Avatar
tukjedsadatik
57c99216eb119f4b2682c5820bab272ff302fae89b9e32edb538d0cf6663d1c7
Replying to Avatar Xsara8

## เศรษฐกิจไทยตกต่ำ เพราะพวกเรายังไม่เห็นแก่ตัวมากพอ.. ##

ประโยคดังกล่าว เป็นการสรุปเรื่องราวทั้งหมดที่ผมได้พบเจอบนแพลตฟอร์ม Mian stream ทั้งท่อแดง ท่อฟ้า เอาไว้ทั้งหมด ทำไมล่ะ มันเกิดอะไรขึ้น?

"ประเทศไทยเศรษฐกิจตกต่ำ" "ประเทศล้าหลัง" "คนอื่นเค้าไปถึงไหนกันแล้ว" นี่คือคำบ่นกร่นด่าของชาวไทยมรตลอดหลายปีถึงการดูถูกเหยียดหยามประเทศตัวเองซึ่งใช่ครับ มันเป็นความจริงในหลายๆแง่มุม รวมทั้งสาเหตุของปัญหาที่ชาวบิตคอยน์เนอร์ทราบกันดี นั่นคือการแทรกแซงของรัฐ และระบบทุนนิยมอุปถัมภ์ซึ่งเหล่านายทุนเข้าหาอำนาจรัฐเพื่อประโยชน์ของตน แต่สำหรับใครหลายคนตามแพลตฟอร์มสื่อกระแสหลักนั้น พวกเขาไม่ได้เข้าใจแบบนั้น

"ถ้าการเมืองดี..." "รัฐต้องช่วย..." รัฐต้องดูแล..." รัฐต้องสนับสนุน" "รัฐต้อง..." "รัฐต้อง..." "รัฐ...รัฐ" ทำไมการแก้ปัญหาสุดท้าย กลายเป็นทุกคนงอมืองอเท้าอ้าปากบอกให้ "รัฐ" เข้ามาแก้ไขในทุกปัญหาที่เกิดขึ้นได้ล่ะ? ทำไมความอยู่รอดของเขาเหล่านั้น ครอบครัว ธุรกิจ บริษัทของพวกเขาหลายล้านคน ถึงขึ้นอยู่กับปากและปากกาของคนไม่กี่พันคนนั้นหล่ะ โลกนี้มันผิดเพี้ยนมากแค่ไหน ถึงทำให้คนๆหนึ่ง สามารถไว้ใจผู้อื่นได้มากกว่าตนเองกัน

## Fiat = บัญชา อาญาสิทธิ์ ##

เมื่อเรามองย้อนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นของมันจะพบว่า นี่เป็นระยะเวลากว่า 110 ปีมาแล้ว ที่มนุษย์เราเริ่มการทดลองครั้งยิ่งใหญ่ระดับมนุษยชาติ โดยการทดลองประดิษฐ์ "นโยบายการเงิน" โดยมนุษย์ขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อสหรัฐอเมริกาประกาศตั้งองค์กร "Fed" ซึ่งเป็นธนาคารกลางสหรัฐซึ่งทำหน้าที่เป็น "แหล่งทุนกู้ยืมแหล่งสุดท้าย(Lender of last resort)" ให้กับบรรดาธนาคารพานิชย์ในสหรัฐฯ

ใช่ครับ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มนุษย์ทดลองสร้าง "เงินเฟียต" ขึ้นมา ตั้งแต่เงินกระดาษของจีน เหรียญลีร่า เหรียญกิลเดอร์ ตั๋วแลกทอง พดด้วง และอีกมากมายทั่วโลก แต่การทดลองนี้มันจะพิเศษกว่าครั้งไหนๆ ด้วยการมาของ "เคนส์" และแนวคิดแบบ "เคนส์เซี่ยน"

การมาถึงของเคนส์ได้สั่นสะเทือนแนวคิดทางเศรษฐกิจ ทฤษฎีของเขาคือ "ขงเบ้ง" ที่รัฐตามหา อาศัยวิกฤตปี 1929 ซึ่งซึ่งแท้จริงแล้วเกิดจากการ Leverage สร้างเงินในรูปแบบของหนี้ขึ้นมาจากอากาศในช่วง 1920 หรือที่เรียกว่า The Roaring 20s วิกฤต The Great Depression กลายเป็นผู้ร้าย และรัฐบาลในสมัยถัดมาอย่าง Franklin D. Roosevelt และนโยบายของเขา "New Deal" กลายเป็นอัศวินขี่ม้าขาวในสายตาคนอเมริกัน

