Avatar
BKMiner
90a49390d066aee98fe786286355aac76ef02ac98dfc89ebb467decfefe81558
❌Bitcoiner ✅Degen Want to follows someone with bitcoin technical, fundamentals or philosophical wisdom ? 👉Just follow someone else🤣

Real degen here, my advice: you need to grind in McDonald (or any other jobs that literally most low-middle class people can do) to survive with your life, then you can worry about trading for secondary income, financial freedom or lambo whatever later.

Replying to Avatar BKMiner

Meme นี้ดูเผินๆเป็นไอเดียที่ไร้สาระ ปัญญาอ่อน แต่มาคิดๆดูนะ ถ้าทำตาม meme นี้ได้จริง คือมันทำให้คุณสามารถ Hodl ข้าม 2-3 halving cycle ได้ โดยแทบไม่ต้องเสียทรัพยากรเลยนะเว่ย คือมนุษย์ต้องกินต้องอยู่ไง เวลา 7 ปีคือ 365 x 7 = 2500 กว่าวันเลยนะที่ต้องจ่ายค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และภาษี

แต่ถ้าคุณยอมอุทิศ Proof of work หน่อยทำให้สามารถประยุกต์สกิลในด้าน coding, engineering (วิศวกรรมอวกาศยาน/วิศวกรรมอากาศยาน), ทักษะการประกอบอวกาศยาน, ทักษะการซ่อมบำรุงอวกาศยาน, ฟิสิกส์ประยุกต์ (ทฤษฎีสัมพันธภาพ), ฟิสิกส์ worm hole, ทักษะการเดินทางในอวกาศ, ทักษะการเอาตัวรอดด้วยตัวคนเดียว เพียงแค่นี้คุณก็เรียกได้ว่ามี PoW ที่ควรค่ากะการ hodl bitcoin ข้ามได้หลายๆ cycle เปลี่ยนชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และกลายเป็นหนึ่งในมหาเสดถีอย่างไม่ยากนัก (เหมือนกับในเรื่องแต่งใน youtube channel ของ zerobudget story)

#siamstr

การ hodl มันมี proof of work ครับ

ถ้าอยาก hodl bitcoin แต่ประกอบจรวดไม่เป็น หา worm hole ไม่เจอ อยู่รอดคนเดียวในดาวเคราะห์รกร้างไม่ได้คุณก็ต้องศึกษาอย่างอื่นให้เข้าใจครับ

ฉากที่ผมประทับใจในหนังเรื่องนี้ก็คือฉากที่ wojak มันสร้างจรวดเสร็จแล้วมา code เส้นทางของจรวดอะ คือมันต้องใช้ pow มหาศาลมากเลยนะ ในการ code ให้ระบบทุกอย่างมันทำงานประสานกันในระดับที่แบบ มึงเข้า wormhole แล้วออกจาก worm hole มาเดินทางต่ออีก 5 ปี มึงต้องไปถึงดาวเป้าหมายได้ ละดาวมันก็ไม่ได้อยู่กะที่ไง มันมีวงโคตรของมัน แต่พ่อเอ้ยมึงก็โค้ดออกมาเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ คือเรียกได้ว่ามึงอุทิศชีวิตศึกษาในศาสตร์การทำ interstella hodling และทำสิ่งนี้จนเก่งชิบหาย เผลอๆ satoshi ตัวจริงก็ทำขนาดนี้ไม่ได้อะ

Meme นี้ดูเผินๆเป็นไอเดียที่ไร้สาระ ปัญญาอ่อน แต่มาคิดๆดูนะ ถ้าทำตาม meme นี้ได้จริง คือมันทำให้คุณสามารถ Hodl ข้าม 2-3 halving cycle ได้ โดยแทบไม่ต้องเสียทรัพยากรเลยนะเว่ย คือมนุษย์ต้องกินต้องอยู่ไง เวลา 7 ปีคือ 365 x 7 = 2500 กว่าวันเลยนะที่ต้องจ่ายค่าอาหาร ค่าน้ำ ค่าไฟ และภาษี

แต่ถ้าคุณยอมอุทิศ Proof of work หน่อยทำให้สามารถประยุกต์สกิลในด้าน coding, engineering (วิศวกรรมอวกาศยาน/วิศวกรรมอากาศยาน), ทักษะการประกอบอวกาศยาน, ทักษะการซ่อมบำรุงอวกาศยาน, ฟิสิกส์ประยุกต์ (ทฤษฎีสัมพันธภาพ), ฟิสิกส์ worm hole, ทักษะการเดินทางในอวกาศ, ทักษะการเอาตัวรอดด้วยตัวคนเดียว เพียงแค่นี้คุณก็เรียกได้ว่ามี PoW ที่ควรค่ากะการ hodl bitcoin ข้ามได้หลายๆ cycle เปลี่ยนชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง และกลายเป็นหนึ่งในมหาเสดถีอย่างไม่ยากนัก (เหมือนกับในเรื่องแต่งใน youtube channel ของ zerobudget story)

