Avatar
nickydev
3db5e1b9daa57cc6a7d552a86a87574eea265e0759ddeb87d44e0727f79ed88d
Work hard, but play first 🍻🍻
Replying to Avatar Wichit Saiklao

ย้อนหลังตอนที่ 3 พร้อม Slides #siamstr

Lecture 3/8 Principles of Economics: Technology and Energy

เนื้อหาในค่ำคืนนี้อาจจะไม่ตรงปกเท่าไหร่ แต่รับรองมีความลุ่มลึกและเข้มข้นมากทำให้ทุกคนที่เข้าคลาสเมื่อคืนได้รับส่ารอาหารกันอย่างเต็มอิ่ม คาดว่าคงนอนหลับฝันดีกันทุกคน

Work & Saving

คนเราทำงานแล้วต้องแบ่งผลของงานออกเป็น 2 ส่วนเสมอ คือ ทำเพื่อกิน กัยเก็บเพื่อทำทุน หากใครทำเพื่อกินอย่างเดียว ชีวิตก็จะเหนื่อยมาก ไม่สามารถหลุดพ้น ต้องขายเวลาตัวเองอยู่ร่ำไป ไม่สามารถมีเวลาที่มีคุณภาพในอนาคตได้

Money to Capital Circulation

ก่อนจะมีทุนต้องเก็บสะสม (Saving is the mother of capital) แล้วนำไปลงทุนเปลี่ยนเป็นปัจจัยในการผลิต สร้าง output ที่เป็นที่ต้องการของผู้อื่น กระบวนการ Trading หรือ Exchange ในตลาด ทำให้สินค้าและบริการของเราก็จะถูกเปลี่ยนกลับมาเป็นเงิน เราแบ่งส่วนหนึ่งเอาไปใช้ในกระบวนการผลิตต่อไป เราเรียกเงินส่วนนี้ว่า Working Capital เงินอีกส่วนหนึ่งให้เก็บไว้เผื่อปรับปรุง บำรุงรักษา ขยายความสามารถในการผลิตของ productive capital ให้ทำวนซ้ำแบบนี้ไปเรื่อยๆเพื่อ build up capital นี่คือวงจรสร้างความมั่งคั่ง

สุดท้ายแล้วความมั่งคั่งของคน ครอบครัว องค์กร หรือประเทศชาติเราต้องวัดกันที่ความสามารถในการผลิต output ที่สามารถแข่งขันได้ในตลาด

Productivity

เมื่อส่งเสริมให้แข่งขันกันในภาคการผลิต ทำให้ได้ productivity สูงขึ้น เพิ่ม productivity เป็นการประหยัดเวลา มันคือการลดต้นทุน ทำให้ output ราคาถูกลงสามารถแข่งขันได้ในตลาด ผู้บริโภคได้ประโยชน์ สามารถเข้าถึงสินค้าและบริการได้ คุณภาพชีวิตสูงขึ้น สังคมดีขึ้น

Why

หากทุกอย่างเป็นไปตามทฤษฎีข้างต้น ผู้บริโภคก็ต้องซื้อของถูกลงเรื่อยๆ แต่ทำไมมันไม่เป็นเช่นนั้น แสดงว่า Something wrong เรามาช่วยกันค้นหาสาเหตุปัจจัย แล้วเราจะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างไร

**ในช่วงสนทนาธรรม

+ การสร้างสปิริตของ Entrepreneur

+ Give and Take Magic

+ The Art of Start

+ ชิตเบียร์ได้รับแรงบันดาลใจจาก Satoshi

VDO

https://youtu.be/Sj83dAq2X8A

Slides

https://docs.google.com/presentation/d/11nnl2M_0zbaS_9naiobdADx0EcYQ24skC-TtvPvWFJk/edit?usp=sharing

🙏🙏🙏🙏

55555 ไม่ได้เมาาาา ติดธุระะะะะะะะะะ

Replying to Avatar pango

Lecture 3/8 Principles of Economics

01.08.67 Wichit Saiklao

: Technology and Energy

ฉบับเต็ม uncut version แบบดิบและเถื่อน

# Introduction

Technology + Energy & power

Technology ยิ่งมีการพัฒนามากขึ้น เราประหยัดเวลามากขึ้น แต่ยังไงเราก็ยังต้องใช้ Energy & power มากตามการพัฒนาอยู่ดี