หลังจากนั้น 10กว่าปี ในปี 1944 โลกก็ได้พบกับมาตรฐานทางการเงินใหม่ ซึ่งก็คือระบบ "Dollar Standard" เมื่อกว่า 44 ประเทศฝ่ายสัมพันธมิตร มารวมตัวเพื่อหารือกัน อีกทั้งในที่ประชุมแห่งนี้เองก็ได้ให้กำเนิดขุนพลพยัคฆ์อย่าง IMF และ IBRD ซึ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารโลกในเวลาต่อมา

Dollar Standard กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลก ณ เวลานั้น แต่นั้นก็เพราะเขาให้สัญญาว่าจะสามารถแลกคืนดอลล่าร์เหล่านี้เป็น "ทองคำ" ได้ ถึงแม้ผู้คนภายในประเทศจะถูกริบ และห้ามครอบครองทองคำมาแล้วกว่า 10 ปีนับแต่การออก Executive Order 6102 ของประธานาธิบดี Franklin D. Roosevelt มาจนถึงช่วงข้อตกลง Bretton Wood ในปี 1944

ถึงอย่างนั้น Dollar เองก็ได้พัฒนาไปอีกขั้น ไปสู่จุดซึ่งไม่มีมนุษย์ผู้ใดเคยไปถึง นวัตกรรมใหม่แกะกล่องที่ยังไม่เคยมีใครได้ลิ้มลองคือการสกุลเงินซึ่ง "ไม่มีสิ่งใดแบ็คหลัง" หรือเป็น "อากาศธาตุ" เมื่อประธานาธิบดี Richard Nixon ประกาศ Nixon's Shock ยกเลิกการรับแลกดอลล่าร์เป็นทองคำ และปล่อยค่าเงินของแต่ละประเทศลอยตัว แลกเปลี่ยนกันอย่าง "เสรี" ภายใต้การควบคุมของธนาคารกลางแต่ละประเทศ

จนถึงตอนนี้นับเป็นเวลากว่า 50 ปีแล้ว ที่การทดลองขั้นสุดท้ายได้ถูกปล่อยสู่มนุษยชาติ และมันก็เป็นระยะเวลากว่า 50ปีเช่นกัน ที่เราได้ให้ความเชื่อใจทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ค่าอาหาร ค่าน้ำมันรถ ค่าผ่อนบ้าน ค่าเรียนลูก ค่าต่างๆนานา รวมไปถึงมูลค่าของ"เงิน" ที่เราใช้เวลาของเราไปแลกมันมา ฝากใจไว้กับกลุ่มคนใด ใครคนหนึ่ง

## ปัจเจกชน ปลดแอก ##

หลังจากประชาชนประสบกับการเป็นทาสมากว่าครึ่งศตวรรษ ทางออกของเป็นนี้ย่อมไม่ใช่การขอร้องอ้อนวอนให้หัวหน้าทาสปฏิบัติกับเราอย่างไร หากแต่เป็นการลุกขึ้นยืนหยัดต่อกรกับมันด้วยตนเองต่างหาก

การต่อสู้ ทำสงคราม หาใช่การรบราฆ่าฟัน อาศัยกำลังเข้าปะทะกันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยทั้งกลุยทธ์ กลอุบาย หลักการบริหารคน บริหารทรัพยากร และทุน เมื่อโอกาส เวลา และสถานที่มาถึง สงครามนั้นเราจึงได้รับชัย

สำหรับปัจเจกชนอย่างเราๆ ท่านๆ เราไร้ซึ่งอาวุธยุทโธปกรณ์ กองทุนหนุนหลัง ภาษีประชาชน และ กฎหมายซึ่งบังคับกลับคืน แต่สิ่งที่เรามีคือ "เวลา" และ "เจตจำนงค์เสรี" ซึ่งทั้งสองนั้นคืออาวุธซึ่งจะทำให้เราได้รับชัยชนะ เมื่อเจตจำนงค์เสรี นำมาซึ่งความสนใจเฉพาะด้าน(Self-interest) พัฒนาความสามารถนั้น(Specialization) และนำความสามารถดังกล่าวมาแลกเปลี่ยนกันในตลาดเสรี(Free market) และคุณค่าที่คุณมอบให้กับผู้อื่นได้รับกลับมาเหลือเป็นกำไร เก็บไว้ในเงินที่ไม่เสื่อมค่า (Hard Money) เงินซึ่งเป็นมาตรวัดทางเศรษฐกิจที่เที่ยงตรง คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง ไม้บรรทัดทางเศรษฐกิจที่มีความยาวเท่าเดิมตลอดไป การเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากชนชั้นรากหญ้าหาใช่การปฏิวัติยึดอำนาจพิฆาตนายทุนอย่างที่ Marx หลอกลวง แต่เป็นการหวนคืนสู่ธรรมชาติของมนุษย์ สู่ระเบียบตามธรรมชาติ สู่เศรษฐศาสตร์ สู่การสื่อสารทางคุณค่า อย่างที่มันควรจะเป็น

