Avatar
BKMiner
90a49390d066aee98fe786286355aac76ef02ac98dfc89ebb467decfefe81558
❌Bitcoiner ✅Degen Want to follows someone with bitcoin technical, fundamentals or philosophical wisdom ? 👉Just follow someone else🤣

ศัตรูยิ่งแกร่ง = ยิ่งน่าภาคภูมิใจ (และสาแก่ใจ) เมื่อโค่นมันได้

This truth gonna be fact checked by ai

Mindset การแพทย์แผน mainstream 😩

คำพูดสวยหรูดูเท่ “รักษาคน ไม่ได้รักษาตัวเลข” แต่สุดท้าย สิ่งที่คุณใช้ตัดสินใจ ก็คือตัวเลขอยู่ดีน่ะแหละ 🫢

เสริม :

คุณมั่นใจได้มั้ยล่ะ ว่ายาที่ให้คนไข้คุณกินมันปลอดภัยจริงๆ

ไม่กี่ปีมานี้จู่ๆยา first line แสน safe and effective ที่ใช้มาหลายสิบปีอย่าง metformin ก็กลายเป็นยาสุดอันตรายที่มีสารก่อมะเร็งปนเปื้อน

ไหนจะยากลุ่ม Angiotensin receptor blocker (-sartan) ทั้งหลาย ที่จาก 1 ใน 4 first line drug for hypertension แสน effective อยู่ดีๆก็มี nmda ที่เป็นสารก่อมะเร็งโผล่มาเต็มท้องตลาดเรียกคืนกันไม่หวาดไม่ไหว

มียาหลายตัวมากนะ ที่ 10-20 ปีแรกที่บริษัทยาทำ paper การตลาดอยู่ มันไม่แผลงฤทธิ์ adverse effects ซ่อนเร้นต่างๆ สมัยก่อนผมก็ใช้ ranitidine มาก่อนแล้วจู่ๆก็มีสารก่อมะเร็งปนเปื้อนติดมาเฉ้ย

เปลี่ยน mindset เถอะถ้าอยากรักษาผู้ป่วยจริงๆ

#siamstr

สมัยนั้นเวลาไปรูด แคชเชียร์จะต้องปฏิเสธการรูดบัตรที่ไม่มีลายเซ็นต์หลังบัตร แต่ฝั่งลูกค้าเองก็สู้กลับโดยการงั้นกรูไม่รูดไปรูดร้านอื่น เพราะกลัวว่าเซ็นต์ไว้แล้วพอบัตรหายจะทำให้โจรที่เอาบัตรไปรู้วิธีเซ็นต์

ทำให้แคชเชียร์ต้องชั่งน้ำหนักระหว่าง ได้ยอด หรือ เสียยอดเพื่อทำตามกฎที่ช่วยรักษาความปลอดภัย(?)

ตัดภาพมาที่ ปจบ. บัตรที่ออกใหม่น่าจะไม่มีที่ให้เซ็นต์แล้วรึป่าวนะ 55555

พอ bull market กลับมา ผมได้เห็นหลายๆคนเอาเหล่า non believers ไปแขวนในกลุ่ม siamnese

แต่แม่งไม่มีใครแขวนคนๆนี้เลย ผมเลยพลีชีพแขวนเองละกัน 55555

จริงๆเขาเป็น trader ที่เข้าใจตลาด และเข้าใจโลก และสิ่งที่เขาสอนในช่องเขาและในหนังสือเขาก็มีประโยชน์มากๆนะ

ผมเคยแนะนำให้คนในนี้ไปฟังคลิปเขาด้วยซ้ำ

แต่ผมก็แค่อดสะใจไม่ได้ ที่เห็นคนที่ core คือการ stay stoic, stay humble and no predict ตลาด, no ego แม่งได้แหกกฎของตัวเอง ออกมา predict แบบ base on ความไม่เข้าใจใน bitcoin ไม่สิ ความไม่เข้าใจใน “เงิน” อย่างถ่องแท้ ของตัวเอง