#siamstr

การ hodl มันมี proof of work ครับ

ถ้าอยาก hodl bitcoin แต่ประกอบจรวดไม่เป็น หา worm hole ไม่เจอ อยู่รอดคนเดียวในดาวเคราะห์รกร้างไม่ได้คุณก็ต้องศึกษาอย่างอื่นให้เข้าใจครับ

สมัยที่เกมนั้นถูกพัฒนา มีแค่ 2500 ก็ซื้อ chronosphere ได้แล้ว แต่ตอนนี้ 2500 แค่จะซื้อรถถังซักคันยังไม่ได้เลย TT

ยูริอยู่เบื้องหลังแน่ๆ หลอกให้คอมมี่ตีกัน ตัวเองไปสร้าง mental omega device อยู่ขั้วโลก

แปลว่าโกนัลทรั้มป์คงเตรียมสร้าง paradox engine แล้ว

#siamstr

Replying to Avatar Boil Roaming

มาคุยกันดีกว่า ว่า “เราควรใช้bitcoin ซื้อของกัน หรือ Zapให้กัน ตอนนี้หรือไม่

ผมคิดว่าอันนี้นานาจิตตังนะ

สำหรับผม ถ้าคนที่เค้าพิจารณาแล้วว่าสินค้าที่เค้าได้กลับมามันคุ้มกับบิตคอยน์ที่เค้าจ่ายไปแล้วจะใช้ก็ใช้ไปเถอะครับ

ถามว่าความคุ้มไหม ใครเป็นคนวัดค่าความคุ้ม

คำตอบ คนที่จ่ายบิตคอยน์นั้นแหละที่ตีค่า ถ้าเค้าเข้าใจความ low time อยู่แล้ว เค้าจะแลกกันสินค้าที่เค้าคิดว่าคุ้มแล้วแหละในเวลานั้น

แต่ก็เข้าใจว่ามีคนที่เค้าคิดว่าราคามันจะขึ้นไปอีก รอไปใช้ในอนาคตดีกว่า อันนี้ก็เข้าใจได้

1 sat ในอนาคตอาจจะ แลกก๋วยเตี๋ยวดีๆได้หนึ่งชามเลยก็ได้

แต่ที่ผม zap ที่ผมใช้มันซื้อของ

เพราะคิดว่า ข้อความที่เค้าพิมพ์ หรือสินค้าและบริการที่เค้าผลิตมันมีคุณค่าคุ้มแล้วกับคุณค่าที่ผมให้ไป

อีกอย่างอยากให้สังคม Bitcoiners โตขึ้นด้วย อยากให้ผู้รับได้รู้ว่าเค้าคู่ควรกับคุณค่านั้น อยากเห็น bitcoinกลายเป็น means of payment หลักๆของโลก

#siamstr

ตอนนี้จ่ายเพราะอยากสนับสนุน adoption เพราะมองว่า adoption คือ greater good ที่คุ้มที่เราจะยอมใช้เงินที่ดีที่สุดจ่าย

และอีกอย่าง ในฐานะผู้ซื้อสินค้า จ่าย sat ให้ผู้ขายไปแล้ว ก็กด buy ใหม่ได้นิ

ถ้ายังไม่ว่างเติมตังค์เข้ากระดาน ก็กด long ยอมเสีย funding fee แลกกะการลดความผันผวนของราคา

ส่วนผู้ขายสินค้า ถ้าเขาอยากได้เฟียตไปหมุน ก็ขายได้นิ หรือถ้าต้องรอสะสมใน wallet เยอะๆก่อนโอนไปขาย ก็ใช้ short future ช่วยลดความผันผวนได้มะ

พวก synthetic usd, stable sats มีเยอะแล้วรึยังนะ 🤔

เพื่อนแซวว่า พวก #Bitcoiner นี่ต้องรวยมากแน่ ๆ เพราะอาหารที่เลือกทานมีแต่ดี ๆ ทั้งนั้น (เขาเห็นว่าไม่ทานอาหารแปรรูป ที่ส่วนใหญ่ราคาถูกเพราะมีการลดต้นทุนจากส่วนผสมบางอย่าง)

ซึ่งจริงๆคือ Back to basic ป้ะ😂

สิ่งที่พลอยพยามปรับอยู่ช่วงนี้คือ

1. เลิกกินขนมปัง ลดคาร์บ (แต่ยังดื่มเบียร์อยู่ 555)

