
🪙🌾 มหาราช ข้อที่สัตว์เหล่าใด ได้โภคทรัพย์อันมหาศาลแล้ว
ไม่เมาอยู่ด้วย ไม่ถึงความยินดีในกามทั้งหลาย
และไม่ปฏิบัติผิดในสัตว์ทั้งหลายด้วย
สัตว์เหล่านั้น มีน้อยนักในโลก
⸻
บทนำ : พระพุทธเจ้าไม่ได้ยกย่อง “ความจน” แต่ทรงชี้ “ความไม่เมา”
พระพุทธเจ้า ไม่เคยสอนให้รังเกียจทรัพย์
และ ไม่เคยสอนให้ยกย่องความขัดสนเป็นคุณธรรมในตัวมันเอง
ตรงกันข้าม พระองค์ตรัสอย่างตรงไปตรงมาว่า
ทรัพย์ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์
แต่ ความเมาในทรัพย์ เป็นเหตุแห่งความพินาศ
พระสูตรตอนนี้จึงมิได้กล่าวถึง “คนจน”
แต่กล่าวถึง สัตว์ผู้ได้ทรัพย์มากแล้ว
และยัง ไม่หลง ไม่เมา ไม่ล่วงละเมิด
ซึ่งพระองค์ทรงสรุปด้วยถ้อยคำอันหนักแน่นว่า
สัตว์เหล่านั้น มีน้อยนักในโลก
⸻
๑. “ได้โภคทรัพย์อันมหาศาลแล้ว” – พระพุทธเจ้ามองทรัพย์อย่างเป็นจริง
คำว่า โภคทรัพย์ ในพระสูตร
มิใช่เพียงเงินทอง แต่รวมถึง
• ทรัพย์ภายนอก (อามิส)
• เครื่องอาศัย
• อำนาจ ความสามารถ และโอกาส
พระพุทธเจ้า ไม่ปฏิเสธความจริงของโลก
ว่าการมีทรัพย์ ย่อมทำให้ชีวิตดำรงอยู่ได้โดยสะดวก
ในหลายพระสูตร พระองค์ยังตรัสชัดว่า
ความยากจน เป็นทุกข์ของคฤหัสถ์
ดังนั้น ประเด็นของพระสูตรนี้ ไม่ใช่การมีทรัพย์
แต่คือ สิ่งที่จิตทำกับทรัพย์นั้น
⸻
๒. “ไม่เมาอยู่ด้วย” – เมาไม่ใช่ดื่ม แต่คือหลง
คำว่า เมา ในพุทธวจน
มิใช่เพียงเมาสุรา
แต่คือ ความลุ่มหลง ยึดมั่น สำคัญตน
เมาในอะไร?
• เมาในทรัพย์
• เมาในอำนาจ
• เมาในสถานะ
• เมาในความมั่นคงที่คิดว่า “ของเรา”
ผู้เมา ย่อม
• ประมาท
• ลืมความไม่เที่ยง
• ลืมความตาย
• ลืมกรรม
พระพุทธเจ้าจึงตรัสยกย่อง ผู้มีทรัพย์ แต่ไม่เมา
เพราะทรัพย์มักเป็นเครื่องทดสอบจิตที่รุนแรงยิ่งกว่าความยากจน
⸻
๓. “ไม่ถึงความยินดีในกามทั้งหลาย” – ไม่ใช่ไม่มี แต่ไม่ติด
คำว่า ไม่ถึงความยินดีในกาม
มิได้หมายถึงการบังคับตนให้เกลียดสุข
แต่หมายถึง
ไม่ปล่อยใจไหลไปตามกาม
ไม่ตั้งชีวิตบนการแสวงหาความพอใจไม่รู้จบ
กามในพุทธวจน คือ
• รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส
• ความสุขทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ผู้ยินดีในกาม ย่อม
• ไม่รู้จักพอ
• ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ
• และต้องทุกข์เมื่อเสื่อม
พระพุทธเจ้าจึงยกย่องผู้ที่
