Avatar
Somnuke
30aeab00931a8a6d4a3f9e8cfa255abf5f87f3091a8efe0bf24afe8c2eec28f5
ผมชื่อสมนึก มาจากองค์การสร้างความปวดกบาลแห่งชาติ

ปล. ผมก็ไม่เคยคิดว่าคุณปรุ๊คจะว่าผมหรอกครับ

Suthichai live สักอันนี่แหละครับ แต่ไม่แน่ใจแล้วว่าอันไหน คอมเมนต์ส่วนใหญ่ก็เออ ออห่อหมก เพราะฟังแล้วก็มีเหตุผลดี

เอามารีรันเพราะของขึ้น จากการไปฟังไอช่อง พูด Pud นักเลียรัฐสวัสดิการ

ขอโทษนะครับ ผมสงสัยว่าทำไมไม่มี ปริ้วว บ้างครับ มีแต่ปุ้ง ปิ้ง ปุ่ง

### นิทานยามบ่าย

เรื่อง : คุณครูพันธุ์หายาก

*Caution : เขียนจากจินตนาการ, เรื่องจริงหรือ fact. ถ้าอยากได้ไปหาเอาจากที่อื่น

-

คุณครู : นักเรียน..ธุรกิจอะไรเอ่ยที่ทำแล้วรวยที่สุดในโลก?

นักเรียน 1 : อสังหาครับ

นักเรียน 2 : ธุรกิจ logistic ครับ

นักเรียน 3 : ธุรกิจธนาคารครับ

นักเรียน 4 : ธุรกิจส่งออกอาหารครับ

นักเรียน 5 : ธุรกิจทางการแพทย์ครับ

นักเรียน 6 : ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมครับ

นักเรียน 7 : ธุรกิจขายน้ำมัน

นักเรียน 8 : ธุรกิจทางด้านการเงิน

คุณครู : ทุกคนตอบผิดหมดเลย

นักเรียน(รวม) : โถ่...ทำไมไม่มีคนถูกเลย

นักเรียน 7 : ขายน้ำมันน่าจะรวยสุดแล้วนะครับครู ดูพวกแขกอาหรับสิครับ

คุณครู : เอิ่ม... งั้นครูจะเฉลยแล้วน้า...

คุณครู : ทาดา~ “ธุรกิจส่งออกเงินเฟ้อยังไงละจ๊ะ”

นักเรียน(รวม) : หา...

คุณครู : การที่ประเทศมีสกุลเงินหลักที่ถูกใช้เป็นรีเสิร์ฟ/เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่ประเทศอื่น ๆ จะต้องใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพราะว่าเป็นเงินที่มีสภาพคล่องสูง มีความน่าเชื่อถือ พวกเขาจะได้เปรียบประเทศอื่น ๆ อย่างมากจากการปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเงินได้ตามใจชอบ

นักเรียน 1 : แล้วประเทศที่มีสกุลเงินหลักของโลก จะร่ำรวยจากการทำธุรกิจส่งออกเงินเฟ้อได้ยังไงครับครู?

คุณครู : นั่นแหละเคล็ดลับจ่ะ... เวลาที่ประเทศอื่น ๆ เอาสกุลเงินหลักไปถือครองเอาไว้ เพื่อที่จะได้ผลิตเงินท้องถิ่นใช้กันในประเทศ ใช้เพื่อเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ใช้เพื่อนำเข้า-ส่งออก ทุก ๆ ครั้งที่สกุลเงินหลักเป็นที่ต้องการมากขึ้นมันจะเริ่มขาดสภาพคลองเนื่องจากมีปริมาณของเงินที่ไม่เพียงพอกับหลาย ๆ ประเทศในโลก

ตอนนั้นแหละที่ประเทศเจ้าของสกุลเงินหลักของโลก จะผลิตเงินของพวกเขาเพิ่มเพื่ออัดฉีดสภาพคล่องให้มีปริมาณเงินที่จะหมุนเวียนอยู่ในระบบอย่างเพียงพอต่อการใช้งาน

