น่าเบื่อจริงๆครับ
หมายถึงพวกที่ชอบว่าเกมอื่นเนี่ยแหละ
อยากย้อนเวลากลับไปเถียงว่าเกมที่มันมีคนเล่นแล้วติดเป็นวงกว้าง = ตลาดได้พิสูจน์แล้วว่ามันมีอะไรดีพอที่จะทำให้คนมาเล่นเฟ่ย
ว่าไปนั่น จิงๆสมัยเด็กๆผมก็ชอบบูลลี่เพื่อนที่เล่น LOL เหมือนกัน ว่าอะไรวะเกมชื่อ olo (แต่พอเพื่อนเอาให้ลองเล่นก็ respect อยู่นา ภาพมันสวย มันว้าวมากสำหรับคนที่ที่บ้านคอมตามไม่เคยทันสเปคเกม😂)
ถ้าตลาดออกข้างแกอาจกลับมาพร้อมสมการกำลัง 3 555555555
ผมว่าแกเข้าใจสร้างคอนเท้นเรียกความสนใจนะ คือถ้าแกแค่ตี trendline แบบ นัก TA คนอื่น คอนเท้นมันจะซ้ำไง แกเลยโชว์เหนือนั่งเซฟราคาลง spreadsheet แล้วลาก regression แม่มเลย 5555555555
คือถึงแม้มันจะดูไม่น่าใช่ผลงานที่เกิดจากสติปัญญาระดับ ดร. แต่มันได้เอนเกจไง 5555555
ถ้าเชื่อในทฤษฎีสมคบคิดที่มองว่ามีกลุ่มชายชุดดำลงขันจ้างให้แกทำคอนเท้นต่อต้านบิตคอยเพื่อให้คนรุ่นใหม่เติมเงินให้ตลาดหุ้นและอสังหา ก็คือว่าแกทำได้สำเร็จ kpi ของชายชุดดำแหละ 5555555

***Project 259 ***เป็นโครงการวิจัยลับที่ริเริ่มขึ้นโดยสมาคมน้ำตาลแห่งสหรัฐฯ (Sugar Research Foundation) ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นสมาคมอุตสาหกรรมน้ำตาล (Sugar Association)
เพื่อศึกษาผลของการบริโภคน้ำตาลซูโครสต่อสุขภาพ ภายใต้การดำเนินงานของนักวิทยาศาสตร์จาก University of Birmingham ประเทศอังกฤษ เพื่อศึกษาผลของการบริโภคน้ำตาลซูโครส(น้ำตาลทราย)ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อมโยงระหว่างน้ำตาลกับโรคหัวใจและเบาหวาน [1]
การทดลองได้ดำเนินการในหนูทดลองทั้งเพศผู้และเพศเมีย โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ได้รับอาหารซึ่งมีน้ำตาลซูโครสในสัดส่วนสูงถึง 67% และกลุ่มที่ได้รับอาหารซึ่งใช้น้ำตาลจากแป้ง (Starch) ในสัดส่วน 43% เป็นระยะเวลายาวนานกว่า 20 สัปดาห์
ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มหนูที่ได้รับน้ำตาลซูโครสมีระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูงกว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำตาลสตาร์ชอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยความแตกต่างนี้เด่นชัดมากในหนูเพศผู้ นอกจากนี้ยังพบว่ากลุ่มที่ได้รับน้ำตาลซูโครสมีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีสูงกว่าถึง 2 เท่า และมีความผิดปกติของระดับกรดไขมันและเอนไซม์บางชนิดในลำไส้ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญของการเกิดโรคหัวใจและเบาหวาน [1][2]

แม้ผลการศึกษาจะบ่งชี้ถึงอันตรายของการบริโภคน้ำตาลซูโครสในปริมาณสูงอย่างชัดเจน แต่ทางสมาคมน้ำตาลฯ กลับตัดสินใจระงับโครงการในปี 1970 โดยไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลการค้นพบเหล่านี้แต่อย่างใด ในจดหมายที่หัวหน้าโครงการเขียนถึงสมาคมฯ ได้ระบุว่า ถึงแม้ผลงานวิจัยชิ้นนี้จะมีคุณูปการอย่างยิ่งต่อวงการวิทยาศาสตร์ แต่ข้อสรุปที่ได้อาจส่งผลกระทบในทางลบอย่างร้ายแรงต่ออุตสาหกรรมน้ำตาล จึงนำมาสู่การตัดสินใจที่จะฝังเรื่องนี้เอาไว้ ไม่ให้ข้อมูลหลุดรอดออกไปสู่สาธารณะ [1][3]
ข้อมูลเกี่ยวกับ Project 259 ถูกเปิดเผยสู่สาธารณะเป็นครั้งแรกในปี 2017 โดยคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานฟรานซิสโก (UCSF) ซึ่งได้ค้นพบเอกสารลับเหล่านี้จากคลังจดหมายเหตุที่มหาวิทยาลัยเป็นผู้เก็บรักษาไว้ [4] การเปิดเผยในครั้งนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ให้เห็นว่า วงการอุตสาหกรรมน้ำตาลรับรู้ถึงอันตรายของน้ำตาลที่มีต่อสุขภาพมาเป็นเวลานานหลายทศวรรษแล้ว แต่กลับเลือกที่จะปกปิดความจริงและบิดเบือนข้อมูล เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางธุรกิจของตนเอง [1][5]

ความคล้ายคลึงของกรณี Project 259 กับพฤติกรรมของอุตสาหกรรมยาสูบในอดีตนั้น เห็นได้ชัดเจนอย่างยิ่ง ทั้งในแง่ของความพยายามในการสร้างงานวิจัยที่มีอคติเพื่อปกป้องสินค้า การสร้างข้อกังขาต่อข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ขัดแย้งกับผลประโยชน์ขององค์กร และการใช้อิทธิพลทางการเมืองเพื่อขัดขวางมาตรการกำกับดูแล [6][7] จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนให้เห็นถึงความจำเป็นในการกำกับดูแลอุตสาหกรรมอาหารอย่างเข้มงวด และสร้างความโปร่งใสในการวิจัยและการสื่อสารข้อมูลสู่สังคม เพื่อปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชน [5][8]
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งการบริโภคน้ำตาลเกินความต้องการ โดยเฉพาะจากเครื่องดื่มรสหวานและอาหารแปรรูป กลายเป็นปัจจัยสำคัญของการระบาดของโรคอ้วนและเบาหวานชนิดที่ 2 ในวงกว้าง [9][10] ส่งผลให้เกิดภาระอันใหญ่หลวงต่อระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจ และสังคม ตลอดจนสร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วยและครอบครัวเป็นอย่างมาก [11][12]
หากอุตสาหกรรมน้ำตาลเลือกที่จะดำเนินการแตกต่างออกไป มีความโปร่งใสและใส่ใจต่อข้อมูลงานวิจัยของตนเอง ไม่ปกปิดข้อเท็จจริง ประชาชนอาจจะได้รับข้อมูลและการศึกษาเกี่ยวกับโทษภัยของน้ำตาลมาตั้งแต่หลายทศวรรษก่อน และแนวทางการป้องกันปัญหาสุขภาพที่เกี่ยวข้องก็อาจจะถูกนำมาใช้ตั้งแต่ในจุดเริ่มต้น ซึ่งน่าจะช่วยลดขนาดและความรุนแรงของวิกฤตที่เกิดขึ้นในปัจจุบันลงได้มาก [5][13]
การเดินตามรอย "บาปของธุรกิจยาสูบ" จึงยิ่งแสดงให้เห็นเด่นชัดว่า การปกป้องผลกำไรของธุรกิจโดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่เกิดขึ้นกับสุขภาพของผู้บริโภค นับเป็นความประมาทเลินเล่อและขาดความรับผิดชอบอย่างร้ายแรง ที่จะสร้างความเสียหายต่อปัจเจกบุคคล ชุมชน และสังคมโดยรวม อย่างกว้างขวางและยาวนาน เป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ยากจะเยียวยา ด้วยเหตุนี้จึงถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันต่อต้านและตรวจสอบการประพฤติมิชอบของอุตสาหกรรม [14] ควบคู่ไปกับการลงทุนในมาตรการป้องกันและควบคุมการบริโภคน้ำตาลเกินพอดี [15][16] เพื่อให้เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาพที่ดีของประชาชนทุกคน และป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์อันเลวร้ายนี้ต้องซ้ำรอยอีก
เอกสารอ้างอิง:
[1] Kearns, C. E., Schmidt, L. A., & Glantz, S. A. (2016). Sugar industry and coronary heart disease research: a historical analysis of internal industry documents. JAMA internal medicine, 176(11), 1680-1685. https://doi.org/10.1001/jamainternmed.2016.5394
[2] Project 259 report. (1968). https://www.industrydocuments.ucsf.edu/docs/skkw0228
[3] Hickson, J. (1970). Letter to Dr. Albert Stunkard. https://www.industrydocuments.ucsf.edu/docs/jnkw0228
[4] Stanton, A. (2017, November 21). Big Sugar Buried These Concerning Health Studies 50 Years Ago. Thrillist. https://www.thrillist.com/health/nation/sugar-industry-health-studies-project-259-heart-disease-research
[5] O'Connor, A. (2016, September 12). How the Sugar Industry Shifted Blame to Fat. The New York Times. https://www.nytimes.com/2016/09/13/well/eat/how-the-sugar-industry-shifted-blame-to-fat.html
[6] Brownell, K. D., & Warner, K. E. (2009). The perils of ignoring history: Big Tobacco played dirty and millions died. How similar is Big Food?. The Milbank Quarterly, 87(1), 259-294. https://doi.org/10.1111/j.1468-0009.2009.00555.x
[7] Oreskes, N., & Conway, E. M. (2011). Merchants of doubt: How a handful of scientists obscured the truth on issues from tobacco smoke to global warming. Bloomsbury Publishing USA.
