Avatar
Hello
5ba9c4dfffacdb4482e260705d8b40863c7c60b1f68a84f88d51209ea698c7ef

ทักษะสำคัญ เปลี่ยนชีวิตใน 15 นาที (Important Skills That Can Change Your Life in 15 Minutes)” โดย I am Joe Jitnarin

---

ภาพรวม

โจ จิตรนรินทร์ พูดถึง "5 ทักษะสำคัญที่สามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริง" โดยเฉพาะในยุคที่เทคโนโลยี AI และข้อมูลท่วมท้น เขาเน้นว่าคนที่ปรับตัว คิดเป็น และเข้าใจตัวเอง จะ “อยู่รอดและชนะในเกมชีวิต”

---

โลกกำลังเปลี่ยนไป

* โลกทุกวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

* AI, เทคโนโลยี, และการแข่งขันสูง ทำให้ “กฎเดิมใช้ไม่ได้แล้ว”

* ใครที่ไม่พัฒนาทักษะใหม่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง

---

ทักษะที่ 1: การอ่านเกมและคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking)

* ข้อมูลในโลกออนไลน์กว่า **ครึ่งหนึ่งบิดเบือนหรือมีอคติ**

* ต้องถามตัวเองก่อนเชื่อว่า:

1. ใครได้ประโยชน์ถ้าเราคิดแบบนี้?

2. ข้อมูลมาจากไหน?

3. มันพยายามให้เราเชื่อหรือทำอะไร?

* “หยุดคิดก่อนเชื่อ” คือเกราะป้องกันตัวในยุคข่าวปลอม

ใจความสำคัญ: คนที่คิดวิเคราะห์เป็น จะไม่โดนหลอกง่าย และตัดสินใจแม่นกว่า

---

ทักษะที่ 2: การคิดด้วยตัวเอง (Independent Thinking)

* หลายคนพึ่งพา AI หรือความคิดเห็นคนอื่นมากเกินไป

* คนที่ “คิดเองได้” จะโดดเด่นในยุคนี้

* การใช้ AI โดยไม่ใส่ความคิดของตัวเองทำให้สูญเสียเอกลักษณ์

ใจความสำคัญ: AI ช่วยได้ แต่คนที่คิดเองได้คือคนที่จะรอดในระยะยาว

---

ทักษะที่ 3: การสอน (Teaching & Communication)

* ผู้นำที่แท้จริงคือ “คนที่สอนคนอื่นให้เก่งขึ้น”

* การสอนช่วยให้เราเข้าใจสิ่งที่รู้ลึกขึ้น และฝึกการสื่อสารที่มีพลัง

* “การสอนคือการแปลงความรู้ซับซ้อนให้เข้าใจง่ายและลงมือทำได้”

ใจความสำคัญ: คนที่ถ่ายทอดเป็น จะกลายเป็นผู้นำที่แท้จริง

---

ทักษะที่ 4: การมองเกมยาว (Long-Term Thinking)

* สังคมยุคนี้ติดกับ “ผลลัพธ์เร็ว”

* แต่ความสำเร็จจริงต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ

* โจยกตัวอย่างว่า ช่อง YouTube ของเขาเติบโตได้เพราะวางแผนระยะยาว

ใจความสำคัญ: คิดไกลกว่าคนอื่น 10 ปี แล้วลงมืออย่างต่อเนื่อง

---

ทักษะที่ 5: การฟังเสียงหัวใจตัวเอง (Listening to Yourself)

* คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตตาม “ความคาดหวังของคนอื่น”

* เรามักลืมถามว่า “เราต้องการอะไรจริง ๆ?”

* การฟังเสียงภายในทำให้เรากล้าทำในสิ่งที่มีความหมายกับชีวิตจริง

ใจความสำคัญ: หยุดฟังเสียงคนอื่น แล้วหันมาฟังหัวใจตัวเอง

---

สรุปและแรงบันดาลใจ

* ทักษะทั้ง 5 คือกุญแจเปลี่ยนชีวิต:

1. คิดวิเคราะห์

2. คิดด้วยตัวเอง

3. ถ่ายทอดความรู้

4. มองระยะยาว

5. ฟังเสียงหัวใจ

---

คำพูดเด็ดจากคลิป

> “คนที่คิดเองได้ วิเคราะห์เป็น มองเกมยาว และฟังเสียงหัวใจตัวเอง — จะไม่ใช่แค่รอด แต่จะชนะในเกมของชีวิต”

---

#siamstr

สรุป วิดีโอ “I’m 45. If you’re in your 30s, watch this” โดย Dan Go

---

– บทนำ

Dan แนะนำตัวเอง (อายุ 45 ปี) และบอกว่าวิดีโอนี้ทำขึ้นเพื่อคนอายุ 30 ที่อยากมีชีวิตที่แข็งแรง มีพลัง และไม่เสียดายเมื่อถึงวัย 40–50

---

– คนมีอยู่ 2 ประเภท

* เมื่อถึงวัย 40 จะมีคนอยู่สองแบบ:

1. คนที่สุขภาพดี สดใส มีแรงบวก

2. คนที่อ่อนล้า น้ำหนักเกิน และไม่มีความสุข

* สิ่งที่กำหนดว่าเราจะเป็นแบบไหน คือ “นิสัย” ที่สร้างไว้ตอนอายุ 30

---

– การยกเวทสำคัญมาก

* การฝึกกล้ามเนื้อ (resistance training) คือสิ่งจำเป็น

* กล้ามเนื้อ = ความหนุ่มสาวและพลังชีวิต

* เริ่มง่าย ๆ: ยกเวท 3–4 วันต่อสัปดาห์ เน้นท่าพื้นฐาน (compound movements)

