การที่เราได้คุยกับใครสักคนที่ เข้าใจเราอย่างแท้จริง จนเรารู้สึก “ซาบซึ้ง” หรือ “ได้รับการยอมรับ” นั้น ไม่ใช่แค่การพูดคุยธรรมดา แต่มันคือ การได้รับการสะท้อนตัวตนในแบบที่เราเป็นโดยไม่ต้องฝืนใจ ซึ่งมีพลังทางจิตใจมหาศาล
ทำไมมันจึงให้พลังบวก?
ความเข้าใจทำให้รู้สึกว่าเราไม่โดดเดี่ยวอีกต่อไป
คนเราส่วนใหญ่อ่อนล้าเพราะรู้สึกว่าต้องสู้คนเดียว การมีใครสักคนที่ "เห็น" เรา ทำให้หัวใจอบอุ่น คลายความรู้สึกว่าตัวเราไร้ค่าหรือผิดแปลก
ความรู้สึกปลอดภัยเปิดทางให้สมองทำงานดีขึ้น
เวลารู้สึกถูกเข้าใจ สมองจะลดการหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่นคอร์ติซอล และเพิ่มโดพามีน เซโรโทนิน ทำให้เราคิดอะไรชัดเจนขึ้น มีกำลังใจจะจัดการสิ่งที่ดูยุ่งยาก
ความซาบซึ้งเชื่อมต่อกับความหวัง
การที่มีคนเข้าใจเราโดยไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองคือหลักฐานว่า “เรามีค่าพอ” และ “ชีวิตนี้ยังมีความหมาย” ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของพลังบวกและการฟื้นตัวจากความท้อแท้
แล้วทำไมมันนำไปสู่การแก้ปัญหา ทั้งที่ปัญหายังอยู่?
เพราะว่า...
พลังใจที่เปลี่ยน ทำให้วิธีมองปัญหาเปลี่ยน
ปัญหาที่เคยดูใหญ่ อาจเล็กลงในสายตาที่ได้รับพลังบวก
เรากลับมามีแรง “กล้าเผชิญ” กับมัน
จากเดิมที่เรารู้สึกเหนื่อยจนไม่อยากแตะมันเลย แต่พอใจเราฟื้น เราก็พร้อมที่จะ “เริ่ม” ทำอะไรบางอย่างกับมัน
เราไม่ได้รู้สึกว่าต้องแก้คนเดียว
แค่มีใครเข้าใจเราอยู่ข้างๆ แม้ไม่ได้แก้ให้ แต่แค่เขารับฟังอย่างแท้จริง เราก็มีแรงที่จะก้าวต่อ
สรุป
“ปัญหาไม่ได้หายไป แต่มุมมองของเราต่อปัญหานั้นเปลี่ยนไป เพราะเรารู้สึกว่าเราไม่ต้องแบกมันคนเดียวอีกต่อไป”
การได้รับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งก็คือ "การเยียวยา" อย่างหนึ่ง ที่เปลี่ยนจากภายในออกมา และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง ทั้งที่โลกยังเหมือนเดิมและbtcคือทางออกของปัญหาทั้งหมด#siamstr
คิดเพื่ออนาคตของลูกเลือกบิตคอยน์ มันไม่ใช่เพราะความโลภ แต่เพราะหวังให้ลูกมีโอกาสที่ดีกว่าโลกที่เราถูกมันบีบไว้ Hodl on. โลกอาจะไม่ยุติธรรมแต่บิตคอยน์...มันซื่อสัตย์เสมอ#siamstr
เคยได้ยินเรื่อง Bohemian Grove (โบฮีเมียน โกรฟ)ไหมครับมัน
🔹 คืออะไร?
Bohemian Grove เป็นสถานที่ในป่ารัฐแคลิฟอร์เนีย (Monte Rio, California) ที่กลุ่มชนชั้นสูง นักการเมือง และนักธุรกิจชั้นนำจากทั่วโลก มารวมตัวกันทุกปีในช่วงเดือนกรกฎาคม
🔹 ใครเข้าร่วม?
อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ
เจ้าของธุรกิจระดับโลก
ขุนนางและชนชั้นสูง
บุคคลที่มีอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและการเมือง
🔹 ทำไมถึงลึกลับ?