ถ้าใน #siamstr อยากรู้ว่าเขาพูดอะไรให้ผมเอามาแขวนในนี้ ก็ลองไปฟังได้นะครับ เพื่อความบันเทิง🤭

ปล.แต่ content เขาดีจริงๆนะถึงผมจะเลิกตามเขามาเป็นปีแล้วแต่ก็คิดว่าคุณภาพเขายังคงอยู่เสมอแหละ 5555

Replying to Avatar Somnuke

ราคาบ้านมันอยู่ในจุดที่คนส่วนใหญ่เกินจะเอื้อมถึงแล้ว

ทุกวันนี้มันไปกันใหญ่แล้ว การจะมีบ้านหลังน้อยๆ ซักหลังกลายเป็นเรื่องยากเย็นแสนเข็ญ สำหรับคนวัย 30-40 ปี แบบผม ที่ควรจะมีบ้านเล็กๆ สักหลัง มีลูกอย่างน้อย 1 คน

แต่กลับไม่มีอะไรเลย...เข้าวัยกลางคนแล้วส่วนใหญ่ยังสร้างเนื้อสร้างตัวกันไม่ได้ จะเก็บเงินซื้อสดก็ไม่มีวันไล่ราคาบ้านทัน จะกู้ซื้อก็ต้องกัดฟันอยู่แบบอัตคัทขัดสนไปจนเกษียณ

ส่วนคนที่เก่งกว่าค่าเฉลี่ยของประชากร ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน มีรายได้สูงซึ่งมีสัดส่วนน้อยมาก ก็จะกว้านไล่ซื้อที่ดินมาถือครองให้มากที่สุด ซื้อแล้วก็ไม่ได้อยู่อาศัย บางคนแทบไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลยด้วยซ้ำ ทำไปทำไมกัน?

ใครหลายคนคงคิดว่ามันคือเรื่องปกติ เดี๋ยวนี้ราคาที่ดินมันก็แพงแบบนี้แหละ เพราะความเจริญมันเข้าถึง มูลค่ามันเลยเพิ่ม

แต่จริงๆ แล้วมันโคตรผิดปกติ ทุกคนกำลังซื้อมันในราคาที่สูงกว่าความเป็นจริงไปหลายเท่า เพราะมันกำลังถูกใช้งาน "ผิดประเภท" มันมีความต้องการแฝงจำนวนมหาศาลที่แอบซ่อนอยู่

ตอนนี้แทบไม่เหลือโอกาสให้เราซื้อของถูกหรือในราคาที่เหมาะสม เหมือนคนรุ่น Baby Boomers หรือ GenX เคยมี เพราะมันถูก "แย่ง" ซื้อจนผลักราคาไปไกล แม้ในพื้นที่ทุรกันดารมันก็ยังมีราคาสูงกว่าที่ควรจะเป็น

คงมีแค่ไม่ถึง 1% ของประชากรที่สามารถซื้อบ้านหรือที่ดินได้โดยไม่เป็นหนี้ ผู้คนทั่วไปทำงานทั้งชีวิตแต่สามารถซื้อที่ดินได้แค่แปลงเดียว และจะซื้อได้ด้วยการกู้เท่านั้น ซึ่งต้องผ่อนไปจนเกษียณ ได้เป็นเจ้าของบ้านจริงๆ แค่ไม่กี่ปีก็ตายห่าน

และมันยากขึ้นทุกวันๆ หลายคนก็ขยันทำมาหากิน ดิ้นรนทุกวิธีทางแล้วแต่มันไม่พอ เรากำลังเข้าสู่ยุคที่ผู้คนทำงานทั้งชีวิต ทั้งที่หน้าที่การงานรวมถึงรายได้ก็โอเค แต่ไม่มีปัญญาซื้อบ้านได้สักหลัง

ที่ดินมันแพงมหาโหดเพราะ demand ที่ควรจะมาจากแค่ 1 ความต้องการ มันกลับมาจากความต้องการถึง 3 ส่วน