Fix the money, Fix the world

เมื่อเราเริ่มเก็บออมได้ เราก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว...

GM #siamstr

GMครับอี๊ดษ์🥰

"ในขณะที่อี๊ดษ์กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ผมก็จะพยายามฝ่าขวากหนามก้าวถอยหลังลงคลองให้ได้เหมือนกัน ขอบคุณสำหรับโน๊ตดีๆครับ" T.tukjedsadatik

#ตุ๊กติ๊กถอยหลังเข้าคลอง

Replying to Avatar yutaro

GM

GM Yutaro🫡🫡have a nice day

GMครับ🫡🫡วีวิกเตอร์

GMครับทวีศักดิ์ 🫡🫡🫡

"ผมขณะกำลังดูไลฟ์ที่มาแบบไม่ทันตั้งตัว" T.tukjedsadatik

#siamstr

Replying to Avatar Somnuke

รัฐบาลห่วงใยประชาชนสุดหัวใจที่ต้องซื้อ "น้ำตาล" ในราคาแพง จึงเข้าควบคุมราคาและส่งผลให้มัน "ขาดตลาด" ไปเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งคุณไม่รู้ตัวเลยเหรอว่า 1 ในสาเหตุหลักที่ทำให้มันขาดตลาด เป็นผลพวงที่มาจากการเข้าควบคุมราคา

การควบคุมราคาสร้างผลกระทบหลายชิ่ง มันไม่เคยทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดได้ประโยชน์ แถมยังเสียประโยชน์เต็มๆ

1. ผู้ประกอบการ - แทนที่เขาจะมีรายได้มากขึ้นจากราคาตลาดที่พุ่งสูงขึ้น ได้เงินทุนเข้ามายกระดับกำลังการผลิตเพื่อรองรับสภาวะขาดตลาด เมื่อมีเงินมาลงทุนเพิ่มก็สามารถผลิตสินค้าได้เพิ่ม ปริมาณสินค้าก็จะไหลเข้าไปในตลาดให้ผู้คนซื้อได้มากขึ้น

คุณกลับกดให้เขาขายราคาเท่าๆ เดิม หรือต่ำกว่าราคาตลาดไปไกล ณ จุดนี้จะทำให้รายได้ของผู้ผลิตและกำลังการผลิตลดลงเนื่องจากในสภาวะขาดแคลน สินค้าจะมีราคาพุ่งสูง ซึ่ง 1 ในสาเหตุหลักคือต้นทุนปัจจัยการผลิตแพงขึ้นส่งผลให้ต้องราคาขายสูงขึ้นตาม

เมื่อคุณกดราคาขายเขาให้เท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ควรจะเป็นในขณะที่ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นมาก มาร์จิ้นหรือกำไรต่อหน่วยของผู้ผลิตจะลดลง ความสามารถในการผลิตสินค้าเขาก็ย่อมลดลงตาม ยิ่งกลายเป็นกระทืบซ้ำสภาวะสินค้าขาเตลาดหนักหน่วงขึ้นไปอีก

2. ผู้ประกอบการ - ในระยะแรกผู้คนส่วนใหญ่จะหาซื้อน้ำตาลไม่ได้ หรือซื้อได้ไม่เพียงพอต่อความต้องการ มันจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงต่อผู้ซื้อที่เป็นผู้ประกอบการ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้น้ำตาลเป็นส่วนประกอบหลักในการผลิตสินค้า

ถึงแม้พวกเราจะรู้กันดี น้ำตาลคือยาเสพติดที่ถูกกฎหมาย มันสร้างผลเสียร้ายแรงให้สุขภาพของเราแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า น้ำตาล คือส่วนประกอบหลักในเกือบทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็น วงการอาหาร เครื่องดื่มหรือเบเกอรี่ ถ้าธุรกิจเราจำเป็นต้องใช้มันเราก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อควานหาและกว้านซื้อน้ำตาลมาให้เพียงพอต่อการผลิตโดยไม่เกี่ยงราคา เพราะหากหามันมาไม่ได้ ธุรกิจเราก็ชะงักทันที และสิ่งนี้มันสร้างความเสียหายมหาศาลยิ่งกว่า