สื่อไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
มีพิธีกรรมลับ เช่น Cremation of Care (พิธีเผาหุ่นฟางที่ชื่อว่า "Care" ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความเครียดและความกังวล)
มักถูกเชื่อว่าเป็นที่พูดคุยเกี่ยวกับการเมืองระดับสูง และวางแผนอนาคตของโลก
🔹 จริงหรือแค่ทฤษฎีสมคบคิด?
ข้อเท็จจริง: มีสถานที่จริง, มีการประชุมจริง และบุคคลสำคัญหลายคนเข้าร่วม
ทฤษฎีสมคบคิด: บางคนเชื่อว่าที่นี่เป็นที่วางแผน New World Order หรือแม้แต่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมลึกลับ
🏕️ สรุป
Bohemian Grove เป็นสถานที่ที่ชนชั้นสูงมาประชุมกันในป่าปีละครั้ง เรื่องราวบางอย่างเป็นเรื่องจริง เช่น การรวมตัวของผู้นำระดับโลก แต่บางเรื่องยังไม่มีหลักฐานยืนยัน ว่าเป็นการวางแผนครองโลกหรือเกี่ยวข้องกับลัทธิบูชาซาตาน ก็เป็นเรื่องสนุกๆที่ผมเชื่อว่าจริงนะค#siamstr
นิทานที่น่านมาแล้ว
1. The Elite (ชนชั้นสูง)
กลุ่มนี้หมายถึงคนหรือครอบครัวที่มี อำนาจ, เงินทอง, และ อิทธิพล ในโลก ไม่ว่าจะในระดับการเมือง, การเงิน, หรือสังคม พวกเขามักจะถูกมองว่าเป็นผู้ที่มี การควบคุมระบบต่าง ๆ ที่มีอำนาจสูงในสังคม
2. The Illuminati
Illuminati เป็นชื่อที่รู้จักกันดีในทฤษฎีสมคบคิด มักถูกเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่มีเป้าหมายในการ ควบคุมโลก ผ่านการครอบงำทางการเงิน, การเมือง, และสื่อ พวกเขาถูกมองว่าเป็นกลุ่มชนชั้นสูงที่ต้องการสร้าง New World Order หรือ รัฐบาลโลกเดียว ที่มีการควบคุมทุกอย่างในมือกลุ่มนี้
3. The 1%
ในแง่ของเศรษฐกิจ "The 1%" หมายถึงคนที่มีรายได้สูงสุดเพียง 1% ของประชากร ทั่วโลก พวกเขามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจทางการเมืองและเศรษฐกิจ พวกเขามักจะถูกมองว่าเป็นคนที่ควบคุมความมั่งคั่งในโลกและมีผลต่อการตัดสินใจในระดับสูง
4. The Rothschilds
ตระกูล Rothschild เป็นตระกูลที่มักจะถูกพูดถึงในทฤษฎีสมคบคิด เนื่องจากพวกเขามี อิทธิพลทางการเงิน อย่างมากมายในยุคสมัยก่อน พวกเขามีความสัมพันธ์กับ การธนาคาร และการควบคุมการเงินในระดับโลกบางอย่าง
5. The Bilderberg Group
กลุ่มนี้ประกอบไปด้วย ผู้นำทางการเมือง, เศรษฐกิจ, และผู้มีอิทธิพลระดับโลก ที่มารวมตัวกันทุกปีเพื่อพูดคุยเรื่องการจัดการทางการเมืองและเศรษฐกิจของโลก กลุ่มนี้ถูกมองว่าเป็น กลุ่มที่มีอำนาจควบคุมโลก
6. The Black Nobility
บางทฤษฎีเชื่อว่า Black Nobility คือกลุ่มของ ขุนนางหรือชนชั้นสูง ที่มีอำนาจมาแต่โบราณ ซึ่งบางครั้งมักจะถูกมองว่า มีบทบาทในการควบคุมและปกปิดข้อมูลสำคัญ โดยใช้ความลับในด้านต่าง ๆ เพื่อรักษาความมั่งคั่งและอำนาจของพวกเขา
สรุป:
คำว่า "ชนชั้นสูง" หรือ "Elite" เป็นคำที่ใช้กล่าวถึงกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจ#siamstr
แนวคิดที่ว่าคนทั้งโลกถูกปกครองโดย 6 ตระกูลหลัก เป็นหนึ่งในทฤษฎีสมคบคิดที่เชื่อว่ามีครอบครัวมหาอำนาจเพียงไม่กี่ตระกูลที่ควบคุมระบบเศรษฐกิจ การเงิน และการเมืองของโลก แนวคิดนี้มักกล่าวถึงตระกูลที่มีอิทธิพลทางประวัติศาสตร์และเศรษฐกิจสูงสุด
6 ตระกูลที่มักถูกกล่าวถึง