ดังนั้นนอกจากประเทศเจ้าของสกุลเงินหลักจะมีปริมาณเงินของตัวเองเพิ่มขึ้นแล้ว ด้วยปริมาณของเงินที่ถูกผลิตเพิ่มจะส่งผลให้มูลค่าของเงินนั้นลดลง เราเรียกว่า ”การเฟ้อเงิน“ จะทำลายมูลค่าของเงินในประเทศที่กำลังถือสกุลเงินหลักลงด้วย

ดังนั้นเมื่อประเทศที่ค่าเงินมีมูลค่าลดลงต่อราคาสินค้า พวกเข้าจะต้องจ่ายค่านำเข้าสินค้าที่แพงขึ้น ในขณะที่การส่งออกจะต้องปรับราคาสินค้าให้แพงขึ้นตาม ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของการส่งออก ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศขาดสภาพคล่องของสกุลเงินหลักและทุนสำรองของประเทศ

และเนื่องจากภาคของการผลิตจะต้องใช้พลังงาน ประเทศที่มีภาคการผลิตและส่งออกสินค้า จะต้องมีการนำเข้าพลังงานที่ซื้อขายกันเฉพาะสกุลเงินหลักเท่านั้น ดังนั้นเมื่อค่าเงินของสกุลเงินหลักที่พวกเขาถือครองเอาไว้เสื่อมมูลค่าจากการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบ จากการผลิตเงินเพิ่มของเจ้าของสกุลเงินหลัก พวกเขาจะต้องออกไปหาเงินสกุลเงินหลักให้เพียงพอสำหรับการซื้อพลังงานเพื่อนำมาใช้ภายในประเทศ

ดังนั้นประเทศที่ภาคการส่งออกไม่แข็งแรงพอที่จะหาสกุลเงินหลักเพิ่มขึ้นได้จากการส่งออกสินค้า จะต้องออกไปกู้ยืมเงินสกุลเงินหลักเพื่อนำมาใช้ในการนำเข้าพลังงาน

เมื่อมีการกู้ยืมเงินเกิดขึ้น นักเรียนคิดว่าเงินที่ประเทศเจ้าของสกุลเงินที่จะให้กู้ยืม จะเอาเงินมาจากที่ไหนจ๊ะ?

นักเรียน 8 : ให้ประเทศอื่นกู้ยืมจากเงินทุนสำรองภายในประเทศ ของประเทศเจ้าของสกุลเงินเหรอครับ?

คุณครู : ผิดอีกแล้วจ่ะ... เมื่อหนี้คือสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง ดังนั้นประเทศที่ออกสกุลเงินหลักจึงสามารถที่จะนำยอดหนี้จากประเทศผู้กู้ นำมันไปเป็นหลักประกันเพื่อที่จะผลิตเงินใหม่เพิ่มขึ้นมาสำหรับให้กับประเทศผู้กู้ยืม

ดังนั้นนอกจากจะเป็นเจ้าของยอดหนี้ก้อนนั้นที่เป็นสินทรัพย์ด้วยแล้ว พวกเขายังได้เงินก้อนที่เพิ่งจะปล่อยกู้ออกไปกลับมาในรูปแบบของการที่ประเทศที่มาขอกู้ยืมเงิน จะใช้เงินก้อนนั้นในการซื้อพลังงานจากพวกเขาอีกด้วย

นักเรียน 7 : โห...ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลย

นักเรียน 6 : แล้วประเทศอื่น ๆ จะมีวิธีปกป้องตัวเองจากเรื่องนี้ได้ยังไงบ้างครับ?

คุณครู : หลาย ๆ ประเทศจะใช้วิธีการควบคุมปริมาณทุนสำรองที่เป็นสกุลเงินหลักให้เพียงพอสำหรับกิจการภายในประเทศ ไม่ให้มีจำนวนที่มากหรือน้อยจนเกินไป พวกเขาอาจจะเก็บสินทรัพย์ที่จะค้ำมูลค่าของค่าเงินท้องถิ่นภายในประเทศ ด้วยการถือสินทรัพย์ประเภทโลหะมีค่าแร่เงินหรือทองคำ เพื่อป้องกันค่าเงินภายในประเทศของตัวเอง

นี่ยังไม่รวมเรื่องการปรับตัวตามนโยบายเพิ่มลดอัตราดอกเบี้ยที่มาจากประเทศที่เป็นเจ้าของสกุลเงินหลักของโลกเลยนะ ประเทศที่กำลังใช้สกุลเงินหลักเป็นทุนสำรองจะต้องทำอะไรอีกเยอะเลยแหละ เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