มีทรัพย์ มีสุขได้ แต่ไม่ตกเป็นทาสของสุขนั้น
⸻
๔. “ไม่ปฏิบัติผิดในสัตว์ทั้งหลายด้วย” – ศีลคือเสาหลักของทรัพย์
ข้อนี้เป็นหัวใจเชิงศีลธรรมของพระสูตร
ผู้มีทรัพย์มาก
ย่อมมีอำนาจกระทบชีวิตผู้อื่นมาก
การ ปฏิบัติผิดในสัตว์ทั้งหลาย
หมายถึง
• เบียดเบียน
• เอาเปรียบ
• ใช้ทรัพย์เป็นเครื่องกดขี่
• ใช้อำนาจซื้อศักดิ์ศรีของผู้อื่น
พระพุทธเจ้าชี้ชัดว่า
ทรัพย์ที่ไม่ตั้งอยู่บนศีล ย่อมนำไปสู่ความเสื่อม
แต่ผู้ที่
• มีทรัพย์
• ไม่เมา
• ไม่ติดกาม
• และไม่เบียดเบียน
ผู้นั้นคือ สัตว์ผู้ประเสริฐยิ่งในโลก
⸻
๕. “สัตว์เหล่านั้น มีน้อยนักในโลก” – คำตัดสินที่ตรงและหนัก
พระพุทธเจ้า ไม่ปลอบใจโลก
พระองค์ไม่ตรัสว่า
“คนดีมีมาก เพียงแต่เราไม่เห็น”
แต่ตรัสตรง ๆ ว่า
มีน้อยนักในโลก
เพราะโดยธรรมชาติของกิเลส
• ทรัพย์ มักนำมาซึ่งความเมา
• อำนาจ มักนำมาซึ่งการล่วงละเมิด
• ความสุข มักนำมาซึ่งความประมาท
ผู้ใดฝืนกระแสนี้ได้
ผู้นั้นจึงหายาก
⸻
บทสรุป : ทรัพย์ไม่ผิด แต่ใจที่หลงทรัพย์คือปัญหา
พระสูตรนี้ไม่ได้สอนให้หนีโลก
แต่สอนให้ อยู่เหนือโลก
ไม่ได้สอนให้ปฏิเสธทรัพย์
แต่สอนให้ ไม่ตกเป็นทาสของทรัพย์
และไม่ได้สอนให้รังเกียจกาม
แต่สอนให้ เห็นกามตามความเป็นจริง
ผู้มีทรัพย์แล้ว
ยังไม่เมา
ไม่ติด
ไม่เบียดเบียน
ผู้นั้นคือแบบอย่างที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่อง
และเป็นสัตว์ผู้มีน้อยนักในโลก
⸻
๖. ทรัพย์เป็นบททดสอบ มิใช่เครื่องรับรองความดี
ในพุทธวจน พระพุทธเจ้าไม่เคยตรัสว่า
ผู้มีทรัพย์ = ผู้ประเสริฐ
หรือ
ผู้ยากจน = ผู้ต่ำต้อย
พระองค์ทรงวางหลักไว้ชัดว่า
คุณค่าของบุคคล มิได้วัดจากสิ่งที่ถือครอง
แต่วัดจากการกระทำทางกาย วาจา ใจ
ในหลายพระสูตร พระองค์ตรัสตรงกันว่า
ทรัพย์เป็นของไม่เที่ยง
ความเสื่อมแห่งทรัพย์เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
ดังนั้น ผู้มีทรัพย์มาก
ยิ่งต้องเผชิญ “บททดสอบ” มาก
เพราะเมื่อสิ่งที่ยึดถือเสื่อมไป
จิตที่ไม่ฝึก ย่อมหวั่นไหวอย่างรุนแรง
ผู้ไม่เมาในทรัพย์
จึงมิใช่ผู้โชคดี
แต่คือ ผู้ฝึกจิตมาแล้ว
⸻
๗. ความไม่เมา คือความไม่ประมาท (อัปปมาทะ)
พระพุทธเจ้าตรัสย้ำเสมอว่า
ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย
ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย
ความเมาในทรัพย์
คือรูปหนึ่งของ ความประมาท
เพราะผู้เมา
• ลืมความเสื่อม
• ลืมความตาย
• ลืมผลของกรรม
ผู้ไม่เมา
จึงเป็นผู้ยังระลึกอยู่เสมอว่า
ทรัพย์นี้ไม่ใช่ของเราโดยแท้
ชีวิตนี้ไม่อยู่ในอำนาจเรา
กรรมเท่านั้นเป็นของของเรา
นี่คือเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงยกย่อง
ผู้มีทรัพย์แต่ไม่เมา
มากกว่าผู้สละทรัพย์เพราะหนีโลก
⸻
๘. กามไม่ผิด แต่ความหลงในกามคือเครื่องผูกสัตว์
ในพุทธวจน พระพุทธเจ้าไม่ตรัสว่า
กามเป็นบาปโดยตัวมันเอง
แต่ตรัสว่า
กามเป็นของน่ารัก น่าใคร่ น่าพอใจ
และเป็นเหตุให้สัตว์ทั้งหลายติดข้อง
ผู้ยินดีในกาม
ย่อม
• แสวงหาไม่รู้จบ
• กลัวการพราก
• และทุกข์เมื่อสิ่งนั้นแปรปรวน
ผู้ไม่ถึงความยินดีในกาม
มิใช่ผู้ไม่มีความสุข
แต่เป็นผู้ ไม่ผูกชีวิตไว้กับสุข
นี่คือเสรีภาพทางจิต
ที่พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญอย่างยิ่ง
⸻
๙. การไม่เบียดเบียน คือเส้นแบ่งระหว่าง “ผู้มีทรัพย์” กับ “ผู้มีธรรม”
พระพุทธเจ้าตรัสชัดว่า
การฆ่า การเบียดเบียน การเอาเปรียบ
ย่อมมีรากจากโลภะ โทสะ โมหะ
ผู้มีทรัพย์มาก
แต่ยังไม่ปฏิบัติผิดในสัตว์ทั้งหลาย
แสดงว่า
• ทรัพย์นั้นไม่ได้ครอบงำจิต
• อำนาจนั้นไม่ทำลายเมตตา
• ความได้เปรียบไม่ทำให้ลืมผู้อื่น
พระองค์จึงตรัสยกย่องบุคคลเช่นนี้
เพราะทรัพย์มักทำให้สัตว์ลืมศีล
แต่ผู้นี้ รักษาศีลได้แม้ในความมั่งคั่ง
⸻
๑๐. เหตุที่สัตว์เช่นนี้ “มีน้อยนักในโลก”
พระพุทธเจ้าไม่ทรงกล่าวเชิงสถิติ
แต่กล่าวจาก ธรรมชาติของกิเลส
เพราะโดยมาก
• เมื่อได้ทรัพย์ → เกิดความเมา
• เมื่อมีสุข → เกิดความติด
• เมื่อมีอำนาจ → เกิดการล่วงละเมิด
ผู้ที่
• ได้แล้วไม่เมา
• สุขแล้วไม่ติด
• มีอำนาจแล้วไม่เบียดเบียน
ผู้นั้นจึงฝืนกระแสโลก
ฝืนกระแสตัณหา
ฝืนกระแสอัตตา
และเพราะเหตุนี้เอง
พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า
สัตว์เหล่านั้น มีน้อยนักในโลก
⸻
บทสรุปภาคต่อ : ทรัพย์ไม่ทำให้คนต่ำหรือสูง
แต่เผยให้เห็น “จิตที่แท้”
ในพุทธวจน
ทรัพย์ไม่ใช่ศัตรูของธรรม
แต่เป็น กระจกส่องกิเลส
ผู้ใด
• มีทรัพย์แล้วเมา
ย่อมเห็นกิเลสชัด
ผู้ใด
• มีทรัพย์แล้วไม่เมา
ย่อมเห็นธรรมชัดยิ่งกว่า
และพระพุทธเจ้าทรงชี้ไว้แล้วว่า
ผู้เห็นธรรมเช่นนี้ มีน้อยนักในโลก
#Siamstr #nostr #พุทธวจน #ธรรมะ