Avatar
PJB
95f7bc35d1b565a8cfea4f2bf9eded32f093b0be3dcd5454b57a48195f9d01ae
Staking sats and be your best every day. Know me as my mind.

Happy New Year 2024

ชาวทุ่งม่วงทุกท่าน

ขออวยพร แบบชาว Bitcoiner ซะหน่อยละกัน

ขอให้หลุดพ้นจาก การโหยหาผลตอบแทนระยะสั้น Hightime preference โดยเร็ววัน เข้าสู่ วิถีของ Low time preference

ขอให้งานที่ทำ สิ่งที่เชื่อถือ Work ที่ปฏิบัติ สามารถตอบแทนเป็น Value ที่สมเหตุสมผล ผ่านกลไกตลาด

เป็น Proof of work ที่ทำให้สังคมดีขึ้นในทุกๆวัน

ขอให้สังคม ของ Bitcoiner เป็นสังคมแห่งการ

Don't trust but verify อย่างนี้ไปตลอด

ขอให้ให้โลกนี้ เข้าสู่ ยุคของ เจตจำนงเสรี

(Free will) ตามกลไกธรรมชาติ

อย่างที่มันควรจะเป็น ได้ในเร็ววัน

สุดท้าย ขอให้ทุกท่าน

ใช้ชีวิต ให้มีความสุข ในทุกๆวัน

คิดหวังสิ่งใด ขอให้ประสบความสำเร็จ

สุขภาพ ร่างกาย แข็งแรง

ตลอดทั้งปี 2024 นี้ครับ

#siamstr

10 ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก….

บางคนกว่าจะเข้าใจสิ่งที่เราพูด

ก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปแล้วเป็น 10 ปี

เพราะตอนที่เราพูดนั้น

ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะเข้าใจได้

แต่สำหรับบางคนนั้นต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิต

ก็ไม่มีทางที่จะเข้าใจได้ เมื่อดวงใจของเขานั้น

ถูกฉาบทาไปด้วยมายาคติ

ปลูกต้นไม้แล้วจะกินอะไร ?

กว่าจะได้ตัดขายไม่แก่ตายก่อนหรือ ?

ถ้าปลูกยางพาราป่านนี้ได้กรีดยางขายแล้ว ?

ถ้าปลูกผลไม้บางอย่างป่านนี้ได้เก็บขายแล้ว ?

ยิ่งบอกว่าไม่ได้คิดที่จะตัดต้นไม้ขาย

เว้นเสียแต่ว่าจะจำเป็นจริงๆ

แล้วจะปลูกไปทำไม ???

ในป่านั้นไม่ได้มีแค่ต้นไม้

ใต้ต้นไม้ก็ไม่ได้มีแค่ผืนดิน

พืชพันธุ์มากมายสรรพสัตว์หลากหลาย

ต่างพึ่งพิงพึ่งพาอาศัยกัน

จนกลายเป็นระบบนิเวศป่า

#วนเกษตร คืออะไร ?

#เกษตรเชิงนิเวศ คืออะไร ?

#ป่าสามอย่างป่าโยชน์สี่อย่าง คืออะไร ?

#ป่าเจ็ดระดับ คืออะไร ?

#เกษตรกรรมธรรมชาติ คืออะไร ?

ถ้าเข้าใจหลักใหญ่ใจความสำคัญ 5 ประการนี้

ท่านจะเสมือนดั่งเห็นจักรวาลครึ่งจักรวาล

ของการเกษตรกรรม

จากหลักการข้างต้น

ร้อยเรียงกันจะได้ประมาณว่า

สร้างวนเกษตร ด้วยการปลูกป่าสามอย่างประโยชน์สี่อย่าง ปลูกพืชให้หลากหลายถึงเจ็ดระดับชั้นให้เหมือนระบบนิเวศป่า ด้วยหลักเกษตรกรรมธรรมชาติ

“แล้วธรรมชาติจะทำงานแทนเรา”

พืชที่ปลูกร่วมสวนป่าได้มีมากมายหลากหลายชนิด ปศุสัตว์ที่เลี้ยงร่วมสวนป่าได้ก็มีมากมายหลากหลายชนิด กิจกรรมที่ทำต่อยอดจากสวนป่าได้ก็มีมากมายหลายชนิด สุดแท้แต่ความชอบ ความถนัด ความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสมของบริบทพื้นที่ และภูมิสังคม

ป่าเป็นโรงเรียนก็ได้

ป่าเป็นโรงอาหารก็ได้

ป่าเป็นโรงพยาบาลก็ได้

ป่าเป็นโรงแรมก็ได้

ป่าเป็นโรงงานผลิตปุ๋ยก็ได้

ป่าเป็นสวนสัตว์ก็ได้

ป่าเป็นพิพิธภัณฑ์ก็ได้

ป่าเป็นอะไรต่อมิอะไรได้อีกมากมายหลายสิ่งอย่าง มากมายเสียจนเราอาจจะจินตนาการไปไม่ถึง

มีสวนป่าก็เหมือนมีที่ดินแปลงงามกลางใจเมือง ไม่จำเป็นต้องขายที่ดินแปลงงามนั้น แค่หาวิธีเก็บดอกผลจากที่ดินแปลงนั้นก็เพียงพอแล้ว

ปลูกต้นไม้สร้างสวนป่าวนเกษตรนั้น

ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น

แม้เวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการปลูกต้นไม้นั้น คือเมื่อ 10 20 ปีที่แล้ว แต่เวลาที่เหมาะสมรองลงมานั้นก็คือตอนนี้

แม้ว่าวันที่ท่านเริ่มต้นปลูกต้นไม้นั้น

คนรอบๆกายท่านจะไม่เข้าใจท่าน

แต่อีก 10 ปีข้างหน้าเขาอาจจะเข้าใจก็ได้

หรืออาจจะไม่เข้าใจอยู่ดี

แต่นั้นก็ ช่าง มัน เถอะ

ดอกไม้ป่าในภูลึกแม้ไม่มีคนเห็น

มันก็ยังโชยกลิ่นอบอวน...