นักเรียน 4 : โห... ทำไมมันดูวุ่นวายมากเลยอะครับ ทั้ง ๆ ที่เงินก็มีไว้แค่ใช้ในการเป็นตัวกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนนิครับ

คุณครู : นั่นแหละ.. เมื่อเจ้าของสกุลเงินหลัก สร้างเงินของเขาให้มีฟังก์ชันที่มากกว่าการเป็นแค่เงิน ชีวิตมันก็จะวุ่นวายแบบนั้นแหละ

สำหรับประเทศที่ยอมรับและให้ค่าเงินที่มาจากประเทศ ๆ เดียวที่กุมชะตาทางการเงินของโลกเอาไว้เพียงคนเดียว ก็สมควรแล้วล่ะที่จะต้องรับกรรมไปด้วยกัน

นักเรียน 5 : แล้วจะมีทางไหนมั้ยครับ ที่คนธรรมดา ๆ อย่างพวกเราจะไม่ต้องรับกรรมจากผลการกระทำของประเทศที่ตัดสินใจผิดพลาด และจากการเอาเปรียบของประเทศที่เป็นเจ้าของสกุลเงินหลัก

คุณครู : เป็นเรื่องที่ง่ายมากในระดับของบุคคลจะทำได้ ก็คือการไม่ให้ค่าไม่ยอมรับและปฏิเสธการถือครองสกุลเงินที่คนอื่นเป็นเจ้าของ หมายถึงเงินที่ถูกคนอื่นสร้างขึ้นมาให้เราใช้แถมยังเป็นเจ้าของสกุลเงินสกุลนั้นอีกด้วย คำว่าเป็นเจ้าของ เขาย่อมทำอะไรกับของ ๆ เขาก็ได้ตามใจชอบ

นักเรียน 3 : แล้วมันมีสกุลเงินไหนบ้างอะครับ ที่มันไม่มีใครที่เป็นเจ้าของ ว่าแต่ถ้าไม่มีเจ้าของแล้วใครล่ะที่จะเป็นคนสร้างมันขึ้นมา หรือมันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติดเหรอครับ

คุณครู : เป็นคำถามที่ดีมาก ง่าย ๆ เลยก็คือเงินที่ผู้สร้างได้ตายไปแล้วอย่างบิตคอยน์ยังไงล่ะ ในเมื่อมันไม่มีเจ้าของ มันจึงไม่มีใครเข้าไปปรับเปลี่ยนกลไกทางการเงินของมันได้ตามใจชอบ เช่น อยู่ ๆ อยากจะผลิตจำนวนเพิ่มขึ้นมันก็ไม่สามารถทำได้เพราะเบื้องหลังระบบของมันทำงานด้วยตรรกะทางคณิตศาสตร์ ที่ดำเนินการด้วยการโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ ดังนั้นมันจึงตัดตัวกลางอย่างมนุษย์ขี้โลภที่อาจจะทำตัวเป็นคนดีในตอนแรก และเลวร้ายขึ้นเมื่อมองเห็นผลประโยชน์จากการที่สามารถควบคุมเงินได้

นักเรียน 3 : หมายความว่ามันมีจำนวนที่จำกัดด้วยเหรอครับ แล้วแบบนี้เมื่อถูกใช้กันทั่วโลกมันจะไม่ขาดสภาพคล่องเหรอครับ ขนาดเงินสกุลหลักของโลกยังต้องมีการผลิตเพิ่มเพื่อให้พอต่อการใช้งานเลย

คุณครู : ใช่ มันมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 21 ล้านหน่วย และมันจะไม่มีทางถูกผลิตเพิ่มขึ้นอีก

ดังนั้นเรื่องของสภาพคล่อง ด้วยจำนวนที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นมันจึงสามารถแบ่งหน่วยย่อยลงไปได้อีกจาก 21 ล้านหน่วย BTC เป็น 2100 ล้านล้านหน่วย Sats หรือแบ่งหน่วยย่อยลงไปอีกในระดับของ milli-Sats หรือ micro-Sats

