Avatar
HereTong
502ab02a9365834543fc07e3e20e809be85026360e7bd56b8f9edbeea2860397
Ketosis unSpecialist (i am not GURU) Podcast : https://siripun.com/podcast

อัพรูปใหม่ละคับ

เห็นไหมครับ

ขอบคุณมากครับ

มีครับ จำได้ว่าหลายตัวไม่มี เอเวียงไม่มี เซเว่นไม่มีครับ 555

ดูว่า ถ้าไม่ถูกแยกมาเตือนตามที่ สธ สั่งก็พอรับได้ครับ อย่างยี่ห้อแรก แยกมาเต็มๆเลย

ขอบคุณครับผม

Replying to Avatar HereTong

## สตอรี่ ชีสเค้ก (Story Cheesecake) : ep1 เกริ่นนำ …

ว่ากันตามตรงอายุของ เจแปนนิสชีสเค้ก สูตรที่ เอ๋ เผยแพร่เอาไว้นั้นมันนานมากกก ก.ไก่ล้านตัว ทุกวันนี้สูตรก็แพร่ออกไปกว้างขวาง และยังคงมีเพื่อนๆเข้ามาถามหลังไมค์มากมาย บ้างก็ส่งการบ้าน บ้างก็มีจุดอยากจะแชร์ไอเดีย เรียกได้ว่าเกิดมิตรภาพล้นเหลือจากสิ่งนี้ พูดทีก็อดหวนนึกถึงเมื่อวันแรกของคีโตไม่ได้เลยสินะ จากการนั่งสนทนาของทีมแอดมินระยะห่าง 2 เมตรช่วงรอเค้กอบในเตา ทำให้เราคิดว่าน่าจะลำดับความมาเล่าสู่กันฟัง บ้างอย่างน้อยๆก็บันทึกเอาไว้ตอนแก่จะได้ไม่ลืม (ตอนนี้ยังไม่แก่???) เอ๋บอก เอ๋ไม่เขียน คนที่เหลือไปช่วยกันเขียนแล้วกัน เล่าให้ฟังหมดแล้ว คิวชีสเค้กจุกอยู่ ทำไม่ทัน เอาวะ ปากกาตกอยู่ในมือคนที่เหลือเลยช่วยกันระดมออกมา เชิญทรรศนา….

เมื่อประมาณเกือบสามปีที่แล้ว ช่วงนั้นเป็นยุคเริ่มต้นของการกินคีโตแบบครึกครื้นในประเทศไทย เป็นห้วงเวลาแห่งการช่วยกันค้นคว้าแบ่งปันเรื่องราวทางวิชาการอย่างสนุกสนาน ใครเจอข้อมูลอะไรก็นำมาแปลสรุปแลกเปลี่ยนเล่าสู่กันฟัง คนโน้นทีคนนี้ที ไม่ว่าจะเกลือแร่ที่จำเป็น อะไรคือคีโตฟลู วิธีแก้ไขอาการต่างๆ รวมถึงวัตถุดิบต่างๆสำหรับการประกอบอาหารและขนมให้อยู่ในกติกาของคีโต โดยอิงการกินคีโตแบบต่างประเทศเป็นหลัก เพราะยังไม่มีกลุ่มคีโตไทยมากมายอย่างทุกวันนี้

ขนมคีโต ก็เป็นอีกความสนุกสนานที่เราเริ่มทำกันในตอนนั้น ทำกันอย่างอัตคัด ด้วยวัตถุดิบที่ยังไม่มีให้เลือกมากมายเช่นทุกวันนี้ ถ้านึกภาพไม่ออกสามารถบอกได้ว่า สมัยนั้นสารให้ความหวานยังมีแค่ อีควลน้ำตาล(สตีเวีย) ตัวเดียวถ้วนๆ เพราะยังไม่มีใครทราบว่า อิริท หาซื้อได้ที่ไหนของพวกนี้มันดูเป็นเคมีมากๆจน Home Bake สำหรับทานกันเองอย่างพวกเราคิดว่า เอื้อมไม่ถึง รวมถึงยังไม่มีตลาดคีโตใดๆบนประเทศสยามนี้มาอำนวยความสะดวกเช่นทุกวันนี้ (จึงทำให้คนทำขนมรุ่นแรกๆจะทำขนมออกมาไม่หวาน และก็ยังคงทำไม่หวานมาถึงวันนี้ เพราะเรายังกลัวที่จะติดหวาน)