2. เน้นเนื้อประมาณ 300 กรัมต่อวัน (ในวันที่ไม่ได้ออกกำลังกาย)

3. งดของหวาน

4. ไม่เติมนมในเครื่องดื่มที่ทานประจำ เช่น กาแฟ ก็ทานอเมริกาโน่ หรือ มัทฉะ ก็ดื่มแบบ Clear ไม่ Latte

5. ทานเฉพาะตอนหิว ไม่หิวก็ไม่ทาน (หลัง 18.00 ไม่กินไรแล้วนอกจากน้ำเปล่า)

6. ออกกำลังกายทั้งคาดิโอและบอดี้เวท 3-4 วันต่อสัปดาห์

7. ดื่มน้ำ 6 ลิตรต่อวัน (อันนี้ชอบดื่มอยู่แล้ว ไม่ได้ต้องบังคับตัวเองทำ)

รู้สึกเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงเลย ตื่นมาตอนเช้าตัวจะเบาๆ และไม่อึดอัด พุงน้อยก็ยุบลงด้วย หน้าใสขึ้น ผิวเนียนละเอียดขึ้น

เหลือแต่นอนให้ไว ไปตากแดด grounding บ้างนี่แหละที่ยังไม่ค่อยได้ทำ สุขภาพอาจจะดีได้มากกว่านี้

ใดๆคือต้องขอบคุณ #Bitcoiner หลายๆคนที่ช่วยแนะนำเรื่องพวกนี้ จริงๆก็รู้มาอยู่บ้างเพราะตอนเรียนทีคณะมีสอน แต่พอนานๆวันมันก็ละเลยไปไม่ทำ มันก็เละเทะไปบ้าง5555 พอมีคนมากระตุ้น และทำไปด้วยกันทำให้มีวินัยมากขึ้น

ทุกคนมารักษาสุขภาพกันนะ เพราะสุดท้ายแล้ว ร่างกาย คือทรัพย์สินที่มีค่า ต้องลงทุนดูแลกันหน่อยฮะ (บอกตัวเองด้วย555)

#Siamstr

เขาว่ากันว่าดูแลสุขภาพแบบนี้เสียตังค์เยอะครับ ยังไงก็ระวังๆกันด้วย

❌ค่าอาหารคุณภาพดี

✅ค่าเสื้อผ้า ชุดเก่าหลวม!

ผมว่าคอมเม้นนี้มันทะแม่งๆนะ 😅🤔

#siamstr

Surprise!! (เสียงแบบ Mirage tank)

ปล.Empaglifozin = ยาในกลุ่ม SGLT-2 inhibitor เอาเป็นว่าแปลเป็นภาษาง่ายๆว่า ยาขับน้ำตาลออกทางปัสสาวะ

หมอเมนสตรีมคงงง ยาเบาหวานนี่หน่า รักษาโรคตับได้ไงอะ (อย่าว่าแต่หมอ พนันได้ว่าเภสัชห้องยาก็มีงงได้เหมือนกัน 555555)

#siamstr

อะไรเอ่ย ประกอบด้วย soy protein, maltodextrin, sucrose, fructose, sunflower oil, dextrin, inulin

ถ้ากินแต่ไอของพรรคนี้ มื้อละซอง เป็นใครก็คงผอมอะ แต่ข้างในอักเสบมั้ย ไม่รู้นะ อาจไม่เปนไรก็ด้ายย 555555

#siamstr

Replying to Avatar BKMiner

ช่วง bull market มันจะมีคนอยากลงทุนในพวก cloud/hosted mining เกิดขึ้นเสมอ ผมก็เคยผ่านมาก่อน เสียหายไปเป็นแสนบาท ถามว่าได้อะไรกลับมามั้ย ประสบการณ์ที่ควรจะราคาถูก(แต่ต้องจ่ายแพง)ไง 5555555

Cloud mining/hosted mining หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่ ถ้าเป็นการที่เราจ่ายตังให้ผู้บริการ แล้วเขารันเครื่องขุดให้เรา ผมว่าคล้ายๆกัน แต่มันอาจมีหลายโมเดล เช่น

-provider ให้เราเช่าแรง/กำลังขุดในระยะเวลาหนึ่ง (ซึ่งระหว่างนั้น เราสามารถชี้กำลังขุดไปที่ pool ไหนก็ได้ ให้เข้า wallet ไหนก็ได้) ซึ่งมันก็มีหลายโมเดลย่อยนะ แต่มันคือการให้บริการ “เช่า” เครื่องขุด/แรงขุด ดังนั้นบางที่ เขาจะให้เรากำหนดเลยว่า จะเช่าแรงกี่ TH/s (ยังใช้หน่วยนี้มั้ยนะ 5555) และเช่าเป็นเวลานานเท่าไหร่ หรือบางที่ก็คือ fix time เป็นสัญญา 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน แล้วคิดเรทตามแรงขุด เช่น 10 TH/s 1 เดือน …$ 3 เดือน …$ หรือบางเว็บก็เป็นการตกลงเช่ากันแบบ p2p เลยก็มีเหมือนกัน โดยเว็บจะเป็นตัวกลาง custody แรงขุดและค่าจ้างขุดให้ทั้ง 2 ฝ่าย