---

– คุณคือสิ่งที่คุณกิน

* โภชนาการเป็นตัวกำหนดทั้งรูปร่างและพลังงาน

* เน้นอาหาร “จริง” (whole foods), โปรตีนสูง, ลดอาหารแปรรูป

* หลีกเลี่ยงน้ำตาลและเครื่องดื่มที่มีแคลอรี เช่น น้ำอัดลม กาแฟใส่น้ำตาล

---

– คุณคือ “เวลา” ที่คุณกิน

* เวลากินมีผลต่อสุขภาพ

* แนะนำให้ลอง Intermittent Fasting (IF) หรือ Time-Restricted Eating (TRE)

* หลีกเลี่ยงการกินก่อนนอน 2–3 ชั่วโมง

---

– การนอนคือกุญแจสำคัญ

* การนอนส่งผลต่อทุกอย่าง ทั้งฮอร์โมน ไขมัน สมาธิ และอารมณ์

* เคล็ดลับ:

* เข้านอนและตื่นให้ตรงเวลา

* ปิดหน้าจอก่อนนอน 1 ชั่วโมง

* ห้องนอนควรมืดและเย็น

---

– ใส่ใจรูปลักษณ์ภายนอก

* สิ่งที่คุณแต่งตัวและดูแลตัวเองมีผลต่อความมั่นใจและการปฏิบัติของคนรอบข้าง

* รักษาท่าทาง การแต่งกาย และสุขภาพผิว

* “แต่งตัวเหมือนคนที่เคารพตัวเอง”

---

– ยอมรับเทคโนโลยีใหม่

* อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง

* ใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่น AI, แอปสุขภาพ, อุปกรณ์ติดตามการออกกำลังกาย

* การเรียนรู้สิ่งใหม่ช่วยให้สมองและความคิดไม่แก่เร็ว

---

สาระสำคัญ

* วัย 30 คือ “ทศวรรษชี้ชะตา” ของสุขภาพและคุณภาพชีวิต

* การเปลี่ยนนิสัยเล็ก ๆ วันนี้ จะกลายเป็นผลลัพธ์ใหญ่ในอนาคต

* โฟกัสใน 5 อย่าง: ออกกำลัง – กินดี – นอนพอ – ดูแลตัวเอง – เปิดรับเทคโนโลยี

---

ข้อความสรุปสุดท้าย

> “นิสัยที่คุณสร้างในวัย 30 จะเป็นรางวัล…หรือเป็นโทษ ในวัย 40”

Dan ฝากให้ทุกคนเริ่มเปลี่ยนตอนนี้ ไม่ต้องรอวันพรุ่งนี้ เพราะแม้เพียงการปรับเล็กน้อยวันนี้ ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตในอีก 10 ปีข้างหน้าได้

#siamstr

https://www.youtube.com/watch?v=utEnwV1WFlw

# คู่มือการลาออกจากงานประจำ (9-5) ใน 9 เดือน

---

หากคุณกำลังมองหาวิธีวางแผนเพื่อลาออกจากงานประจำและเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของตัวเอง นี่คือขั้นตอนที่ผ่านการพิสูจน์แล้วที่จะช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายได้ใน 9 เดือน

---

## ช่วงที่ 1: เดือนที่ 1-3 (การเตรียมตัว)

ช่วงสามเดือนแรกคือการวางรากฐานที่มั่นคงสำหรับอนาคตของคุณ

* **เดือนที่ 1: ตรวจสอบสถานะทางการเงิน**

* **ทบทวนรายรับและรายจ่าย:** ดูว่าคุณใช้จ่ายไปกับอะไรบ้าง และมีค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นที่สามารถลดได้หรือไม่

* **คำนวณเงินสำรองฉุกเฉิน:** ตั้งเป้าหมายเก็บเงินให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่าย 6-12 เดือน เพื่อให้คุณมีอิสระทางการเงินในการเริ่มต้นสิ่งใหม่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายได้ทันที

* **ชำระหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง:** หากมีหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ให้รีบจัดการให้เร็วที่สุดเพื่อลดภาระทางการเงิน

* **เดือนที่ 2: ค้นหาสิ่งที่คุณต้องการทำ**

* **ค้นหาแพสชันของคุณ:** อะไรคือสิ่งที่คุณหลงใหลและอยากจะทำไปตลอดชีวิต? ลองใช้เวลาศึกษาหรือทดลองทำสิ่งใหม่ๆ

* **ระบุทักษะที่มีอยู่และทักษะที่ต้องพัฒนา:** คุณมีทักษะอะไรที่สามารถนำไปสร้างรายได้ได้บ้าง และมีอะไรที่คุณต้องเรียนรู้เพิ่มเติม

* **เดือนที่ 3: วางแผนการเปลี่ยนผ่าน**

* **กำหนดแผนการเปลี่ยนผ่าน:** จะออกจากงานประจำไปทำอะไร? จะเริ่มต้นธุรกิจของตัวเอง? จะรับงานอิสระ (Freelance)? หรือจะไปทำงานที่ใหม่ที่ใช่กว่า?

