Avatar
Mr.Pedlueng
77587caa779b9f9b6930282f76c30870fec15d5b4240471092c16f5c84c11ea6

ไม่ว่าจะย้อนเวลาไปกี่ครั้ง เราจะเลือกเหมือนเดิมเสมอ ดังนั้น อย่ารอที่จะพูดว่า เสียดายน่าจะเลือกอีกทาง เพราะ เราจะไม่มีวันเลือกอยู่ดีถึงจะย้อนเวลาไปได้ ถ้าคิดจะเปลี่ยน ต้อง ตอนนี้ และ เดี๋ยวนี้ เป็นต้นไป

ตั้งแต่เด็ก เรียนมาว่าเงินฝืดไม่ดี เพราะแลกเงินจากต่างประเทศได้น้อย ถึงเวลาเงินเฟ้อ เอาไปแลกเงินต่างประเทศเราจะได้น้อย ก็สงสัยว่า สรุปแล้วไม่เกี่ยวกับเงินฝืดไม่ใช่หรอวะ ปัญหาเพราะมันมีเงินเฟ้อ แต่เงินเฟ้อไม่เคยมีภาพว่าไม่ดี มีภาพว่าเงินเฟ้อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็งงว่าเกี่ยวไรวะ เงินเฟ้อ ข้าวของแพงขึ้น แต่เราก็กินอาหารเท่าเดิม มันเกี่ยวอะไรกับว่าเศรษฐกิจโต ผมว่าการเติบโตของเงินเฟ้อ มันเป็นแค่การสะท้อนรอยรั่วของระบบรึเปล่า ที่ว่า คนขึ้นราคาสินค้า เพราะตลาดไม่สมดุล เคยเห็นแค่ของราคาขึ้นเพราะ"ขาดตลาด"แต่พอมันหายขาดก็ไม่เห็นจะกลับมาลดราคาเท่าเดิม (พวกของขำเร็จรูป) พวกอาหารสด ยังพอเห็นการปรับราคาบ้างในระยะสั้น ถึงแม้ระยะยาวจะ เพิ่มขึ้นเหมือนเดิม ตอนนี้กำลัง สงสัยว่าระบบเงินเฟียตนี่มันแย่จริงไหมนะ ข้อดีคือรัฐบาลช่วยจัดการวิกฤติในระยะสั้นได้ แน่ข้อเสียก็คือ การออมเงิน จะโดนด้อยค่า รายได้อาจโตไม่ทันเงินเฟ้อ สุดท้ายมันก็เป็นแค่การผลักภาระให้คนในอนาคต รับกรรมแทน จะเห็นได้ว่า เงินเดือนสมัยนี้ ส่วนใหญ่แค่พอให้รอดไปพลางๆ สะสมทรัพย์สิน​ไม่ได้ ต้องตัดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น เพื่อให้มีเงินเหลือ ผมเองก็ย้ายกลับมาทำงานใกล้บ้านมากขึ้น เพราะค่าครองชีพต่ำกว่ากรุงเทพมาก และเก็บเงินได้ง่ายกว่า พึ่งจบมาได้ไม่กี่ปี ก็สงสัยว่า ขนาดเราที่ถือว่าโอเคแล้วสำหรับคนทั่วไปยังต้องต้องประหยัดขนาดนี้ คนที่ต้นทุนต่ำกว่าจะลำบากขนาดไหน แล้วในอนาคต เด็กที่จบตามหลังมา มันจะพอกินหรือเปล่า ตั้งแต่รู้จัก bitcoin ทำให้ผมเลิกไล่ตามโลก fiat และพยามใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน​มากขึ้น ได้มุมมองที่หลากหลาย และตกผลึกเกี่ยวกับชีวิตว่า ความสุขมันก็มีไม่กี่อย่างที่เราต้องการ ยิ่งเราต้องการมากหรือการพยายามไล่ตาม ความพอใจของตัวเอง มันต้องแลกมากับอะไรหลายอย่าง มีเวลาพักน้อยลง อยู่กับครอบครัวน้อยลง รู้สึกมีคุณค่าน้อยลง(ในกรณีที่ทำอะไรซักอย่างล้มเหลว) การไล่ตามความสำเร็จก็ดีนะตราบที่มันไม่ทำลายชีวิตส่วนอื่นของเรา เช่น ความสัมพันธ์​สุขภาพ​ ความเครียด ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ ตั้งเป้าหมายให้เหมาะสมสำหรับเรา ยอมรับความล้มเหลวให้เป็นเมื่อมันเกิดขึ้น และใช้เวลากับคนที่รักให้เยอะ และมีคุณภาพ เพราะสุดท้ายแล้ว แทบทุกสิ่งที่เราไล่ตาม มันเป็นสิ่งสมมุติ​ ที่แทบไม่สำคัญเลย และพยายาพัฒนา​สังคมให้ดีขึ้นถ้าทำได้ ก่อนหน้านี้สนใจแค่เป้าหมายของตัวเองและชีวิตตัวเอง ผลประโยชน์​ของตัวเอง ผมว่านี่แหละเป็นผลจากระบบfiatที่สร้างให้คนเป็น ทั้งฉาบฉวย ไม่มั่นคง ตั้งแต่ อ่าน the bitcoin standard จบ มันพลิกวิธีคิดและมุมมองต่อชีวิต ของผมไป รวมทั้ง 4000weeks ผมรู้สึกเป็นอิสระ และพอใจในชีวิตมากขึ้น มีชีวิตอยู่ในปัจจุบันมากขึ้น มองโลก ด้วยสายตาที่ ถ่อมตนมากขึ้น และ มีเวลาชื่นชม กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามากขึ้น และมีความสัมพันธ์​ที่แน่นแฟ้นมากขึ้นกับครอบครัว