1. เพื่อใช้ประโยชน์ เช่น อยู่อาศัย ทำธุรกิจ ทำเกษตร ทำนู่นนี่

2. เพื่อรักษามูลค่า (store of value) แทนเงินที่มันเสื่อมค่าตามกาลเวลา

3. เพื่อเก็งกำไร

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ตั้งต้นมาจากสาเหตุเดียว คือ เพราะเรามี "เงินมันเxี้ย" มันไม่สามารถเก็บรักษามูลค่าได้ ผู้คนจึงต้องหาอย่างอื่นมาเก็บรักษาความมั่งคั่งแทนเงิน ซึ่งอันดับ 1 หวยมันไปตกอยู่ที่ "ที่ดิน"

มันเก็บรักษามูลค่ามั่นคงที่สุด เสี่ยงน้อยที่สุด คงทนข้ามผ่านกาลเวลาและส่งต่อให้คนรุ่นหลังในครอบครัวได้ ถ้าไม่เกิดสงคราม หรือรัฐบาลเพี้ยนไล่ยึดที่ดินประชาชน ก็คงไม่มีปัญหาอะไร

ข้อ 2 กับ 3 นี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้มันแพง คนร่ำรวยทุกคนไม่ได้ซื้อที่ดินเพื่ออยู่อาศัยหรือใช้งาน

นึกๆ ไป คนในยุคหินอาจจะมีชีวิตที่ดีกว่าเรา ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมาย บ้านก็ไปจองที่ว่างๆ ในถ้ำเอา เดือนๆ นึงทำงานไม่กี่วันพอ ไปล่าวัวแพะแกะกวางมาซักตัว แล้วตากแห้ง กินทั้งครอบครัวได้เป็นอาทิตย์ หมดแล้วก็ค่อยออกไปล่าใหม่ ไม่ต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 ฝ่ารถติดออกไปทำงานแทบทุกวัน ไม่เหลือเวลาให้ครอบครัว เพื่อแค่มีกินไปวันๆ และรู้ตัวอีกทีว่าสิ้นเดือนมันไม่พอแดก

เมื่อวันนึงโลกเรากลับมามี "เงินที่ดี" อีกครั้ง

demand ในส่วน store of value และ เก็งกำไร ก็จะลดน้อยลงไปเรื่อยๆ เพราะผู้คนไม่จำเป็นต้องใช้ที่ดินทำหน้าที่เก็บรักษามูลค่าแทน "เงิน" ที่เสื่อมค่าลงทุกวัน

คนก็จะตัดสินใจซื้อเพื่อแค่อาศัยกันมากขึ้น ราคาที่ดินมันก็จะสมเหตุสมผลมากขึ้น ไม่เหมือนทุกวันนี้ที่คนแย่งซื้อกันเป็นบ้าเป็นบอ คนทั่วไปที่ต้องการแค่อยู่อาศัยก็ไม่มีกำลังพอจะไปแย่งด้วย

เรากำลังถูกบังคับให้ใช้ "เงินเฟียต" ที่ไม่มีคุณสมบัติดีพอที่จะเป็นเงิน มันคือตัวการที่นำพาความล่มสลายมาสู่อารยธรรมมนุษย์ในแทบทุกส่วน และที่ดินเป็นแค่เพียงตัวอย่างเดียว

Fix the money fix the world

#Siamstr

แล้วพอจะร่วงๆก็เอาเงินแมงเม่า ไม่สิ เงินที่บังคับให้กรูลงทุนกองทุนเนี่ยไปอุ้มไม่ให้มันร่วง

วันก่อนไปเจอคอมเมนท์นึง ใจความประมาณว่า

ตั้งแต่โควิดมา เหมือนการทำhomeschoolมันง่ายขึ้น ควรจะมีกฎเกณฑ์อะไรมากกว่านี้มั้ย เพราะมันจะมีเด็กที่ขี้เกียจไปรร. หรือทำตามกฎรร.ไม่ได้ มาเรียนhsกันเพราะอยู่บ้านมันอิสระกว่า พ่อแม่บางคนก็ไม่ใส่ใจ ยอมให้ลูกไม่ต้องไปรร. ควรคัดให้เฉพาะบ้านที่จำเป็นจริงๆทำได้รึป่าว