ข้อดีคือไม่ต้องเป็นเจ้าของเครื่อง ใช้เงินทำงาน เครื่องเขาจะเสียจะอะไร เขาก็ต้องให้แรงให้เราตามที่ตกลงกันไว้ แล้วเราก็สามารถที่จะได้รับ bitcoin ที่ fresh จาก coinbase (ที่ไม่ใช่ exchange)

ข้อเสียคือ มัน arbitrage ให้กำไรยากนะ คือคนที่ขายแรงขุด เขามีเป้าในใจมาแล้วว่าเขาต้อง cover ค่าเครื่อง + ค่าไฟ + ค่าดูแล + กำไร การเช่าแรงมาขุดแล้วหวังว่าจะได้ผลตอบแทนมากกว่าเอาตังค์เท่ากันไปซื้อ btc โอกาสขาดทุนเฟียต/btc ยังไงก็สูงเพราะเราไปรับความเสี่ยงให้เจ้าของเครื่อง

-provider ขายเครื่องให้ + รับ host และดูแลเครื่อง เรามีหน้าที่จ่ายค่าดูแล + ค่าไฟตามงวด อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงการซื้อมาขุดในบ้านสุดละ แต่เราไม่ต้องมีทักษะการดูแลเครื่อง การ set เครื่องใดๆ แต่เครื่องเสมือนว่าเป็นของเราแบบมีเงื่อนไข เงื่อนไขก็เช่น ต้องขุดด้วย pool ที่เขาดีลกันไว้ หรือ btc อาจตรงเข้า custody wallet ของเขาก่อน เราถึงค่อยโอนออกมาของเรา หรืออื่นๆอีกมากมาย บางเจ้าก็อาจมีซ่อมฟรี หรือมีการรับประกัน efficiency >95% บางเจ้าถึงขั้นมีบริการซื้อเศษเหล็กคืน (ในวันที่เครื่องขุดไม่คุ้มแล้ว - แต่หายาก ส่วนมากเขาไม่คืนค่าเศษเหล็กเราหรอก 55555) หรือมี marketplace สำหรับปล่อยเครื่องให้ลูกค้าคนอื่น (หายาก) อะไรก็ว่าไป บางทีก็อาจมาในรูปแบบ share of farm’s hash rate ก็คือหุ้นส่วนแบ่งเหรียญที่ทั้งฟาร์มขุดได้ บางเจ้าก็คือให้เราเข้าไปเดินชมเหมืองได้ด้วยเพื่อความโปร่งใส อันนี้ดูๆแล้วโมเดลแนวนี้คือ เหมือน provider ต้องการทำกำไรจากการเป็น dealer เครื่องขุด + ขายไฟฟ้า + ให้บริการดูแลเครื่อง แต่ความเสี่ยงอื่นๆเช่น ความผันผวนของราคา เรารับเอง และความเสี่ยงประเภท regulation ก็คือแบ่งกันรับ บริการแนวๆนี้ ข้อดีคือมันมุ่งให้บริการขุดในระยะยาว เสมือนเราเป็นเจ้าของเครื่อง(แบบมีเงิ่อนไข) แต่ปัญหาคือเวลา scam อะ โหดนะ เพราะราคาเครื่องไม่ใช่ถูกๆ

ข้อเสียคือ ถ้าอยากกำไรเฟียต น่าจะต้องรอ btc พุ่งขึ้นไปมากจริงๆ หรืออย่างน้อยควรบริหารความเสี่ยงขาลงเป็น ส่วนถ้าอยากกำไร btc อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน 55555

คือสุดท้าย การจะเข้ามา cloud/host mining ถามตัวเองก่อนว่าอยากได้อะไร ถ้าแค่อยาก autodca เฉยๆ จ้างคน เขียนบอทบิตคับอาจถูกกว่า ? ถ้าอยากได้เหรียญ no kyc แบบไม่ต้อง p2p แต่ต้องเชื่อใจ provider นะ หรืออยากลงทุนระยะยาว สร้าง fiat flow /btc flow ? พอรู้เป้าหมาย ก็ค่อยดูว่าการ cloud mining มันพาไปสู่เป้าหมายนั้นได้จริงมั้ย

