Avatar
Panai Lawasut
977eb50e0c196776fb27a90270ec4459b780ac27e29eb0d1d3355b819cc938f3

Enter The Matrix

ก่อนจะออก ฉันเข้ามายังไงก่อน..?

ผมพยายามคิดเรื่อง exit the matrix ของ @tendou อยู่พักใหญ่แล้ว ก็ยังนึกไม่ออกว่าเรามีประสบการณ์อะไรที่มันชัดเจนจริงๆ

แต่กลายเป็นไปตกผลึกเรื่องอื่นๆอีกเยอะแยะเต็มไปหมด ขอบคุณ @tendou การชวนคนคิดมันได้อะไรมากกว้างกว่าเรื่องที่เราพยามหาคำตอบอยู่เสมอ

ก่อนนี้ที่บ้านผมขายขนมกันหน้าบ้าน เป็นร้านเล็กๆที่ยอดขายพอประมาณแต่ไม่เคยเสียภาษี

ทั้งภาษีบุคคล ภาษีร้านค้า ภาษีป้าย ไม่ต้องพูดถึงว่าจะจด vat

สิ่งที่ผมเจอคือ ผมไม่สามารถซื้อสินทรัพย์อะไรได้เลย กู้แบงค์ไม่ได้ ทำบัตรเครดิตไม่ได้ มันเหมือนเราไม่มีตัวตน

เพิ่งเข้าใจว่าทำไมเลขบัตรประชาชน เค้าถึงเรียกว่า เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ถ้าคุณไม่เสียภาษี คุณจะไม่มีตัวตน

ผมได้แต่คิดว่า ช่างมันวะ ซื้อสดมันให้หมด บ้านก็เช่าเอาแบบนี้แหละ แล้วเงินก้อนที่เราเก็บได้ก็ไว้ให้ลูกซื้อบ้านของเค้าเอง แล้วเค้าเองก็มีหน้าเก็บเงินเพื่อเป็นค่าบ้านของรุ่นหลานต่อไป

เงินเรา-ลูกใช้,เงินลูก-หลานใช้,เงินหลาน……ใช้ถ้าลูปเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เงินแบงค์ ขอแค่รุ่นแรกเสียสละ

(เรื่องนี้ใครก็คิดได้ แล้วคุณก็เริ่มเก็บเงิน เริ่มลงทุน เริ่มรู้จักเงินเฟ้อ…. แล้วก็พบความจริง บันเทิง!!! )

ตอนนั้นทุกคนยังซื้อขายของด้วยเงินสดเป็นหลัก ยังไม่มีการโอนเงินเยอะแยะแบบทุกวันนี้ ผมก็ยังคิดว่าเราอยู่แบบนี้ต่อไปก็ยังได้

เราขยายสาขาโดยที่ไม่ใช้เงินแบงค์แม้แต่บาทเดียว เราไม่เคยขอเครดิตซัพพลายเออร์ ซักพักสรรพากรเริ่มเพ่งเล็ง คุณพ่อผมเริ่มจ่ายภาษี เป็นแบบร้านค้า เหมาจ่าย ปีนึงหลักพัน และแน่นอนเราก็คาดหวังการเติบโตอยู่ตลอด

ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการ สุดท้ายไม่ว่ายังไง คุณจะมาชนกับกำแพงที่ระบบได้วางไว้ ถ้าคุณจะข้ามมัน คุณต้องเข้ามาในระบบ

-ลูกน้องเริ่มถามหาสวัสดีการ ประกันสังคม วันลาหยุด ลาป่วย เค้าควรได้หยุดโดยที่ร้านยังจ่ายเงินให้เค้า

-ลูกน้องเริ่มsufferเรื่องเดียวกับเรา ไม่มีตัวตน ทำบัตรเครดิตไม่ได้ จะซื้อรถเครื่องคันเล็กๆยังลำบากเลย ไม่ต้องพูดถึงมีบ้าน