1. ตระกูล Rothschild (รอทชิลด์)
เป็นตระกูลนายธนาคารเชื้อสายยิวจากยุโรปที่เริ่มสะสมอำนาจตั้งแต่ศตวรรษที่ 18
มีอิทธิพลอย่างมากต่อระบบการเงินโลก โดยเฉพาะในยุโรป
ถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังการควบคุมธนาคารกลางของหลายประเทศ
2. ตระกูล Rockefeller (ร็อคกี้เฟลเลอร์)
สะสมความมั่งคั่งจากอุตสาหกรรมน้ำมันในสหรัฐฯ ผ่านบริษัท Standard Oil
มีอิทธิพลอย่างมากในวงการธนาคาร การเมือง และสาธารณสุข
ก่อตั้งองค์กรต่าง ๆ เช่น Council on Foreign Relations (CFR) และ Trilateral Commission
3. ตระกูล Morgan (มอร์แกน)
ตระกูลนายธนาคารในสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญในการก่อตั้ง Federal Reserve (FED) หรือธนาคารกลางสหรัฐฯ
มีอิทธิพลต่อระบบการเงินและการลงทุนระดับโลกผ่าน J.P. Morgan Chase
4. ตระกูล Du Pont (ดูปองท์)
เป็นตระกูลอุตสาหกรรมที่มั่งคั่งจากธุรกิจเคมีภัณฑ์และอุตสาหกรรมสงคราม
มีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงาน
5. ตระกูล Bush (บุช)
เป็นตระกูลการเมืองที่มีอำนาจในสหรัฐฯ โดยมีสองประธานาธิบดี (George H.W. Bush และ George W. Bush)
เชื่อมโยงกับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและกองทัพ
6. ตระกูล Windsor (ราชวงศ์อังกฤษ)
เป็นราชวงศ์ที่ครองสหราชอาณาจักรและมีเครือข่ายอิทธิพลทางการเงินระดับโลก
ควบคุมทรัพย์สินขนาดมหาศาล และมีอิทธิพลต่อการเมืองโลก
---
พวกเขาควบคุมโลกอย่างไร?
ผู้ที่เชื่อในทฤษฎีนี้มองว่าตระกูลเหล่านี้มีอำนาจในการควบคุมโลกผ่าน
ธนาคารกลางโลก เช่น Federal Reserve, IMF, World Bank
อุตสาหกรรมพลังงานและทรัพยากร (น้ำมัน, แร่, เทคโนโลยี)
สถาบันระหว่างประเทศ เช่น UN, WHO, WTO
สื่อและข่าวสาร ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลผ่านบริษัทสื่อขนาดใหญ่
การเมืองและกฎหมาย สนับสนุนนักการเมืองและควบคุมนโยบาย
ความจริงหรือแค่ทฤษฎีสมคบคิด?
แม้ตระกูลเหล่านี้จะมีอิทธิพลทางเศรษฐกิจและการเมืองสูงจริง แต่แนวคิดที่ว่าพวกเขาควบคุมโลกทั้งหมดนั้นเป็น สมมติฐานที่ไม่มีหลักฐานชัดเจน หลายครั้งทฤษฎีนี้ถูกใช้เพื่ออธิบายความไม่เท่าเทียมในระบบโลก แต่โลกสมัยใหม่มีปัจจัยซับซ้อนมากกว่าการถูกควบคุมโดยเพียง 6 ตระกูล#siamstr
🔥 Bitcoin ขาดแคลน (Supply Shock) คืออะไร?
📌 BTC มีแค่ 21 ล้านเหรียญ แต่:
หายไปถาวรแล้วกว่า 3-4 ล้านเหรียญ 🕳️ (ลืมรหัส, ส่งผิด, เผา)
มีคนที่ ถือไว้ระยะยาว (HODL) และไม่ขายเลย
ถ้าบริษัทใหญ่ ๆ และมหาเศรษฐีเริ่มแห่กันซื้อ เหรียญที่มีอยู่ในตลาดจะน้อยลงมาก
📌 เมื่ออุปทานลด แต่ความต้องการพุ่ง → ราคา BTC จะพุ่งแบบบ้าคลั่ง! 🚀
📊 มหาเศรษฐี กองทุน และบริษัทระดับโลกเริ่มมอง BTC แล้ว
1️⃣ MicroStrategy (บริษัทของ Michael Saylor) – ถือ 214,246 BTC (~$10B)
2️⃣ Tesla – เคยถือ ~48,000 BTC
3️⃣ BlackRock, Fidelity, Ark Invest – ยื่นขอ Bitcoin ETF
4️⃣ รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เริ่มถือ BTC เช่น เอลซัลวาดอร์
💡 ถ้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้น จะเกิดภาวะ Bitcoin ขาดแคลนแน่นอน!