Consume & Saving

Time = เวลาในชีวิต

1. working

2. playing

ยิ่งอยากมีเวลา playing เยอะๆ เราต้องยิ่งลงทุนในเวลา

100% produced

> 75% To consume (ทำกิน)

> 25% Saving for Capital Investment (ทำทุน) ต้องทำทุนต่อไป เพื่อสร้าง output เป็น product & service ต่อไปให้ผู้อื่นอีกเรื่อยๆ

# savings เกิดจากการ give up on consumption

Money to Capital circulation

(SAVING** is mother of capital)

เมื่อจะลงทุน (Investment) หรือ การนำไอเดียไปต่อยอดทำธุรกิจ (สร้าง Capital goods) สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก คือ Finance

# How to finance it?

3 ways

1) own saving มี savings เองเท่าไหร่

2) borrowing ยืมคนอื่น ที่เขามี savings (energy คนอื่น) อย่าลืมว่ามี cost เขาต้องได้ yields ของการเสียโอกาสในการลงทุนของเขา แต่เมื่อเป็นของเราแล้ว เรามี money = purchasing power > เปลี่ยนไปเป็นปัจจัยในการผลิต

*money is not captital goods

3) Equity shares *พี่ชิตใช้เพื่อเปิดสาขา chit hole แบ่งความเป็นเจ้าของให้กับคนที่มี energy

เราอาจจะใช้ทั้ง 3 วิธี เพื่อให้ได้มาซึ่งปัจจัยการผลิต หรือ Capital goods ในที่สุด

ขั้นตอน Investing (Capital goods)

+ Labor / Land

+ production goods

+ Technology

+ Energy

ทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อลดต้นทุน และ เพิ่ม productivity

ผู้บริโภคควรต้องซื้อของถูกลง และ คุณภาพดีขึ้น จากเทคโนโลยีที่ดีขึ้น และ productivity ที่สูงขึ้น เพราะ Capital goods ก็สามารถถูก degraded ได้ ทำให้เกิดการแข่งขันตลอดเวลา เกิดการพัฒนาการผลิต แต่ในปัจจุบัน ทั้งผู้ผลิต (capitalists) และผู้บริโภค (consumers) ต่างต้องซื้อของที่แพงขึ้น และพบกับราคาสินค้าและปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้นตลอดเวลา There's something wrong!

Treasury strategy (ยุทธศาสตร์การคลัง)

Capitalist จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การคลัง เก็บ Economic energy ไว้ (energy savings) เนื่องจากจำเป็นต้องใช้มันตลอดเวลา เพราะหลังเราผลิตอะไรได้ เราจะมี working capital หมุนเวียนอยู่ในขั้นตอนการผลิต อาจต้องเก็บไว้เป็นเงินสำรองเพื่อขยายเครื่องจักร เพิ่มความสามารถในการผลิต ไม่ใช่เป็น savings ทั้งหมด

Trading & Exchange

หลัง producing จนเกิด Consumer goods คือ product และ service สุดท้ายจะได้ money กลับมา และวนกลับไปสู่กระบวนการผลิตต่อไป

# Credit Expansion

Bank is the money multiplier

Savings ที่เราเก็บไว้ ทำไมมันเสื่อมค่าตลอดเวลา ?

Bank (Fractional-reserve banking)

Bank create new money supply ไปในระบบ (Inflation) และทำให้ระบบ Loan ไม่ไปที่ production สุดท้าย Loan ไปที่ Consumption ซึ่งการเข้าไปที่ Consumption จะทำให้เราบริโภคผลผลิตจากอนาคต

# Production LOAN: (ฝั่ง Investment)

Capitalist investing capital for future expected profit

# Consumption LOAN: (ฝั่ง Spending)

Consumer spending expected future productive value now

สุดท้ายการเก็บหอมรอมริบจากในอดีตถูกทำลาย เกิด Inflation เศรษฐกิจย่ำแย่ รัฐบาลกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการสร้างหนี้เพื่อการจับจ่าย (spending) มากกว่าการสร้าง Capital (investment)

ความมั่งคั่งของประเทศ ต้องลงที่ capital production + capitalist (ความสามารถในการผลิต) เกิดสังคมที่รุ่งเรือง ไม่ใช่การ spending!