บรรยากาศสมัยนั้นจึงเป็นการทดลองทำ ลองผิดมากกว่าลองถูก ทำทิ้งทำขว้างจนหมาแมวอวบอ้วนกันเป็นแถว (ล้อเล่งงงง) จากนั้นเมื่อสูตรนิ่งสำเร็จ ทำแล้วทานได้แน่ๆก็จะเริ่มแจกจ่ายในกลุ่มที่เกิดจากการรวมตัวกันเล็กๆ ในตอนนั้น ใครเอาไปทำต่อก็มีการกลับมาส่งการบ้านบ้าง ทำไม่สำเร็จกลับมาถามบ้าง เอามาโพสรูปเฟลกันให้ขำขันกันตัวโยน เป็นช่วงเวลาที่น่าเบิกบานใจเสียเหลือเกินในตอนนั้น

นอกเหนือจากการแบ่งปันสูตรแล้วยังมีการแบ่งปันตัวของด้วยเช่นกัน ใครทำอะไรสำเร็จฝีมือเริ่มนิ่งก็จะมีการส่งให้กันชิมใช้ ไม่มีช้อป ช่วยกันคอมเมนท์ช่วยกันปรับสูตร วัตถุดิบที่แสนหายากหากเกิดมีการลดราคาเรียกได้ว่า ซื้อแทนกันแล้วส่งให้ก่อนยังได้เลยไม่ต้องกังวลเรื่องสะตุ้งสตางค์กัน เพราะเป็นเรื่องของการหยิบยื่นเอาใจใส่ต่อกัน มากกว่าเรื่องกำไรขาดทุนใดๆ

แต่กระนั้น ขนมที่ทำทานกันก็ยังถือว่าอยู่ในจุดเริ่มต้นของการคัดสรร ทดลอง หากมองกลับไปจากวันนี้ที่มีคนคีโตเก่งๆทำขนมได้อย่างจัดจ้านมากมาย เราคงได้แต่ยิ้มอ่อนๆ เมื่อนึกถึงขนมในวันนั้น

เชื่อไหมว่า แรงผลักดันหลักที่ทำให้สาวๆคีโตยุคนั้น ฟันฝ่าทุ่มเทหัดทำขนมกัน นั่นคือ วันแดงเดือด

แล้วอาการโหยหาขนม ที่สั่งการมาโดยฮอร์โมนเพศหญิง ก็นำพามาสู่สิ่งที่เราไม่เคยคาดคิด….. (ต่อตอนหน้า)

ปกติผมลงใน habla แล้วไม่ต้องแชร์กลับมาใน nostr อีกทีใช่ไหมครับ มันคือ note ของ nostr นี่แหละแต่เป็น longform ผมเข้าใจถูกไหมครับ nostr:npub1qd6zcgzukmydscp3eyauf2dn6xzgfsevsetrls8zrzgs5t0e4fws7re0mj

อ่อ ครับผม ที่เหลือถ้าคิดจะลอง ก็ต้องลุ้นเอาว่า p อีกฝ่ายจะยังไง ใช่ไหมครับ 555

Replying to Avatar Panai Lawasut

ประเทศไทยแม่งมีแค่ 8 เดือน

กิจการหลายๆกิจการ มีโปรดักส์หรือบริการที่มีความเป็น seasonal มีช่วงที่ขายดีขายไม่ดีคล้ายๆกันในแต่ละปี เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างมากที่เราต้องเก็บสถิติยอดขายตลอดทั้งปี อย่างน้อย 2-3 ปี เราถึงจะเริ่มเห็นความเป็น seasonal ของโปรดักส์ของเรา

เพื่อที่จะคาดเดาความต้องการของตลาดที่จะมีผลไปถึงเรื่องการเตรียมพร้อมของวัตถุดิบและกำลังการผลิต ซึ่งสำคัญมากกกก (เรื่องความเป็นซีซั่นนอลนั้น ถ้าดูที่มาที่ไปกันลึกๆจะพบว่าแม่งอย่างเฟียต)