#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ

แสดงกล้ามดาก

#วนเกษตร

#เกษตรเชิงวิเวศ

#เกษตรกรรมธรรมชาติ

#siamstr

สมัยปลูกต้นไม้สร้างสวนป่าแรกๆ ถือเป็นงานที่หนักมาก ทั้งปลูก ทั้งรดน้ำ ทั้งตัดหญ้า บางช่วงรดน้ำให้ต้นไม้ที่ปลูกใหม่ยันดึกดื่น ตี 1 ตี 2 บางช่วงตัดหญ้าให้ต้นไม้ยัน 2-3 ทุ่ม

จนเพื่อนฝูงหลายคนถามว่า จะต้องใช้เวลากี่ปีในการสร้างสวนป่าให้สำเร็จตามที่ตั้งใจไว้ ผมมักจะตอบเพื่อนฝูงว่า 15 ปี เรื่องสร้างสวนป่าน่าจะสำเร็จ แต่กว่าที่ทุกอย่างจะสมบูรณ์ดังที่คิดไว้ น่าจะใช้เวลา 30 ปี

เมื่อเพื่อนฝูงได้ยินว่าต้องใช้เวลา 15 ปี ในการสร้าง และ 30 ปีในการรอให้ป่าสมบูรณ์ ทั้งสีหน้า และแววตาของเพื่อนฝูงที่มีต่อผม ก็ค่อนข้างออกไปทางหาว่าผมเพี้ยนกันไปเสียหมด

สำหรับผมแล้ว การสร้างสวนป่าของผมนั้นเปรียบได้ดั่งการสร้างงานศิลปะชั้นสูง

15 ปีแรก การปลูกต้นไม้ต่างๆ ขุดแหล่งน้ำ ปรับแปลงนา คงเหมือนดั่งการทาสีฉากหลังและและวางองค์ประกอบต่างๆ ลงบนผืนผ้าใบ

15 -30 ปี หลัง การปลูกพืชต่างๆที่ปลูกร่วมสวนป่าได้ การเลี้ยงสัตว์ต่างๆที่เลี้ยงร่วมสวนป่าได้ กิจกรรม กิจการต่างๆ ที่ทำร่วมสวนป่าได้ เพื่อเป็นแหล่งสร้างรายได้ คงเสมือนดั่งการแต้มแต่งระเรงสีเก็บรายละเอียดให้ภาพวาดนั้นสมบูรณ์แบบ

30 ปี เป็นต้นไป คงเป็นการจัดนิทรรศการ

ให้ผู้คนได้มาดื่มด่ำกับสุนทรีรสแห่งงานศิลปะชั้นสูงชิ้นนี้

ระหว่างที่ผมกำลังโม้เย็บม้าอยู่นั้น

เสียงเพื่อนผมก็แทรกขึ้นมาว่า…

มึงจะจัดนิทรรศการให้คนมาดื่มด่ำอะไรของมึงยังไงวะ ?

อ่อ…เดี๋ยวพอต้นไม้โต จะสร้างที่พักกลางป่าสัก 7-8 หลัง ไว้ให้คนมาซั่มกันกลางป่า ซั่มกันไป ฟังเสียงนกเสียงเขียดไป ฟังเสียงลมเสียงใบไม้ไป ดอมดมกลิ่มหอมของดอกไม้ป่าไป

แล้วเพื่อนผมก็บอกว่า สุดยอดเลยเพื่อน มึงจะได้บุญเยอะเลยนะหนิ ที่ทำให้คนมีแฮง ทำให้คนมีความสูข

สร้างเจย์ดีเจ็ดชั้นถวายวัด ก็ไม่ได้บุญเยอะเท่ากับทำให้คนมีแฮงเด้อเพือนเอ๊ย….

แล้วสายตาของเพื่อนฝูงที่มองผมว่าเพี้ยนก็เปลี่ยนไป เหอะๆๆๆ 😂😂😂

แต่กว่าที่เขาจะเข้าใจก็ต้องใช้เวลา

เป็นธรรมดา….

ปล่อยให้ Work ที่เราทำมัน Proof คุณค่าของสิ่งที่เราทำกันครับ

ชอบอะไรที่มันธรรมชาติเหมือนกันครับ

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์มันปลอดภัย

แต่ไม่ถูกใจนายทุน ในโลกแห่งทุนนิยมอุปถัมภ์ 😂

#siamstr

https://youtu.be/dLOGR0Sddug?si=OU5EYe97F51bRbzO

Replying to Avatar Thai ratel PK

GM ครับ

เช้านี้ตื่นมารับวันใหม่ด้วย BITCOIN UNFIAT ตอนใหม่ Podcast สำหรับไว้ฟังระหว่างเดินทางหรือไปทำงานเพื่อให้ชีวิตมีสีสัน หลุดพ้นความน่าเบื่อกันครับ

ในตอนที่ 6 นี้ เราจะมา อ่านบทความชั้นยอดที่เปิดโปง IMF และ WorldBank กันต่อ เป็นตอนที่ 3 กันต่อนะครับ

โดยตอนนี้สามารถหาฟังได้ที่ Fountain, Apple podcast และ Spotify ครับ

หากท่านใดอยากอ่านหรือดูรูปประกอบ หรืออยากฟังตอนที่ 1 หรือ ตอนที่ 2 สามารถดู Link ได้ show note นะครับ

ขอขอบคุณการสนับสนุนจากทุกๆท่านนะครับ

และสุดท้ายนี้หากทุกท่านชอบและถูกใจ และไม่อยากพลาดตอนถัดไป สามารถกดติดตามได้ในแต่ละแอป podcast นะครับ

#Siamstr #FuckIMF #BitcoinUnfiat

Link Fountain

https://fountain.fm/episode/1S1Tof87yd83zL1BGYaD

Link Apple podcast

https://podcasts.apple.com/th/podcast/bitcoin-unfiat-by-thai-ratel/id1713926245?i=1000636797298

Link Spotify

https://open.spotify.com/episode/2zqQIjV2SmSD0KzLCqF0jp?si=ebki3LGcSQSke9PrgMZx_w