#siamstr

ประเด็นคือ​ผมว่ามันไม่ใช่ความโง่ครับ​มันคือ​การdealกับโอกาส​และความทุ่มเทอะไรซักอย่างให้สำเร็จ​ ส่วนตัวผมว่า ถ้า100ปีแรกยังไม่เปลี่ยนที่เหลือผมก็ว่ายากครับ​ ผมว่ามันคือความอุทิศที่จะทำอะๆไรซักอย่างให้สำเร็จ​ ความคิด​วิสัยทัศน์​ผมว่ามันเป็นสิ่งที่จะฝังจนเป็นนิสัย​สันดาน​ ถ้าขยัน​ก็จะขยันไปตลอด​ถ้าขี้เกียจจะเปลี่ยนตัวเองมาเป็นคนขยันมีวินัยไม่ใช่เรื่องง่าย​ รวมทั้งโอกาส​ที่เปลี่ยนไปทุกๆปี​การเปลี่ยนผ่านของยุคสมัย​ ที่แค่คิดอะไรซักอย่างจนติดตลาดแล้ว​แต่อาจจะอยู่รอดในระยะยาวไม่ได้​การติดสินใจต้องเลือกอย่างดี​+โชคอีกบางส่วน​ ผมเลยคิดว่า​ คนที่ไม่ทุ่มเทมากพอจริงๆ​ หรือ​ตัดสินใจเสี่ยงอย่างเหมาะสมและโชคเข้าข้าง​แต่การมีอายุยืนยาว​ถือว่ามีข้อได้เปรียบมา​ แต่ความต่างจริงๆคือ​ เราไม่ได้มองว่า​เรามีเวลา500ปีตั้งแต่แรก​เรามองว่า​เราอยู่ในปัจจุบันกำลังทำอะไร​มีความสามารถอะไรบ้าง​จะต่อยอดอะไรได้บ้าง​แค่คิดตรงนี้ว่าต้องทุ่มเทมากแค่ไหน​คนส่วนใหญ่ก็ล้มเลิกไปแล้ว​เหมือนกับที่ คนเรามักจะ​คิดว่าอยากลองทำนู่นทำนี่​ ผ่านไปหลายปีก็ยังปล่อยให้เป็นแค่ความรู้สึกว่าอยากลอง​แต่ก็ยังไม่ได้ลงมือทำสักที​ ตอนแก่ก็จะบอกว่าเสียดายที่ไม่ได้ทำ​แต่จริงๆแล้ว​มันเป็นการมองย้อนกลับว่า​ช่วงเวลานั้นเราน่าจะทำได้​ไม่ได้มองจากมุมมองของเราในปัจจุบัน​ผมเลยคิดว่า​ อะไรที่เราไม่ได้พยายามให้มันเกิดขึ้นตอนนี้​ ถ้าเราปล่อยไว้ ตัวเราในอนาคตก็คงไม่ทำขึ้นมาโดยง่าย