การเก็บสถิติของกิจการนั้นเป็น POW ต้องใช้เวลาและเร่งไม่ได้

ธุรกิจที่มีอายุมากกว่าจะมีความได้เปรียบคู่แข่งที่เพิ่งเริ่มต้นมาแค่ปีสองปีโดยปริยายอยู่แล้ว เพราะจะมีความสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบและกำลังผลิตได้ใกล้เคียงความต้องการตลาด นี่ยังไม่รวมถึงธุรกิจที่เคยผ่านเหตุการณ์ที่เป็น black swan มาอย่างโควิด กิจการเหล่านั้นค่อนข้างยั่งยืนและแข็งแกร่งมาก

และมันจะพันไปถึง seasonal ของสินค้าและบริการของบรรดา supplier ใน supply chain ของเราด้วย

ในร้านของผม วัตถุดิบจำพวก เม็ดมะม่วง แป้ง เนย มักที่จะมีช่วงนึงในปีที่ชอบขาดตลาด เราจำเป็นต้องรู้ซีซั่นของมัน เพื่อจะวางแผนได้

แต่ยังไงซะกิจการสเกลประมาณผมค่อนข้าง suffer ในเรื่องนี้

เราใหญ่เกินกว่าร้านค้าส่งในจังหวัดจะสต๊อกสินค้าให้เราได้ แต่เราก็เล็กเกินกว่าที่โรงงานผู้ผลิตจะมาดูแล หากจะมีของขนาดตลาดโรงงานผู้ผลิตมักเลือกที่จะรักษาลูกค้ารายใหญ่ๆของเค้าไว้ก่อนเป็นธรรมดา ส่วนเราต้องยอมไปวิ่งหาซื้อของแพงตามร้านค้าส่งที่ก็ไม่ค่อยจะอยากขายให้เราอยู่ดี เพราะถือว่าเราเป็นพวกลูกค้าฉาบฉวย

เรื่องพวกนี้ผมเข้าใจดีเป็นกลไกธรรมดาของตลาด สิ่งไหนสต๊อกล่วงหน้าได้ก่อนดีไป บางอย่างสต๊อกไม่ได้ก็ต้องว่าไปตามสภาพ

แต่ที่ผมไม่ค่อยเข้าใจคือสินค้าประเภท“คน” โดยเฉพาะคนที่ไม่ใช่พนักงานของเรา

ในช่วง 5-6 ปีมานี้ ผมมีทั้งเพิ่มสาขา รีโนเวท และย้ายร้าน รวมๆแล้วเกือบ 10 ไซส์งาน เป็นที่รู้กันดีว่า คนงานก่อสร้างจะปล่อยเกียร์ว่าตั้งแต่ ต้นเดือน ธันวาคม ถึงแม้ว่าวันหยุดจริงๆจะแค่ช่วง 4-5 วันตอนปลายเดือน แล้วพอเดือนมกรา ก็ไม่ใช่ว่าจะกลับมาทำงานกันตั้งแต่ต้นเดือนด้วย ถ้าโชคดีหน่อย อาจจะมากันช่วงกลางเดือน แต่ก็ยังคงจะเกียร์ว่างอยู่ จะทำงานกันจริงๆอาจต้องรอถึงเดือนกุมภา แล้วทุกครั้งที่คนงานกลับบ้าน อย่าได้คาดหวังว่าจะกลับมาทำงานกันครบทุกคน

แล้วพอเดือนเมษา ก็เริ่มเกียร์ว่างกันตั้งแต่ต้นเดือนใหม่อีกแล้ว และในช่วง กุมภา-มีนา progress งานก็ไม่ค่อยจะคืบหน้ากันเท่าไหร่อีกด้วย

เอาเข้าจริงผมนับเวลาทำงานจริงๆของบ้านเราได้ 8 เดือนเท่านั้นเอง พวกพี่ทำงานกันเป็น seasonal หรือวะนี่ แต่ค่าใช้จ่ายมันมีทุกวันนะเว้ย..อยู่กันได้ยังไงนี่ ฉันไม่เข้าใจ!!

