Avatar
TR
67b9eb8cb109cce9982259b08a4d68b6f652b19729235525c37b4cfd53e04cf2

ธรรมชาติของบิตคอยน์ คือ ใช้พลังงานมหาศาลในการขุด ตรวจสอบได้ ปลอมแปลงไม่ได้ จำนวนจำกัด เป็นดิจิตัล ใช่ไหมครับ เป็นธรรมชาติที่ตอนนี้คนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจด้วยไหมครับ

Replying to Avatar Pong 🟠

พลิกชีวิตด้วย unit of account ดูไหมคับ 🧡

หากพูดถึง unit of account หลายคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่เอาเป็นว่าถ้าผมอยากชวนคุยเรื่องมาตรวัดของชีวิต ทุกคนอาจจะเข้าใจง่ายขึ้น

คือในการรับรู้ของมนุษย์เรา จะมีการเลือกมาตรวัดต่างๆมันมีความเหมาะสมของมัน อย่างเช่น

ความยาว เป็นเซนติเมตร เป็นกิโลเมตร

เวลา เป็นชั่วโมง เป็นวินาที

คำถามต่อมาพอเรามีหลายหน่วยเราจะเลือกความเหมาะสมยังไง คือกฎของ physic จะช่วยให้เรากระจ่างได้ง่ายมาก เพราะมันเหมาะสมและทำให้ชีวิตเราง่ายขึ้น

เช่น

F1 ชนะกันเพียงเสี้ยว“วินาที” เราคงไม่ใช้

หลักชั่วโมงมาวัดกันใช่ไหม

เหมือนกับความสูงของมนุษย์ที่ใช้เซนติเมตรหรือฟุต เราคงไม่วัดกันเป็น “มิลลิเมตร”

แต่มันมีอยู่หน่วยวัดนึงที่สำคัญมาก แล้วมนุษย์เราดันไม่ได้ใช้กฎฟิสิกส์ เราเลยไม่เข้าใจถึงความเหมาะสมในการใช้งาน นั่นคือ “เงินตรา”

ถ้ามันจะเข้าใจยาก ผมกำลังพูดถึงหน่วยวัดมูลค่า แบบนี้หลายคนน่าจะเข้าใจง่ายกว่า

ผมอยากเริ่มโดยการให้ย้อนไปในวัยเด็ก เราวัดกันด้วยหน่วยสตางค์ หรือ5-10บาท พอโตมาตอนนี้ หลักสิบบาทแทบไม่ต้องคุยกัน คุยกันหลักร้อยแล้ว เพราะอะไรกันนะหน่วยมันขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ กับการซื้อของชิ้นเดิม

แต่ในขณะที่คนเมื่อก่อนซื้อที่ดินเราใช้หน่วยกันเป็นไร่ สมัยนี้ใช้หน่วยกันตารางเมตร คือเราซื้อบ้านกันเล็กลงมาเรื่อยๆ มันแปลกดีไหม

ผมกำลังจะสื่อว่าถ้าวันนี้คุณถือฝั่งเงินบาท คุณจะจนลงมาก

แต่ถ้าคุณถือฝั่งที่ดิน คุณจะรวยขึ้นมาก

ทั้งๆที่เวลาผ่านไปเท่าๆกัน หน่วยที่ใช้อันนึงเล็กลง อันนึงใหญ่ขึ้น

ทำไมมันเป็นเช่นนั้น เราสงสัยกันไหม

คือโพสต์นี้ผมคงไม่มาอธิบายนะว่าทำไม

แต่ผมจะพูดเรื่องกฎของธรรมชาติหรือกฎของฟิสิกส์ละกัน

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้เราก็จะเห็นว่าหน่วยของที่ดินหรือหน่วยของทอง มันคือหน่วยวัดที่ธรรมชาติมอบให้เรามาใช้ แต่มนุษย์ดันไปฝืนใช้เงินตรา หรือเราอาจจะบอกว่าเงินเฟียตก็ได้

(ออกตัวไว้ก่อนว่ายังไงทุกคนก็ต้องใช้เฟียต

แต่เฟียตไม่ใช่มาตรวัดที่ดี ผมเลยอยากให้เราใช้มัน แต่ไม่อยากให้ใช้มันเป็นมาตรวัดมูลค่า)

ปัญหาในตอนนี้คือแล้วเราจะหนีจากการใช้หน่วยวัดที่มันผิดธรรมชาติได้ยังไง คำตอบก็คือคุณก็ต้องไปใช้หน่วยวัดที่เป็นธรรมชาติ มันง่ายแค่นั้นเลย อาจจะเป็นที่ดิน หรือทองคำ หรือแร่ธรรมชาติอย่างอื่น แต่คุณสมบัติแร่อื่นๆมันก็ยังไม่เท่ากับแร่ทองคำอยู่ดี

ซึ่งผมอยากให้ทุกคนเข้าใจว่าหลักการธรรมชาติอันนี้นะ มันจะพาให้ชีวิตคุณไม่ดำดิ่งลงไปมากกว่านี้

แล้วถามว่าเงินตราที่ใช้ในปัจจุบันมันเกิดมาได้ยังไง คำตอบก็คือเกิดมาด้วยฝีมือของมนุษย์ มันเป็นเทคโนโลยีอย่างหนึ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา แต่สร้างขึ้นมาด้วยสิ่งที่ไม่ได้เป็นกฎของธรรมชาติหรือไม่ได้เป็นกฎของฟิสิกส์