-เงินโอนเยอะขึ้นทุกวัน (ประมาณ5ปีมานี้ สัดส่วนเงินโอนเพิ่มจาก5%เป็น70% และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด)

-ที่สำคัญมันกวนใจ ทุกครั้งที่มีรถตู้จอดหน้าร้าน ถือเอกสารนู่นนี่ลงมา มันใจคอไม่ดี ร้านเราอยู่ใกล้สรรพากรชลบุรีด้วย

ผมเริ่มมองเห็นแล้วว่าอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ยั่งยืนแน่นอน เราทำทุกอย่างให้มันถูกต้องดีกว่า(ถูกต้องตามระบบเค้าอะเนอะ) อะไรต้องจ่ายก็จ่ายไป แล้วจะได้ตัดเรื่องกวนใจออกไปอีกเรื่อง มีสมาธิโฟกัสกับงานที่มันสำคัญดีกว่า

ผมจดบริษัท จดvat แล้วความบันเทิงก็บังเกิด!!!

แบบที่ @jingjo พูดในสมายาส้ม ep15 เลย

นี่มันระบบปัญญาอ่อนอะไรวะเนี๊ย ..!!!

- คุณมีหน้าที่รวบรวมรายรับและรายจ่ายเพื่อนำมาคำนวณภาษี และหลักฐานทุกอย่างต้องถูกต้องตามฟอร์มที่สรรพากรยอมรับ อันไหนผิดหรือไม่มี สรรพากรไม่คิดให้ WTF!!!! ผมเพิ่งเข้าใจว่าใบเสร็จคือเงินก็ตอนนั้นแหละ แล้วกระบวนการนี้ก็มีค่าใช้จ่าย!!แล้วก็ไม่น้อยด้วย (เหมือนเราบริการสรรพากรเพื่อที่จะได้จ่ายเงินให้สรรพากร ปัญญาอ่อนมั้ยล่ะ)

- ทันทีที่สินค้าคุณมีvat คุณจะเสียอำนาจการแข่งขันในตลาดทันที

- จะมีซัพพลายเออร์จำนวนนึงเลยที่ไม่อยากทำธุรกิจกับคุณ เค้ายังไม่อยากเค้าระบบ บางเจ้าจำกัดยอดการสั่ง บางเจ้าขอไม่ออกใบเสร็จให้ส่วนใหญ่ขอบวกvatเพิ่ม เราก็ต้องเลือกเจ้ามีvat เพียงเพราะได้ใบกำกับภาษี

ก็เพิ่งเค้าใจคำว่า”มีภาษีกว่า”

- ถ้าคุณจะทำโปรดักส์ที่มีคุณภาพ คุณจำเป็นต้องใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ ทำให้คุณเลือกซัพพลายเออร์ได้ไม่มาก ไม่ว่าเค้าจะขายราคาเท่าไหร่ ไม่มีvat ไม่ให้ใบเสร็จ คุณก็จำเป็นต้องซื้อเค้า แล้วก็รับภาระทางภาษีไปแทน (สินค้าเกษตรไม่มีvatนะ แล้วผมก็ใช้เป็นวัตถุดิบหลักซะด้วย)

- เช่นเดียวกับผู้ให้เช่าที่ดินและอาคารทั้งหลายแหล่ ทำเลสำคัญมาก ถ้าต้องตรงนี้คือต้องตรงนี้ ไม่ว่าเค้าจะไม่ยอมให้เราส่งเป็นรายจ่าย ให้เราเสียภาษีโรงเรือนให้ หรือให้เราเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้ เราก็ต้องเช่า (80%ของตลาดให้เช่าเป็นแบบนี้ ไม่แปลกใจที่ธุรกิจใหญ่หนีเข้าห้างหมด ความเลื่อมล้ำจะไม่เกิดได้ไง)