งานก่อสร้างที่ร้านของผม ไม่มีงานไหนเลยที่ส่งงานกันในช่วงธันวา-เมษา เรื่องนี้ค่อนข้างส่งผลหนักนะ

ถ้างานโปรเจค 6 เดือน แล้วบังเอิญไปเริ่มงานก่อนเดือนธันวา ไม่ว่าผู้รับเหมาจะมีเทคนิคการก่อสร้างรวดเร็วขนาดไหน ผมบวกเวลาเพิ่มไปล่วงหน้าเลยเป็น โปรเจค 10 เดือน

ลามไปถึง ผมจำเป็นต้องทำสัญญาเช่าที่ และทำแบบดีไซน์รวมไปถึงขออนุญาตก่อสร้างให้เสร็จภายในช่วงก่อนเดือน 4 เพราะถ้าได้เริ่มงานเดือน 5 คือมีประสิทธิภาพที่สุด ถ้าช้ากว่านั้นคือเข้าหน้าฝน จะมีปัญหากะงานฐานราก และถ้าช้ากว่านั้นอีก schedule งานจะไปชนเดือน 12 อีกจนได้

แต่บางทีเราควบคุมจังหวะที่จะมีทำเลที่โอเคเข้ามาไม่ได้ ถ้ามีแล้วก็ต้องเอาไว้ก่อน ทำให้เราต้องจ่ายค่าเช่าไปเฉยๆโดยที่ยังทำอะไรไม่ได้ ถือเป็นราคาค่าโอกาส อย่างที่สาขาศรีราชา ผมจ่ายค่าเช่าฟรีไป 1 ปีเต็มๆ

และเมื่อไหร่ที่เรามีเรื่องเวลาเข้ามาบีบ ทุกๆอย่างจะแพงเสมอ (ตัวอย่างเช่นใบอนุญาตเป็นต้น 55555)

ถ้าผมไม่ออสเตรียน ถ้าผมใช้เงินแบงค์ ทุกอย่างคงอยู่บนความเร่งรีบและความเครียดตลอดเวลา การตัดสินใจบนสภาวะแบบนั้น คงจะไม่ออกมาดีแน่นอน

#Siamstr

ปล.รูป progress งาน 1 เดือน ในช่วงเมษายน ได้ footing มา ฉันก็ประทับใจแล้ว 🥰

ปล.2 ผู้รับเหมาผมโอเคมากนะ เป็นผู้รับเหมาคู่บุญเลย แต่เรื่องคนงานพี่เค้าเองก็ยังจัดการไม่ได้

ปล3.ผมไม่มีสัญญาเรื่องค่าปรับหากงานล่าช้า แต่เพื่อเทรดออฟกับเรื่องอื่นที่ผมมองว่าคุ้มค่ากว่า และต้องออสเตรียนเท่านั้นนะถึงทำได้

เจอเหมือนกันเลยครับ ยิ่งงานก่อสร้างนี่ บีบมาก สตริกมาก พร้อมทิ้งงานเลย มันต้องเคยสัมผัสความหน้ามึนกับตัวจริงๆถึงจะเข้าใจครับ

วิถีวิธีการ ที่ปกติทำกับพนักงานออฟฟิศนี่ลืมไปได้เลย welcome to real world เลยฮะ

ผมฝันอยากเจอคนงานก่อสร้างที่แบบ “คั๊บผ๊ม ลุยคับ เสร็จคับ” มาตลอดชีวิตเลยครับ 5555

หลักการเคยคิดเคยพูดว่ามันต้องอย่างนั้นอย่างนี้

ใครได้ลองมา practice หน้างานจริง จะรู้เลยครับ

ที่เห็นมีคนเคยคุยในกลุ่ม ว่าทำธุรกรรม p2p ซื้อขาย USDT แล้วโดน ล็อคบัญชีเพราะเขาบอกว่า มีเส้นทางเกี่ยวพันกับบัญชีม้า

อันนี้หมายถึงคนที่ขาย หรือ คนที่ซื้อ หรือ ทั้งคนขายและคนซื้อ เหรอครับ หมายถึงถ้าเรา ซื้อ USDT จาก p2p จะเกี่ยวไหมครับ

#siamstr

ใช่ฮะ แล้วเรากำลังจะยอมรับมันเป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติ เหมือนพระอาทิตย์ขึ้น เราถนัดกับการถูกทำให้ ชินไปเอง

ผมเคยเกริ่นไว้ตอนเตรียมจะทำ ซีรีย์ นาร์ซีซิส ไว้ว่า #อย่ายอมให้เรื่องไม่ปกติเป็นเรื่องปกติ อยู่เหมือนกัน เพราะมันเป็นการปูพื้นฐานให้กับความเคยชิน 55555

