต้องทุกข์เมื่อเสื่อม

พระพุทธเจ้าจึงยกย่องผู้ที่

มีทรัพย์ มีสุขได้ แต่ไม่ตกเป็นทาสของสุขนั้น

๔. “ไม่ปฏิบัติผิดในสัตว์ทั้งหลายด้วย” – ศีลคือเสาหลักของทรัพย์

ข้อนี้เป็นหัวใจเชิงศีลธรรมของพระสูตร

ผู้มีทรัพย์มาก

ย่อมมีอำนาจกระทบชีวิตผู้อื่นมาก

การ ปฏิบัติผิดในสัตว์ทั้งหลาย

หมายถึง

• เบียดเบียน

• เอาเปรียบ

• ใช้ทรัพย์เป็นเครื่องกดขี่

• ใช้อำนาจซื้อศักดิ์ศรีของผู้อื่น

พระพุทธเจ้าชี้ชัดว่า

ทรัพย์ที่ไม่ตั้งอยู่บนศีล ย่อมนำไปสู่ความเสื่อม

แต่ผู้ที่

• มีทรัพย์

• ไม่เมา

• ไม่ติดกาม

• และไม่เบียดเบียน

ผู้นั้นคือ สัตว์ผู้ประเสริฐยิ่งในโลก

๕. “สัตว์เหล่านั้น มีน้อยนักในโลก” – คำตัดสินที่ตรงและหนัก

พระพุทธเจ้า ไม่ปลอบใจโลก

พระองค์ไม่ตรัสว่า

“คนดีมีมาก เพียงแต่เราไม่เห็น”

แต่ตรัสตรง ๆ ว่า

มีน้อยนักในโลก

เพราะโดยธรรมชาติของกิเลส

• ทรัพย์ มักนำมาซึ่งความเมา

• อำนาจ มักนำมาซึ่งการล่วงละเมิด

• ความสุข มักนำมาซึ่งความประมาท

ผู้ใดฝืนกระแสนี้ได้

ผู้นั้นจึงหายาก

บทสรุป : ทรัพย์ไม่ผิด แต่ใจที่หลงทรัพย์คือปัญหา

พระสูตรนี้ไม่ได้สอนให้หนีโลก

แต่สอนให้ อยู่เหนือโลก

ไม่ได้สอนให้ปฏิเสธทรัพย์

แต่สอนให้ ไม่ตกเป็นทาสของทรัพย์

และไม่ได้สอนให้รังเกียจกาม

แต่สอนให้ เห็นกามตามความเป็นจริง

ผู้มีทรัพย์แล้ว

ยังไม่เมา

ไม่ติด

ไม่เบียดเบียน

ผู้นั้นคือแบบอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่อง

และเป็นสัตว์ผู้มีน้อยนักในโลก

๖. ทรัพย์เป็นบททดสอบ มิใช่เครื่องรับรองความดี

ในพุทธวจน พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสว่า

ผู้มีทรัพย์ = ผู้ประเสริฐ

หรือ

ผู้ยากจน = ผู้ต่ำต้อย

พระองค์ทรงวางหลักไว้ชัดว่า

คุณค่าของบุคคล มิได้วัดจากสิ่งที่ถือครอง

แต่วัดจากการกระทำทางกาย วาจา ใจ

ในหลายพระสูตร พระองค์ตรัสตรงกันว่า

ทรัพย์เป็นของไม่เที่ยง

ความเสื่อมแห่งทรัพย์เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ดังนั้น ผู้มีทรัพย์มาก

ยิ่งต้องเผชิญ “บททดสอบ” มาก

เพราะเมื่อสิ่งที่ยึดถือเสื่อมไป

จิตที่ไม่ฝึก ย่อมหวั่นไหวอย่างรุนแรง

ผู้ไม่เมาในทรัพย์

จึงมิใช่ผู้โชคดี

แต่คือ ผู้ฝึกจิตมาแล้ว

๗. ความไม่เมา คือความไม่ประมาท (อัปปมาทะ)