(เหมือนกลัวเสียชื่อเด็กhs ว่าทำไมไม่เก่ง ทำไมขี้เกียจ และตอนหลังเค้าลบเม้นไปไม่ได้แคปไว้)

เราก็ตอบไปประมาณนี้

ทำไมเด็กทุกคนต้องขยันอยากไปรร.?

ถ้ามันน่าเบื่อ ไม่สนุก ต้องเรียนเรื่องที่ไม่ได้สนใจ

ไม่มีสิทธิ์เลือกว่าอยากเรียนอะไร ไม่อยากเรียนอะไร

และถ้ารร.เต็มไปด้วยกฎไร้สาระ

เราก็ต้องยินดีทำตามงั้นหรอ?

การทำhs เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน

ที่ไม่ควรต้องคัดคน ทุกคนควรมีสิทธิ์ที่จะเลือกได้

พอผมเห็นพวกที่ชอบเรียกร้องให้รัฐบาลหรือมีหน่วยงานมา regulate my ass harder baby หรือ shut up and take my freedom นี่รู้สึกสมองตื้อกะการหาคำพูดแย้งพวกเขามากนะ รู้สึกอยากพูดไปสั้นๆแค่ว่า ไอพวกสมองหมาปัญญาควาย

Replying to Avatar Panai Lawasut

ออกตัวก่อน : โน้ตนี้ไม่น่าจะให้ value กับใครทั้งสิ้นในทุ่งม่วงนี้ ฉันบ่นถึงคนรอบตัวฉันบน social กระแสหลักล้วนๆ ข้ามได้ข้าม ถ้าข้ามไม่ได้ เราหัวอกเดียวกัน 😘

ฉันทำ if มานานแล้ว ตั้งกะยังไม่รู้จักบิทคอย ตั้งกะหมอป๊อปยังไม่เริ่มทำช่องเลยด้วยซ้ำ แค่นับเฉพาะที่ทานวันละมื้อก็ 6-7 ปีแล้ว

ช่วงแรกที่เริ่มเข้าใจไอเดียของการดูแลสุขภาพมันเปิดโลกมากเลย มันเหมือนตอนเริ่มเข้าใจบิทคอยเลย

ฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ทุกคนบนโลกควรรู้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนรอบตัวที่ฉันรัก ฉันกระหน่ำดูคลิปพวกนี้เป็น 1,000 ชม. ทั้งไทยและเทศ เพราะเพื่อจะได้เข้าใจมันจริงๆแล้วเอาไปเล่าต่อได้ โดยเฉพาะช่วงที่หมอป๊อปเริ่มทำคลิป ความรู้ความเข้าใจมันเพิ่มขึ้นเยอะมาก แถมมีคลิปป้ายยาส่งต่อให้คนอื่นดูได้อีกเพียบ

ช่วงนั้นมันเหมือนมีคำว่า if อยู่บนหน้าพากฉัน คุยอะไรกับใครก็จะคอยพาบทสนทนามาเข้าเรื่องนี้ตลอด ก็ฉันคิดว่าเรื่องนี้มันสำคัญจริงๆนิ

แต่ก็ไม่ต่างจากการป้ายยาส้มเลย พูดเรื่องการเงินทุกคนเข้าใจว่าสำคัญ พอเล่าไปถึง solution คนส่วนใหญ่กลับส่ายหน้า เรื่องสุขภาพฉันให้ความสำคัญมากกว่าเรื่องการเงินอีก พอเล่าถึงวิธีการปรับพฤติกรรมเพื่อสุขภาพ คนส่วนใหญ่กลับยอมแพ้