* **สร้างแผนธุรกิจหรือแผนรายได้:** เขียนแผนคร่าวๆ ว่าคุณจะสร้างรายได้อย่างไรหลังลาออก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน เช่น "ภายใน 3 เดือนแรกหลังลาออก จะต้องมีรายได้จาก... อย่างน้อย ... บาท"

---

## ช่วงที่ 2: เดือนที่ 4-6 (การลงมือทำ)

เมื่อคุณมีแผนที่ชัดเจนแล้ว ก็ถึงเวลาลงมือทำ

* **เดือนที่ 4: เริ่มต้นสร้างผลงาน**

* **สร้างช่องทางการตลาด:** สร้างเว็บไซต์, บล็อก, ช่อง YouTube, หรือบัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกับสิ่งที่คุณจะทำ เพื่อเริ่มสร้างฐานลูกค้าหรือผู้ติดตาม

* **เริ่มต้นโปรเจกต์ขนาดเล็ก:** ลองรับงานฟรีแลนซ์ชิ้นเล็กๆ หรือเริ่มทำโปรดักต์ขนาดเล็กเพื่อทดสอบไอเดียและรับฟังความคิดเห็นจากคนอื่นๆ

* **เดือนที่ 5: พัฒนาทักษะและสร้างเครือข่าย**

* **เรียนรู้เพิ่มเติม:** ลงเรียนคอร์สออนไลน์, อ่านหนังสือ, หรือเข้าร่วมเวิร์กช็อปเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็น

* **สร้างเครือข่าย (Networking):** เชื่อมต่อกับผู้คนในวงการที่คุณสนใจ เข้าร่วมงานสัมมนาหรือกลุ่มออนไลน์เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และหาโอกาสใหม่ๆ

* **เดือนที่ 6: สร้างรายได้เสริม**

* **หารายได้จากสิ่งที่คุณทำ:** เริ่มต้นหารายได้จากโปรเจกต์ที่คุณสร้างขึ้น อาจจะเป็นการขายสินค้า, ให้บริการ, หรือรับงานฟรีแลนซ์

* **ทดสอบและปรับปรุง:** เรียนรู้จากสิ่งที่คุณทำ ลองผิดลองถูก และปรับปรุงแผนการทำงานของคุณให้ดีขึ้น

---

## ช่วงที่ 3: เดือนที่ 7-9 (การเปลี่ยนผ่าน)

เมื่อรายได้เสริมเริ่มมั่นคงและคุณมีความมั่นใจแล้ว ก็ถึงเวลาเตรียมพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

* **เดือนที่ 7: เพิ่มสัดส่วนการทำงานสำหรับตัวเอง**

* **ใช้เวลาหลังเลิกงานให้คุ้มค่า:** ทุ่มเทเวลาให้กับการสร้างธุรกิจหรืองานอิสระของคุณให้มากขึ้น

* **เริ่มลดงานที่ไม่จำเป็น:** ลดการทำงานที่ไม่ได้ช่วยให้คุณเข้าใกล้เป้าหมายในอนาคต

* **เดือนที่ 8: ตัดสินใจครั้งสุดท้ายและวางแผนการลาออก**

* **ทบทวนสถานะทางการเงิน:** ตรวจสอบอีกครั้งว่าเงินเก็บเพียงพอหรือไม่

* **เขียนจดหมายลาออก:** เตรียมจดหมายลาออกอย่างสุภาพและเป็นมืออาชีพ กำหนดวันสุดท้ายของการทำงานที่เหมาะสม

* **เดือนที่ 9: วันสุดท้ายที่ทำงานและเริ่มต้นใหม่**

* **แจ้งหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน:** พูดคุยอย่างเปิดใจและรักษาความสัมพันธ์ที่ดีเอาไว้

* **เริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่:** ใช้เวลาพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับการเริ่มต้นบทบาทใหม่ในชีวิตของคุณ

---

**ข้อควรจำ:** แผนนี้เป็นเพียงแนวทาง คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมกับชีวิตและเป้าหมายของคุณเอง ที่สำคัญที่สุดคือความมุ่งมั่นและความกล้าที่จะก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัย (Comfort Zone) เพื่อไปสู่สิ่งที่คุณฝันถึง

--- สรุป

🚀 **แผนลาออกจากงานประจำใน 9 เดือน**

อยากออกจากงาน 9-5 เพื่อเริ่มเส้นทางใหม่? มาลองทำตามแผนนี้ 👇

🔹 **เดือน 1-3 (เตรียมตัว)**

* เคลียร์หนี้ วางแผนการเงิน เก็บเงินสำรอง 6-12 เดือน

* ค้นหาแพสชัน+ทักษะที่ใช้ทำเงินได้

* วางแผนว่าจะไปต่อทางไหน (ธุรกิจ, ฟรีแลนซ์, งานใหม่)

🔹 **เดือน 4-6 (เริ่มลงมือ)**

* สร้างผลงาน + ช่องทางการตลาด

* พัฒนาทักษะ & สร้างคอนเนคชั่น

* เริ่มหารายได้เสริมจากสิ่งที่ทำ

🔹 **เดือน 7-9 (เปลี่ยนผ่านจริงจัง)**

* ทุ่มเวลากับงานของตัวเองมากขึ้น

* ตรวจการเงิน ตัดสินใจวันลาออก

* ลาออกอย่างมืออาชีพ + เริ่มต้นเส้นทางใหม่

นี่คือ “แนวทาง” ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามชีวิตคุณ สิ่งสำคัญคือ “กล้าก้าวออกจาก Comfort Zone”

#siamstr

---

nostr:nevent1qvzqqqqqqypzqkafcn0lltxmgjpwycrstk95pp3u03stra52snug65fqn6nf33l0qyvhwumn8ghj7un9d3shjtnndehhyapwwdhkx6tpdshszxrhwden5te0wfjkccte9eekjctdwd68ytnrdakj7qpqeg837wdne5cxf4f66atesd4detrjpn8dxq9yxa2jc2jh6qshfzlsgfn0k7

แผนการออกจากงานประจำ ภายใน 9 เดือน โดย Mohnish Pabrai

.