ยังครับ 555 ยังไม่หมดกรรมเก่า

1 พค ผมจะเริ่มปล่อยวางงานโฆษณาแล้วฮะ น่าจะมีเวลาจัดการสิ่งที่อยากทำมากขึ้น และหลังจาก 31 กค ผมน่าจะลาจากโลกเอเจนซี่(เล็กๆ) แล้วฮะ เวลานั้นคงทำอะไรเต็มที่ได้จริงๆละ

Replying to Avatar Pong 🟠

มานั่งคิดๆดู คนที่ทำการตลาดอาหารสุขภาพ มีแต่บอกแคลเท่าไหร่ สารอาหารเท่าไหร่ วัตถุดิบไหนสั่งมาจากไหน อยากเจอร้านที้โม้ให้เราฟังว่า เราเอาวัตถุดิบ ไปทำอะไรบ้าง น้ำมันใช้น้ำมันอะไร refine ไหม เนย ครีม ใช้เกรดไหน ส่วนผสมอะไรบ้าง อยากเจอแบบนั้นบ้างงงงง

แถมทุกวันนี้ไม่เจอเลยของที่ขายตัวเองว่า ถึก ทน ใช้ได้ยาวนาน 😂

มีแต่บอกล้ำแบบนั้นแบบนี้ มีแต่ของเก่าๆเท่านั้นแหละ ใช้ยาวๆนานๆ ไม่พัง

การตลาดแบบจริงใจ แทบหาไม่เจอละสมัยนี้ และล่าสุด อี product ai อีกตัว rabbit R1 ก็เป็นอะไรที่แปลก และลดต้นทุนได้น่างงสุดๆ ราคาก็ไม่ถูก มีรายเดือนอีก สงสัยได้เห็นสินค้ากลุ่มนี้ออกมาแบบแปลกๆอีกแน่ๆ ตั้งแต่ ai pin ละ rabbit R1 ก็แปลก แต่น้อยกว่า

ไม่รู้มีเหตุผลอะไรที่ทำให้แปลกไหม รอดูต่อไป แต่ที่แน่ๆ เราจะไม่ใช้มัน 5555555

#Siamstr

555 เราบอก เราบอก 555

บอกตั้งแต่เริ่มคิดค้นเลย

https://siripun.com/category/siripun-cha/story-cheesecake/

เดี๋ยวสิ้นเดือน ก็จะเข้าสู่ปรากฎการณ์ แอพธนาคาร ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ประจำเดือน เมษายน แล้วสินะ

#siamstr #pirateketo

https://siripun.com/2024/04/22/mineral-water/

ประกาศสาธารณสุข ฉบับ 199 (พ.ศ. 2543) กล่าวถึงฟลูออไรด์ในน้ำแร่ธรรมชาติไว้ว่า

ให้แสดงคำเตือนขนาดความสูงไม่น้อยกว่า 2มม. และเห็นได้ชัดในกรอบสี่เหลี่ยมสีแดงพื้นขาว ดังต่อไปนี้

“มีฟลูออไรด์”

สำหรับน้ำแร่ธรรมชาติที่มีปริมาณฟลูออไรด์ มากกว่า 1 มิลลิกรัมต่อน้ำแร่ธรรมชาติ 1 ลิตร

และต้องเพิ่มคำเตือน

“ผลิตภัณธ์นี้ไม่เหมาะสำหรับทารกและเด็กที่อายุต่ำกว่า 7ปี”

สำหรับน้ำแร่ธรรมชาติที่มีปริมาณฟลูออไรด์ มากกว่า 2 มิลลิกรัมต่อน้ำแร่ธรรมชาติ 1 ลิตร

สินค้าที่ติดฉลากว่าน้ำแร่ จะต้องเป็นแร่ธาตุที่อยู่ในธรรมชาติ ณ แหล่งน้ำนั้นๆ ไม่สามารถทำการเติมเพิ่มใดๆได้

ส่วนเหตุผลที่ทำไมบางแห่งมีฟลูออไรด์สูง และเป็นฟลูออไรด์ประเภทใด ก็ต้องตามหาข้อมูลกันไปอีกทีนะครับ ได้ไม่ได้ก็สุดแล้วแต่ ยากอยู่555 ถ้าเป็นไปได้ เลือกตัวที่ไม่มีคำบนฉลาก ตาม สธ. ว่าจะดีกว่าครับ

#siamatr #pirateketo