ผมว่าสิ่งหนึ่งที่สรรพากรเก่ง นอกจากการเรียกเก็บภาษีแล้ว คือการรวบรวมคนเข้าระบบ นอกจากคุณจะถูกบีบให้เค้าระบบแล้ว เค้าจะใช้คุณเป็นเครื่องมือในการบีบให้คนอื่นเข้าระบบด้วย

มีซัพพลายเออร์ผม2-3เจ้า ที่ยอมเข้าระบบ บางคนยอมจดบริษัทเลย เพื่อจะเป็นคู่ค้ากับเรา ยังไม่นับ เป๋าตัง พร้อมเพย์ โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ นับถือยุทธศาสตร์เลย

- ลูกน้องคุณเริ่มใช้สิทธิเต็มที่ มองว่าลาป่วย ลากิจ วันหยุดราชการ เป็นสิทธิที่ต้องใช้ให้เต็มที่เริ่มพยายามหาช่องโหว่ที่จะให้ได้รับสิทธิ์สูงสุดจริงๆ ผมไม่ได้มีปัญหานะ แค่จะชี้ให้เห็นว่าก่อนหน้านั้น ไม่เคยมีใครมีความคิดแบบนี้

- ยังไม่นับงานเอกสารที่มากมายมหาศาล ยิ่งเป็นบริษัทยิ่งมากกว่าบุคคลธรรมดาอีกหลายเท่า แต่ละเทศบาล แต่ละองค์กร เรียกเอกสารไม่เหมือนกัน บางทีทำเรื่องเดียวกันแต่ไปคนละโต๊ะ ขอเอกสารไม่เหมือนกันอีก ใบอนุญาตต่างๆที่บังคับให้มี ก็เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่มีการเรียกเก็บค่าอำนวยความสะดวกได้อีก มันจะกินเวลาและกวนใจคุณมาก สุดท้ายคุณต้องหาคนมาทำเรื่องนี้แทน ก็เป็นค่าใช้จ่ายอีก

แต่ก็ตามระบบครับ ทุกวันนี้พนักงานผมเกือบทุกคน มีมอเตอร์ไซค์ บัตรเครดิต บางคนมีบ้านเลย

ไม่รู้ที่ผมทำมาทั้งหมดถูกต้องไหม แต่บอกได้เลยว่า ตามเกมส์เค้าหมด

- กระตุ้นให้คนเป็นพวกบริโภคนิยม

- บีบให้คนต้องใช้เงินแบงค์

- บีบให้คนต้องทำงานในองค์กรที่อยู่ในระบบ

- บีบให้ผู้ประกอบการที่อยากโตต่อ ต้องเข้าระบบ เพื่อadvantageด้านความมั่นคงของลูกน้อง และต้นทุนทางการเงินที่ถูกลง

- ให้ผู้ประกอบการบีบคู่ค้ากันเองให้เข้ามาในระบบ

ถ้าจะไม่อยู่ในระบบ ใช้เก็บเงินเอาก็ต้องสู้กับเงินเฟ้อ หรือจะเอาไปลงทุน ก็เท่ากับทำงานสองรอบ แถมต้องไปสร้างPOWด้านการลงทุนอีก จะต้องเจอบทเรียนราคาถูกแพงอีกเท่าไหร่ไม่รู้

มันเหมือนกับเราอยู่ในกระแสน้ำเชี่ยว ที่กำลังจะพาเรายังน้ำตกสูง เผอิญมีเรือลอยผ่านมา เราตัดสินใจขึ้นเรือแล้วพบว่า เรือแม่งเสือกมีรูรั่วอยู่ อย่างใหญ่ เราคงไม่มีทางเลือกมากนัก ต้องทั้งรีบพายหนีกระแสน้ำ แล้วอีกมือก็ต้องรีบวิดน้ำออก อย่างเก่งคือเรืออยู่กับที่แล้วก็ไม่จม จนกว่าเราจะหมดแรง