กลยุทธ์ทางธุรกิจ

การโคลนแนวคิดที่ประสบความสำเร็จและปรับปรุงแนวคิดเหล่านั้นถือเป็นกลยุทธ์อันทรงพลังสำหรับความสำเร็จทางธุรกิจ

การสร้างต้นแบบ (prototype) อย่างรวดเร็วช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถทดสอบและปรับปรุงแนวคิดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วตามคำติชม (feedback) ของลูกค้า ซึ่งรวมไปถึง การแสดงต้นแบบ การรวบรวมคำติชม และการทำซ้ำในการออกแบบ

การลดความเสี่ยง โดยเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ทดสอบแนวคิด และมุ่งเน้นไปที่จุดปัญหาเพียงจุดเดียว ถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการส่งมอบคุณค่าโดยไม่ต้องเสี่ยงมากเกินไป

.

การเป็นผู้ประกอบการ

การแยกสัญญาณ (signal) จากสัญญาณรบกวน (noise) ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถมุ่งเน้นไปที่ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญได้โดยการฟังลูกค้าอย่างตั้งใจและกรองข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป

หากต้องการพิจารณาว่าคุณควรลาออกจากงานประจำหรือไม่ ให้ถามว่า การเริ่มต้นธุรกิจของคุณน่าตื่นเต้นกว่าเวลาว่างของคุณ หรือไม่ หากใช่ แสดงว่าคุณควรมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจของคุณ

85% ของพนักงานทั่วโลก ไม่สนใจงาน ซึ่งบ่งชี้ว่ามีผู้ประกอบการที่มีศักยภาพจำนวนมากที่กำลังมองหาการเปลี่ยนแปลง

.

กลยุทธ์ทางการเงิน

ความมหัศจรรย์ของการทบต้น (compounding) สามารถเปลี่ยนผลตอบแทนให้ได้สูงมากโดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในระยะยาวที่สม่ำเสมอ

กฎของ 72 เป็นการแฮ็กทางคณิตศาสตร์เพื่อกำหนดว่าเงินจะต้องใช้เวลานานเท่าใดจึงจะเพิ่มเป็นสองเท่า โดยผลตอบแทนที่สูงขึ้นจะทำให้เพิ่มเป็นสองเท่าได้เร็วขึ้น (เช่น 7% ใช้เวลา 10 ปี 20% ใช้เวลา 3.5 ปี)

ผู้พูดมองว่าการลงทุนในดัชนี เป็นวิธีการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ

.

รูปแบบธุรกิจ

ครอบครัวของ Patel ซึ่งคิดเป็น 0.1% ของประชากรในสหรัฐฯ ควบคุม โรงแรม 80% ในสหรัฐฯ

โดยใช้ วิธีการแบบ Dhandho ในการซื้อโรงแรมขนาดเล็ก ไล่พนักงานออก และให้สมาชิกในครอบครัวเข้ามาทำงานแทน

️ การสร้าง คูเมืองที่คงทน (เกราะป้องกันทางธุรกิจ) ด้วยผลิตภัณฑ์และบริการเฉพาะตัวที่ลูกค้ามีความภักดีต่อแบรนด์

เช่น หลักการของ IKEA ที่จะไม่ให้มีร้านค้าที่เหมือนกันสองร้าน จะช่วยปกป้องธุรกิจจากคู่แข่ง

คะแนนสะสม และ ค่าธรรมเนียมสมาชิก อย่างที่เห็นใน Amazon Prime (ได้รับแรงบันดาลใจจาก Costco) สามารถล็อกลูกค้าและทำให้พวกเขาไม่ค่อยใส่ใจเรื่องราคา จึงสร้างรูปแบบธุรกิจที่ทรงพลังได้

.

ความเป็นผู้นำและการจ้างงาน

การจ้างบุคลากรที่มีความสามารถโดดเด่น ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เห็นได้จาก อีลอน มัสก์ ที่สัมภาษณ์ 3,000 คนแรก ของ SpaceX เป็นการส่วนตัว

และความเชื่อของสตีฟ จ็อบส์ที่ว่าพนักงานระดับ A ต้องการทำงานร่วมกับพนักงานระดับ A

การไล่ออกให้เร็ว สำคัญกว่าการคัดเลือกเพื่อจ้างคนอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เล่นระดับ B จ้างผู้เล่นระดับ C และทำให้บริษัทประสบความล้มเหลว

ผู้ให้ ที่มุ่งเน้นช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน มักจะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ดังที่อธิบายไว้ในหนังสือ "Givers and Takers" ของ Adam Grant

.

สรุปจากคลิป Proven Playbook For Quitting Your 9-5 In 9 Months! (Fastest Way To Financial Freedom) Mohnish Pabrai

โดยช่อง The Diary Of A CEO

ไปดูคลิปเต็มได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=qgeQ5kMVwRA

.