ขอบคุณมากเลยครับ ที่ทำ Podcast อ่านบทความให้ฟัง แก้ pain point คนไม่มีเวลาอ่านได้มากเลย

ทำออกมาอีกเยอะๆ รอติดตามนะครับ

Replying to Avatar Somnuke

เมื่อตลาดคริปโตราคาขึ้น ฤดูกาลแห่งความโลภจะกลับมา คนที่โหยหาความร่ำรวยทางลัดจะแห่กันเข้าไป แต่ไม่เข้าใจว่ากำลังเล่นกับอะไรอยู่ เพราะบิตคอยน์มันขึ้นช้า มันแพงไปแล้ว Alt coin สิ บล็อกเชนสิน่าเย้ายวน ไม่เห็นราคามันขึ้นเหรอ ? ถือบิตคอยน์ก็ได้แค่นิดเดียว ชาติไหนจะรวย

ความโลภจะบังตา เคลิบเคลิ้มไปกับคำโม้โอ้อวดของบรรดาเจ้าของโปรเจกต์ Shitcoin (Altcoin) และเชื่อว่ามันคืออนาคต ซึ่งเจ้าพวกนี้อาศัยความโลภของเราช่วยผลักราคาให้ขึ้นไปไกล และเอาเหรียญในมือมาเทขายสร้างความร่ำรวยให้ตนเองและพวกพ้อง ถ้าซื้อที่ต้นทางและชิงขายก่อนตลาดวายก็รวยได้จริงแหละ แต่เราจะไม่ขายเพราะกลัวขายหมู เดี๋ยวมันขึ้นอีก รู้ตัวอีกที เอ้า กลับมาขาดทุน

โดยมีพวกเราเหล่าคนโลภนี่แหละที่เอาเงินไปประเคนให้เขา และลงเอยด้วยการขาดทุน เมื่อฝุ่นควันแห่งความโลภจางหาย เราจะเริ่มรู้ตัวว่าเหรียญที่เราเอาเงินที่หามาอย่างยากลำบากไปแลกมาโดยคาดหวังความร่ำรวย มันคือ "ขยะ" ดีๆ นี่เอง

สิ่งที่ล้ำค่าและเป็นอนาคตที่จะช่วยปลดแอกโลก คือ "บิตคอยน์" เท่านั้น ไม่ใช่ "คริปโต" โปรดอย่าเข้าใจผิด ไม่งั้นเราจะกลายเป็นเหยื่อให้เขาเชือด กว่าจะคิดได้เงินเก็บทั้งชีวิตอาจจะหายไปหมดแล้ว

การลงทุนมันเป็นเรื่องเรียบง่ายก็จริง แต่ทำจริงยากมาก อาจจะมีเพียงคน 5% เท่านั้นที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวย แต่เราจะรู้ว่าคำพูดนี้เป็นจริงก็ต่อเมื่อเราได้เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว

หลายเรื่องในชีวิตคนมักจะมีลักษณะ รู้ทั้งรู้ เข้าใจดีทุกอย่าง แต่เมื่อถึงเวลาก็ทำไม่ได้ ตามสุภาษิตที่คนไอเดียบรรเจิดชื่อ "เค้า" ว่าไว้อย่าง ไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา เสียน้อยเสียมากเสียยากเสียง่ายอะไรทำนองนี้

และต้นตอคือการไม่มี Skin in the game

คือยังไม่มีส่วนได้เสีย ยังไม่พบเจอกับผลกระทบดั่งไม้หน้าสามฟาดหน้าแหก เรายังไม่เจ็บ ยังไม่ปวด ยังไม่เจ๊ง ไม่ได้ฉิบหายอะไรนี่

เพราะฉะนั้นเราจะยังไม่รู้สึกจนกว่าเราจะเจอดี เราถึงจะได้ลิ้มรสความอร่อยเหาะนั้น และจุดนี้ก็มักเป็นจุดที่ มันสายไปเสียแล้ว แก้ไขอะไรไม่ทัน ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เราทำได้อย่างเดียวคือทำใจ เลียแผลและคิดว่าจะเดินหน้าต่อในชีวิตยังไง

บางคนล้มแล้วลุก ปลอบใจ ให้กำลังใจตัวเองแล้วเลือกเดินหน้าต่อ ช่างแม่งมันปะไร เริ่มต้นใหม่ เก็บไว้เป็นบทเรียนว่ากูจะไม่พลาดซ้ำสอง และทำมันได้จริงๆ คนแบบนี้ถือว่าสุดยอด

บางคนก็เลือกเอาแต่โทษตัวเอง สมน้ำหน้าตัวเอง มัวแต่คิดว่าถ้ารู้งี้กูอย่างงั้น รู้งี้วันนั้นน่าจะทำแบบโน้น ล้มแล้วล้มเลย ลุกไม่ขึ้น หรือบางคนก็อาจจะอยากลุกแต่ทำไม่ได้ ความผิดพลาดมันสร้างความเสียหายร้ายแรงเกินไป เอาตัวเองไปเสี่ยงในจุดใหญ่เกินตัวกว่าแปดล้านกิโลกรัม แต่จริงๆ มันก็ลุกได้ ใช้ชีวิตตามสภาพเพียงแต่อาจจะไม่สามารถกลับมาอยู่จุดเดิมได้อีก

บางคนติด "ลูปนรก" แม้ความฉิบหายที่เกิดขึ้นจะร้ายแรงมากขนาดไหน แต่มันก็ยังไม่มากพอ บทเรียนที่ได้มันไม่ทำให้เข็ดหลาบ จำไปจนตาย เกิดอาการล้มแล้วลุก ล้มใหม่แล้วลุกใหม่ ล้มอีกลุกอีกไม่รู้จบ

ตอนมันล่มสลาย ก็บอกตัวเองว่ากูรู้ซึ้งดีแล้วว่ามันหนักหนายังไง เจ็บปวดแสนสาหัสแค่ไหน จนตั้งปณิธานกับตัวเองว่า กูจะไม่มีวันทำอีก แต่พอเวลาผ่านไป ก็เริ่มเข้าวงจรเดิม เพิ่มความเสี่ยง มากขึ้นและมากขึ้น ไม่มีระเบียบวินัย ไม่รู้จักพอ ได้คืบจะเอาศอก