คือรู้แหละว่าถูกหลอกอยู่ แต่มันหนีไม่ได้

จนกระทั่งวันนึงมีผู้ชายใส่แว่นเสียงหน้าฟัง บอกเราว่ามันมีกล่องเครื่องมืออยู่ในเรือนะมันเรียกว่าบิทคอย เอาไปซ่อมเรือได้ แต่แม้คุณจะซ่อมเรือได้แล้วคุณยังต้องพยามพายต่อไปนะ

เราเองก็ไม่รู้หรอกว่าจะเร็วพอไปถึงฝั่งมั้ย ก็ได้แต่หวังว่า จะมีแรงพอที่จะพายไปเรื่อยๆจนความแรงน้ำมันจะหมดไปหรือไม่ก็จนกว่าน้ำจะแห้งไปเอง

ขอบคุณที่บนเรือมีyoutube 55555

#Matrix #EscapeTheMatrix #ExitTheMatrix

#ThaiNostrich #Siamstr

Replying to Avatar chontit

Best day ever …

เมื่อใดก็ตามที่ผมได้อ่านบทความเกี่ยวกับความรัก ครอบครัว หรือเด็ก ๆ มันมีความน่าสนใจและรู้สึกใจฟูมาก ๆ อาจเป็นเพราะว่าเรากำลังอยู่ในวัยสร้างครอบครัว มีลูกน้อยวัยกำลังซนอายุ 5 ขวบพอดี … (วันนี้เป็นวันเกิดของเธอด้วยแหละ) 🥰❤️👨‍👩‍👧

พอมาลองนั่งคิดนอนคิดตามพี่ปณัยดู … “Best day ever” ของผมมันคืออะไรนะ ? … บอกตามตรงว่านึกไม่ออกเลยจริง ๆ ชีวิตที่ผ่านมาของผมมันราบเรียบเกินไป เป็นเด็กเรียน ไม่เคยโดดเรียน ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง แม้กระทั่งเกมส์ต่าง ๆ ที่วัยรุ่นยุค 90 เล่นกัน เช่น Ragnarok ก็ยังเล่นไม่เป็นเลย 🫠

สภาวะของผมตอนนี้ก็เรียกได้ว่าชีวิตมีความมั่นคงในระดับหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีเงินมีทองมากมาย บวกกับมีหนี้บ้านเยอะพอตัว แต่ก็ยังคงใช้ชีวิตไปได้เรื่อย ๆ ตามอัตภาพ 5555 🥹

จนกระทั่งผมได้พบกับบิตคอยน์ พบกับความจริงแท้อย่างที่สุด และรู้สึกว่าสิ่งนี้แหละที่เป็นความหวังเพียงหนึ่งเดียวที่จะช่วยให้ลูกสาวตัวเล็กของผมได้เติบโตขึ้นมาในสังคมอันโหดร้ายนี้ได้ … ผมหวังว่าในอนาคตอันใกล้ เมื่อใดก็ตามที่เธอพร้อมที่จะเรียนรู้เรื่องการเงิน พร้อมจะเรียนรู้เรื่องการเก็บบิตคอยน์ และพร้อมที่จะพบกับความจริงแท้ของโลกใบนี้เฉกเช่นที่คุณพ่อของเธอได้พบ … เมื่อนั้นผมคงจะได้สัมผัสกับคำว่า “Best day ever” 🧡 nostr:note1wzzdnknwmxuvnducnltnvxtre4l725xynjvmewkzqm6eynpq6t3sx7n20p