#siamstr #สรุป #business #GM

มีคนเคยซื้อข้าวจานละ 40 บาทเมื่อปี 62

และปี 68 ราคาข้าวเพิ่มขึ้นทำให้ต้องซื้อข้าวจานละ 60 บาท

สรุปเงินเฟ้อประมาณปีละ 7%

โดยคิดจากราคาอาหารที่จ่ายจริง

#siamstr #inflation

อาหาร 10 ชนิดที่ถูกระบุว่าเป็น UPF ที่แฝงตัวอยู่ ได้แก่:

เต้าหู้ไข่ : แม้จะมีส่วนผสมของไข่และถั่วเหลือง แต่ก็ผ่านกระบวนการแปรรูปสูง มีการเติมสารให้ความข้น, สารให้ความคงตัว และสีสังเคราะห์ ทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่าเต้าหู้แข็งหรือไข่ไก่ทั้งฟอง

โยเกิร์ตปรุงแต่งรส/ไขมันต่ำ : แตกต่างจากโยเกิร์ตธรรมชาติ เพราะมักมีน้ำตาล, สารให้ความหวานแทนน้ำตาล, รวมถึงรสชาติและสีสังเคราะห์ในปริมาณมาก เพื่อชดเชยไขมันที่ถูกกำจัดออกไป

ซีเรียลอาหารเช้า : โดยเฉพาะชนิดที่มีน้ำตาลสูงและที่ทำการตลาดสำหรับเด็ก เป็นธัญพืชขัดสีที่ผ่านการแปรรูปสูง มีน้ำตาล, สี, รสชาติ และวัตถุกันเสียสังเคราะห์มากเกินไป ทำให้มีคุณค่าทางโภชนาการน้อยและทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขนมปังโฮลวีทสำเร็จรูป : แม้จะดูดีต่อสุขภาพ แต่หลายยี่ห้อก็มีส่วนผสมของน้ำตาล, สารปรับปรุงคุณภาพแป้ง, วัตถุกันเสีย และอิมัลซิไฟเออร์ในปริมาณมาก เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสและอายุการเก็บรักษาที่ต้องการ ทำให้กลายเป็น UPF [07:05]

น้ำผลไม้กล่อง/ขวด 100% : แม้จะเป็นผลไม้ 100% แต่กระบวนการแปรรูป (ความร้อนสูง, การกรอง, การสกัด) ทำให้เส้นใย, วิตามิน และเอนไซม์ที่มีประโยชน์หายไป การดื่มในปริมาณมากจะทำให้ร่างกายดูดซึมฟรุกโตสอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นภาระต่อตับ

เครื่องดื่มโปรตีนเชคสำเร็จรูป/กราโนล่าบาร์: มักมีน้ำตาลหรือสารให้ความหวานแทนน้ำตาล, รสชาติ, สี และสารให้ความคงตัวสังเคราะห์ในระดับสูง โดยเฉพาะกราโนล่าบาร์ที่มักใช้น้ำผึ้ง, กลูโคสไซรัป หรือคอร์นไซรัป ซึ่งล้วนเป็นน้ำตาลรูปแบบหนึ่ง

อาหารแช่แข็งพร้อมทาน โดยทั่วไปมีโซเดียมสูงเพื่อเพิ่มรสชาติและถนอมอาหาร และอาจมีไขมันอิ่มตัว, สารปรุงแต่งรส, สีสังเคราะห์ และสารเพิ่มปริมาณ ซึ่งลดคุณค่าทางโภชนาการลง

เนื้อสัตว์แปรรูปจากพืช : แม้จะทำจากพืช แต่หลายชนิดก็ผ่านการแปรรูปอย่างหนัก โดยสกัดโปรตีนจากพืชแล้วนำมาผสมกับสารปรุงแต่งรส, สี, สารปรับปรุงเนื้อสัมผัส และวัตถุกันเสีย เพื่อเลียนแบบเนื้อสัตว์จริง ซึ่งมักส่งผลให้มีโซเดียมหรือไขมันสูง

น้ำสลัดสำเร็จรูป : น้ำสลัดชนิดครีมหรือรสชาติเข้มข้นมักมีน้ำตาล, ไขมันที่ไม่ดีต่อสุขภาพ (เช่น น้ำมันถั่วเหลืองหรือน้ำมันคาโนลาที่ผ่านการแปรรูป), วัตถุกันเสีย, อิมัลซิไฟเออร์ และรสชาติสังเคราะห์ในปริมาณสูง ซึ่งบั่นทอนประโยชน์ต่อสุขภาพของสลัด

มาการีน : ในอดีตถูกโปรโมตให้เป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพแทนเนย แต่มาการีนส่วนใหญ่ทำจากน้ำมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน ซึ่งทำให้เกิดไขมันทรานส์ที่ไม่ดีต่อสุขภาพ แม้จะมีการลดไขมันทรานส์ลงแล้ว แต่ก็ยังคงมีอิมัลซิไฟเออร์, สี, รสชาติ และวัตถุกันเสียสังเคราะห์อยู่

#siamstr #health

ฟองสบู่ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในอดีตมีหลายกรณีที่กินระยะเวลายาวนาน แต่ถ้าพูดถึง "ฟองสบู่ที่ใช้เวลานานที่สุดก่อนจะแตก" และเปรียบเทียบกับฟองสบู่ทิวลิป (Tulip Mania) — คำตอบอาจไม่ได้เป็นฟองสบู่ทิวลิปนะครับ เพราะ:

✅ ฟองสบู่ทิวลิป (Tulip Mania)

เกิดขึ้น: ช่วงปี 1634 – 1637

ระยะเวลา: ประมาณ 3 ปี

ถือเป็นฟองสบู่ที่ "โด่งดัง" และ "เก่าแก่ที่สุดที่บันทึกไว้ได้ชัดเจน"

ราคาเหง้าทิวลิปบางพันธุ์ขึ้นไปสูงเทียบเท่าบ้านหลังหนึ่ง ก่อนจะตกฮวบในช่วงเวลาไม่กี่วัน

แต่ในแง่ของ "ระยะเวลาที่ฟองสบู่ค่อยๆ สะสมตัวก่อนจะแตก" ยังมีฟองสบู่อื่นที่ใช้เวลานานกว่านั้นมาก:

🏢 ฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น (Japan Asset Price Bubble)

เกิดขึ้น: ช่วงปี 1986 – 1991

ระยะเวลา: ประมาณ 5-6 ปี

ราคาที่ดินและหุ้นพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจนหลุดจากพื้นฐานทางเศรษฐกิจ

หลังฟองสบู่แตก เศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “ทศวรรษที่หายไป” (Lost Decade) และบางส่วนมองว่ายืดเยื้อนานถึง 20 ปี

📈 ฟองสบู่ดอทคอม (Dot-com Bubble)

เกิดขึ้น: ประมาณ 1995 – 2000

ระยะเวลา: ประมาณ 5 ปี

มูลค่าหุ้นบริษัทเทคโนโลยีในตลาด Nasdaq พุ่งขึ้นสูงมาก

แตกในปี 2000 ทำให้มูลค่าหายไปนับล้านล้านดอลลาร์

🏦 ฟองสบู่ที่อยู่อาศัยในสหรัฐฯ (Subprime Mortgage Crisis)

เกิดขึ้น: ช่วงปี 2002 – 2007

ระยะเวลา: ประมาณ 5-6 ปี

แตกในปี 2007-2008 ส่งผลให้เกิดวิกฤตการเงินโลก (Global Financial Crisis)

📌 สรุป:

ฟองสบู่ทิวลิป: 3 ปี → ไม่ใช่ฟองสบู่ที่นานที่สุด

ฟองสบู่ในญี่ปุ่น: ยาวที่สุดในแง่การสะสมก่อนแตก (5-6 ปี) และส่งผลกระทบรุนแรงยาวนานมาก

หลายฟองสบู่สมัยใหม่ เช่น ดอทคอม, Subprime ก็ใช้เวลาสะสมราว 5 ปีเช่นกัน

#siamstr

ราคาอาหารเมื่อ 84 ปีที่แล้ว

ข้าวหน้าไก่ 6 สตางค์

วันนี้ 75 บาท

.

ลองคำนวณเงินเฟ้อ

Initial = 6

Final = 7500

Time = 84

.

Growth Percentage = 124,900%

CAGR = 8.86%

.

สรุปเงินเฟ้อไม่ใช่ 1-3% อย่างที่เขาบอก
โดยดูจากราคาอาหารจริง ๆ
อย่าไปดูตัวเลขที่ไม่สามารถสะท้อนเงินเฟ้อจริงอย่าง CPI

.

เก็บออมในเงินที่ดี ไม่ใช่ในเงินที่เสื่อมค่าตลอดเวลา

.

#siamstr #storeofvalue

ล่าสุดปริมาณการซื้อขายปี 2024 ในตลาดหลักทรัพย์ต่อเดือนอยู่ที่ 7 แสนล้านบาท

ในตลาด Cryptocurrency อยู่ที่ 7 หมื่นล้านบาท

ถือว่าเป็นตลาดที่ใหญ่และเติบโตสูงมาก (10% ของตลาดหลักทรัพย์) และนี่เป็นการเทรดแบบ spot เท่านั้น

ในต่างประเทศ spot มีสัดส่วนอยู่ที่ 30% กว่าๆ

ถ้าในไทยเปิดให้มีการเทรดแบบ derivative

คาดว่าจะทำให้มีปริมาณมากกว่า 2 แสนล้านบาท

#siamstr

peak trading volume ตลาด cryptocurrency ในประเทศไทย

ปี 2021 98,000 ล้านบาท

ปี 2024 96,000 ล้านบาท

.

มาจากนิติบุคคล

ในปี 2021 ไม่ถึง 10%

ในปี 2024 มากถึง 33%

.

GM #siamstr

.

------

Bitcoin Meetup สำหรับร้านค้าและผู้ให้บริการ

วันที่ 1 - 2 มีนาคม 2568 @ สุญญ- ไม่ใช่ร้านกาแฟ

วันที่ 1: พื้นฐานและหลักการของ Bitcoin

- เงินคืออะไร และทำไมต้อง Bitcoin

- วิธีการเก็บรักษา Bitcoin อย่างปลอดภัย (private key, wallet)

- การซื้อขายและแลกเปลี่ยน Bitcoin ในประเทศไทย

- กฎหมายและภาษีที่เกี่ยวข้องในไทย

วันที่ 2: Lightning Network และการประยุกต์ใช้

- ปัญหาของ Bitcoin ที่ Lightning Network มาแก้ไข

- การรับชำระเงินผ่าน Lightning Network

- การโอน Bitcoin เข้า lightning wallet

- การใช้ POS system สำหรับร้านค้า

การประยุกต์ใช้จริงและกรณีศึกษา

- Workshop การใช้งานจริง

- กรณีศึกษาจากร้านค้าที่ใช้งานจริง (เช่น Huai Phueng Project)