ส่วนตัวก็คือ คิดว่าถ้าตอนเข้าตลาดมาเมื่อ 2021 แค่ไป degen shitcoin เฉยๆ ไม่มายุ่งกะ cloud mining ทุกวันนี้คงมีบิตคอยมากกว่านี้ 555555

คือความเสียหายมันสูง เพราะราคาต่อหน่วยลงทุนมันสูงมากนะ 555555

เจอมาหมดละทั้ง scam แบบเอาเงินไปละหายไปเลย, เอาเงินไป ละจีนแบนขุด มันเลยหยุดขุดไปดื้อๆ, จีนแบนขุด หยุดขุดไปครึ่งปีย้ายเหมืองไปเมกา แต่ก็อุตส่ากลับมาขุดต่อ คือมันก็มีดีมีแย่ปนๆกันไป มีเจ้านึงที่ขายเครื่องให้แล้วดูแลแบบ run good ให้เรามาตลอดตั้งแต่เริ่มยันจบ bear market ก็มี และส่วนมากปัญหา scam จะมาหนักใน model ที่ให้ความเป็นเจ้าของเครื่องนี่แหละ ถ้า host อ้างเครื่องเสียๆๆ เราก็ verify ไม่ได้ปะ มันบอกย้ายเหมืองย้ายจริงรึป่าวไม่รู้ คือความเสี่ยงมันหลากหลายและโหดจนความผันผวนที่เจอในการเทรด shitcoin เทรด meme บนกระดาน CEX เป็นแค่เรื่องชิวๆไปเลย 55555 คิดๆแล้วความรู้ที่ต้องใช้ในการอยู่รอดวงการนี้นี่มากกว่าการเทรดตามกราฟอีกมั้ง 5555555

เอามาแชร์ไม่ได้เป็นวิทยาทานใดๆ เพราะน่าจะไม่ค่อยมีสาระ เอามาบ่นและด่าวงการขุดเมฆให้ฟังเฉยๆ เผื่อใครคิดจะเข้า จะได้ลองทบทวนความต้องการของตัวเองดูหน่อย ลองคิดใหม่อีกที

#siamstr

มันเหมือน poker, trading มั้ง ก็คงมีคนทำละรวยขึ้นล่ะมั้ง แต่ไม่ใช่ผมอะ ผมอยู่ในส่วนที่ทำละจนลง 5555555

ช่วง bull market มันจะมีคนอยากลงทุนในพวก cloud/hosted mining เกิดขึ้นเสมอ ผมก็เคยผ่านมาก่อน เสียหายไปเป็นแสนบาท ถามว่าได้อะไรกลับมามั้ย ประสบการณ์ที่ควรจะราคาถูก(แต่ต้องจ่ายแพง)ไง 5555555

Cloud mining/hosted mining หรือจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่ ถ้าเป็นการที่เราจ่ายตังให้ผู้บริการ แล้วเขารันเครื่องขุดให้เรา ผมว่าคล้ายๆกัน แต่มันอาจมีหลายโมเดล เช่น

-provider ให้เราเช่าแรง/กำลังขุดในระยะเวลาหนึ่ง (ซึ่งระหว่างนั้น เราสามารถชี้กำลังขุดไปที่ pool ไหนก็ได้ ให้เข้า wallet ไหนก็ได้) ซึ่งมันก็มีหลายโมเดลย่อยนะ แต่มันคือการให้บริการ “เช่า” เครื่องขุด/แรงขุด ดังนั้นบางที่ เขาจะให้เรากำหนดเลยว่า จะเช่าแรงกี่ TH/s (ยังใช้หน่วยนี้มั้ยนะ 5555) และเช่าเป็นเวลานานเท่าไหร่ หรือบางที่ก็คือ fix time เป็นสัญญา 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน แล้วคิดเรทตามแรงขุด เช่น 10 TH/s 1 เดือน …$ 3 เดือน …$ หรือบางเว็บก็เป็นการตกลงเช่ากันแบบ p2p เลยก็มีเหมือนกัน โดยเว็บจะเป็นตัวกลาง custody แรงขุดและค่าจ้างขุดให้ทั้ง 2 ฝ่าย

ข้อดีคือไม่ต้องเป็นเจ้าของเครื่อง ใช้เงินทำงาน เครื่องเขาจะเสียจะอะไร เขาก็ต้องให้แรงให้เราตามที่ตกลงกันไว้ แล้วเราก็สามารถที่จะได้รับ bitcoin ที่ fresh จาก coinbase (ที่ไม่ใช่ exchange)

