Avatar
Bank Terry
544516482f963ad6faf41f8b4f3ff094b3f6ca6cfcfe8a34279aad02f22d225c
Replying to Avatar HereTong

ถ้าเป็นผม จะเริ่มจากเรื่องที่อยากเขียนก่อนคล้ายๆทรีทเม้นของหนัง คือ เป็นแก่นของเรื่องครับ

แล้วเอาเรื่องนั้นมาแตก mind map ว่าควรประกอบด้วยอะไรบ้าง มันจะได้องค์ประกอบของเรื่อง

จากนั้นยิงตัวเองก่อนเลย ว่าองค์ประกอบดีพอ มีเหตุผลพอ หรือยัง ครบถ้วนพอหรือยัง

จากนั้นเอาองค์ประกอบมาเรียงร้อยเป็นลำดับการเล่า บางคนเรียก สารบัญ ดูว่าการเล่าลำดับตามที่คิด คนอื่นเข้าใจตามที่เราคิดไหม

ได้ทั้งหมดแล้วจึงเริ่มเขียน มันจะทำให้เรามีแผนภาพรวมของงานเราไว้แล้ว ไม่แกว่ง ไม่ออกทะเล

แต่ระหว่างทาง มันเสริม มันตัดได้ตามความเหมาะสมครับ

#siamstr

ครับขอบคุณมากนะครับ

ทั้งสองอย่างครับ ตอนนี้กำลังดูเรื่องการเขียนครับ วางโครงเรื่อง ลำดับการทำ ค่อยๆทำค่อยคิดอยู่ครับ

ตอนนี้มีความตั้งใจจะสร้าง หนังสือของตัวเองสัก 1 เล่ม ใครเทคนิคหรือคำแนะนำอะไรได้โปรดชี้แนะข้าพเจ้าด้วยครับ

#siamstr

คนที่หนี้สินรุมเร้าถึงขั้นวิกฤติ มักจะหน้ามืดตามัว หูดับ ไม่สามารถรับรู้สภาวะของตนเองได้ว่าควรจะทำอะไร ควรจะแก้ปัญหาแบบไหนเพื่อให้พ้นจากปัญหานี้ไปได้ คนที่หนี้สินรุมเร้าจะคิดอยู่อย่างเดียวคือ ทำอย่างไรให้หนี้หมด ทำอย่างไรให้มีเงินจ่ายเจ้าหนี้ที่มาทวงอยู่ตรงหน้า เพื่อให้รอดเป็นวัน ๆ กล่าวคือมองแค่ระยะสั้น ไม่ได้คิดถึงการแก้ปัญหาระยะยาว จึงทำให้เกิดวงจรอุบาทว์ ยืมคนหนึ่งมาคืนอีกคนหนึ่ง

ถามว่าหนี้ได้หายไปไหนไหม คำตอบคือ “ไม่”

ซ้ำร้ายอาจจะมากขึ้นกว่าเดิม และเมื่อเดือนต่อมาเจ้าหนี้ที่เรายืมเพื่อคืนเงินก็กลับมาทวงเราอีก รอบนี้คิดว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรครับ

ใช่ครับ หายืมคนอื่นต่อเพื่อมาใช้หนี้ หรือไม่ก็รูดบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดซึ่งดอกเบี้ยสูงลิ่ว ทำแบบนี้วนไปเรื่อย ๆ สุดท้ายปลายทางจะไปจบที่ไม่เหลือใครให้ยืมแล้ว บัตรทุกใบเต็มหมด

ทีนี้แหละครับ หายนะของจริง เพราะนอกจากหนี้ก้อนแรกที่แก้ไม่ได้แล้ว ยังมีหนี้ที่เพิ่มเข้ามาเพราะต้องการนำมาจัดการหนี้ก้อนแรก ซ้ำร้ายเผลอ ๆ หนี้ก้อนแรกก็ยังไม่หมดด้วยซ้ำ นี่ยังไม่รวมเรื่องเงินที่ใช้กินข้าวทุก ๆ วันนะครับ ว่าจะใช้เงินจากไหน

เห็นไหมครับ จากหนี้ก้อนเดียว แต่แก้ปัญหาแบบผิด ๆ ส่งผลให้เกิดหนี้ก้อนต่อมาทบกันไปเรื่อย ๆ จนหนี้สินบานปลาย กลายเป็นปัญหาใหญ่กว่าเดิม

คำถามคือ แล้วจะแก้อย่างไรล่ะ?