ค่อยๆ พาตัวเองกลับไปอยู่ในจุดเดิม พอยืนบนขอบเหวเหมือนเดิมก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า "ไอเวรเอ้ยกูเอาอีกแล้ว กูจะเจอกับหายนะอีกแล้วเหรอวะเนี่ย อย่าเลย ไม่เกิดได้มั้ย ครั้งก่อนกูโดนหนักมามากพอแล้ว"

เริ่มได้สติตอนนี้มันสายเกินไปอีกแล้ว แก้ไขอะไรไม่ทัน และสุดท้ายมันก็พังจริงๆ ตามนั้น เพราะเราไม่สามารถจะมาเสกผลลัพธ์ที่เราต้องการได้ในบทสรุปหรือฉากสุดท้ายของเรื่อง

ทั้งหมดทั้งมวลมาจากไอ้วายรายตัวเดียว

ที่เรียกว่า "ความโลภ"

ทุกคนรู้จักมันดีว่าจะสร้างความหายนะยังไง มันเข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน แต่การควบคุมและเอาชนะมันโคตรยากสุดๆ ให้ตาย

สิ่งหนึ่งที่ต้องระวัง โดยเฉพาะเรื่อง "การลงทุน"

คือ ลูปนรกไม่รู้จบ เพราะปัญหาคือ เรื่องที่ใหญ่มากพอของแต่ละคนจะไม่เท่ากัน บางคนขาดทุน 50% ก็เกินพอ บางคนลบ 80% พอ บางคนล่อฟิวเจอร์โดนล้างจนเหลือ 0 เออกูพอ

เมื่อเราโดนความโลภครอบงำ เราจะควบคุมความเสี่ยงไม่ได้ และเราจะขยายความเสี่ยงมากขึ้นไปเรื่อยๆ ได้แสนจะเอาห้าแสน จะเอาล้านจะเอาสิบล้าน ขาดทุนก็เช่นกัน เราไม่กล้าคัทลอสเพราะไม่ขายไม่ขาดทุน คัทเท่ากับเสียเงินจริง คัทแล้วมันเด้งใส่หน้าทำไง

จากการเริ่มด้วยเงินเล็กน้อย เดี๋ยวซื้อเดี๋ยวขายด้วยเงินไม่มาก เราจะใส่สุดปลอก เราเอาเงินทั้งหมดในชีวิตมาทุ่มกับมัน เพราะอยากได้เงินเยอะๆ อยากรวยเร็วๆ อยากพลิกชีวิต อยากให้ผู้คนแซ่ซ้องว่าท่านสุลต่าน

บางคนพี้กยิ่งกว่านั้น คือทุ่มเกินตัว นอกจากจะทุ่มทั้งหมดที่มีแล้วยังไปกู้ไปหยิบยืมเอาเงินคนรอบข้างมาอัด โดยคิดตื้นๆ ว่า ขอเอามาทำทุนก่อน เดี๋ยวกูก็รวย คืนเงินกลับได้สบายๆ พร้อมผลกำไรเบิกบาน แต่ความจริงกับสิ่งเพ้อฝันมันคนละเรื่อง เมื่อไรที่เราติดลูปนี้แล้ว ยังไงๆ เราก็จะลงเอยด้วยการเจ๊งแน่นอน 100%

เจ๊งแล้ว ก็หาเงินมาใหม่ กู้ หยิบยืมมาใหม่ แล้วก็เจ๊งอีกไปเรื่อยๆ นอกจากตัวเองจะล้มละลายแล้ว ยังพาคนรอบข้างเดือดร้อน ฉิบหายไปด้วย

บางทีบทเรียนครั้งใหญ่ก็อาจจะยังไม่พอ ถ้าเราไม่รู้ว่าจะแก้ไขมันยังไงในรอบหน้า หัวใจสำคัญคือต้องควบคุมความโลภให้ได้ ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไป

ปลูกแบบไหนก็ได้อย่างนั้น ถ้าเราดูแลต้นไม้อย่างดี รดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย ไล่แมลง ถอนวัชพืช มันก็จะเติบโตผลิดอกออกผลอย่างที่เราต้องการ แต่ถ้าเราไม่ได้ดูแลมันอย่างเหมาะสมถูกต้อง ปล่อยปละละเลย เมื่อวันที่มันจะเหี่ยวเฉาตาย เราจะมานั่งบอกว่า อย่าตายเลยนะ เนี่ยเรารดน้ำใส่ปุ๋ยไล่แมลงให้แล้ว มันก็ไม่ทันแล้วเพื่อนเอ้ย

การลงทุนให้ประสบความสำเร็จมันเข้าใจง่ายแต่ทำยากมาก ตลาดมันจะบี้คุณจนร้องขอชีวิต คนจำนวนมากรู้เทคนิคทฤษฎีวิธีการทุกอย่างในการเทรด แต่ก็ขาดทุน เพราะระบบบอกให้ซื้อไม่ซื้อ บอกให้ขายไม่ขาย ดื้อออออ greed and fear ในสันดานเราสั่งให้ทำแบบนั้น

แทนที่น้ำพักน้ำแรงมันจะงอกเงย หรืออย่างน้อยมันคงที่ สร้างความมั่งคั่งให้ชีวิตและครอบครัว ยกระดับคุณภาพชีวิตขึ้นไปเรื่อยๆ เรากลับเอามันไปทิ้งและเริ่มใหม่ ทิ้ง เริ่มใหม่ ไม่รู้จบ! ใช้เวลาทั้งชีวิตติดกับดักอยู่ในหลุมบ่อขี้ ทำท่าจะปีนขึ้นไปได้ก็ตกลงไปใหม่