💰 BTC อาจมีราคามากกว่า $1M ได้อย่างไร?
📌 ถ้าทุกคนต้องการ BTC แต่ ไม่มีใครอยากขาย...
คนรวยยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อ BTC
ราคาจะพุ่งเป็น $5M - $10M ต่อเหรียญ ได้เลย
📌 ถ้าธนาคารกลาง เริ่มใช้ BTC เป็นทุนสำรอง...
BTC จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ากว่า "ทองคำ" และอาจเป็น เงินของโลก
ราคาต่อเหรียญอาจทะลุ $10M+ ได้จริง
💡 สรุป:
Bitcoin เป็น “สินทรัพย์หายาก” และอาจเกิดสภาพขาดแคลนในอนาคต
ถ้า มหาเศรษฐี กองทุน และประเทศต่าง ๆ แห่กันซื้อ BTC → ราคาจะพุ่งทะลุ $10M แน่นอน! 🚀🔥 แต่คงหลายสิบปี#siamstr
🔥 Bitcoin ขาดแคลน (Supply Shock) คืออะไร?
📌 BTC มีแค่ 21 ล้านเหรียญ แต่:
หายไปถาวรแล้วกว่า 3-4 ล้านเหรียญ 🕳️ (ลืมรหัส, ส่งผิด, เผา)
มีคนที่ ถือไว้ระยะยาว (HODL) และไม่ขายเลย
ถ้าบริษัทใหญ่ ๆ และมหาเศรษฐีเริ่มแห่กันซื้อ เหรียญที่มีอยู่ในตลาดจะน้อยลงมาก
📌 เมื่ออุปทานลด แต่ความต้องการพุ่ง → ราคา BTC จะพุ่งแบบบ้าคลั่ง! 🚀
📊 มหาเศรษฐี กองทุน และบริษัทระดับโลกเริ่มมอง BTC แล้ว
1️⃣ MicroStrategy (บริษัทของ Michael Saylor) – ถือ 214,246 BTC (~$10B)
2️⃣ Tesla – เคยถือ ~48,000 BTC
3️⃣ BlackRock, Fidelity, Ark Invest – ยื่นขอ Bitcoin ETF
4️⃣ รัฐบาลประเทศต่าง ๆ เริ่มถือ BTC เช่น เอลซัลวาดอร์
💡 ถ้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้น จะเกิดภาวะ Bitcoin ขาดแคลนแน่นอน!
💰 BTC อาจมีราคามากกว่า $1M ได้อย่างไร?
📌 ถ้าทุกคนต้องการ BTC แต่ ไม่มีใครอยากขาย...
คนรวยยอมจ่ายแพงขึ้นเพื่อซื้อ BTC
ราคาจะพุ่งเป็น $5M - $10M ต่อเหรียญ ได้เลย
📌 ถ้าธนาคารกลาง เริ่มใช้ BTC เป็นทุนสำรอง...