มันเป็นเรื่องเข้าใจได้ แล้วฉันก็ไม่คิดจะไปตัดสินวิธีคิดของคนอื่น เราอยู่ในเกมส์ที่ถูกสื่อกระแสหลักหล่อหลอมมาให้เป็นแบบนี้อยู่แล้ว

แต่พอหนักเข้าเรื่อยๆ ฉันเองแหละที่เริ่มยอมแพ้ที่จะเล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟัง เพราะสุดท้ายมันกลับให้ผลตรงกันข้ามกับความตั้งใจของเรา

หลายๆคนกลับกลายมาเป็นห่วงเราแทน หลายๆคนมองเราว่าถูกลัทธิอะไรซักอย่างล้างสมอง หลายครั้งเราถูกเอาไปเป็นโจ๊คในวงสนทนา

ฉันเลิกพูดถึงเรื่องการดูแลสุขภาพไปนานละ แม้กระทั่งเวลามีคนมาบ่นเรื่องสุขภาพให้เราฟัง แล้วเราก็รู้วิธีการแก้ไขด้วย ฉันยังไม่พยามจะเล่าให้ฟังเลย

และมันทำให้ฉันอยู่ของฉันได้อย่างสงบมานานแล้ว

แต่วันนี้มันจะอะไรกันหนักกันหนา..!!!

ฉันลบ FB ไปพักใหญ่แล้ว จะมีดราม่าอะไรกันก็ไม่รู้เรื่องเลย (แต่นี่คือเหตุที่ลบมันไม่ใช่รึ) กลับมีคนรอบตัวแคปโพสไม่ก็เซฟรูปงานวิจัยที่รายงานโดย AHA ส่งมากันเต็มไปหมด (จริงๆก็ไม่เยอะหรอก แต่มากกว่า 2 ก็ดูผิดวิสัยละ)

จริงๆฉันก็ไม่สนใจหรอก คิดว่าก็ไม่น่ามีอะไรต่างจาก narrative เดิมๆ แต่พอเริ่มมีคนที่3 ส่งมานี่ฉันเริ่มหงุดหงิดละ ถึงกะต้องตามไปดู

แล้วก็พบว่า เอ๊า..มันก็ไม่มีอะไรนิ !! งานวิจัยก็ไม่ใช่ตัวเต็ม เอาแค่เรื่องกลุ่มตัวอย่างคนทำ if 20,000 คนนี่ ฉันก็ตกใจละ มึงไปหามากจากไหนวะ fat adapted กันหมดแล้วมั้ย คงไม่ใช่ไปบังคับเอาคนมางดอาหาร 16ชม. จนเครียด แล้วตรวจเจอคอติซอลเต็มเลือดไปหมดแล้วบอกว่าเสี่ยงหัวใจนะ ถ้างั้นพระพุทธศาสนาคงไม่อายุ 2 พันกว่าปีได้หรอกมั้ง พระสงฆ์คงอาพาธกันหมดแล้ว

ทุกคนที่พยามถามกันมาหลังไมค์ด้วยความเป็นห่วง ขอบคุณมากที่เป็นห่วงกัน แต่เอาจริงๆ รู้มั้ยฉันคิดอะไรอยู่

พวกเอ็งมันอ่อนไง..!!!! เป็นพวก Loser ไง..!!!

พวกเอ็งก็แค่พยามหาความชอบธรรมให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น พวกเอ็งมันวินัยต่ำ เอาชนะความต้องการของตัวเองไม่ได้ เลือกแต่อะไรที่มันง่ายกว่าก่อน เข้าใจอยู่ว่าสื่อสังคมมันสอนเรามาอีกแบบแต่พวกเอ็งก็ไม่เปิดใจรับฟัง เพราะมันง่ายกว่าที่จะเชื่อแบบเก่า ทำเหมือนที่คนอื่นเค้าทำกันมันเพลย์เซฟ

ถ้าแค่ใจตัวเองยังเอาชนะไม่ได้ พวกเอ็งอย่าหวังเอาชนะเรื่องอื่นบนโลกเฟียตๆนี้เลย ไม่ต้องเลยเถิดไปคุยกันเรื่อง POW หรอก พวกเอ็งทำมันไม่ได้แน่

แล้วไม่ต้องพยามใช้คนอื่นเป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองรู้สึกผิดน้อยลง ฉันมองข้ามเรื่องนี้ไปนานแล้ว ฉันมองพวกเอ็งด้วยความสงสารด้วยซ้ำ

แม่งเอ๊ย..พูดแล้วขึ้น!!