สุดท้ายนี้ ถ้าเราไม่สามารถควบคุมความโลภตัวเองได้อยู่หมัด ไม่รู้ว่ากำไรที่เพียงพอคือจุดไหน ไม่รู้ว่าขาดทุนเท่าไรถึงยอมแพ้ ไม่นานเราจะโกงตัวเราเอง เราจะบิดพริ้ว อิดออดไม่ยอมทำตามสิ่งที่เราตั้งใจไว้เพราะความอยากได้และความเสียดาย และเราจะเสียหายในที่สุด และผมก็เองก็ไม่รอดเช่นกัน

ดังนั้นสำหรับคนที่ยังเอาชนะความโลภตัวเองไม่ได้ การออม การ Stack Sat น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้ว เราค่อยๆ สะสมความอดทน ไม่ดื้อไม่ซน และมันจะไปออกผลในระยะยาว

Stay Humble & Stack Sats

#Siamstr #SiamesBicoiners

การลงทุนคือแผนการ

เข้าแบบไม่มีแผนก็เม่าดีๆนี่เอง

มนุษย์เราเกิดมาเพื่อวิ่ง(ทน)..เพราะร่างกายเราออกแบบมาแบบนั้น

วันนี้อยากลองเขียนอะไรยาวๆ ดูบ้าง แต่ถ้าเขียนแต่เรื่อง Bitcoin ก็ดูจะน่าเบื่อไปเพราะมีคนเขียนเยอะแล้ว เลยลองเลือกเรื่องที่ตัวเองสนใจและชอบอยู่แล้ว แบบน่าจะไม่ fiat มาขยายความต่อละกัน

ทำไมเราถึงเกิดมาเพื่อวิ่งระยะไกล?

เอาแบบสั้นๆก็มีข้อได้เปรียบ 4 อย่างที่ต่างจากสัตว์อื่นๆ

1. สรีระของเท้า

2. การระบายความร้อนด้วยเหงื่อ

3. สรีระของศีรษะ ที่เป็นอิสระจากไหล่และตัว

4. ก้นขนาดใหญ่ ที่บ่งบอกถึงความเป็นนักวิ่ง

ถ้าแบบยาวๆก็เชิญตามอ่านด้านล่าง

ก่อนอื่นคงต้องไปย้อนดูก่อนว่าทำไมมนุษย์เราถึงได้ครองโลกอย่างทุกวันนี้

ย้อนกลับไปประมาณ 50 กว่าปีที่แล้ว ถ้าถามนักวิทยาศาสตร์ว่า อะไรเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการกลายมาเป็นมนุษย์ที่ต่างไปจากลิงอื่นทั่วไป

คำตอบที่เชื่อกันมากในช่วงเวลานั้นคือ

วิวัฒนาการของสมองที่ใหญ่นักวิ่งที่เร็วที่สุดในโลกก็ยังวิ่งช้ากว่าชิมแปนซีทั่วๆไป

ยังไม่นับว่า มนุษย์ไม่สามารถปีนป่ายต้นไม้ได้เหมือนลิงอื่นๆ

ดังนั้นเหมือนว่าสมองจะเป็นอวัยวะเดียวที่ทำให้มนุษย์เอาชนะลิงอื่นๆได้ฉลาดขึ้นกว่าลิงอื่น

สำหรับเหตุผลก็เข้าใจได้ไม่ยาก

เพราะร่างกายของมนุษย์นั้นถือได้ว่า อ่อนแอมากๆเมื่อเทียบกับลิงอื่นๆ

เรามีปากและขากรรไกรที่กัดได้ไม่แรง มนุษย์ที่แข็งแรงที่สุดในโลกไม่สามารถเทียบกำลังกับกอริลล่าทั่วๆไปได้

นักวิ่งที่เร็วที่สุดในโลกก็ยังวิ่งช้ากว่าชิมแปนซีทั่วๆไป

ยังไม่นับว่า มนุษย์ไม่สามารถปีนป่ายต้นไม้ได้เหมือนลิงอื่นๆ

ดังนั้นเหมือนว่าสมองจะเป็นอวัยวะเดียวที่ทำให้มนุษย์เอาชนะลิงอื่นๆได้

แต่ต่อมาเมื่อมีการค้นพบฟอสซิลของลิงที่เป็นบรรพบุรุษของมนุษย์มากขึ้นเรื่อยๆก็พบว่าสิ่งที่ทำให้มนุษย์แยกสายวิวัฒนาการมาจากลิงอื่นๆนั้น

ไม่ใช่สมอง .... แต่เป็นการเดินสองขา

ทำไมเราถึงวิ่งระยะไกลได้ดี??

1. สรีระของเท้า

เมื่อประมาณ 7-10 ล้านปีที่แล้ว ภูมิอากาศของโลกเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิเฉลี่ยมีค่าลดลงอย่างต่อเนื่องหลายล้านปี ทำให้ป่าที่บรรพบุรุษเราอาศัยอยู่หดเล็กลง

เชื่อกันว่าบรรพบุรุษของเราน่าจะเป็นลิงที่ปกติอาศัยอยู่ชายขอบของป่า ดังนั้นเมื่อป่าหดเล็กลง บรรพบุรุษของเราจึงถูกบีบให้ลงมาเดินหากินบนพื้นดินในทุ่งหญ้า

การเดินสองขา ถือเป็นจุดเปลี่ยนแรก ที่ทำให้มนุษย์ฉลาดขึ้น แต่ไม่ใช่จุดเปลี่ยนเดียว ความอดอยากถือว่าเป็นปัจจัยหนึ่ง เช่นกันที่ทำให้บรรพบุรุษ Homo จำเป็นต้องกิน ซากสัตว์ จากในทุ่งหญ้า จากแต่เดิมที่กินแค่ผลไม้และแมลงตัวเล็กๆ

การวิวัฒนาการกินไขสันหลังสัตว์ ส่งผลต่อวิวัฒนาการการของมนุษย์อย่างมากเพราะ มีพลังงานสูง และสารอาหารสำคัญมาก ถ้าเทียบสมัยนี้ก็คงเป็น super food ของยุคนั้น

เมื่อบรรพบุรุษเราต้องเดินหากินสองขามากขึ้น

เท้าจึงวิวัฒนาการมาให้เหมาะกับการเดินมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงใหญ่ๆที่เกิดขึ้นกับเท้า มีอยู่สองอย่างด้วยกัน