HBD สาวน้อย 🎂🎂🎂🥰

พลาดกันได้ไม่เป็นไร แต่ไม่ใช่ทุกวันแบบนี้ 5555

รีบร้อนพิมพ์ผิด ความหมายเปลี่ยนตลอด

ใช่เลยครับ ความสุขไม่ได้อยู่ที่ปลายทาง😄

เรื่องความสุขนี่คิดต่อไปได้หลายมิติ หลายมุมมองมากครับ

ต้องไขว่คว้ามั้ย หรือต้องปล่อยวาง

ใช้เป็นแรงพลักดันรึเปล่า ต้องยอมเอาทุกอย่างเข้าแลกมั้ย แบบไหนจะยั่งยืน

ปัจเจกและsensitiveมากครับ เลยพยามเสนอมุมมองส่วนตัวอย่างเดียว🥰

ความรู้ใหม่ ถ้ากดpostแล้วไม่ไป อย่ากดย้ำ มา3อันเลยทีนี้ รกฟีดชาวบ้านเค้า!!!! 😓😓😓

Best day ever..

ก่อนนอนทุกคืนผมกับลูกชายจะชอบอ่านหนังสือกันหรือถ้ามีtopicอะไรน่าสนใจเราก็จะชอบนอนคุยกัน

เมื่อคืนก่อนนางเล่าถึงว่า นางชอบ birthday party ที่โรงเรียนมาก มีไอติม มีขนมมาให้กินเยอะมาก(นางบอกบางทีก็มีท๊อฟฟี่เค้กด้วย555)

นางบอกว่า “ปั๊งชอบ birthday party มาก วันไหนมี birthday party นะ เป็น best day ever เลย”

แล้วนางก็หันมาถามผม “พ่อบอกให้ปั๊งหน่อย best day ever ของพ่อเป็นแบบไหนอะ”

นาง6ขวบ ภาษาของนางประมาณนี้แหละ แต่เราก็พอเข้าใจความหมายอยู่

ตอนนั้นผมตกใจกับคำถาม เราเองไม่เคยถามตัวเองเลย แต่ก็ตอบไปก่อนว่าวันที่พ่อเจอกับแม่ไง (แฟนผมก็อยู่ด้วย ตอบๆทำคะแนนไปก่อน)

แต่มันกลับทำให้ผมมาคิดหาคำตอบให้ตัวเองต่ออีกหลายวัน ผมพยามนึกถึงสถานการณ์ที่ควรจะมีความสุขแบบ stereotypes โดยทั่วไป แล้วถามตัวเองอย่างเป็นกลางที่สุด

วันที่เรียนจบเหรอ

วันที่แต่งงานเหรอ

วันที่ได้รับรถที่ชอบเหรอ

วันที่ยอดขายที่ร้านทะลุเป้าหรอ

วันที่วิ่งเทรลจบครั้งแรกเหรอ

ไม่ใช่เลยเราว่ามันมีโมเมนต์ที่รู้สึกดีกว่าวันพวกนั้นอยู่

-มันไม่ใช่วันที่เรียนจบ แต่มันเป็นวินาทีที่เดินเข้าไปส่งFinal Thesis ในวินาทีที่ถึงdeadline

พอดี แค่ตอนส่งนะครับ ไม่ใช่ตอนตรวจหรือตอนเกรดออก

-มันไม่ใช่วันที่แต่งงาน แต่เป็นตอนที่แฟนผมยอมไปกินข้าวมื้อแรกด้วยกันหลังจากผมตามจีบอยู่เป็น10ปี (เจอกันตอนอายุ15 ได้เดทตอน25🤣)

-มันไม่ใช่วันที่ได้รับรถ แต่เป็นวันที่ผมเก็บเงินได้พอ และมีคนพร้อมขายให้(เป็นรถมือสองที่ไม่ค่อยเห็นในตลาด เป็นที่รู้กันว่าต้องกำเงินรอจนกว่าจะมีคนขายและซื้อสดเท่านั้น)

-มันไม่ใช้วันที่ร้านขายได้เยอะแยะ แต่เป็นวันที่ขนมชิ้นแรกของสาขาที่เพิ่งสร้างเสร็จขายได้