ข้อเสียคือ มัน arbitrage ให้กำไรยากนะ คือคนที่ขายแรงขุด เขามีเป้าในใจมาแล้วว่าเขาต้อง cover ค่าเครื่อง + ค่าไฟ + ค่าดูแล + กำไร การเช่าแรงมาขุดแล้วหวังว่าจะได้ผลตอบแทนมากกว่าเอาตังค์เท่ากันไปซื้อ btc โอกาสขาดทุนเฟียต/btc ยังไงก็สูงเพราะเราไปรับความเสี่ยงให้เจ้าของเครื่อง

-provider ขายเครื่องให้ + รับ host และดูแลเครื่อง เรามีหน้าที่จ่ายค่าดูแล + ค่าไฟตามงวด อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงการซื้อมาขุดในบ้านสุดละ แต่เราไม่ต้องมีทักษะการดูแลเครื่อง การ set เครื่องใดๆ แต่เครื่องเสมือนว่าเป็นของเราแบบมีเงื่อนไข เงื่อนไขก็เช่น ต้องขุดด้วย pool ที่เขาดีลกันไว้ หรือ btc อาจตรงเข้า custody wallet ของเขาก่อน เราถึงค่อยโอนออกมาของเรา หรืออื่นๆอีกมากมาย บางเจ้าก็อาจมีซ่อมฟรี หรือมีการรับประกัน efficiency >95% บางเจ้าถึงขั้นมีบริการซื้อเศษเหล็กคืน (ในวันที่เครื่องขุดไม่คุ้มแล้ว - แต่หายาก ส่วนมากเขาไม่คืนค่าเศษเหล็กเราหรอก 55555) หรือมี marketplace สำหรับปล่อยเครื่องให้ลูกค้าคนอื่น (หายาก) อะไรก็ว่าไป บางทีก็อาจมาในรูปแบบ share of farm’s hash rate ก็คือหุ้นส่วนแบ่งเหรียญที่ทั้งฟาร์มขุดได้ บางเจ้าก็คือให้เราเข้าไปเดินชมเหมืองได้ด้วยเพื่อความโปร่งใส อันนี้ดูๆแล้วโมเดลแนวนี้คือ เหมือน provider ต้องการทำกำไรจากการเป็น dealer เครื่องขุด + ขายไฟฟ้า + ให้บริการดูแลเครื่อง แต่ความเสี่ยงอื่นๆเช่น ความผันผวนของราคา เรารับเอง และความเสี่ยงประเภท regulation ก็คือแบ่งกันรับ บริการแนวๆนี้ ข้อดีคือมันมุ่งให้บริการขุดในระยะยาว เสมือนเราเป็นเจ้าของเครื่อง(แบบมีเงิ่อนไข) แต่ปัญหาคือเวลา scam อะ โหดนะ เพราะราคาเครื่องไม่ใช่ถูกๆ

ข้อเสียคือ ถ้าอยากกำไรเฟียต น่าจะต้องรอ btc พุ่งขึ้นไปมากจริงๆ หรืออย่างน้อยควรบริหารความเสี่ยงขาลงเป็น ส่วนถ้าอยากกำไร btc อันนี้ไม่แน่ใจเหมือนกัน 55555

คือสุดท้าย การจะเข้ามา cloud/host mining ถามตัวเองก่อนว่าอยากได้อะไร ถ้าแค่อยาก autodca เฉยๆ จ้างคน เขียนบอทบิตคับอาจถูกกว่า ? ถ้าอยากได้เหรียญ no kyc แบบไม่ต้อง p2p แต่ต้องเชื่อใจ provider นะ หรืออยากลงทุนระยะยาว สร้าง fiat flow /btc flow ? พอรู้เป้าหมาย ก็ค่อยดูว่าการ cloud mining มันพาไปสู่เป้าหมายนั้นได้จริงมั้ย

ส่วนตัวก็คือ คิดว่าถ้าตอนเข้าตลาดมาเมื่อ 2021 แค่ไป degen shitcoin เฉยๆ ไม่มายุ่งกะ cloud mining ทุกวันนี้คงมีบิตคอยมากกว่านี้ 555555

คือความเสียหายมันสูง เพราะราคาต่อหน่วยลงทุนมันสูงมากนะ 555555

เจอมาหมดละทั้ง scam แบบเอาเงินไปละหายไปเลย, เอาเงินไป ละจีนแบนขุด มันเลยหยุดขุดไปดื้อๆ, จีนแบนขุด หยุดขุดไปครึ่งปีย้ายเหมืองไปเมกา แต่ก็อุตส่ากลับมาขุดต่อ คือมันก็มีดีมีแย่ปนๆกันไป มีเจ้านึงที่ขายเครื่องให้แล้วดูแลแบบ run good ให้เรามาตลอดตั้งแต่เริ่มยันจบ bear market ก็มี และส่วนมากปัญหา scam จะมาหนักใน model ที่ให้ความเป็นเจ้าของเครื่องนี่แหละ ถ้า host อ้างเครื่องเสียๆๆ เราก็ verify ไม่ได้ปะ มันบอกย้ายเหมืองย้ายจริงรึป่าวไม่รู้ คือความเสี่ยงมันหลากหลายและโหดจนความผันผวนที่เจอในการเทรด shitcoin เทรด meme บนกระดาน CEX เป็นแค่เรื่องชิวๆไปเลย 55555 คิดๆแล้วความรู้ที่ต้องใช้ในการอยู่รอดวงการนี้นี่มากกว่าการเทรดตามกราฟอีกมั้ง 5555555