เราควร work มากกว่าแดก*

# สรุปภาพรวม #

การทำ Credit expansion via Fractional-reserve banking > เกิด money supply เข้าสู่ระบบ *Inflation* > Devalue พลังงานของ Capitalists ในการปรับปรุงปัจจัยในการผลิต (cost สูงขึ้นไปเรื่อยๆ)

มันคือ การเติมน้ำในแก้วเบียร์พี่ชิต!

อำนาจในการแลกเปลี่ยนของพี่ชิตถูกถอยออกไปหลายก้าว ไม่สามารถเปลี่ยน machine ในการผลิตได้ ของราคาแพงขึ้น อำนาจลดลง ความฝันในการเป็นนายทุน (capitalist) นายทุนน้อย เภ้าแก่น้อย เกิดไม่ได้

ประเทศนี้จะมั่งคั่งได้ ต้องเพิ่มนายทุนน้อย ซึ่งยาก เพราะเราสู้คนมี Credit ไม่ได้ เราสร้าง Savings จาก Productivity เป็นพลังงานสะอาดที่เกิดจาก POW แต่ Loan ของ bank เป็นอำนาจในการเสก & เปลี่ยน record ทำให้ money ในระบบเพิ่มขึ้น

Capital มีจำนวนจำกัด แต่ทั้ง POW (พลังงานสะอาด) และ LOAN (พลังงานในอนาคต) ดันมีศักดิ์ศรี & อำนาจในการไล่ล่า Capital และอำนาจในการแลกเปลี่ยนเท่ากัน

คนตัวเล็กๆ อีกหลายแสนในประเทศนี้ที่ฝันอยากเป็นนายทุนน้อยจะเกิดได้อย่างไร แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น ประเทศเรา ‘นายทุนน้อย’ ตายลงเรื่อยๆ เหลือแต่นายทุนใหญ่ไม่กี่คน

การเกิด Inflation ยิ่งทำให้ผู้ที่ไม่มี Capital ยิ่งยากที่จะเข้าใกล้การมี ในขณะที่ผู้ที่มี Capital อยู่แล้วเท่านั้นจึงจะอยู่ได้

ถ้าเราต้องเป็นหนี้จริงๆ การเป็นหนี้เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน & เพื่อการเป็นนายทุนน้อย พี่ชิตสนับสนุนความคิดนี้ แต่โลกความเป็นจริง ไม่มีรัฐไหน ที่สนับสนุนนโยบายนี้ รัฐสนใจแค่คนที่มีอำนาจโหวตอยู่ในมือ

ถ้าเรายังอยู่ในระบบ Fiat money (Credit money system) ยากมากที่จะเกิด Civilization & Wealth แก่ประเทศนี้ ซึ่งต้นเหตุที่แท้จริง คือ Fractional-reserve banking**

วันนี้เรามีทางเลือก มี tool ใหม่

SAVING is mother of capital** แต่คำนี้ไม่จริงในระบบเงิน fiat

# The best saving technology = Bitcoin!

Fuck you, bank (พี่ชิตกล่าวไว้)

เถ้าแก่น้อย ต้องรู้จัก Bitcoin*

และ ชาติที่รุ่งเรือง เกิดจากการมี Capital goods ที่ดี

# Make Saving Great Again !

#siamstr

ปอลอ1 บทความนี้ไม่รวมเนื้อหาส่วน Q&A และไม่ใช่การสรุป

ปอลอ2 วนๆ ตามแผนภาพนี้ เข้าใจที่สุดแล้ว ใช้ได้กับทุกธุรกิจ

ปอลอ3 อ่านถึงตรงนี้ก็ชนคับชน cheers! 🍻

ขอบพระคุณ 🙏🙏

Replying to Avatar Jakk Goodday

"ผมไม่เก่งอะไรเลย รู้แค่บางอย่างเท่านั้นเองพี่.."

