
we work hard for money
but someone print it easily
what kind of the system we live ?
#siamstr

dog coin
#siamstr

GM
#siamstr

Fiat Slavery
#siamstr #wherostr

GN
#siamstr

ธนบัตรใบนี้ชำระหนี้ไม่ได้ตามกฎหมาย
#siamstr #TBC2024

Have a Bitcoin you survive
if you don't have it you can't know the real life is
#siamstr

จะได้วิตามินไหมเนี่ย ไม่กินผัก😂
#siamstr
ลองไปวิ่งมาลู่นี้ดีเลยครับ

Nothing is over !
เป็นประโยคของ Rambo ภาคแรกที่ระเบิดอารมณ์ใส่ผู้พัน trautman เพราะผู้พันบอกกับ Rambo ว่าภารกิจมันจบแล้ว
หากใครไม่เคยดู rambo ประวัติย่อๆคือrambo เป็นทหารหน่วยที่เก่งที่สุดที่ถูกส่งไปรบในเวียดนามเสียเพื่อนร่วมรบไปมากมาย สุดท้าย usa สั่งถอนทัพ ในใจ rambo เขาเสียเพื่อนและในฐานะทหารเขาอยากชนะสงครามก็ดันไม่ชนะอีก ส่งผลให้กลับมาเขากลายเป็น PTSD สังคมก็ไม่ยอมรับ (ในยุคสมัยนั้น) หางานทำไม่ได้ ร่อนเร่ตามหาเพื่อนร่วมรบไปเรื่อย ๆ แต่เมื่อไปถึงก็มักพบว่าเพื่อนได้ตายไปแล้วไม่ว่าด้วยโรค หรือ อะไรก็ตามแต่
rambo อยู่อย่างทรมานกับโรค PTSD จนต้นเรื่องมาเจอตำรวจของเมืองหนึ่งพยายามจะไล่เขาออกจากเมืองเพียงแค่เขาต้องการมาหาเพื่อนและหาร้านอาหารกินเท่านั้น หลังจากนั้นตำรวจก็กลั่นแกล้งสารพัดจนไปจี้โรค PTSD ของ rambo ทำให้เขาใช้ความสามารถที่ดีที่สุดและอาจจะเป็นอย่างเดียวที่เขาทำได้คือ ฆ่า รบ สงคราม จัดการกับคนที่ทำร้ายเขาจนกลายเป็นเรื่องใหญ่โต จน trautman รู้ข่าวจึงรีบเดินทางมาเกลี้ยกล่อม trautman ก็คือหัวหน้าของramboสมัยสงครามเวียดนามนั่นเอง
ตอนที่ทุกอย่างกำลังเลวร้าย trautman ก็ได้เตือนสติของ Rambo ว่าภารกิจการเข่นฆ่าของเขาในเวียดนามมันจบไปนานแล้ว (7ปีในภาพยนต์) ว่า it's over jonny(rambo)it's over !
ส่งผลให้ Rambo พูดข้อความในข้างต้นมาว่า Nothing is over แล้วก็บ่นยาวสามารถไปดูฉากนี้กันได้ Youtube มี
ที่ผมชอบคือ Rambo พูดประมาณว่าทุกอย่างมันจบแล้วกับคุณ (trautman) แต่กับผมไม่มีอะไรเลย ในสนามรบผมขับเครื่องบินได้ ขับรถถังได้ แต่กลับมานี่หางานเด็กล้างรถยังทำไม่ได้เลย
ดูภาพยนต์ก็ย้อนกลับมาดูชีวิตทาส fiat ของเรา เราหลายๆคนต่างมีชะตาชีวิตไม่ต่างจาก Rambo เพียงแต่ไม่ใช่การไปรบ แต่มันคือการดำรงชีวิตของเราที่ไม่ได้ทำตามสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ เราก็เหมือน rambo ที่ถูกเบื้องบนให้ทำบางสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อเขา แต่เขาก็จะบอกว่าเพื่อชาติ เพื่อโลก นู่นนี่นั่น แต่พอหมดประโยชน์ก็ไม่มีใครเห็นหัวต้องอยู่แบบsufferเช่น rambo
เราเป็นเหมือนฟาร์มเวลาที่ระบบออกแบบให้เรามีชีวิตของตัวเองไม่ได้ เกษียณไม่ได้ต้องทำงานจนตาย เหมือน trautman บอกกับเราว่า it's over แต่เราโชคดีกว่า rambo คือเรามีหวัง มีโอกาสที่จะรอดพ้นจากระบบ มีสิ่งที่จะทำให้เรารอด สิ่งนั้นคือ Bitcoin
Bitcoin fix the world ไม่ใช่แค่ money
แม้ตอนนี้จะมีเพียงคนกลุ่มเล็กๆที่ตื่นมาเห็นความจริงของระบบเน่าๆและพยายามหาทางรอด้วย bitcoin แต่ผมเชื่อว่าทุกอย่างมีจุดเริ่มต้น
ทุกประวัติศาสตร์ที่สำคัญของโลกมันมาจากจุดเริ่มต้นเล็กๆค่อยๆก่อตัวจนถึงวันที่มันปะทุออกมาและเราในวันนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆที่คนทั้งโลกในอนาคตกล่าวถึง
Nothing is over nothing!
#siamstr