ผมเป็นคนเดียวรึเปล่าที่คิดว่า คนปกติ 95% จะไม่รวยขึ้น เพียงเพราะแค่อายุขัยยาวขึ้นจาก75เป็น500ปี ตราบใดที่ยังใช้ชีวิตแบบทั่วไป มองอะไรแบบทั่วไป เสี่ยงแบบคนทั่วไป คิดเหมือนคนทั่วไป พยายามเท่าๆกับคนทั่วไป

#siamstr

สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับระบบการศึกษา​คือ​ผลลัพธ์​แล้วผู้เรียนจะต้อง​สามารถกลับมาเรียนรู้ด้วยตัวเองได้ วางแผนการเรียนแล้วเรียนรู้ด้วยตัวเองได้​เมื่อจบมาแล้ว​ความรู้ที่ไม่ได้ใช้ ลืมไป ถ้าอยากกับมาเรียนรู้​จะต้องสามารถ​หาวิธีที่จะรื้อฟื้น​รวมไปถึง​การเรียนรู้ใน​ขอบเขตความรู้ใหม่ๆที่สนใจได้​ เพื่อที่วันนึงนึกอยากทำอะไร​จะได้สามารถลงมือทำได้​ หลายคนไม่รู้วิธีหาความรู้ด้วยตัวเอง​เลยติดหล่มที่ว่า​ อยากทำนู่นทำนี่จังแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง​ สุดท้ายเลยต้องอยู่ในกรอบเดิมๆที่ตัวเองก็ไม่ชอบแต่ต้องอยู่เพราะเป็นสิ่งเดียวที่ทำได้​และไม่มีทางเลือกอื่น

#siamstr

ทางลัดที่สุดในการเรียนร้อะไรซักอย่าง คือการเลิกมองหาทางลัดและค่อยๆใช้เวลาเรียนร้และค่อยๆแก้ไขข้อผิดพลาดไปเรื่อยๆ มีบางครั้งที่เราอาจใช้คำแนะนำ หรือ เทคนิค ช่วยลดระยะเวลาเรียนร้ได้ แต่ในระยะยาวแล้ว คือ ความอดทน ความต่อเนื่อง การมองหาข้อบกพร่องและ การปรับปรุงให้ดีขึ้น

#siamstr

ไม่มีbitcoinไปพรีorder เอาไปแจกชาวทุ่งม่วงหมดแล้ว555

#siamstr

จริงครับ อยู่ๆการที่จะชักชวน ถ้าไม่ใช่คนที่ อยากรู้เกี่ยวกับเรื่องนั้นอยู่แล้วคงยาก หลายคนมีความเข้าใจคร่าวๆแต่ยังไม่อิน มันจะมีจุดนึงเหมือนเนิน ที่ถ้าผ่านจุดนั้นไปได้ แล้ว เขาจะไหลไปเอง จริงๆแล้ว หลายๆอย่าง คำตอบของ bitcoin เป็นเพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้น ที่ไม่มีอะไรยืนยันว่า Bitcoin จะช่วยแก้ปัญหาได้จริง แต่ผมว่ามันมอบความหวัง และ ให้แนวทางได้ดีทีเดียว ว่าโลกที่เราอยากให้เป็น เป็นแบบไหน แต่ผมเชื่อว่า บิทคอยน์จะช่วยยกระดับชีวิต ของ ประชาชนทั่วโลกได้จริง แต่ก็ต้องแลกมากกับ ความรับผิดชอบที่สูงขึ้น และความ หลากหลายที่มากกว่าเดิม และ ตามมาด้วยความแตกต่าง อาจจะมีความปั่นป่วนอยู่บ้างสำหรับโลกใบใหม่ แต่ผมคิดว่า โลกจะถูกสร้างขึ้นใหม่ด้วย ฐานที่แข็งแรง ทั้งทางเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างกัน

ผมไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องศาสนานะ แต่ในความคิดผม 2 สิ่งนี้มีเหมือนกัน คือ การใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานของความมั่นคง ธรรมะ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ช่วย โดย bitcoin เปรียบเสมือนรากฐานของเศรษฐกิจ ที่มีจุดเริ่มต้นมาจากความแฟร์ การสร้างคุณประโยชน์ ต่อคนรอบข้าง เพื่อ ได้ สิ่งตอบแทน ต้องรับผิดชอบ เพราะไม่มีการเสกเหรียญ เป็นเครดิต แบบระบบเฟียต ใช้ได้แค่เท่าที่มี ไม่มี ได้ก่อน ทำทีหลัง แต่เป็น ลงมือทำก่อน ถึงจะได้ ถ้าจะให้ถูกคงเป็น bitcoin=เศรษฐศาตร์ออสเตรียน=ธรรมะ

Bitcoin = Buddhism

#siamstr

BITCOIN มันไร้ค่า มันจับต้องไม่ได้ มันกินไม่ได้ ถูกต้องครับ มันไม่เคยมีค่า เพราะมันไม่เคย ถูกใคร บัญญัติให้มีค่า ไม่เคยร้องขอ ไม่ต้องป่าวประกาศหรือเรียกร้อง ว่ามันมีค่า มันมีค่า แค่เพราะสาวก เพราะเหล่าคน โง่เง่า ยินยอมที่จะเอาของมีค่าจริงๆไปแลกมันมา ทั้งเวลา ความสามารถ ทรัพย์สิน และนั่นแหละ คือ วิธีการเดียวกับ moneyที่สามารถ รักษามูลค่า ข้ามผ่านกาลเวลาได้ ทำมาก่อน และ พัฒนาชีวิตของมนุษย์อย่าง มั่นคง และยุติธรรม ทำมาตลอด

#siamstr

อยากถามความคิดเห็นทุกคนว่า พรรคการเมืองที่มีนโยบายแบบไหน เหมาะ สำหรับโลกแบบ the bitcoin standard ที่จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตประชากร ให้สามารถมีชีวิตที่มั่นคงและปลอดภัยได้

#Siamstr

#GA

ระบบ"หนี้นิยม" ไม่ใช่ระบบ"ทุนนิยม" ระบบหนี้นิยม ทำลาย ความเป็นมนุษย์ จนแหลกเหลว ทำลาย ความสัมพันธ์ในครอบครัว ทำลาย การเมือง สร้าง นักการเมืองที่ต้องการกอบโกย สร้างความจำเป็นในการลงทุนหนีเงินเฟ้อ การปล่อยกู้สำหรับบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ต้องรับความเสี่ยง ไม่ต้อง skin in the game เพราะ too big too fail การใช้ระบบ fractional reserve สร้าง supplyเงินเพิ่มการมองหนี้ว่าเป็นassetที่มีศักดิ์ศรีเทียบเท่าเงินสดจริงๆทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะมันสามารถทำได้ และการต้องพึ่งพารัฐบาล ทำให้รัฐมีอำนาจมากเกินไป เมื่อรัฐมีอำนาจเบ็ดเสร็จ ก็ไม่ต้องถามความคิดเห็นของประชาชนอีกต่อไป และอำนาจของรัฐก็มาจากเงิน เงินที่รัฐสามารถจะควบคุม ยังไงก็ได้ ทั้ง อัตราดอกเบี้ย ปริมาณ การกู้เพิ่ม และอื่นๆ ส่งผลกระทบให้เงินของแต่ละประเทศ ด้อยค่าลงทุกปีตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ตามมาด้วยความเป็นอยู่ทางการเงินที่ยากขึ้นเรื่อยๆของประชาชน

#siamstr

Adopt Bitcoin or end of humankind, no other option

#siamstr

Replying to 769f80c8...

พูดถึงคำว่า "จับต้องไม่ได้" ได้ยินบ่อยมากกกกกกกกกกก

ไม่รู้ว่ายังไง คนที่บอกว่า btc ไร้มูลค่าเพราะมันจับต้องไม่ได้ อย่างนู้นอย่างนี้ ...