-มันไม่ใช่วันที่วิ่งเข้าเส้นชัย แต่มันเป็นตอนที่ซ้อม hill repeats เสร็จ (ต้องวิ่งขึ้นเขาสามมุก โดยกำหนดเวลาและระยะทาง ผมเป็นนักกีฬาบาสมาตั้งแต่เด็ก บอกได้เลยว่า hill repeats คือที่สุดของชีวิต)

ยิ่งคิดต่อไปอีกยังมีอีกหลายๆโมเมนต์ที่รู้สึกดีมากๆ ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านความเหนื่อยยาก อยู่ในภาวะกดดันสูงๆ ต้องใช้ความอดทน ต้องรอนานๆทั้งนั้น แต่เมื่อผ่านมันไปได้ reward ของมันก็จะแปรผันกับ work และ time ที่เราเป็นคนใส่ลงไปนั้นแหละ

ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย

ถ้าคุณรู้สึกว่าโดปามีนมันสูบฉีด โปรดพิจารณาก่อนว่าคุณจ่ายอะไรไป อาจจะเป็นสิ่งที่คุณไม่ได้อยากจ่ายก็ได้

โปรดระวังโดปามีนราคาถูก(ขอยืมคำพี่จิงโจ)

แต่สุดท้ายผมหา best day ever ของผมไม่เจอนะครับ โดปามีนมันมาไวไปไว เทียบลำบาก 5555

แล้ว Best Day Ever ของคุณล่ะเป็นแบบไหน

#Matrix #EscapeTheMatrix #ExitTheMatrix

#ThaiNostrich #Siamstr

Best day ever..

ก่อนนอนทุกคืนผมกับลูกชายจะชอบอ่านหนังสือกันหรือถ้ามีtopicอะไรน่าสนใจเราก็จะชอบนอนคุยกัน

เมื่อคืนก่อนนางเล่าถึงว่า นางชอบ birthday party ที่โรงเรียนมาก มีไอติม มีขนมมาให้กินเยอะมาก(นางบอกบางทีก็มีท๊อฟฟี่เค้กด้วย555)

นางบอกว่า “ปั๊งชอบ birthday party มาก วันไหนมี birthday party นะ เป็น best day ever เลย”

แล้วนางก็หันมาถามผม “พ่อบอกให้ปั๊งหน่อย best day ever ของพ่อเป็นแบบไหนอะ”

นาง6ขวบ ภาษาของนางประมาณนี้แหละ แต่เราก็พอเข้าใจความหมายอยู่

ตอนนั้นผมตกใจกับคำถาม เราเองไม่เคยถามตัวเองเลย แต่ก็ตอบไปก่อนว่าวันที่พ่อเจอกับแม่ไง (แฟนผมก็อยู่ด้วย ตอบๆทำคะแนนไปก่อน)

แต่มันกลับทำให้ผมมาคิดหาคำตอบให้ตัวเองต่ออีกหลายวัน ผมพยามนึกถึงสถานการณ์ที่ควรจะมีความสุขแบบ stereotypes โดยทั่วไป แล้วถามตัวเองอย่างเป็นกลางที่สุด

วันที่เรียนจบเหรอ

วันที่แต่งงานเหรอ

วันที่ได้รับรถที่ชอบเหรอ

วันที่ยอดขายที่ร้านทะลุเป้าหรอ

วันที่วิ่งเทรลจบครั้งแรกเหรอ

ไม่ใช่เลยเราว่ามันมีโมเมนต์ที่รู้สึกดีกว่าวันพวกนั้นอยู่

-มันไม่ใช่วันที่เรียนจบ แต่มันเป็นวินาทีที่เดินเข้าไปส่งFinal Thesis ในวินาทีที่ถึงdeadline

พอดี แค่ตอนส่งนะครับ ไม่ใช่ตอนตรวจหรือตอนเกรดออก

-มันไม่ใช่วันที่แต่งงาน แต่เป็นตอนที่แฟนผมยอมไปกินข้าวมื้อแรกด้วยกันหลังจากผมตามจีบอยู่เป็น10ปี (เจอกันตอนอายุ15 ได้เดทตอน25🤣)