BTC จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่มีค่ากว่า "ทองคำ" และอาจเป็น เงินของโลก
ราคาต่อเหรียญอาจทะลุ $10M+ ได้จริง
💡 สรุป:
Bitcoin เป็น “สินทรัพย์หายาก” และอาจเกิดสภาพขาดแคลนในอนาคต
ถ้า มหาเศรษฐี กองทุน และประเทศต่าง ๆ แห่กันซื้อ BTC → ราคาจะพุ่งทะลุ $10M แน่นอน! 🚀🔥 แต่คงหลายสิบปี
Bitcoin ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในเอลซัลวาดอร์อย่างไร
1เพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงิน:
ก่อนหน้านี้ ประชากรส่วนใหญ่ในเอลซัลวาดอร์ไม่มีบัญชีธนาคารหรือการเข้าถึงบริการทางการเงิน การใช้ Bitcoin ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (เช่น Chivo Wallet) ทำให้ประชาชนสามารถโอนเงิน รับเงิน และทำธุรกรรมได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาธนาคาร
ผลลัพธ์: ลดช่องว่างทางการเงินและเพิ่มความสะดวกให้กับประชาชน
ลดค่าธรรมเนียมในการโอนเงิน:
เอลซัลวาดอร์พึ่งพาการส่งเงินจากแรงงานในต่างประเทศ (remittance) อย่างมาก การใช้ Bitcoin ช่วยลดค่าธรรมเนียมที่ต้องจ่ายให้บริษัทโอนเงินแบบเดิม เช่น Western Union
ผลลัพธ์: เพิ่มเงินที่ส่งกลับมาถึงมือครอบครัวโดยตรง
ดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ:
การประกาศใช้ Bitcoin ดึงดูดความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี เช่น บริษัทที่เปิดเหมืองขุด Bitcoin ด้วยพลังงานภูเขาไฟ
ผลลัพธ์: กระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างงานในท้องถิ่น
2. Bitcoin ช่วยปรับปรุงภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัยของประเทศ
การส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจดิจิทัล:
หลังจากประกาศใช้งาน Bitcoin เอลซัลวาดอร์ได้โปรโมตตัวเองในฐานะ "Bitcoin Nation" ซึ่งช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ใหม่
ตัวอย่าง: การเปิดตัวโครงการ Bitcoin City ที่วางแผนให้เป็นเมืองที่ใช้พลังงานสะอาดและเป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจดิจิทัล
สร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัย:
รัฐบาลยังมีนโยบายปราบปรามอาชญากรรมอย่างเข้มงวดควบคู่ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้ประเทศที่เคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่อันตรายที่สุดในโลกเริ่มได้รับการยอมรับในด้านความปลอดภัยมากขึ้น
3. Bitcoin ช่วยเสริมสร้างระบบการเงินที่สมบูรณ์
การนำ Bitcoin มาใช้ช่วยสร้างความหลากหลายในระบบการเงิน และลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในประเทศที่ไม่มีสกุลเงินของตัวเอง
โปร่งใสและตรวจสอบได้: การทำธุรกรรม Bitcoin บนบล็อกเชนช่วยลดโอกาสการทุจริต
กระจายอำนาจ: ไม่ต้องพึ่งพาธนาคารกลางของต่างประเทศในการกำหนดนโยบาย ทำให้ผมรู้สึกว่าชีวิตมีหวังครับ#siamstr
ทำไมต้องเป็น Bitcoin? คำถามนี้เป็นคำถามที่น่าสนใจมาก และมีคำตอบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล
เหตุผลที่คนนิยม Bitcoin มีดังนี้ค่ะ:
* เทคโนโลยีบล็อกเชน: Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลแรกที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่กระจายอยู่ทั่วโลกและมีความปลอดภัยสูง ทำให้การทำธุรกรรมมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยากที่จะปลอมแปลง
* ไม่ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงิน(ตรงนี้สะใจ): Bitcoin ไม่ได้ถูกควบคุมโดยธนาคารกลางหรือรัฐบาลใดๆ ทำให้เป็นสกุลเงินที่อิสระและไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายทางการเงินของประเทศใดประเทศหนึ่ง(มันทำเราลูกหลานเราให้เป็นทาสไม่ได้ล่ะ)
* ของมันขาดแคลน: จำนวน Bitcoin ทั้งหมดมีจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ ทำให้มีความต้องการสูงและมีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นในระยะยาวผมมองแบบนั้น
* การลงทุน: Bitcoin ได้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับนักลงทุนหลายคนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงและแสวงหาผลตอบแทนที่สูงแต่ผมซื้อเก็บ
* การทำธุรกรรมระหว่างประเทศ: Bitcoin สามารถใช้ในการทำธุรกรรมข้ามประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำกว่าการโอนเงินผ่านธนาคารทั่วไป เราจะเอาพลังงานเราไปไหนก็ได้ไม่ต้องมีใครมายุ่ง#siamstr
ทำไม Bitcoin ถึงถูกมองว่าเป็นทางออก:
1. จำกัดจำนวน
Bitcoin มีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ ไม่มีใครสามารถพิมพ์เพิ่มได้ ดังนั้นจึงไม่เสี่ยงต่อเงินเฟ้อเหมือนเงินเฟียต
2. Decentralization
ไม่มีองค์กรใดควบคุม Bitcoin ทั้งหมด ทำให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมและตรวจสอบเครือข่ายได้โดยเสมอภาค
3. คุณเป็นเจ้าของเงิน 100%
หากคุณเก็บ Bitcoin ไว้อย่างปลอดภัยในกระเป๋าเงินส่วนตัว (เช่น Hardware Wallet) จะไม่มีใครสามารถยึดหรือแทรกแซงได้
4. ผลตอบแทนระยะยาว
จากประวัติที่ผ่านมา Bitcoin มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป และถูกยอมรับมากขึ้นในฐานะสินทรัพย์ที่ช่วยป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ #siamstr
I feel about the fiat money system—a system that seems to burden people with harder work while offering diminishing returns. Here’s why:
Issues with the Fiat Money System:
1. Inflation
When governments print more money without actual value backing it, the purchasing power of money decreases. As a result, prices rise, and your hard-earned money buys less.