แต่เอาเถอะ ก็เราโตมากับยุคสมัยของเงินตรา ที่เกิดมาเราก็ถือเหรียญ 5 บาท ไปซื้อขนมกินแถวบ้านแล้ว

ความเคยชินมันจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนยากซะด้วย

แต่... ถ้าพูดถึงสิ่งต่างๆรอบตัวทุกวันนี้ ก็จะไม่เอ่ะใจกันสักนิดบ้างเหรอ

ทุกวันนี้เราใช้อะไร ที่เห็นบนหน้าจอ device ต่างๆ แล้วเราไม่จำเป็นต้องจับต้องมันก็ได้ จริงมั้ย

จะส่งข้อความ จดหมาย โทรสาร โทรศัพท์ ประชุม คุยงาน ที่จับต้องได้ มาสู่การส่งอีเมล วีดีโอคอล คอนเฟอร์เร้น จับต้องไม่ได้ แต่เราเห็นว่ามันมีอยู่และใช้ได้

จะดูสื่อ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม การเปลี่ยนจาก จับต้องม้วนวีดีโ ซีดี ดีวีดี ยัดใส่เครื่อง มาสู่การดูผ่านเน็ต ตาดู หูฟัง ได้เหมือนกัน ไม่ต้องจับต้องอะไรให้มันหนัก เก็บให้มันเปลืองพื้นที่

สินค้าต่างๆในร้าน ถูกยกเข้ามาใส่ในแอปให้เราได้เลือกดู ค้นหา คัดกรองได้โดยไม่ต้องถ่อสังขารไปหลายที่ให้เสียเวลา

มาถึงทองคำ เงิน เหรียญ กระดาษ สู่การกดตัวเลขส่งให้กันบนหน้าจอที่ไม่ต้องจับต้องอะไรเหมือนเดิมแล้ว แต่เราดันเชื่อถือตัวเลขบนหน้าจอ ++-- นั่นไปแล้ว

อะไรที่เปลี่ยนไป

ไอ้ที่ว่า จับต้องไม่ได้ เหล่านี้ มันทำให้เราเข้าถึง ที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้

คุณเก็บเอกสาร แผ่นเพลง ดีวีดี ม้วนเทป แผ่นเกม แบงค์ร้อย แบงค์พัน อยู่ที่บ้าน คุณมีข้อจำกัดระยะทาง+เวลา+น้ำหนัก ทันทีที่อยากใช้มัน

สิ่งต่างๆที่กลายเป็นดิจิตอลเหล่านี้ เราใช้ได้ เราเห็นมัน เข้าถึงมันได้ เราจ่ายเงินซื้อมัน เราเชื่อมัน แม้ไม่ต้องจับต้อง แต่เราใช้ประโยชน์จากมัน ผ่าน device ต่างๆ ที่เราเอาไว้ใช้งานมัน และทรงประสิทธิภาพสุดๆ จนกลายเป็นวิถีประจำวัน และเคยชินมาระยะนานพอสมควร

ข้อมูลดิจิตอลเหล่านี้มันมีตัวตน ถูกเก็บอยู่บน server ที่ไหนสักแห่งบนโลก รอให้คุณเรียกใช้มันได้ทุกเมื่อ นี่แหละ ไม่รู้สิ ผมเรียกของแบบนี้ว่าสิ่งที่จับต้องได้

แต่เราก็รู้ดีว่า มันมีใครสักคน บริษัทสักที่ องค์กรสักแห่ง คอยตั้ง server ให้บริการพวกนี้อยู่ มันมีมูลค่าของมัน

แล้วกับเรื่องเงินละ จาก เหรียญ , กระดาษ กลายเป็นตัวเลขบนหน้าจอวิ่งไปวิ่งมา ใช้กันอยู่ทุกวัน !! แล้ว.. เดี๋ยวนะ ถ้างั้นเงินมันก็เป็นแค่ตัวเลข +- ทางคณิตศาสตร์น่ะสิ ใช่ๆ แล้วธนาคารก็เป็นตัวกลางคอยเก็บข้อมูล 1 2 3 4 ... ใครโอน ใครรับ ให้พวกเราอยู่ไง เค้าก็มี server ของเขา คอยเก็บบันทึก คอยรักษา คอยสำรองข้อมูลให้เราอุ่นใจ ว่ามันมีตัวตน ทำงานถูกต้องปลอดภัย ไม่เคยล่ม(มั้ง) ให้พวกเรายังไงล่ะ มันจับต้องงงได้ดดด