พระพุทธเจ้าตรัสย้ำเสมอว่า

ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย

ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย

ความเมาในทรัพย์

คือรูปหนึ่งของ ความประมาท

เพราะผู้เมา

• ลืมความเสื่อม

• ลืมความตาย

• ลืมผลของกรรม

ผู้ไม่เมา

จึงเป็นผู้ยังระลึกอยู่เสมอว่า

ทรัพย์นี้ไม่ใช่ของเราโดยแท้

ชีวิตนี้ไม่อยู่ในอำนาจเรา

กรรมเท่านั้นเป็นของของเรา

นี่คือเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่อง

ผู้มีทรัพย์แต่ไม่เมา

มากกว่าผู้สละทรัพย์เพราะหนีโลก

๘. กามไม่ผิด แต่ความหลงในกามคือเครื่องผูกสัตว์

ในพุทธวจน พระพุทธเจ้าไม่ตรัสว่า

กามเป็นบาปโดยตัวมันเอง

แต่ตรัสว่า

กามเป็นของน่ารัก น่าใคร่ น่าพอใจ

และเป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายติดข้อง

ผู้ยินดีในกาม

ย่อม

• แสวงหาไม่รู้จบ

• กลัวการพราก

• และทุกข์เมื่อสิ่งนั้นแปรปรวน

ผู้ไม่ถึงความยินดีในกาม

มิใช่ผู้ไม่มีความสุข

แต่เป็นผู้ ไม่ผูกชีวิตไว้กับสุข

นี่คือเสรีภาพทางจิต

ที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญอย่างยิ่ง

๙. การไม่เบียดเบียน คือเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้มีทรัพย์” กับ “ผู้มีธรรม”

พระพุทธเจ้าตรัสชัดว่า

การฆ่า การเบียดเบียน การเอาเปรียบ

ย่อมมีรากจากโลภะ โทสะ โมหะ

ผู้มีทรัพย์มาก

แต่ยังไม่ปฏิบัติผิดในสัตว์ทั้งหลาย

แสดงว่า

• ทรัพย์นั้นไม่ได้ครอบงำจิต

• อำนาจนั้นไม่ทำลายเมตตา

• ความได้เปรียบไม่ทำให้ลืมผู้อื่น

พระองค์จึงตรัสยกย่องบุคคลเช่นนี้

เพราะทรัพย์มักทำให้สัตว์ลืมศีล

แต่ผู้นี้ รักษาศีลได้แม้ในความมั่งคั่ง

๑๐. เหตุที่สัตว์เช่นนี้ “มีน้อยนักในโลก”

พระพุทธเจ้าไม่ทรงกล่าวเชิงสถิติ

แต่กล่าวจาก ธรรมชาติของกิเลส

เพราะโดยมาก

• เมื่อได้ทรัพย์ → เกิดความเมา

• เมื่อมีสุข → เกิดความติด

• เมื่อมีอำนาจ → เกิดการล่วงละเมิด

ผู้ที่

• ได้แล้วไม่เมา

• สุขแล้วไม่ติด

• มีอำนาจแล้วไม่เบียดเบียน

ผู้นั้นจึงฝืนกระแสโลก

ฝืนกระแสตัณหา

ฝืนกระแสอัตตา

และเพราะเหตุนี้เอง

พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า

สัตว์เหล่านั้น มีน้อยนักในโลก

บทสรุปภาคต่อ : ทรัพย์ไม่ทำให้คนต่ำหรือสูง

แต่เผยให้เห็น “จิตที่แท้”

ในพุทธวจน

ทรัพย์ไม่ใช่ศัตรูของธรรม

แต่เป็น กระจกส่องกิเลส

ผู้ใด

• มีทรัพย์แล้วเมา

ย่อมเห็นกิเลสชัด

ผู้ใด

• มีทรัพย์แล้วไม่เมา

ย่อมเห็นธรรมชัดยิ่งกว่า

และพระพุทธเจ้าทรงชี้ไว้แล้วว่า

ผู้เห็นธรรมเช่นนี้ มีน้อยนักในโลก

#Siamstr #nostr #พุทธวจน #ธรรมะ

🙏🙏🙏🪷

เย็นชวนเจ็บกระดูก

nostr:npub1am5ndr8yqt7ffzz73uelqlwypul9tau4h0aa8jkfqsyg8ttvvv9s8q5dyl

nostr:note1efry5uhj7rel0xpeeeyauznustk6luamyyphff3hl7tmskrmlpdsxwlncj

😋ย่างเครื่องตำแจ่วบ่ คือบ่มีพริก ท่านชูวับ