ผมจำไม่ได้ว่ามันพูดประโยคชัดๆ ว่าอะไร nostr:nprofile1qqsrmd0ph8d22lxx5l2492r2sat5a63xtcr4nh0tsl2yupe8770d3rgpzus8wumn8ghj7enjv4h8xtnwdaehgu339e3k7mgpp4mhxue69uhkummn9ekx7mqpr3mhxue69uhkummnw3ez6vp39eukz6mfdphkumn99e3k7mgm0zpfn กับ nostr:nprofile1qqsvnucsxdzd87m9ew5svjlxl4mzap5e8wvkfjw0hm8vahvyra3dw8spr3mhxue69uhkummnw3ezucnfw33k76twv4ezuum0vd5kzmqppamhxue69uhkummnw3ezumt0d5q3gamnwvaz7tmjv4kxz7fwdehhxarj9e3xwl0yff7 พูดไว้ทำนองนี้คล้ายๆ กัน ในตอบที่ผม inspire แนะนำให้พวกเขาลองค้นคว้าคุณค่าและความภาคภูมิใจในตัวเองด้วยการแบ่งปันคุณค่า

nostr:nprofile1qqsdsv8w0d7rpgmykyjykau6lw60z4nn8laceper2zrwy6ctfesu6cspr3mhxue69uhkummnw3ez6vp39eukz6mfdphkumn99e3k7mgpr3mhxue69uhkummnw3ez6vpj9eukz6mfdphkumn99e3k7mgpremhxue69uhkummnw3ez6vpn9ejx7unpveskxar0wfujummjvujwuwe2 ก็ไม่ได้เก่งกาจในด้านไหนเลย รู้ไม่ได้ครึ่งของอีกหลายๆ คนในคอมมูนิตี้ บางเรื่องก็รู้เพียงแค่งูๆ ปลาๆ และทุกคนก็จะเป็นคล้ายๆ แบบนี้หมด มันจะมีคนที่เก่งและเหนือกว่าเราเสมอ

แต่มันไม่ได้หมายความว่า.. คนที่ไม่ใช่ The Best จะถ่ายทอดหรือแนะนำอะไรใครไม่ได้ เพราะบางอย่างที่เรารู้มันมีคนอีกมากมายที่ไม่เคยรู้มาก่อน บางอย่างที่เราประสบมา ได้รับประสบการณ์และบทเรียนมาในแบบของเรา ย่อมไม่มีใครเคยได้รับสิ่งเหล่านั้นแบบเดียวกับเรา (ก็มันเป็นเรื่องราวของเรา บริบทของเรา)

เราส่งต่อ แนะนำ ถ่ายทอดเฉพาะในสิ่งที่เรารู้ (เราจะโม้ว่าเรารู้ในสิ่งที่เราไม่เข้าใจไปทำไม) สิ่งที่เราไม่รู้เราก็ศึกษาเอาจากคนอื่น มันเป็นแบบนี้ในทุกๆ วัน ไม่มีใครยืนหนึ่งแบบนั้นได้จริงๆ โลกมันก็เป็นแบบนี้

แต่มันก็ไม่ได้ว่าทุกคนต้องถ่ายทอดให้คนอื่น ไม่ได้แปลว่ามันคือสิ่งที่ควร จริตและลักษณะนิสัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน Self interest ของปัจเจกมันไม่เหมือนกัน แรงขับเคลื่อน ความพึงพอใจของแต่ละคนเป็นสิ่งเฉพาะตัว

วิธีที่ง่ายที่สุดในการตัดสินใจเลือกว่าเราอยากจะลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยทำไหม (ในบริบทนี้คือการส่งต่อ Wisdom) คือลองจินตนาการถึง Consequences ต่างๆ ความเป็นไปได้ของสิ่งที่จะเกิดตามมาจากการกระทำนั้นๆ แล้วตัดสินใจเลือกเองบนความชอบของเรา

หลังจากนั้นมันเป็นเรื่องของแนวทาง โทนและไสตล์ ใันคือศิลปะที่เรียนรู้และฝึกในได้ ขัดเกลาได้ เป็น Trademark ที่คนจะจดจำตัวตนและวิธีการของเรา..

และแน่นอน.. คนมองมาที่เรา คุณค่าที่เขาเห็น ย่อมไม่เหมือนกับที่เราประเมินตัวเอง..

#siamstr

ขอบคุณพี่ตั้ม ที่ให้ข้อคิดดีเสมอๆครับ 🙏🫂😘

ได้เลยยคร้าบบ 🍻🍻🍻

วันนี้ไม่ได้ไปหรอครับ

ไปด้วยป่าววววววววววว