คือถ้าเกิดเรากลับไปมองที่เทคโนโลยีที่เราเรียกว่าเงินเฟียต ซึ่งมันก็เป็นเทคโนโลยีแรกที่มนุษย์สามารถที่จะเสกของที่ไม่มีมูลค่าให้มันมีมูลค่าได้ทันที ซึ่งต่างจากในยุคสมัยก่อน ที่มนุษย์ทำให้เงินลดมูลค่าลงได้ด้วยการลดคุณภาพของเหรียญทองด้วยการผสมโลหะอื่นเข้าไป ซึ่งตอนนั้นมนุษย์ก็แค่ทำให้หน่วยวัดมันเพี้ยนไป(ลดลง)แต่มนุษย์ยังไม่สามารถที่จะทำให้ของที่ไม่มีมูลค่ากลายเป็นของที่มีมูลค่าได้ แต่ในปัจจุบันมนุษย์สามารถที่จะเสกเงินเฟียตขึ้นมา ด้วยการที่ไม่มีอะไรเลย เราเลยมักได้ยินคำว่ารัฐบาลปริ้นเงินมาจากอากาศ หรือรัฐบาลปริ้นเงินมาจากหนี้ (มันสุดยอดมากๆเลยนะที่สามารถทำได้ และฝืนกฎของธรรมชาติได้)

แต่ผมมีข่าวดีมาบอกทุกคนครับ

ปัจจุบันมนุษย์ได้สร้างเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมา

มันคือครั้งแรกของประวัติศาสตร์มนุษย์ที่สามารถเอากฎของธรรมชาติมาเขียนเป็นโค้ดบนคอมพิวเตอร์เครื่องเล็กๆได้ ซึ่งพื้นฐานของเทคโนโลยีนี้ต้องใช้พลังงานอย่างมากมหาศาล ที่คนทั่วไปมองว่าเป็นข้อเสีย แต่ถ้าคุณเข้าใจกฎของธรรมชาติจริงๆ คุณก็จะเข้าใจว่าไม่ว่าจะที่ดิน หรือทองคำ หรือแร่ที่มีมูลค่าอย่างอื่น ธรรมชาติสร้างมันมาด้วยการใช้พลังงานมหาศาลทั้งนั้น และนั่นทำให้ของเหล่านั้นมีคุณค่าในตัวเองขึ้นมา เพราะว่าธรรมชาติได้ให้คุณค่ากับมันตั้งแต่แรกด้วยพลังงานอยู่แล้ว

ไอของสิ่งนี้เรียกว่าบิตคอยน์ และนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะบอกว่า "บิตคอยน์ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์เสกขึ้นมาจากอากาศ บิตคอยน์ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา แต่บิตคอยน์เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์ค้นพบจากธรรมชาติ“ มนุษย์สามารถจับสิ่งเหล่านี้เขียนเป็นโค้ดคอมพิวเตอร์แล้วเปลี่ยนมันให้เข้าอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตได้

และนี่คือเหตุผลที่ทำไมหลายคนที่เข้าใจบิตคอยน์แล้วถึงเลือกที่จะเปลี่ยนมาตรวัดในชีวิต

จากเงินเฟียตมาเป็นบิตคอยน์

แล้วถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ ผมอยากให้คุณทบทวนอีกนิดนึง โดยการย้อนขึ้นไปอ่านด้านบนใหม่ คุณจะเห็นประวัติศาสที่มันซ้ำกันครับ ถ้าในอดีตคุณมีทองหนึ่งกิโลกรัม วันนี้คุณก็จะใช้ทองในหน่วยของกรัมสำหรับการใช้ชีวิตได้แล้ว แต่ถ้าคุณถือเงินบาทในอดีต วันนี้คุณจะต้องต้องใช้หน่วยเงินบาทที่มันใหญ่ขึ้นหลายเท่าจนถึงหลายสิบเท่า

แล้วคุณลองหันไปดูคนที่ใช้มาตราวัดเป็นหน่วยของบิทคอยน์สิ เมื่อก่อนเค้าอาจจะใช้หน่วยวัดเป็นหลักสิบบิตคอยน์ แต่ปัจจุบันเค้าใช้หน่วยวัดแค่ 0.01 บิตคอยน์ก็สามารถใช้ชีวิตได้แล้ว ซึ่งต่อไปเราก็จะใช้หน่วยของบิทคอยน์ให้มันเล็กลงได้อีก ซึ่งหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า satoshi โพสนี้ผมคงไม่ได้มาลงลึกว่าหน่วยมันย่อยลงไปถึงได้เท่าไหร่หรือเราจะเรียกหน่วยย่อยกว่านี้ว่าอะไร

แต่ผมแค่อยากให้ทุกคนเห็นว่าถ้าคุณเลือกใช้หน่วยวัดตามธรรมชาติ ชีวิตคุณจะง่ายขึ้นครับ

สุดท้ายแล้วไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ

ไม่ว่าคุณจะเข้าใจมากหรือเข้าใจน้อยหรือไม่เข้าใจเลย ผมไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียอยู่แล้ว

ผมแค่อยากให้คนที่อยู่รอบข้างผมเข้าใจสิ่งนี้มากขึ้นแค่นั้น ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ 😁

#siamstr

"บิตคอยน์ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์เสกขึ้นมาจากอากาศ บิตคอยน์ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมา แต่บิตคอยน์เป็นเพียงสิ่งที่มนุษย์ค้นพบจากธรรมชาติ“ ประโยคนี้จริงมากครับ ช่วยขยายความมากกว่านี้อีกได้ไหมครับ ทำไมถึงเข้าใจลึกมากขนาดนี้ได้ครับ