[8] World Health Organization. (2017). Tackling NCDs:'best buys' and other recommended interventions for the prevention and control of noncommunicable diseases. World Health Organization. https://apps.who.int/iris/handle/10665/259232
[9] Malik, V. S., Popkin, B. M., Bray, G. A., Després, J. P., & Hu, F. B. (2010). Sugar-sweetened beverages, obesity, type 2 diabetes mellitus, and cardiovascular disease risk. Circulation, 121(11), 1356-1364. https://doi.org/10.1161/CIRCULATIONAHA.109.876185
[10] Basu, S., Yoffe, P., Hills, N., & Lustig, R. H. (2013). The relationship of sugar to population-level diabetes prevalence: an econometric analysis of repeated cross-sectional data. PloS one, 8(2), e57873. https://doi.org/10.1371/journal.pone.0057873
[11] Yach, D., Stuckler, D., & Brownell, K. D. (2006). Epidemiologic and economic consequences of the global epidemics of obesity and diabetes. Nature medicine, 12(1), 62-66. https://doi.org/10.1038/nm0106-62
[12] American Diabetes Association. (2018). Economic costs of diabetes in the US in 2017. Diabetes care, 41(5), 917-928. https://doi.org/10.2337/dci18-0007
[13] Nestle, M. (2015). Soda politics: taking on big soda (and winning). Oxford University Press.
[14] Stuckler, D., & Nestle, M. (2012). Big food, food systems, and global health. PLoS medicine, 9(6), e1001242. https://doi.org/10.1371/journal.pmed.1001242
[15] World Health Organization. (2015
งานเขียนทรงคุณค่ายิ่งกว่าเปเปอร์ในเจอนัลชั้นนำ 55555
เป็นการกู้ยืมเงินที่ใช้ iphone เป็นหลักประกัน แต่แทนที่จะเก็บ iphone ไว้ที่โรงรับจำนำ ก็ใช้วิธีเอา apple id ของเจ้าหนี้ ไปฝังในเครื่องลูกหนี้เพื่อใช้เป็นรีโมตควบคุมเครื่องลูกหนี้ กรณีเล่นตุกติกสินะครับ
แบบนี้ลูกหนี้เนี่ย ไม่ควรเหลือข้อมูลอะไรไว้ในเครื่องเลยนะ เพราะต่อให้จ่ายต้นดอกครบแล้ว ถึงจะเปลี่ยน user กลับมาเป็นของตัวเองได้ แต่ข้อมูลที่อยู่ในเครื่องในช่วงที่เปน id เจ้าหนี้ ก็จะคงอยู่ตลอดไปอยู่ดี 😅
ก็ปกตินิ 555555555
คืองานวิจัยในศาสตร์อื่นเช่นงานวิศวะผมไม่รู้หรอกว่าระเบียบเป็นไง การ peer review, verify, validate ดุดันไม่เกรงใจใครขนาดไหน จริงๆในวงการอาหารก็ด้วย แต่วงการยาน่ะ การวิจัยแต่ละครั้งไม่ใช่ถูกๆ แค่จะเจาะดูยาในเลือดคน 20 กว่าคนยังต้องมีหลายล้าน ดังนั้นการจะทำ phase 3, 4 หรือ extrapolation of postmarketing surveillance ค่าใช้จ่ายมันก็โคตรมโหฬาร คนในวงการแพทย์ก็คงเข้าใจเรื่องนี้กันดีแหละ
ถ้าพยายามจะหาความ decentralize ของงานวิจัย เอาจริงๆมันก็มีแหละ ทุกวันนี้ก็มีคนทำกระเป๋าบิตคอยตัวเองมูลค่าเป็นล้านๆหายอยู่เรื่อยๆเหมือนกัน มันก็มีคนที่อยากวิจัย for the sake of วิจัย อยู่เหมือนกัน แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า พวก decentralized มันคุม mainstream narrative ไหวมั้ยล่ะ