แล้วเค้ามี server อยู่กี่ที่

ไม่รู้เหมือนกัน 3-4 ที่มั้ง หรืออาจจะ 10-20 ที่

ข้อมูลสำคัญขนาดนี้ ต้องเป็น 100 ที่แหละ ห๊ะ เอาต้นทุนจากไหนกันมาทำ แล้วดูแลยังไงให้ข้อมูลถูกต้องตรงกันล่ะ

เอ่อ.. ยอมรับว่าไม่รู้จริงๆ แต่เอาเป็นว่าจับต้องได้ เชื่อถือได้ล่ะกัน และยังมีกฎหมายคอยปกป้องผู้ใช้งานอย่างเราๆอีกนะ

แล้ว bitcoin ละ ของที่จับต้องไม่ได้ มันเก็บข้อมูลธุรกรรมที่ไหน กีที่ ใครดูแล ใครเช็คความถูกต้อง ใครคุมกฎให้มัน

สั้นๆละกัน node ระดับหลักหมื่นถึงแสนแห่ง ที่กำลังรันระบบร่วมกันนั่นแหละ กับกำลังไฟฟ้าจำนวนมากที่พิสูจน์ว่าเกิดขึ้นจริง แข่งกันรักษาความปลอดภัยคอยยืนยันธุรกรรมให้กับผู้คนที่ใช้งานมันอยู่ ทั่วโลก พร้อมกัน ไปด้วยกัน

จับต้องไม่ได้งั้นเหรอ ไม่รู้สิ เครื่องจักรที่คอยคำนวน 1+1=2 ให้อยู่ทุกหนทุกแห่งทั่วโลกตัวนี้นี่แหละ ที่ผมแม่งเรียกว่าจับต้องได้มากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาแล้ว แล้วมนุษย์จะสร้างอะไรขึ้นมาทำงานบนเครื่องจักรคณิตศาสตร์ตัวนี้ได้อีกนะ....

#siamstr

https://m.primal.net/HcwI.webp

โอนพร้อมเพย์ก็จับต้องไม่ได้ เห็นรับทุกร้าน

จงเผื่อที่ว่างให้ความไม่รู้ เพราะบางครั้งสิ่งที่เรารู้มันอาจไม่ใช่สิ่งที่ถูกที่สุด แต่มันยังไม่เจอจุดที่ผิด ถ้าเราเลือกที่จะเชื่อในความรู้โดยไม่สงสัยมันเลย อาจทำให้เจอหายนะในภายหลัง แต่ถ้าเราเลือกที่จะไม่เชื่อมันเลย มันก็จะกลายเป็นการเสียประโยชน์ ดังนั้นจงเข้าใจและเผื่อที่ว่างเล็กๆไว้สำหรับการ "คิดผิด" และพยามอย่าดื้อดึงไปกับความรู้ที่เรามี มากเสียจน ความรู้นำ หายนะมาให้ เพราะ สิ่งที่เราคิดว่าจริงๆแล้วเราเข้าใจมาตลอด เราอาจไม่เข้าใจมันเลยแม้แต่นิดเดียว

#m=image%2Fjpeg&dim=1107x1082&blurhash=%7CrD-%3FZWYH%3Dn%7Et6a%7DX8jYof%3F%5Eayo%23flaKaebboffkxUj%40x%5DWCbcj%5DV%40oJaytSjsoJa%7DX8a%7Djsj%5BWAWVjZofbHV%5Bj%40kCfkj%5BR%2Bj%5BaKayfkj%5BWBayofRkj%40V%5Bj%5BjsaebHa%7CjZWBfkjFf5fkj%5Bj%5Ba%23a%7CaxaykBj%5Bjsj%3Fj%5BbHWC&x=2ed82cfe043ea7a85ef49e01202fa89eaa6a9c5c11fef0cf767b497c2244fb54

การลงทุนมีความเสี่ยง

แต่การไม่ลงทุนเสี่ยงกว่า

แต่ที่เสี่ยงที่สุดคือลงทุนทั้งๆไม่เข้าใจความเสี่ยงจริงๆ

#siamstr