3. ผู้บริโภค - ในระยะแรกอาจแทบหาซื้อไม่ได้เลย แต่ผ่านไปสักพักจะมี "พ่อค้าคนกลาง" นำมันมาปล่อยขายในตลาด ทำให้เราเริ่มหาซื้อได้แต่ในราคาที่แพงชิบหายซึ่งเกินราคาควบคุมไปไกล ถ้ารัฐไม่เข้ามาควบคุมราคาตั้งแต่แรก เผลอๆ เราอาจจะหาซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่านี้ด้วยซ้ำ

จะควบคุมราคาให้มันถูกไปทำไมในเมื่อถูกแล้วมันหาซื้อไม่ได้ หรือสุดท้ายแล้วเราก็ซื้อมันได้ในราคาที่โคตรแพงอยู่ดี

ยกตัวอย่างตอนแมสต์ขาดตลาดและรัฐบาลเข้าควบคุมราคาหน้าโรงงาน ห้ามขายเกินชิ้นละ 2 บาท แล้วประชาชนตาดำๆ อย่างพวกเราต้องหาซื้อมันในราคาเท่าไร ?

4. กำเนิดพ่อค้าคนกลางผู้ล่ำซำ - เมื่อราคาหน้าโรงงานกับราคาที่ผู้บริโภคซื้อมันต่างกันหลายเท่า มนุษย์แทบทุกคนก็เห็นโอกาสตรงหน้า ถ้าไปกว้านซื้อในราคาต่ำกว่าขายปลีกได้ กูคงจะร่ำรวยแน่นอน

จริงๆ เราโทษคนกลุ่มนี้ว่าเลวไม่ได้นะ เมื่อมีคนยินดีซื้อในราคาที่สูงมาก คนที่เห็นโอกาสหาเงินอยู่ตรงหน้าก็จะพยายามไปหาซื้อในราคาที่ต่ำกว่าเพื่อขายต่อ มันเกิดขึ้นตามกลไกของตลาด พวกเขาเป็นเพียงแค่ผู้ปรับสมดุล

แต่ขอโทษนะคนทั่วไปอย่างเราๆ แม้จะอยากทำก็ทำไม่ได้ ได้แต่มองตาปริบๆ เพราะผู้มีอิทธิพล คนวงในหรือผู้มีอำนาจระดับสูงได้กว้านซื้อในราคาหน้าโรงงานไปหมดแล้ว ถ้าเราจะเอาเราก็ต้องไปซื้อต่อเขาแพงๆ ระดับใกล้ๆ ราคาขาย ซึ่งเราต้องแบกความเสี่ยงที่จะขาดทุนสูงมาก คนที่ดิ้นรนจะเอาราคาหน้าโรงงานให้ได้สุดท้ายจะพบว่าถูกหลอก

สรุปคุณรัฐบาลครับ มึงจะเป็นตัวกลางในการสร้างความเจริญรุ่งเรือง หรือถ่วงความเจริญกันแน่ครับ

ปล. ไม่แน่ใจว่าปัญหาจริงๆ ที่ทำให้น้ำตาลขาดแคลนคืออะไร แต่เดาว่า ราคาน้ำตาลโลกแพงขึ้น 2 เท่าตัว แต่ในไทยเพิ่มขึ้นแค่ 30% ทำให้ผู้ผลิตแห่กันส่งออกเนื่องจากราคาดีกว่า นี่ก็เป็นหนึ่งในผลพวงที่มาจากการควบคุมราคา ราคาถูกแต่ไม่มีให้ซื้อ จะถูกเพื่อ?

#Siamstr #SiamesBicoiners

"ผมชอบนะถ้าแห่กันส่งออก เราจะได้มีโอกาสทุ่มบอลมากขึ้น เผลอๆจะได้เตะมุมจนมีโอกาสยิงประตูได้เลย" T.tukjedsadatik

nostr:npub12lyey9htzx05kf5zckpqh2e89les97hgnw0r9md48rgv7enr68rshy9cs0 ทำรีวิวอาบอบนวดหน่อยครับ

ผมไปแต่วัดกับห้องสมุดครับ🥰