แค่เปเปอร์ IF ที่เกบข้อมูลมาตั้งแต่สมัยที่ไม่มีใครเสิจ IF ใน google เลย พวกก็กลายเป็นไปให้ค่า มาบอกว่า จาก paper นี้แสดงให้เห็นว่า IF มีข้อเสีย
(เคร จริงๆมันมีข้อเสีย/ข้อควรระวัง แต่มันไม่ควรไปให้เครดิตว่า paper โง่ๆนั่นเป็นคนเจอไง)
คือเขาออก paper ที่ flaw ขนาดไหน ก็สามารถได้พื้นที่สื่อแล้วฝัง narrative ให้ mainstream ได้สำเร็จ (ในที่นี้ : ก็คือ anti เกลือ) แม้จะแค่ 1% แต่แม่งก็คือได้ผล ev+ แบบ cost effective ไง ในขณะที่ลองสาย anti-mainstream narrative ค้นพบอะไรสิ โดน silence หมดแหละ 555555555
แหมมมม result บอกเพิ่ม absolute risk จาก 1% เป็น 1.4% แต่ abstract จั่วว่าเพิ่ม 40% กลัวไม่ clinical significant หรอจ๊ะ
#siamstr 
อยู่ร่างเดิมมาเป็นล้านปี กินหวานไม่ถึง 100 ปีวิวัฒนาการเฉย เขาแอบใส่ moon stone ลงไประหว่างแปรรูปน้ำตาลเรอะ !?
Or just some dopamine receptor in your gut-brain axis 🤣
#siamstr 
พิษอะไรก้าน เขาก็ออกมา แถ ลง อยู่ว่าประเทศไทยเรามีคนเกิด side effect ตรงตาม criteria แค่ 5 คนเอ๊ง
คนเขียนเปเปอร์เปนแค่นักวิทเพี้ยนๆไม่ได้จบเภสัช ได้เรียนแค่ฟามาโคไม่กี่ชั่วโมง ไม่ได้เรียน delivery system ไม่ได้ท่อง cyp แค่ได้ทำงานกะตัววัคซีนมาไม่กี่ปีย์ ก็อย่าไปเถียงแนวทางของเจ้าของบริษัทยาที่เข้าใจใน delivery system อย่างทองแท้สิจั้ฟ🤪
#siamstr 
แสดงว่าเรารับยอดได้ถึง 5BTC ใช่ไหมครับ walletofsatoshi
ฮาๆๆ ไม่มีอะไรหรอกครับเพิ่งได้นั่งอ่าน disclosure เฉยๆ
https://www.walletofsatoshi.com/disclosure
#siamstr #pirateketo

เป็นข้อควรระวังที่ไม่เคยสังเกตเลยครับ
แต่คิดอีกทีผมก็ไม่ต้องระวังก็ได้แฮะ เพราะคงมีไม่ถึงอยู่ละ 55555555555
อย่าว่าแต่น้ำพักน้ำแรง เอาเงินตัวเองไปเล่น poker ส่งผ่าน netteller ขากลับเข้าไทยนี่กำไรหายหลาย buy in เลยครับ ขนาดดวงของเรายังโดนเขาปล้นได้🤣
Money transfer ต่างชาติที่ไม่ได้ใช้ crypto ผมว่าหักโหดพอตัวเลยครับ 1% นี่เด็กๆเลย แล้วมันก็ไม่ค่อยมีทางเลือกด้วย เวลาต้องทำธุรกรรมกะพวกที่รับเฉพาะบาง platform 😅
แล้วก็ไม่ค่อยจะรับ bitcoin กันไง 😅 
เอากระดาษใบเสร็จไปขายร้านรับซื้อของเก่าได้โลละ 3.5 บาท ถ้าจำไม่ผิด 6 เดือนก่อนเหมือนจะราคา 3 บาท รึป่าว ถ้าตามนี้จริงนี่เท่ากะว่าการเก็บกระดาษไว้เฉยๆ รักษากำลังซื้อได้ดีกว่ากระดาษที่รัฐบาลระบุว่าใช้หนี้ได้ตามกฎหมายเลยนะ หรือผมจำผิดอะะ😂
#siamstr
ใครโหวตมาฟระ
#siamstr 
❌สมาคม GP
✅สมาคม Genocide
#siamstr 
People in fiat standard be like ไม่ต้องบอกอายุ แต่บอกราคาก๊วยเตี๋ยวสมัยเดกมาซิ~ : คนแก่ : ชามละ 5 สตางค์จ้า
People in bitcoin standard be like ไม่ต้องบอกอายุ แต่บอกราคาพิดซ่าสมัยเดกมาเซ้~ : คนแก่ : ถาดละ 10,000 btc จ้า~
#siamstr #gluestr