หนึ่ง คือ นิ้วเท้าของมนุษย์สั้นลง เพราะนิ้วที่สั้นจะทำให้เดินได้มีประสิทธิภาพกว่า ต่างไปจากนิ้วมือที่ยาวซึ่งช่วยให้จับหรือกำสิ่งต่างๆได้ดี

หัวแม่เท้าเปลี่ยนมามีความยาวเท่ากับนิ้วเท้าอื่นๆ และเป็นพระเอกในการรับน้ำหนักร่างกายระหว่างที่เราเดิน เพราะน้ำหนักตัวเปลี่ยนมาตกเข้าใกล้แกนกลางลำตัวมากขึ้น ทำให้บรรพบุรุษเราเดินได้นิ่ง ต่างจากลิงที่น้ำหนักตัวจะตกไปฝั่งนิ้วก้อย เวลาเดินจึงตัวเอียงไปทางซ้ายทีขวาที

สองคือ กระดูกเท้าของบรรพบุรุษเราเริ่มมีสิ่งที่เรียกว่า arch หรือโค้งเกิดขึ้น ซึ่งกระดูกเท้าร่วมกับกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นจะผูกและเรียงตัวกันเหมือนคันธนูที่วางคว่ำโดยโค้งของคันธนูหันขึ้นด้านบน เวลาเดินแต่ละก้าวน้ำหนักจะถูกกดลง บนโค้งนี้ ทำให้โค้งถูกดัดให้เหยียดตรงขึ้นและพร้อมจะดีดกลับเมื่อแรงกดถูกย้ายไปที่เท้าอีกข้าง

อยากจะให้เริ่มต้นโดยการให้ลองคลำที่ฝ่าเท้าตัวเองก่อน

จะเห็นว่าเท้าของคนเราไม่ได้แบนราบ แต่มีส่วนที่โค้งที่พอจะเห็นและคลำได้

Arch แรก (อาร์ค) ที่เห็นได้ชัดสุดคือ โค้งจากหัวแม่เท้าไปที่ส้นเท้า

แต่เท้าเรายังมีโค้งอื่นอีก โค้งที่มองด้วยตาไม่ชัด แต่จะเห็นได้จากการถ่ายภาพ x-ray

Arch ที่สองคือ โค้งจากนิ้วก้อยเท้าไปที่ส้นเท้า

Arch ที่สามคือ โค้งจากซ้ายไปขวาของเท้า

Arch ทั้งสามของเท้าจึงทำหน้าที่เหมือนสปริง ที่คอยช่วยผ่อนแรงเราขณะเดิน โดยจะแปลงหรือรีไซเคิลน้ำหนักร่างกายเราออกมาเป็นแรงดีดที่ทำให้เราเดินได้สบายขึ้นอย่างด้วยกัน

โดยปกติเมื่อ arch ของเราทำงานได้ดีเราจะไม่เห็นว่า arch เหล่านี้ทำงานมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าเราไปเดินหรือวิ่งบนทรายซึ่งทำให้ระบบสปริงเหล่านี้ทำงานได้ไม่เต็มที่ เราจะเห็นว่ากำลังที่ต้องใช้เพื่อเดินจะต้องเพิ่มขึ้นอีกมาก

เมื่อมนุษย์เดินและวิ่งบนสองขาได้มั่นคงและเร็วขึ้น วิถีการหากินก็เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จากการเดินหรือยืนเพื่อเด็ดผลไม้ ก็มาสู่การเดินไปตามทุ่งหญ้าหรือวิ่งตามนกแร้ง เพื่อหาซากสัตว์อื่นที่สัตว์อย่างสิงโตหรือหมาไนกินเหลือทิ้งไว้

หรืออาจจะสรุปแบบง่ายๆได้ว่า หลังจากที่บรรพบุรุษของมนุษย์เริ่มเดินและวิ่งสองขา ก็สามารถเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพ (ในแง่ของการให้พลังงาน) มากขึ้น ต่อมาเมื่อใช้ไฟ้ฟ้าทำอาหาร ทำให้ระบบย่อยอาหารวิวัฒนาการเล็กลงได้ พลังงานที่ประหยัดขึ้นนี้ จึงสามารถนำไปเลี้ยงสมองที่วิวัฒนาการใหญ่ขึ้นเรื่อยๆได้

โดยการเปลี่ยนแปลงที่เหมือนโดมิโนล้มต่อกันเป็นทอดๆนี้ ถือได้ว่าเริ่มต้นขึ้นมาจากการวิวัฒนาการของเท้า นำไปสู่ปัจจัยที่ 2

2. การระบายความร้อน (เหงื่อ)

คนยุคที่มีวิถีชีวิตแบบล่าสัตว์หาของป่า แค่การเดินเพื่อให้มีอาหารพอกิน มีน้ำพอดื่ม โดยเฉลี่ยแล้วผู้หญิงจะเดินประมาณ 10 กิโลเมตรต่อวัน ส่วนผู้ชายจะเดินประมาณ 14 กิโลเมตรต่อวัน แล้วไม่ได้เดินตัวเปล่า แต่มักจะแบกของ หรืออุ้มลูกไว้ด้วย

การล่าสัตว์ในยุคนี้นั้น มนุษย์จะใช้วิธีแก่รอย วิ่งไล่บี้ ไปเรื่อย ๆ อย่างไม่ลดละ แรก ๆ สัตว์ที่ถูกล่าจะวิ่งหนีเมื่อมนุษย์วิ่งเข้าไปใกล้ แต่การคอยวิ่งไล่ตามไปเรื่อย ๆ จะทำให้สัตว์มีเวลาพักไม่เพียงพอที่จะระบายความร้อนออกจากร่างกาย จนถึงจุดหนึ่ง สัตว์นั้นจะไม่สามารถวิ่งหนีต่อไปได้ ทำให้มนุษย์สามารถที่จะเดินเข้าไปสังหารโดยที่สัตว์นั้นไม่สามารถที่จะขยับตัวหนีไปได้

เพราะสัตว์ต่าง ๆ ในธรรมชาติ โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ต้องใช้วิธี อ้าปากหายใจหอบ ๆ ซึ่งจะทำได้ไม่ดีขณะที่กำลังวิ่งอยู่ โดยจะวิ่งได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วจำเป็นต้องหยุดพัก เมื่อร่างกายของสัตว์จะร้อนเกินไป (overheat)

วิธีการล่าสัตว์แบบนี้มีชื่อเรียกว่า persistence hunting ซึ่งคนที่ยังมีวิถีชีวิตแบบล่าสัตว์หาของป่าในปัจจุบัน ในหลายทวีปก็ยังใช้วิธีนี้ในการล่าสัตว์

คำถามคือ ทำไมมนุษย์จึงวิ่งได้ทนกว่าสัตว์ชนิดอื่น?