สบายใจละ..ขอบคุณพื้นที่ทุ่งม่วง ฉันคงไม่กล้าไปบ่นบนโลกโซเชียลกระแสหลัก ไม่รู้ไอ้เรื่องนี้มันไวรัลขนาดนี้ได้ไง แต่ดูแล้วร้านขนมเฟียตของฉันคงอยู่ไปอีกนานแน่นอน 5555555 🤭🤭🤭

พ่อค้ายาบ่นพ่อค้ายาด้วยกัน

เห็นหมอบ่น อยากบ่นมั่ง

#ToffeecakeCartel

#siamstr

เพื่อนร่วมรุ่นผม ทั้งสายโรงบาล ร้านยา แห่กันแชร์ยกใหญ่ แถมยังเห็นผู้ใหญ่ที่ท่าทางเก่งๆในวงการบางท่านแชร์แล้วก็ออกความเห็นแนวด้อยค่าการ IF

แรกๆผมก็หงุดหงิดเหมือนกัน คือสงสัยว่าเห้ยไหนบอกอ่านเปเปอร์เก่งจับผิดเปเปอร์เก่งไง พอมาเจอเปเปอร์ที่ข้อบกพร่องเยอะชิบหายอารมณ์เหมือนเอาคนบวกเลขไม่เป็นมาเขียนเปเปอร์แคลคูลัสเลยนะเว่ยพวกแม่งก็ให้ค่ากันจั้ง ทีตอนหมอธีรวัตน์มาพูดเรื่องลิ่มเลือดพวกมึงบอกทฤษฎีสมคบคิด

อยากจะเม้นลงไปว่า แม่งเอ้ย พวกเมิงโดนไซ้คิ้กบีคึ่นล้างสมองอยู่หรอออ

แต่คิดอีกมุมนึงก็รู้สึกว่า เอออย่างน้อยตอนนี้กูก็แซงหน้าพวกมึงทั้งหมดละในทางด้านการออกจากถ้ำเพลโต เพราะเรา immune to mindcontrol

ถ้าคุณเพิ่งรู้จักบิตคอยใน bull run นี้ แล่วเข้ามาในกลุ่มเฟสบุ้ก siamnese bitcoiner แต่มาไม่ถึง #siamstr ก็เหมือนคุณคุยกะเธอจนได้ไปถึงห้องเธอแล้วแต่ดันเอาแต่นั่งดู netflix

อาจไม่ต้องถึงขั้นไปใช้ในคอมนะ พวก browser based client เช่นพวก iris.to มันสามารถกดรูปแชร์ แล้วกด add to Home Screen มาใช้งานลักษณะคล้าย app ที่ install เอาไว้ได้ มันอาจช้าหน่อยนึงขึ้นกะรุ่น iphone ที่เราใช้

สิ่งนึงที่ nostr ทำให้ตัดสินใจได้ก็คือ มือถือเครื่องต่อไปกรูไปเอาเมิงแล้ว iphone 😡

ผมไม่เคยใช้นะ ผมขี้เกียจนั่งใส่ nsec หลายอันและขี้เกียจเปลี่ยนโปรไฟล์ 5555555555

เอาจิงๆใช้ท่า exploit บ่อยๆก็อาจไม่ค่อย healthy ต่อใจเราเองในระยะยาวครับ เพราะเราใช้ความไม่จริงใจไปปฏิสัมพันธ์กะคนที่จริงใจ มันน่าจะรู้สึกแปลกๆในใจนะ 5555555