- Nostr (โซเชียลมีเดียไร้ศูนย์กลาง)

- การทำการตลาดและสื่อสารกับลูกค้า(main stream & Nostr)

- การวางแผนธุรกิจและ roadmap

บรรยายพิเศษ(ภาษาอังกฤษ มีล่าม)

ในหัวขอ : ทำไมบิตคอยน์จึงเป็นเทคโนโลยีสำคัญสำหรับผู้คนในประเทศที่กำลังพัฒนา ช่วงเย็นวันที่ 1 มีนาคม

จาก Win Ko Ko Aung เจ้าหน้าที่มูลนิธิสิทธิมนุษยชน(Human Right Foundation) และ ผู้เขียนบทความบน Bitcoinmagazine.com

Bitcoin Meetup for Entrepreneurs

March 1-2, 2025 @Vacuumcafe

Day 1: Bitcoin Fundamentals and Principles

- What is money and why Bitcoin?

- How to securely store Bitcoin (private key, wallet)

- Trading and exchanging Bitcoin in Thailand

- Relevant laws and taxation in Thailand

Day 2: Lightning Network and Applications

- Problems that Lightning Network solves for Bitcoin

- Receiving payments via Lightning Network

- Transferring Bitcoin to lightning wallet

- POS system for merchants

Real-world Applications and Case Studies

- Hands-on workshop

- Case studies from actual merchants (e.g., Huai Phueng Project)

- Nostr (Decentralized social media)

- Marketing and customer communication (mainstream & Nostr)

- Business planning and roadmap

Special Lecture Topic: Why Bitcoin is Essential Technology for People in Developing Countries - Evening of March 1

By Win Ko Ko Aung, Human Rights Foundation Officer and Bitcoin Magazine contributor

#siamstr #HPP #Huaiphuengproject #nostr #v4v #p2p #lightning #zap #localthailand #huaiphueng #kalasin #thailand #bitcoin #plebchain #runningbitcoin #ecosystem #wherostr #bitcoinhub #bitcoinasia #nostrasia #bitcoincity

น่าสนใจ รอดูย้อนหลัง 🤩

เมื่อคืนผมไม่มีสมาธิทำงาน เลยตัดสินใจนั่งหาสาเหตุเรื่องที่ช่วงนี้ Zap Alert ไม่ขึ้นในไลฟ์ว่ามันเพราะอะไร มันเป็นปัญหาคาราคาซังมานานตั้งแต่ที่ Alby เลิกทำ Hosted Wallet ไป

สิ่งที่คิด : ลองค้น ๆ แป๊บเดียวพอ ง่วงแล้วก็นอน

ความจริง : ยาวยันตี 5...

รู้ตัวอีกทีก็พบว่าตัว้องไปนั่งอ่าน NIP เรื่อง Lightning ว่ามันทำงานอย่างไร เปิดแท็บ Duckduckgo เป็นสิบ แท็บ Github อีกเป็นสิบ และแชทกับ AI อีกสองสามบทเพื่อให้มันช่วยอธิบายบางอยาางเพิ่ม (แต่เข้าใจไม่หมดหรอก เพราะผมไม่ใช่ Dev และเขียนโปรแกรมไม่เป็นด้วย ค่อย ๆ เรียนรู้ไปทีละนิด)

Down into the rabbit hole อีกแล้วสินะเรา...

ทำไมตอนทำงานไม่เป็นงี้มั่ง...

#VTuberTH #siamstr

รออ่านบทสรุป

Replying to Avatar chontit

🙋‍♂️ เมื่อวานได้ฟังพี่หลามอธิบายถึงโครงสร้างของข้อมูลแต่ละ Block ของบิตคอยน์ใน Right Tech EP.1 แล้วพบว่า... มันมหัศจรรย์มากกกกกก ผมเลยต้องกลับไปอ่านหนังสือ Mastering Bitcoin 2nd by Andreas M. Antonopoulos อีกรอบ 5555 😊

❗️ซึ่งโพสต์นี้จะขอขยายความว่าเจ้าระบบบิตคอยน์ที่ทุกคนเคยได้ยินมาว่า "มันเปลี่ยนแปลงข้อมูลไม่ได้" หมายถึงอะไรกัน ? 🤔

.

➡️ จริง ๆ ต้องเกริ่นก่อนว่า.. Database ทุก ๆ ชนิดบนโลกมันสามารถ "เปลี่ยนแปลงข้อมูล" ได้ และ "Block chain" มันก็คือ Database ชนิดหนึ่งที่ใช้กระบวนการเก็บข้อมูลต่อเนื่องเรียงกันเป็น Block ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด และสามารถเรียกดูข้อมูลจากอดีตถึงปัจจุบันได้ทั้งหมด (ต่างจาก Database บางระบบที่ใช้การบันทึกข้อมูล "ซ้ำ" ลงไปแทนที่ข้อมูลเดิม) ดังนั้น ข้อมูลในตัว Block Chain มันก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้เช่นกัน ✅

.