ดังนั้นจากสินค้าและบริการที่ปกติจะมีราคาที่แพงขึ้นจากเงินเฟ้อ จะกลายเป็นราคาจะถูกลงเรื่อย ๆ เมื่อมีความต้องการในการใช้งานบิตคอยน์เป็นเงินที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงค่าแรงของการจ้างงานจะถูกลงเรื่อย ๆ แทนที่จะเป็นการปรับขึ้นเงินเดือน

นักเรียน 3 : แบบนี้ก็แย่สิครับ ถ้าต้องทำงานแล้วได้เงินเดือนน้อยลง

คุณครู : นั่นแหละสิ่งที่ควรจะเป็น อย่าลืมไปว่าระหว่างที่เราทำงาน เราจะได้เงินเป็นบิตคอยน์มาจำนวนหนึ่ง และเราก็เก็บออมบิตคอยน์ที่เหลือจากการใช้ในชีวิตประจำวันเก็บเป็นเงินออมเอาไว้

เงินออมจำนวนเท่าเดิมที่ไม่มีการเสื่อมมูลค่า ในช่วงเวลาที่ผ่านไปที่ข้าวของจะค่อย ๆ มีราคาถูกลงเรื่อย ๆ นั้นทำให้พวกคุณสามารถที่จะใช้เงินออมที่พวกคุณมี ซื้อสิ่งเหล่านั้นได้เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เงินเดือนของคุณได้รับเท่าเดิมหรือน้อยลง

กลับกันในโลกปัจจุบัน พวกคุณทำงานได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี และเก็บออมไม่ได้เพราะเงินเสื่อมค่า คุณมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้หมดไปเท่านั้น บางคนสามารถเอาตัวรอดได้จากการนำเงินไปลงทุน บางคนต้องหางานทำเพิ่มจากงานหลักที่ต้องทำอีกสองถึงสามจ๊อบต่อวัน ในขณะที่เมื่อเวลาผ่านไปราคาข้าวของจะแพงขึ้น บ้านที่คุณเก็บเงินซื้อเมื่อคุณเก็บได้ถึงจำนวนที่เคยคำนวณเอาไว้คุณจะพบว่ามันกลับมีราคาที่แพงขึ้นกว่าเงินที่คุณเก็บไปแล้วสองถึงสามเท่า หนทางเดียวที่คุณจะทำได้คือออกไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาใช้ซื้อบ้านสักหลัง และต้องทำงานส่งดอกเบี้ยและเงินต้นไปอีกหลายปี และคุณไม่สามารถที่จะตกงานได้ เพราะถ้าคุณไม่มีเงินมาจ่ายค่าบ้าน บ้านของคุณที่ผ่อนจ่ายไปแล้วอาจจะครึ่งทางอาจจะถูกธนาคารยึดไป

คุณลองคิดดี ๆ ว่าคุณอยากจะอยู่ในโลกที่คุณสามารถเก็บออมเพื่ออนาคตได้ หรือคุณอยากจะอยู่ในโลกที่คุณจะต้องยืมเงินในอนาคตมาใช้ในชีวิตปัจจุบันของคุณ?

ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับข้าวของที่แพงขึ้น และเก็บออมไม่ได้จึงต้องออกไปกู้ยืมเงิน

หรือ เงินเดือนที่ลดลงพร้อมกับราคาข้าวของที่ลดลง และเงินออมของคุณมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น

เลขครูใหญ่ : คุณครูคะ... ครูใหญ่เรียกพบค่ะ

คุณครู : ครูไปก่อนนะนักเรียนทุกคนที่รัก ครูน่าจะโดนเรียกไปปรับทัศนคติแล้วแหละ ฮ่า ๆ ๆ

สิ่งที่จะฝากเอาไว้ก็คือ “เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ แล้วก็อย่าศึกษาอย่างเดียวนะ ซื้อมันด้วย” ครูไปล่ะ บุย...

.....

ณ ห้องครูใหญ่

ครูใหญ่ : ผมขอโทษด้วยที่ขัดจังหวะเวลาสอนของคุณครูนะครับ เนื่องจากโรงเรียนของเรามีคนทำงานไม่พอ งานทอดผ้าป่าปีนี้อยากให้คุณช่วยดำเนินการให้หน่อย

คุณครู : (คิดในใจ) อห. กูก็นึกว่าจะคุยเรื่องอะไร เอาอะไรมาให้กูทำอีกวะเนี่ย

#Siamstr

#SiamstrOG

ขอโทษนะครับลูกพี่ เอาตรงๆ ผมขอไม่เห็นด้วยนะครับ

.