คำตอบคือ เพราะเรามีระบบระบายความร้อนที่ดีมาก และสามารถทำงานได้ตลอดเวลาแม้แต่ขณะที่กำลังวิ่ง เพราะมนุษย์เราระบายความร้อนด้วย .... เหงื่อ นั้นเอง

ปกติเมื่อกล้ามเนื้อต่าง ๆ ของเราทำงานมากขึ้น อุณหภูมิในแกนกลางของร่างกายก็จะร้อนขึ้น แต่เลือดจะพาความร้อนนั้นไหลไปสู่ผิวหนัง เมื่อเราเหงื่อออก น้ำเหงื่อที่ระเหยออกไปจากผิวหนังจะดึงความร้อนจากผิวหนังออกไปด้วย ทำให้ผิวหนังของเราเย็นลง ดังนั้นความร้อนจากเส้นเลือด (ฝอย) ก็จะถูกส่งไปที่ผิวหนังได้ง่ายขึ้น แล้วเลือดที่เย็นก็จะวนไปรับความร้อนจากแกนกลางของร่างกายเพื่อวนมาระบายออกที่ผิวหนังได้อีกรอบ และเพราะมนุษย์ไม่มีขนเหมือนสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ เราจึงระบายความร้อนได้เหงื่อได้ดียิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น แต่มนุษย์ยังเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีต่อมเหงื่อมากที่สุดในโลก

3. สรีระของศีรษะ ที่เป็นอิสระจากไหล่และตัว

นอกเหนือไปจากต่อมเหงื่อทีมีมากแล้ว ร่างกายมนุษย์ยังมีการปรับเปลี่ยนหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เราต่างไปจากลิงอื่น และเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ร่างกายมนุษย์วิวัฒนาการมาให้เป็นลิงที่วิ่งได้ทน ตัวอย่างเช่น ในลิงชิมแปนซี หรือลิงที่ต้องปีนป่ายตามต้นไม้ บริเวณของกะโหลก คอ และหลังจะค่อนข้างเชื่อมติดกัน ทำให้ลิงดูเหมือนคอสั้น และเหมือนยักไหล่ค้างไว้ตลอดเวลา ซึ่งลักษณะนี้จะช่วยให้บริเวณหัวของลิงมั่นคงไม่โคลงเคลงไปมาระหว่างโหนไปตามกิ่งไม้ แต่ศรีษะของมนุษย์จะเป็นอิสระจากไหล่และลำตัวค่อนข้างมาก

ทำให้เวลาวิ่งด้วยความเร็ว เราสามารถแกว่งแขน หมุนตัวซ้ายขวา (ตามจังหวะการแกว่งแขน) ได้โดยที่ศรีษะไม่หมุนไปมาตามไปด้วย

อย่างไรก็ตาม ศรีษะของเราก็ต้องมีอะไรยึดไว้เพื่อให้ศรีษะไม่โคลงไปมาขณะที่วิ่ง 
ถ้าคลึงบริเวณท้ายทอยเราจะพบตุ่มกระดูกอยู่ ตุ่มนี้เป็นที่เกาะของเส้นเอ็นที่ชื่อว่า nuchal ligament ซึ่งจะทำหน้าที่ยึดศรีษะของเรากับกระดูกคอ ทำให้เวลาเราวิ่งศรีษะของเราจะมั่นคงไม่โยกเยกไปมา สายตาจึงจับจ้องไปข้างหน้าได้ เส้นเอ็นนี้จะพบในสัตว์ที่ต้องวิ่งเร็ว เช่น หมา ม้า อูฐ แต่จะไม่พบในสัตว์ที่ไม่ค่อยวิ่ง เช่น หมู ชิมแปนซี

เมื่อศึกษาฟอสซิลของบรรพบุรุษมนุษย์ พบว่าเส้นเอ็นนี้เริ่มพบในบรรพบุรุษของเราเมื่อประมาณ 2-3 ล้านปีที่แล้ว ทำให้เชื่อว่า ช่วงเวลานั้นบรรพบุรุษของเราคงจะเริ่มวิ่งมากขึ้น จึงวิวัฒนาการมีเส้นเอ็นนี้เกิดขึ้น

4. ก้นขนาดใหญ่ ที่บ่งบอกถึงความเป็นนักวิ่ง

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่วิ่งเร็วทั้งหลายจะมีหางไว้เพื่อช่วยการทรงตัวเมื่อเปลี่ยนทิศทางขณะที่กำลังวิ่งด้วยความเร็ว

แม้ว่ามนุษย์จะไม่มีหางแต่เรามีกล้ามเนื้อก้นที่ใหญ่กว่าลิงอื่น ๆ มาก กล้ามเนื้อก้นนี้มีความจำเป็นต่อการเดินไม่มากนัก แต่จะทำงานมากเมื่อเราออกวิ่ง ซึ่งบอกใบ้ว่า บรรพบุรุษของเราน่าจะเป็นนักวิ่ง เราจึงมีก้นที่ใหญ่เช่นนี้

และทั้งหมดนี้ก็เป็นบางส่วนของหลักฐานที่บอกใบ้ให้เรารู้ว่า ร่างกายของเราออกแบบมาเพื่อให้เป็นลิงที่วิ่งทน

ร่างกายมนุษย์วิวัฒนาการมาให้เป็นสัตว์ที่วิ่งได้ไกลมาก ๆ แต่ถ้าถามว่าวิ่งได้ไกลแค่ไหน คำตอบจริง ๆ คือ ปัจจุบันยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน แต่เรารู้ว่าร่างกายของมนุษย์มีความสามารถที่ยืดหยุ่นสูงมาก หมายความว่า ในคนที่ได้รับการฝึกฝนมาดี ก็สามารถที่จะวิ่งระยะไกล ๆ ได้มาก

ถ้าจะพูดว่าสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมา

หรือเราเกิดมาเพื่อวิ่ง สิ่งนี้ก็ไม่น่าจะผิด

มนุษย์เราเกิดมาเพื่อวิ่ง(ทน)..