เอามาแชร์ไม่ได้เป็นวิทยาทานใดๆ เพราะน่าจะไม่ค่อยมีสาระ เอามาบ่นและด่าวงการขุดเมฆให้ฟังเฉยๆ เผื่อใครคิดจะเข้า จะได้ลองทบทวนความต้องการของตัวเองดูหน่อย ลองคิดใหม่อีกที

#siamstr

แต่มันจะมีคนกลุ่มนึง ที่บอกว่าชั้นขายเวย์โปรตีนสำหรับกินแทนมื้ออาหาร แต่พอพลิกฉลากดูแม่งเขียนว่า soy protein อันนี้ scam ใน scam อีกที

(เวย์โปรตีนมันต้องเป็น animal based นะเฟ้ยยย ขายโปรตีนพืชจะมาบอกว่าเวย์ไม่ด้ายยย) อ่อ หรือจริงๆเขาใส่เวย์เข้าไปให้ถึงขั้นต่ำที่ฉลากให้ระบุได้นะ

#siamstr

ถ้า btc แกว่งแถวๆ 100k ไปๆมาๆ คนที่ทำงานแนวๆสื่อวงการคริปโตเขาจะออกมาโพสข่าวด่วนตลอดเวลาจนไม่ได้นอนไหมนะ

#siamstr

เข้าใจที่คุณพลอยต้องการสื่อแต่แรกครับ เรื่องการชี้ในอีกมุมว่า next wave ถัดจาก usd ตามรูปนั้นอาจหมายถึง btc ก็ได้ (contrast ไปจากมุมของคนที่เป็น no-coiner ในช่วงปี 2022 ที่มองว่า cny หรือเงิน bric คือ next wave)

ผมแค่รู้สึกว่ามันเป็นมุมมองด้าน macro ที่ไปสอดคล้องและทำให้นึกถึง influencer ชื่อ Mark Moss ที่เป็นคนเขียนหนังสือ Un-communist manifesto เฉยๆครับ ไม่มีอะไรเลยๆ 555555

Bitcoiner จริงๆหมั่นขื่ออะไร ใครนิยาม ?

ถ้าบอกว่า 1 btc = 1 btc จะสุขใจแม้สุดท้าย ราคาเท่าไหร่

แต่แล้วความจริงหมั่นขื่ออะไร ยอมให้เธอ แตะ 100k แล้วทำไม สะใจงี้ !

#siamstr nostr:note1z3me50ymm24ulae9qrzd7d4kjsfstjewfnc9grlcrxfv6026upvsffy0gg

“การขาย BTC ก็เหมือนการ Short BTC แล้ว Long Fiat นั่นแหละ มีแต่คนเสียสติที่ทำ” - คุณลุงโฉลก

“BTC อยู่ในช่วง Bull Run เป็นขาขึ้นมาตลอด 10 กว่าปีแล้ว” - พี่พอล ภัทรพล

“ความผันผวนเป็นเรื่องของคนสายตาสั้น” - พี่ชิต ซ้ายเกล้า

ทำไมพวกเขาถึงบอกแบบนั้น? มีเรื่องอะไรที่เราต้องรู้ พาไปดู... (สั้น ๆ)

🔴 Global Financial Crisis is coming ?

🔸 Debt Refinancing Problem: วิกฤตการเงินในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มักเริ่มต้นจากปัญหาในการรีไฟแนนซ์หนี้ (Debt Refinancing) เมื่อหนี้ก้อนเก่าไม่สามารถต่ออายุหรือใช้คืนได้

🔸ทำให้หนี้ทั่วโลกพุ่งสูง: สหรัฐฯ และจีนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เร่งการเพิ่มขึ้นของหนี้ทั่วโลก ปัจจุบันยอดแตะ 350 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว

🔸ต้องเพิ่มสภาพคล่อง: ระบบการเงินต้องการ "สภาพคล่อง" เพื่อรักษาเสถียรภาพ แต่หลังจากการพิมพ์เงินในช่วงวิกฤต COVID-19 ส่งผลให้เงินเฟ้อต่อเนื่อง และการลดปริมาณเงินในระบบทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อสภาพคล่อง (Debt-to-Liquidity Ratio) สูงกว่าระดับปกติ

🔸การแก้ปัญหาจากธนาคารกลาง: ธนาคารกลาง (FED) หรือ People’s Bank of China (PBoC) มักใช้วิธีการพิมพ์เงินหรือซื้อพันธบัตรรัฐบาลเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้เศรษฐกิจมีเงินหมุนเวียน หรือคือการเพิ่ม Global Liquidity นั่นเอง

🔵 Global Liquidity คืออะไร?