.

.

.

.

.

ที่บอกว่าเรื่องแต่งจากจินตาการ

เพราะงั้นอย่ามาบอกว่า "ตัวเลขเงินเฟ้อตาม CPI มันน่าเชื่อถือ"

สินค้าจำเป็นต้องใช้ มันไม่ใช้ได้เหรอ เหมือนคุณกำลังบอกว่า น้ำมันเชื้อเพลิงแพง งั้นคุณไปใช้น้ำมันมวยแก้ขัดไปก่อนนะ แล้วภาระค่าใช้จ่ายคุณจะไม่เพิ่ม

https://video.nostr.build/6ba9f6e58bb2596a6230b6e57dfd15d24325fdb6ba338aa053b0cef17935e594.mp4#m=video%2Fmp4&dim=1200x544&blurhash=ZBE%7B63%7EW009E009%5D4nMyTe%23QVso%7E%25NR-I%3AMxoeS%249tE1%252%3FHnmRiR%25oyni%25%7E-%3Bn4DiM_oKI%3BNIsm&x=88f5c1ed0098f4110e7d57aeee9fe97719c8883374b281372bc108192ac5dd7a

#Siamstr

Replying to Avatar Somnuke

พูด ได้ดีครับ แต่ต้องขอกราบนำเรียนแบบนี้ครับว่า

"ไม่เห็นด้วยซักคำ" ผมแม่งอยากเปิดวอร์กับหมอนี่ว่ะครับเพื่อนๆ

https://youtu.be/hGooFOR31_w?si=G_h7x3e8GdCG6QL6

แต่ความจริงคงยากที่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับล้านซับ จะลดตัวลงมาชกกับสมนึกผู้มีแต่หำและพวงไข่ที่ยิ่งใหญ่หนัก 4กิโล เห้อออ

#Siamstr

คนที่ตั้งใจประกอบการ เขาจะมองอนาคต ลูกน้องคือส่วนสำคัญในการที่จะอยู่รอดได้ในระยะยาว เขาก็จะเห็นความสำคัญเรื่องค่าแรงที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติตามปัญญาจ่ายที่มี เพื่อรั้งและจูงใจลูกน้องให้อยู่กับเรานานๆ

การหลอกคนให้มาทำงานแล้วกดค่าแรง พอทนไม่ไหวก็ไป แล้วรับคนใหม่ วนลูปไปเรื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องสนุกและโคตรจะเป็นอุปสรรคในการเติบโต ยิ่งงานที่ต้องใช้ฝีมือยิ่งไปกันใหญ่

ส่วนตัวผมให้ลูกน้องเกินขั้นต่ำไปไกล ใครเข้าใหม่ให้ 400+เบี้ยขยัน+ค่าคอม อยู่นานก็ปรับขึ้นให้ ถึงผมจะเป็นรายเล็กกระจ้อยร่อย ผมก็ให้เกินค่าแรงขั้นต่ำได้ เพราะคิดว่าพอจะจ่ายไหว และมันให้ประสิทธิภาพที่ดีกว่า

แต่ไม่ใช่เพราะมึงบังคับครับคุณ รัฐบาล..

แล้วคนที่มีความสามารถในการจ่ายค่าแรงต่ำ ถูกบังคับให้จ่ายเกินกว่าปัญญาที่มีเขาจะทำยังไง

ไอ้พวกร่ำรวย จ่ายไหว แต่สันดานชอบกดค่าแรง ยังไงมันก็จะกดต่อไปวันยังค่ำ กฎหมายไม่ได้ช่วยอะไรครับ แต่คนที่ตั้งใจทำอย่างถูกต้องโดนกระทืบจมดิน

บริษัทใหญ่มันจ่ายค่าแรงเกินขั้นต่ำอยู่แล้ว มันจะไปกระทบอะไร ดีซะอีก ได้เครื่องมือขจัดรายย่อยไม่ให้มีสิทธิ์ก้าวขึ้นมาเป็นเสี้ยนหนามในตลาด