เฮียวิทย์บอกว่าเป็นเสื้อที่กวนตีนมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา 😂
#siamstr
เป็นครั้งแรกของชีวิตที่ผมได้มางานแบบนี้ด้วยตัวเอง อาจจะเป็นการมาคนเดียวและไม่กล้าเข้าไปพูดคุยกับใคร เพราะไม่เก่งเข้าสังคม แต่ผลที่ได้รับมันดีกว่าทำตามอีกความคิดนึงที่ผุดเคยขึ้นมาตอนจะจ่ายค่าบัตรว่า "ไม่เห็นจะต้องมาเลย เก็บเงินไป Stack Sats ไว้ดีกว่ามั้ย" ซึ่งตอนนั้นผมคิดแย้งกับตัวเองว่าถ้าใช้ชีวิตแบบเดิมๆ ทุกอย่างมันก็เหมือนเดิม เบื่อโลกไปวันๆ ซึ่งผมคิดถูกที่เลือกที่จะมา การมางานนี้คือการเริ่มต้นแบบไม่สนความพร้อม เพราะอยากจะให้มันเป็นก้าวแรกของอะไรก็ได้ ที่จะเติมเต็มช่องโหว่ในใจเรา
Day 1

เริ่มงานมาก็ได้อาจารย์ตั๊มมาเปิดเวที คนสำคัญที่เปลี่ยนผมให้เปลี่ยนมุมมองจากแบบ Trader มาเป็นแบบ Bitcoiner
แต่หลังจากช่วงเปิดงาน ผมก็ไปเฝ้าอยู่เวที Advance Stage ทั้งวัน เพราะอยากดูพัฒนาการทางโปรแกรมเบื้องหลังบ้าง เวทีนี้จึงเป็นเวทีที่ทำให้เราได้เห็น Proof of Work ของผู้คนอีกด้านที่เขาไม่ได้ถูกส่องแสงมากเท่าเหล่า Influencer
เริ่มที่ทีม Krutt ที่นำเสนอเทคโนโลยีและแนวคิดของเขา
ทีม Fedi ที่ให้ผู้ฟังจับกลุ่มกันเล่นแอฟ Fedi ทำ Community Wallet รับส่ง Sats กันไปมา
Wherostr ที่เจาะเบื้องลึกการทำงานของ Nostr ในระดับ Coding
Alby นำเสนอเทคโนโลยี NWC แต่ผมฟังภาษาสำเนียงเขาลำบากเลยไม่รู้เรื่องเท่าไหร่
LNfi นำเสนอการใช้งาน Lightning แบบ Defi และกระดานเทรดบน Lightning
Ark อีกหนึ่งเทคโนโลยีการ Scaling โดยใช้ VTXO
และสุดท้าย ประสบการณ์การรันโหนดของคุณ Teemie1 และการใช้ Lates ของ อ.เดชา ในการเปิดร้านบน Nostr
ก่อนกลับก็ได้ซื้อเสื้อ Fix the money Fix the world สีขาวติดไม้ติดมือกลับไปด้วย
Day 2


เช้ามาก็สุ่มกาแฟของคุณ lvlick แลกกับ 5555 sats หอมฉุย ตื่นเต็มที่เลย
และผมได้ซื้อท๊อปฟี่เค้กกับเค้กกล้วยหอมด้วย แต่เอากลับมากินที่พักหลังจบงานแล้วนะครับ เค้กกล้วยหอมยังคงหอมและเนื้อยังแน่นดีมาก อร่อยด้วย แต่ที่เกินคาดคือท๊อปฟี่เค้ก ผมเคยกินท๊อปฟี่เค้กมาก่อนแต่ไม่ใช่ของท๊อปฟี่เค้กชลบุรีนะครับ ยี่ห้อนั้นผมจำไม่ได้หน้าเค้กด้านบนเขามีรสชาดหวานจ๋อยจนผมกินต่อไม่ได้เลย แต่ท๊อปฟี่เค้กชลบุรีหน้าเค้กกับเนื้อเค้กกลมกล่อมเข้ากับดีมากๆ หน้าเค้กหวานพอดีไม่กลบความอร่อยของเนื้อเค้ก ซื้อเป็นของฝากให้ใครมั่นใจได้เลยว่าคนรับต้องชอบแน่ๆครับ