2. Economic Pressure
The current system often traps people in debt—whether it's student loans, mortgages, or car payments—forcing them to work hard just to "pay off debt" instead of building real wealth.
3. Unequal Wealth Distribution
The fiat system tends to benefit the wealthy or large institutions, especially those closer to money creation sources like central banks, while the majority struggle with rising costs.
หนังสือ "The Bitcoin Standard: The Decentralized Alternative to Central Banking" เป็นผลงานของ Saifedean Ammous ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในวงการคริปโตเคอเรนซีและเศรษฐศาสตร์ หนังสือเล่มนี้อธิบายถึงความสำคัญของบิตคอยน์ (Bitcoin) ในฐานะเงินดิจิทัลที่มีคุณสมบัติพิเศษและอาจเป็นทางเลือกแทนระบบการเงินแบบดั้งเดิม โดยเนื้อหาครอบคลุมถึง:
1. วิวัฒนาการของเงิน
หนังสือเริ่มต้นด้วยการพูดถึงประวัติศาสตร์ของเงิน ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนสินค้าไปจนถึงการใช้ทองคำและเงินเฟียต (Fiat Money)
2. ข้อเสียของเงินเฟียต
กล่าวถึงปัญหาที่เกิดจากระบบการเงินปัจจุบัน เช่น การพิมพ์เงินที่ไม่มีการควบคุม การเสื่อมค่าของเงิน และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
3. บทบาทของ Bitcoin
หนังสือเน้นว่าบิตคอยน์เป็น "Sound Money" หรือเงินที่มีความมั่นคงและไม่สามารถถูกปลอมแปลงหรือควบคุมโดยรัฐบาลได้ โดยเปรียบเทียบกับทองคำที่มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกันในฐานะเงินที่มีมูลค่าจริง
4. ผลกระทบในอนาคต
Ammous เชื่อว่าบิตคอยน์อาจเปลี่ยนแปลงระบบการเงินโลก และช่วยให้เศรษฐกิจมีเสถียรภาพมากขึ้น
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การอธิบายเทคโนโลยีบล็อกเชนและบิตคอยน์ แต่ยังเชื่อมโยงกับหลักเศรษฐศาสตร์เชิงลึก เหมาะสำหรับทั้งนักลงทุนและผู้สนใจศึกษาเรื่องการเงินโลก
ผมเลยซื้อBitcoin เก็บลูกเดียวเลยเลิกมองกระจกหลังแล้วมองกระจกหน้าอย่างเดียว
nostr:nprofile1qqsdts7svdn3tudf6klz479d4cyj6a2hjc36kg3l06ts29scf5g4nvcpr3mhxue69uhkummnw3ezucnfw33k76twv4ezuum0vd5kzmqpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfduq3vamnwvaz7tmjv4kxz7fwdehhxarj9e3xzmnyr4x5dn x nostr:nprofile1qqsfwrl76z6zy0tjhsdnlaj6tkqweyx5w9vdyja5n788vl07p3nw3ugpzpmhxue69uhkummnw3ezumt0d5hsz8thwden5te0dehhxarj95crytnev94kj6r0dehx2tnrdakj7qgcwaehxw309aex2mrp0yhxumm5daeks6fwwa5kutcdvytp4 x nostr:nprofile1qqsvxdee8ugf5l00ltuqtvgwrgtelwmep0gkat0fsy3eqanmagcstdc49s32r on #RightTalk
Who's should be the next one? #Siamstr
BTC is the way to Freedom
BTC is the way to Freedom thank you CK#Siamstr