#Siamstr

Replying to Avatar Somnuke

พูด ได้ดีครับ แต่ต้องขอกราบนำเรียนแบบนี้ครับว่า

"ไม่เห็นด้วยซักคำ" ผมแม่งอยากเปิดวอร์กับหมอนี่ว่ะครับเพื่อนๆ

https://youtu.be/hGooFOR31_w?si=G_h7x3e8GdCG6QL6

แต่ความจริงคงยากที่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับล้านซับ จะลดตัวลงมาชกกับสมนึกผู้มีแต่หำและพวงไข่ที่ยิ่งใหญ่หนัก 4กิโล เห้อออ

#Siamstr

ครับพ่อคนเก่ง

#m=image%2Fjpeg&dim=1080x694&blurhash=r28E9%3B-%3B00Io00Rk4oM%7BRj_3R%2BRjt8M%7CogWBWBt700xv%3FbRj-%3BWBxuofRjxubIj%5DWXt7Rkj%5BxuM%7B00og%25Mt7xufkt7Rjt7D%25xuR*WBxuRjt7j%5Bt7&x=74c884465d247922229e0bd70b4ba847334b8e9a78086670b4478cabfd508ecc

ขนาดไม่ขึ้นค่าแรง เงินยังเฟ้อเอาๆ ดังนั้น การขึ้นค่าแรงที่เท่ากับขึ้นต้นทุนห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบ มันคือทางออกสินะ

Replying to Avatar Somnuke

พูด ได้ดีครับ แต่ต้องขอกราบนำเรียนแบบนี้ครับว่า

"ไม่เห็นด้วยซักคำ" ผมแม่งอยากเปิดวอร์กับหมอนี่ว่ะครับเพื่อนๆ

https://youtu.be/hGooFOR31_w?si=G_h7x3e8GdCG6QL6

แต่ความจริงคงยากที่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับล้านซับ จะลดตัวลงมาชกกับสมนึกผู้มีแต่หำและพวงไข่ที่ยิ่งใหญ่หนัก 4กิโล เห้อออ

#Siamstr

กบต้ม มันไม่รู้หรอกว่ากำลังเจอกับอะไีร

#m=image%2Fjpeg&dim=1080x698&blurhash=r17-Zw4n00M%7B00%3FIs%3B%7EXs%3B%7EqNFInoyM%7BxbMyjIs%3B00%3Fu_MM%7B-%3DD%25aMIBV%5B%25foyRiRjs%3BRQjcs%3BRQ00tQ%3Fbj%5Bt7afRjM%7BafD%25xuj%5BWBxuMys%3Bjbaf&x=852f774685275b22037858cefa2cc98717dcc1e5bcbe2fcdef7aa79d29ef0258

พูด ได้ดีครับ แต่ต้องขอกราบนำเรียนแบบนี้ครับว่า

"ไม่เห็นด้วยซักคำ" ผมแม่งอยากเปิดวอร์กับหมอนี่ว่ะครับเพื่อนๆ

https://youtu.be/hGooFOR31_w?si=G_h7x3e8GdCG6QL6

แต่ความจริงคงยากที่ผู้ยิ่งใหญ่ระดับล้านซับ จะลดตัวลงมาชกกับสมนึกผู้มีแต่หำและพวงไข่ที่ยิ่งใหญ่หนัก 4กิโล เห้อออ

#Siamstr

Replying to Avatar Pruk S.

GA #siamstr

วันนี้นั้นผมขอมาแชร์ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับผมที่ #north101 ซักหน่อย

ตอนแรกที่ผมพกบัตร nfc มาแจกที่ #north101 ผมกะว่าจะให้เฉพาะคนที่เข้าใจการทำงานของมัน เพราะว่าการผูกบัตรเข้ากับ wallet ของ LATES นั้นมีหลายขั้นตอน ค่อนข้างยุ่งยากเล็กน้อย

แต่พอคิดไปคิดมาและประกอบด้วยสถานการณ์มันได้จังหวะ ในขณะที่ทุกคนกำลังนั่งล้อมวงกันผมก็แจกทุกคนแล้วสอนใช้งานไปทีเดียวเลยดีกว่า