🔸 หมายถึงปริมาณเงินในระบบเศรษฐกิจที่ได้รับการสนับสนุนจาก 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่

1. Central Bank Liquidity = สภาพคล่องของธนาคารกลาง

2. Collateral Values = มูลค่าหลักทรัพย์ค้ำประกัน

3. Crossborder Flow = การไหลเวียนของเงินระหว่างประเทศ

🔸 ผลกระทบของ Global Liquidity ต่อสินทรัพย์:

➖ การเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องมักสนับสนุนสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น (MSCI World Index), ทองคำ และ Bitcoin

➖ ขณะที่การชะลอตัวของสภาพคล่องอาจทำให้ราคาสินทรัพย์เหล่านี้ปรับฐานลง

➖ วัฏจักร 5-6 ปี: วัฏจักรสภาพคล่องมีระยะเวลาเฉลี่ย 5-6 ปี จากจุดต่ำสุดถึงจุดต่ำสุด ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่า Global Liquidity จะถึงจุดสูงสุดรอบใหม่ในช่วงปี 2025-2026

🟠 Bitcoin กับความสัมพันธ์ต่อสภาพคล่องและเงินเฟ้อ

🔸 Bitcoin และ Global Liquidity:

➖ จากข้อมูลในอดีต 15 ปี Bitcoin เคลื่อนไหวสอดคล้องกับ Global Liquidity อย่างชัดเจน

➖ เมื่อ Global Liquidity ลดลง Bitcoin ก็มักลดลงเช่นกัน

➖ แต่เมื่อ Global Liquidity เพิ่มขึ้น Bitcoin จะปรับตัวขึ้นแรงกว่าสินทรัพย์อื่น ๆ

📌 โลกของเราหมุนอยู่ในลูบนรกที่ดูเหมือนไม่มีทางออก เนื่องจากสหรัฐฯ ยังคงปรับเพิ่มเพดานหนี้อย่างต่อเนื่อง (จนเหมือนไม่มีเพดาน) ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มสภาพคล่องในระบบเศรษฐกิจผ่านการพิมพ์เงินแบบไม่อั้น (Money printer go brrrrrrr) ส่งผลให้เงินเฟ้อกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง ตัวเลข Fiat ในบัญชีเราที่มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แต่กลับมีมูลค่าและอำนาจในการจับจ่ายน้อยลง โดยที่หลายคนไม่รู้ตัว!

📌 ในขณะเดียวกัน Bitcoin มีข้อได้เปรียบที่ชัดเจน เพราะมีจำนวนจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ เปรียบเสมือนที่ดินที่มีเพียง 21 ล้านไร่ ใครที่จับจองได้ก่อนย่อมได้เปรียบในระยะยาว ด้วยคุณลักษณะนี้ Bitcoin จึงยังคงรักษาทิศทางขาขึ้น (Bull Run) อย่างต่อเนื่อง และอาจกลายเป็นทางเลือกสำคัญเมื่อระบบเงิน Fiat ที่ขาดความยั่งยืนถึงจุดล่มสลาย

📌 หากต้องการเข้าใจบริบทโลกในปัจจุบันมากขึ้น ขอแนะนำให้ศึกษาเรื่อง The Changing World Order ซึ่งจะช่วยให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์นี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

#siamstr #Bitcoin

นี่มัน mark moss version พูดไทยได้ชัดๆ 55555

ทั้งเรื่อง “bitcoin sensitivity to global liquidity” และเรื่อง changing world order ที่ normie ชอบบอกว่าเงินหยวนเงิน bric กำลังจะมา

ละประเด็นคือพวกที่เชียร์เงินหยวนเงิน bric เนี่ย กี่ % ที่จะได้เห็นสกุลโปรดของคุณครองโลกกก

โอเคร ชาวบิตคอยคงอยู่ไม่ถึงเวลาที่บิตคอยจะผงาดเหมือนกัน แต่ด้วย sensitivity ต่อ global liquidity ของมันอะ ทำให้มันไม่จำเปนต้องอยู่ให้ถึงเวลานั้นก็สามารถ realize purchase power gain จากการถือสกุลเงินนี้ได้ไง 5555555