แต่‼️ ระบบบิตคอยน์นั้น ,, เราได้เพิ่มกระบวนการที่เรียกว่า "Cryptographic Hash Algorithm" มาประกอบการใช้งานกับ Block chain ซึ่งมันคือการ "เก็บลายนิ้วมือ" ของข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่ในบล็อกนั้น และมีการบรรจุ "ลายนิ้วมือ" อันนี้ลงไปในบล็อกถัดไปที่กำลังจะสร้างด้วย 👍

✅ กระบวนการนี้จึงทำให้การเปลี่ยนแปลงข้อมูลในบล็อกก่อนหน้านั้น "ทำไม่ได้" เพราะว่าถ้ามีส่วนหนึ่งส่วนใดของข้อมูลในบล็อกก่อนหน้า "เปลี่ยนไป" แม้เพียงเล็กน้อย (เช่น การเพิ่มเว้นวรรค หรือตัวอักษรพิมพ์ใหญ่พิมพ์เล็กไม่เหมือนกัน) ก็จะส่งผลให้ "ลายนิ้วมือ" ของข้อมูลในบล็อกนั้น "เปลี่ยนไป" ทั้งหมด 😎

.

จากภาพประกอบจะเห็นได้ว่า

➡️ Block Height : 277,316 จะมีส่วนข้อมูล "ลายนิ้วมือ" จากบล็อก 277,315

➡️ Block Height : 277,315 ก็จะมีส่วนข้อมูล "ลายนิ้วมือ" จากบล็อก 277,314

➡️ Block Height : 277,314 ก็จะมีส่วนข้อมูล "ลายนิ้วมือ" จากบล็อก 277,313

✅ และแน่นอนว่า Block Height : 277,317 ก็จะต้องนำ "ลายนิ้วมือ" จากบล็อก 277,316 ไปประกอบเป็นส่วนหนึ่งในข้อมูลของบล็อก

‼️ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่อยู่ใน Block Header นั้น ถูกคิดมาเป็นอย่างดีแล้วว่า "สำคัญ", "ประหยัดพื้นที่" และ "มีความรวดเร็วในการยืนยัน" ,, โดยเฉพาะส่วนของ Merkle Trees ซึ่งเป็นข้อมูล Hashing ของ Transaction ทั้งหมดในบล็อกนั้น (การใช้โครงสร้าง Merkle Trees นั้นจะช่วยให้การยืนยันข้อมูลธุรกรรมของ "Node" เป็นไปด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด)

.

ดังนั้นจึงสรุปได้ว่า…

❗️ข้อมูลใน Block Chain มันสามารถ “เปลี่ยนแปลง” ได้ ✅

‼️แต่ Block Chain ของระบบบิตคอยน์จะมีส่วนที่เรียกว่า Block Header Hash ซึ่งเปรียบเสมือน "ลายนิ้วมือ" ของข้อมูลในบล็อกก่อนหน้า

✅ เจ้าส่วนนี้แหละที่เป็นตัวทำให้การแก้ไขข้อมูลในบล็อกเป็นเรื่องที่ "เป็นไปไม่ได้" เพราะทันทีที่มีการแก้ไข.. ข้อมูลในบล็อกถัดมาก็จะ Invalid ทันที

🥷และหากใครที่อยากจะเปลี่ยนแปลงข้อมูลใด ๆ ในบล็อก.. ก็จำเป็นที่จะต้องสร้างบล็อกลำดับถัดไปด้วย "ตนเอง" และต้องทำด้วยอัตราเร่งที่เร็วกว่า 10 นาทีต่อบล็อก เพื่อให้ Block Chain ของคุณนั้น Valid และกลับมาอยู่ใน Bitcoin Network 🎉

.

อ้อ.. ข้อมูลที่สามารถแก้ไขได้จะมีแค่ "ข้อมูลธุรกรรมของตัวคุณเอง" เท่านั้นนะ ,, คุณจะไปแก้ไขข้อมูลว่าเรามี 10,000 บิตคอยน์ “ไม่ได้”‼️ไม่ว่าจะโดยวิธีการใด ๆ ก็ตาม 😇

ป.ล.สินทรัพย์อื่น ๆ ทำได้มั้ยน๊าาาา 😎😘

#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์

#Siamstr

สงสัยทำไมต้อง hash สองรอบ

สรุปสั้นๆคือ เราจะได้ใช้ usdt ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และถูกกว่าเดิม

โอน usdt ได้ง่ายๆเหมือนโอน bitcoin ใน Lightning Network

ซึ่งปกติเราก็ zap หากันได้ง่ายๆเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว สงสัยเขาเพิ่งรู้จักเลยตื่นเต้นกัน 555

Tether บริษัทที่ออกเหรียญ Stablecoin USDT ประกาศนำเหรียญ USDT เข้าสู่ระบบนิเวศของบิตคอยน์ โดยรองรับเลเยอร์พื้นฐานของบิตคอยน์ และเครือข่าย Lightning Network บนโปรโตคอล Taproot Assets ที่พัฒนาโดย Lightning Labs

Tether บอกว่าเมื่อการเชื่อมต่อทั้งหมดเสร็จสิ้น จะทำให้ USDT สามารถใช้งานได้บนเครือข่ายที่มีความเร็ว ต้นทุนต่ำ รวมกับความปลอดภัยและความสามารถการสเกลจากเครือข่ายบิตคอยน์

ปัจจุบัน USDT เป็น Stablecoin ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกประมาณ 1.4 แสนล้านดอลลาร์ โดยมีสินทรัพย์เป็นเงินดอลลาร์ค้ำไว้ประมาณ 2.1 แสนล้านดอลลาร์

ที่มา: Tether และ The Block

credit: blognone

#siamstr #news