แล้วผมก็ "พลันคิดได้" ถึงเรื่องที่พี่ชิตพูดถึงในคืนก่อนหน้า

เดิมทีนั้นการที่บัตร nfc ที่สามารถจ่าย lightning ได้มันเป็นเพียงแค่ "objective value" เท่านั้น

ทันทีที่ผมส่งต่อ nfc และสอนการใช้งานให้ผู้อื่น sencondary knowledge ก็เกิดขึ้นแล้ว

แล้วผมก็ถึงบางอ้อออ "subjective value" มันเป็นจั๊งซี่

nostr:nevent1qqsvet6ww8g3acdx8cpgepaymup68hpfn6dvq0ulraxkfhpg7sgrkggpzamhxue69uhhyetvv9ujuumfv9khxarj9e3k7mgzyrtj0uaqhnrk0u99sykkpkf43fxh0jmdg3mdqv36vd94pv5upcvd5qcyqqqqqqgz6e2es

ผม FC ตัวยงคุณปรั๊คครับ

Replying to Avatar Anon Fish

## นิกาย

พุทธ - เถรวาท (หินยาน) กับ มหายาน

คริสต์ - โรมันคาทอลิก กับ โปรเตสแตนท์

อิสลาม - ซุนนี กับ ชีอะห์

บิตคอยน์ - อีเธอเรียม กับ อัลคอยน์อื่น ๆ

นิกายเป็นสิ่งที่ถูก fork ออกมาจากแก่นหลัก ปรับเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่เดิมให้ไปตามความต้องการของผู้ที่สร้างนิกายขึ้นมา

เถรวาทที่เชื่อว่านิพพานมีเพียงผู้ปฏิบัติเท่านั้นที่จะได้พบกับพระนิพพาน, หินยานที่เชื่อว่าการบำเพ็ญพระโพธิสัตว์จะนำพาและช่วยเหลือผู้ที่ไม่ได้ปฏิบัติให้สามารถเข้าถึงพระนิพพานไปได้พร้อม ๆ กัน

โรมันคาทอลิกที่เชื่อว่ามีเพียงผู้ที่มีศิลบริสุทธิ์อย่างบาทหลวงเท่านั้นที่ติดต่อกับพระผู้เป็นเจ้าได้, โปรเตสแตนท์ที่เชื่อว่ามนุษย์ทุกคนสามารถภาวณาถึงพระผู้เป็นเจ้าได้ เป็นเรื่องระหว่างพระเจ้ากับเขาคนนั้นผู้เชื่อ โดยไม่ต้องมีสื่อตัวกลางระหว่างเขากับพระเจ้า

ซุนนีที่เชื่อว่าการสืบทอดจะต้องมาจากสายเลือดของศาสดามุฮัมหมัด, ชีฮะห์ที่เชื่อว่าคนที่เหมาะสมและถูกเลือกจะได้เป็นผู้นำโดยไม่เกี่ยวกับสายเลือด

อีเธอเรียมที่เชื่อว่าการสร้างระบบสมาร์ทคอนแทคจะช่วยให้โลกเข้าถึงระบบที่จะมีความเป็นธรรมเมื่อโปรแกรมของคอมพิวเตอร์จะคอยดำเนินการทำงานอยู่เบื่องหลังแทนการตัดสินของมนุษย์, อัลคอยน์ต่าง ๆ ที่เชื่อว่าการสร้างระบบต่าง ๆ เช่น PoS, PoA, PoH etc. จะเปิดโอกาสในการพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ บนเทคโนโลยีของบล็อคเชน

แก่นหลักของพุทธคือการหลุดพ้นจากความทุกข์-นิพพาน

แก่นหลักของคริสต์คือการได้รับชีวิตนิรันด์จากพระผู้เป็นเจ้า

แก่นหลักของอิสลามคือการได้เข้าสู่สวรรค์ของอัลลอฮฺ

แก่นหลักของบิตคอยน์คือการเป็นเงินที่ดีของโลก

อาจจะฟังดูยากเกินไปสักหน่อยที่จะด่วนสรุปถึงข้อปฏิบัติทางศาสนาที่มีมาอย่างยาวนาน คำสอนจากยุคต้นกำเนิดที่อาจจะยังใช้การสืบทอดกันแบบปากต่อปาก ที่กว่าจะมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ศาสดาของแต่ละศาสนาล้วนได้จากลาเหล่าสาวกผู้ติดตามผู้เชื่อไปก่อนแล้ว บันทึกต่าง ๆ จึงมีขึ้นในภายหลังจากนั้น