ในวันที่ 2 ผมเลือกที่จะฟัง Main Stage ทั้งวันบ้าง หลังจากจบช่วงของคุณ Jimmy Song ก็เป็นช่วงของคุณต้น ผมรู้จักแค่ว่าเป็นพี่ของ อ.ตั๊ม แต่พอได้ฟังสิ่งที่คุณต้นนำเสนอ ก็พบว่าเค้าทำให้เราอยากรู้แง่มุมของคนที่มองเห็นความจริงที่ซ่อนอยู่ และแง่มุมของคนที่มีประสบการณ์โดยตรงจากการถูกรัฐใช้อำนาจโจมตี ผมออกไปเข้าห้องน้ำแล้วกลับมาเจอเวทีย่อยของคุณต้น ก็ไม่ได้กลับไปเวทีหลักอีกเลย 555


ของคุณต้นว่าเดือดแล้ว ที่คือเวทีที่ผมให้ดีที่สุดของงานนี้ เนื้อหาของคุณปกป้อง Thai ratel PK ตรงประเด็น เข้าใจง่าย นำเสนอได้ชัดเจนและดึงดูดผู้ชมได้ดีมาก มันคือต้นตอของทุกสิ่งร้ายๆที่เกิดขึ้นกับระบบเงิน และวงจรของมันไม่สามารถหยุดได้ พวกเราต้อง Exit ให้ไว

มาถึงช่วงสุดท้าย ช่วงนี้ทำให้ผมนึกย้อนไปช่วงของคุณเพียวกับทีม siamstr โดยคุณ U, คุณจตุพล, และคุณตั้ม ที่ว่าเราควรที่จะมี Community หรือไม่ ตอนที อ.ตั๊ม ให้คนที่มาคนเดียวยกมือขึ้น มีคนยกมือเยอะมาก ทำให้ผมอุ่นใจ เหมือนโยนอะไรหนักๆออกไปจากตัวเลย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้คุยกับใครแต่การที่ได้เห็นคนที่เป็นเหมือนเรา คิดเหมือนกับเรา มองเห็นและเข้าใจบางอย่างเหมือนกับเรามารวมตัวกัน มันคือแสงสว่างสำหรับคนที่รู้สึกแตกต่างจากผู้อื่น เราอยากแน่ใจว่ามันคือความแตกต่างที่ไม่ใช่ผิดปกติ เราแค่มีวิถีการดำเนินชีวิตในแบบพิเศษของเรา และทางที่เรามุ่งหน้าไปคือทางที่จะทำให้ชีวิตและสังคมรอบๆตัวดีขึ้นจริงๆ เพราะฉะนั้น Community สำหรับผมควรที่จะต้องมี ไม่จำเป็นต้องเป็นงานใหญ่ เพียงแค่แบบ 101 Way ที่เกิดขึ้นแบบกระจายตัวก็ทรงพลังแล้วครับ
ช่วงของคุณเพียวกับทีม siamstr มีผู้ชมท่านนึงถามขึ้นมาประมาณว่าไม่ได้เก่งในเชิงลึกเรื่อง Bitcoin หรืออะไรก็ตามที่ Bitcoiner มักจะคุยกัน กลัวว่าจะไม่สามารถสร้างกลุ่ม Community ได้ ซึ่งคุณตั้มก็ได้ตอบไว้ว่าเราคุยอะไรกันก็ได้เหมือนเพื่อนนัดเจอกัน ตอนนั้นผมมีอีกมุมมองนึงคือ ถ้าอยากจะให้ Community ได้คุยเรื่อง Bitcoin ไปด้วยโดยที่เริ่มจากสมาชิกที่ไม่ได้เก่งมาก ผมนึกถึงตอนที่เราติวสอบกัน คนที่สอนและคนที่ฟังเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน คนที่ได้สอนคนอื่นจะได้จัดการข้อมูลในหัวได้เป็นระเบียบมากขึ้น และรู้ว่าเราขาดความรู้จุดไหนจากการถูกถาม ส่วนอีกฝ่ายก็จะได้รับข้อมูลและได้เกิดข้อสงสัยเพื่อถามอีกฝ่ายด้วย และถ้าพบอะไรก็ตอบไม่ได้ก็เก็บไว้ตอบในการนัดรวมกลุ่มครั้งหน้า 102 อะไรประมาณนี้
สุดท้ายนี้อยากบอกว่า สำหรับค่าเข้างาน 3690 บาท สำหรับผมคุ้มค่ามากๆครับ
-----------------------------------------
nostr:npub1zzn8zcjekg2wj2kgup2m02qtx946dgyvyw96wqzkaar09wajdv0qayf8de
#TBC2024 #siamstr
มาคนเดียวเช่นกันครับ ได้เพื่อนเยอะมาก
ยินดีที่ได้รู้จักครับ

ถ้าชีวิตไม่มีบิทคอยน์
#siamstr