เป็นหนี้ก็ต้องคืน พูดมาเหมือนจะให้เบี้ยวหนี้ เปล่าเลยครับ ผมไม่ได้บอกว่าจะให้เบี้ยวหนี้ แต่จำได้ไหมครับที่ผมบอกไปเมื่อต้นเรื่องว่า คนที่เจอวิกฤติมักจะมองอะไรแค่สั้น ๆ

ดังนั้น การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนคือต้องมองให้ไกล มองระยะยาว และมองภาพกว้างของปัญหาทั้งหมด เหมือนเขาวงกต ถ้าคุณเข้าไปวิ่งหาทางออกอยู่ข้างใน มันจะเหนื่อยและหลงทาง แต่คนที่มองจากมุมสูง เขาจะเห็นว่าควรเดินทางไหนถึงจะเจอทางออก เรื่องหนี้ก็เช่นกันครับ

เมื่อเริ่มไม่มีเงินใช้หนี้ กรณีนี้รวมถึงค่าผ่อน pay later และบัตรเครดิตต่าง ๆ ด้วยนะครับ ให้ลองดูรายรับรายจ่ายของเราว่าพอใช้หรือไม่ หรือกำลังติดลบ ทำบัญชีรายรับรายจ่ายเลยครับ หักลบทุกอย่างแล้ว หากปรากฏว่าเราติดลบทุกเดือน ไม่ว่าจะมากหรือน้อย นั่นคือต้นตอของปัญหาหนี้ก้อนใหญ่ครับ

เพราะเมื่อการเงินในแต่ละเดือนติดลบ แสดงว่าเราต้องหาเงินจากที่อื่นมาอุดตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเงินเก็บหรือการหยิบยืม ในแต่ละเดือนอาจจะดูไม่เยอะ แต่ถ้าเป็นทุก ๆ เดือน คุณก็เหมือนคนที่เลือดไหลตลอด ไม่ช้าก็เร็วคุณต้องเสียเลือดจนตายแน่ ในกรณีการเงินคือ สุดท้ายคุณจะหาเงินมาอุดส่วนที่ติดลบไม่ได้ จนกลายเป็นวงจรสร้างหนี้สินไม่รู้จบ

ดังนั้น การจะอยู่กับหนี้โดยที่เรายังมีความสุขได้ คือทำให้กระแสเงินสดของเราเป็นบวก ต่อให้เรามีหนี้ต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไหร่ แต่เมื่อรวมรายรับรายจ่ายทั้งหมด ทั้งค่ากิน ค่าอยู่ และค่าหนี้แล้ว การเงินยังไม่ติดลบ แบบนี้คือเราอยู่ได้ อาจจะไม่รวย ไม่ได้กินหรู แต่ชีวิตไม่ติดลบ

หนี้จะค่อย ๆ ลดลงจากการจ่ายทุก ๆ เดือน เช่น ผ่อนรถ คุณก็อาจจะต้องอดทนอีก 4–5 ปี หรือหากอยากมั่นคงเร็วขึ้น ก็ต้องหารายได้เพิ่ม และลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

เห็นไหมครับว่า การแก้ปัญหาหนี้ไม่ใช่แค่การหาเงินมาใช้หนี้งวดนั้นให้รอดเป็นเดือน ๆ ไป แต่มันคือการวางแผนระยะยาว ค่อย ๆ ลดหนี้ลง ไม่สามารถจบได้แบบรวดเร็ว หนี้ที่ค่อย ๆ สะสมมาก็ต้องใช้เวลาในการจัดการ

ดังนั้น เมื่อรู้ตัวว่าตนเองใช้หนี้ไม่ไหว ผ่อนไม่ไหว เปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาจากการไปหายืมเงินที่อื่นมาใช้หนี้ เป็นการเดินเข้าไปคุยกับเจ้าหนี้ตรง ๆ ก่อน ว่าเรามีปัญหาแบบนี้ เราจ่ายไม่ไหว เพื่อหาทางแก้ไขร่วมกัน

เจ้าหนี้เขาเพียงต้องการได้เงินคืน การพูดคุยกับเจ้าหนี้เป็นทางออกที่ดี แต่เราไม่ค่อยทำกัน บางครั้งอาจขอจ่ายแค่ดอกเบี้ยก่อน 3 เดือน ขอพักชำระหนี้ หรือหากเป็นคนรู้จัก ก็อาจขอผ่อนน้อยลงต่องวด ซึ่งยังมีโอกาสเป็นไปได้

เพราะการที่เราเข้าหาเจ้าหนี้ คือการแสดงเจตจำนงว่าเราไม่หนีหนี้ แต่ขอปรับเงื่อนไขเพื่อให้เรายังสามารถใช้หนี้ได้ และใช้ชีวิตต่อไปได้ด้วย เปรียบเสมือนการบังคับเจ้าหนี้กลาย ๆ ว่า หากไม่ประนีประนอม เราก็ไม่มีเงินจ่าย

ถึงตรงนี้ ลองเช็กสุขภาพการเงินของคุณดูครับ ว่าในแต่ละเดือนกระแสเงินสดเป็นบวกหรือติดลบ ลองวางแผนล่วงหน้าไปสัก 6 เดือน หากอนาคตมีแนวโน้มติดลบทั้งหมด คุณจะได้หาทางแก้ไขได้ทัน ไม่ว่าจะเป็นการลดรายจ่ายหรือหารายได้เพิ่ม

หยั่งรู้อนาคต เพื่อปฏิบัติตนในปัจจุบัน ส่วนอดีตแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ที่สำคัญคือต้องสู้และอดทนครับ

#siamstr

triple egg

#siamstr

ลายเสื้อใหม่ครับ คาดอกเวลาไปไหนก็

bitcoin bring me here 📍

#siamstr

no more slave

#siamstr

they just not steal only money they steal your whole life.

#siamstr

hold tight don't leave the rocket

#siamstr