ต่างจากบิตคอยน์ที่ตัวมันเองเพิ่งจะเกิดขึ้นมาไม่กี่ปี พวกเรามีแหล่งข้อมูลมากมายให้ค้นหาและพิสูจน์แก่นแท้ของบิตคอยน์อย่างที่ไม่มีใครสามารถบิดเบือนความจริงของบิตคอยน์ได้ ผู้ที่รู้จะไม่มีวันกลับไปไม่รู้ ถึงแม้ว่าจะมีคนที่พยายามจะแยกบิตคอยน์ออกเป็นสิ่งอื่นที่พวกเขาต้องการ พวกเขาก็ทำได้เพียงแค่ fork เพื่อแยกตัวออกไป และในปัจจุบันก็แสดงให้เราได้เห็นแล้วว่า สิ่งที่แยกตัวออกไปเป็นเพียงนิกายหนึ่งที่พยายามจะยึดเอาแก่นหลักของบิตคอยน์เอาไว้ “การเป็นเงินที่ดี” ด้วยการพยายามเพิ่มเอาสิ่งอื่น ๆ ที่พวกเขาต้องการจะเพิ่มเติม ควบรวมและผสมปนเปมันเอาไว้ด้วยกัน

นิกายของพุทธ ที่ยึดแก่นหลักของนิพพานเอาไว้ แต่แตกต่างกันที่ความเชื่อและคำสอนในการปฏิบัติ

นิกายของคริสต์ ที่ยึดแก่นหลักของการได้รับชีวิตนิรันด์เอาไว้ แต่แตกต่างกันที่ความเข้มงวดในการประพฤติตัว และความเชื่อที่รวมศูนย์เอาไว้ที่โบสถ์กับการกระจายศูนย์ความเชื่อไว้กับตัวบุคคล

นิกายของอิสลาม ที่ยึดแก่นหลักของการได้เข้าสู่สวรรค์ของอัลลอฮฺ แต่แตกต่างกันที่การปกครองว่าใครจะมาเป็นผู้สืบทอดต่อจากท่านนบีมุฮัมหมัด

นิกายของบิตคอยน์ ที่พยายามจะยึดแก่นหลักของการ “เป็นเงินที่ดี” แต่แตกต่างกันตรงที่ความต้องการอื่น ๆ ที่แต่ละเหรียญต้องการจะมีเพิ่มมากกว่าสิ่งที่บิตคอยน์เป็น

ถ้าคุณมาจากการเลือกเข้ามาทางนิกาย คุณอาจจะได้ผลประโยชน์ไปตามนิกายที่คุณเลือก แต่ถ้าคุณมองข้ามนิกายเหล่านั้นไป และมองหาไปที่แก่นหลักที่เป็นต้นกำเนิด คุณก็จะพบกับความเป็นจริงของสิ่ง ๆ นั้น และสิ่งที่คุณจะได้รับอย่างแน่นอนคือเป้าหมายแรกของแก่นหลักเหล่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่มีเพิ่มและถูกเติมแต่งเข้ามาในภายหลัง

ใครบางคนได้บอกว่ามันเป็นลัทธิ ลองเขียนแนว ๆ นี้ดูก็ไม่เลวแห๊ะ

ลัทธิเงินที่ดี

#Siamstr

#Anon

เขียนดีมากหลวงนน

อ๋าาาา รับทราบครับ

เคอร์ติส โจนส์จะตามไปด้วยมั้ยครับ

#m=image%2Fjpeg&dim=986x650&blurhash=r79%403Mt%2C0MxDnNNHNGn%25Io009ZWYj%40%25Mt7kVnkkW%25hSd%3DxI%3DIpxZR*aeRj9ux%5B%7D%40I%3AIosVWVxaj%5BIBE1sAbFt7WWW%3BxGoz%7EVS2E2xaxGkCRjafR*&x=88bfdb08014ba3d4f7a3b401c347ed95216157de05430ce1dfbfc10bf735e19e

#Siamstr