เพราะร่างกายเราออกแบบมาแบบนั้น นั้นเอง

วันนี้คุณไปวิ่งหรือยัง?

#siamstr

#running

#history

#science

#health

ข้อมูลอ้างอิงต้นฉบับไปตามอ่านได้

https://www.blockdit.com/posts/60584b741a28c00c22e528d0

https://www.blockdit.com/posts/605d880fb286300c4f728f38

IMF และ ธนาคารโลก ไม่เคยเป็นพ่อพระ ของโลกใบนี้

แท้จริงแล้ว เป็นองค์กรทางธุรกิจที่แสวงหาผลกำไร และสืบทอดอำนาจของ ดอลลาร์สหรัฐ แค่นั้นเอง

หมดยุคจักรวรรดิ

ก็ต้องสืบทอดอำนาจอะไรบางอย่าง

โลกนี้มันก็คือธุรกิจดีๆนี่เอง

ธรรมาภิบาลคำโก้ๆ ที่ต้องอยู่บนพื้นฐานของกำไร และการกีดกันคู่แข่ง

ถ้าไม่ได้รวย(ทรัพยากร)แต่เกิด หรือบรรพบุรุษบริหารมาดี ก็เติบโตยากหน่อย ต้องโดนพวกนายทุน หลอกล่อ ด้วยการตลาดต่างๆ ให้ต้องอยู่ในระบบ วงล้อเงินเฟียต

ในระบบที่มีคนคุมเกม และมีอำนาจล้นมือ

ไม่อาจหลีกหนีวัฏจักรนี้พ้น

ความรู้ที่ถูกต้อง จะทำให้ปีนกำแพงได้ง่าย

ต้องขอบคุณ Internet และ Bitcoin ที่ทำให้โลกนี้มันสว่างขึ้น

#siamstr

#GM

สวัสดีตอนเช้า

ออกไปไปวิ่ง รับแสงแดดอ่อนโยน ท้องฟ้าสีคราม

ปุยเมฆลอยห่างๆ ดอกไม้พริ้วไหวเขียวขจี กันครับ

nostr:nevent1qqsplda07t3remxkxd4xse65wv980w78693qrgd27e3v9dx69wpvj6spp4mhxue69uhkummn9ekx7mqzyz2l00p46x6kt2x0af8jh70da5e0pyashc7u64z5k4aysx2ln5q6uqcyqqqqgfc45wwtx

โกหก 1 ครั้ง ต้องใช้การโกหกอีก 100 ครั้งเพื่อปกปิดการโกหกครั้งแรก

และการโกหก มากกว่า 100 ครั้งมีโอกาสจะทำให้สิ่งนั้นกลายเป็นความจริง.

#siamstr

#fiatstr

nostr:nevent1qqs995hqwknv8rxgkgtlwmy6hfyupv08cpfl5r6648h5g9mfgtau3tspp4mhxue69uhkummn9ekx7mqzyr2mwfedsaf5uj2ant7ntahr3vwjaq7fg39fn0gde3qvs6jvhg22yqcyqqqqqqgax8k59

GM

ทุกท่าน ขยับร่างกายซะหน่อยเช้านี้

ออกไปตากแดด กับล

#siam

nostr:nevent1qqspvcljksgfhte8c5ndyjp75rr28zwq2rsyn9j8r7qed9k8ut0xmqcpz3mhxue69uhhyetvv9ujumn0wd68ytnzvupzp90hhs6ardt94r875netl8k76vhsjwctu0wd232t27jgr90e6qdwqvzqqqqyyu83q3q8

ต้องลองมาดูเองซักครั้งครับ

GM

ขอสวัสดีด้วยรูปน้ำตกอีกวันครับ

น้ำตกทีลอจ่อ

ถือว่าเป็น Unseen ระหว่างทางไปทีลอซู

ผมประทับใจจุดนี้ที่สุด

เพราะไม่เคยเห็นธรรมชาติที่สมบูรณ์

ขนาดนี้มาก่อน

ทิวของน้ำตกที่ไหลลงมาจากแพมอสขนาดใหญ่

ถ้าไม่ได้อยู่ในป่าลึกขนาดนี้

ระบบนิเวศแบบนี้คงไม่เกิด

ธรรมชาติสวยงามเสมอ

#siamstr

#Nature

#photography

#Thainostr

nostr:nevent1qqsdsmxyn6y7np543gqzgkctzu7v2nfnzuz2kcs7x7rvxd3e7gg3klspp4mhxue69uhkummn9ekx7mqzyz2l00p46x6kt2x0af8jh70da5e0pyashc7u64z5k4aysx2ln5q6uqcyqqqqgfc94hx5c

nostr:nevent1qqsvqpcmaht0u7yzsmuswmppllm5pcj3ga3ur5ydxr3tr7mqt7ezgsspr4mhxue69uhkummnw3ez6ur4vgh8wetvd3hhyer9wghxuet5qgsftaauxhgm2edgel4y72leahkn9uynkzlrmn252j6h5jqet7wsrtsrqsqqqpp8yt6dlp

ลองแก้แล้วครับ น่าจะเป็นเพราะเปลี่ยน LN address ขอบคุณมากครับ ไม่เคยรู้เลยว่ามีปัญหา

โพสต์ผมรับ Zap ไม่ได้หรอครับ เมื่อกี้ลอง Zap ให้พี่หมอยังได้อยู่นะครับ