-มันไม่ใช่วันที่ได้รับรถ แต่เป็นวันที่ผมเก็บเงินได้พอ และมีคนพร้อมขายให้(เป็นรถมือสองที่ไม่ค่อยเห็นในตลาด เป็นที่รู้กันว่าต้องกำเงินรอจนกว่าจะมีคนขายและซื้อสดเท่านั้น)

-มันไม่ใช้วันที่ร้านขายได้เยอะแยะ แต่เป็นวันที่ขนมชิ้นแรกของสาขาที่เพิ่งสร้างเสร็จขายได้

-มันไม่ใช่วันที่วิ่งเข้าเส้นชัย แต่มันเป็นตอนที่ซ้อม hill repeats เสร็จ (ต้องวิ่งขึ้นเขาสามมุก โดยกำหนดเวลาและระยะทาง ผมเป็นนักกีฬาบาสมาตั้งแต่เด็ก บอกได้เลยว่า hill repeats คือที่สุดของชีวิต)

ยิ่งคิดต่อไปอีกยังมีอีกหลายๆโมเมนต์ที่รู้สึกดีมากๆ ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านความเหนื่อยยาก อยู่ในภาวะกดดันสูงๆ ต้องใช้ความอดทน ต้องรอนานๆทั้งนั้น แต่เมื่อผ่านมันไปได้ reward ของมันก็จะแปรผันกับ work และ time ที่เราเป็นคนใส่ลงไปนั้นแหละ

ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย

ถ้าคุณรู้สึกว่าโดปามีนมันสูบฉีด โปรดพิจารณาก่อนว่าคุณจ่ายอะไรไป อาจจะเป็นสิ่งที่คุณไม่ได้อยากจ่ายก็ได้

โปรดระวังโดปามีนราคาถูก(ขอยืมคำพี่จิงโจ)

แต่สุดท้ายผมหา best day ever ของผมไม่เจอนะครับ โดปามีนมันมาไวไปไว เทียบลำบาก 5555

แล้ว Best Day Ever ของคุณล่ะเป็นแบบไหน

#Matrix #EscapeTheMatrix #ExitTheMatrix

#ThaiNostrich #Siamstr

Best day ever..

ก่อนนอนทุกคืนผมกับลูกชายจะชอบอ่านหนังสือกันหรือถ้ามีtopicอะไรน่าสนใจเราก็จะชอบนอนคุยกัน

เมื่อคืนก่อนนางเล่าถึงว่า นางชอบ birthday party ที่โรงเรียนมาก มีไอติม มีขนมมาให้กินเยอะมาก(นางบอกบางทีก็มีท๊อฟฟี่เค้กด้วย555)

นางบอกว่า “ปั๊งชอบ birthday party มาก วันไหนมี birthday party นะ เป็น best day ever เลย”

แล้วนางก็หันมาถามผม “พ่อบอกให้ปั๊งหน่อย best day ever ของพ่อเป็นแบบไหนอะ”

นาง6ขวบ ภาษาของนางประมาณนี้แหละ แต่เราก็พอเข้าใจความหมายอยู่

ตอนนั้นผมตกใจกับคำถาม เราเองไม่เคยถามตัวเองเลย แต่ก็ตอบไปก่อนว่าวันที่พ่อเจอกับแม่ไง (แฟนผมก็อยู่ด้วย ตอบๆทำคะแนนไปก่อน)

แต่มันกลับทำให้ผมมาคิดหาคำตอบให้ตัวเองต่ออีกหลายวัน ผมพยามนึกถึงสถานการณ์ที่ควรจะมีความสุขแบบ stereotypes โดยทั่วไป แล้วถามตัวเองอย่างเป็นกลางที่สุด

วันที่เรียนจบเหรอ

วันที่แต่งงานเหรอ

วันที่ได้รับรถที่ชอบเหรอ

วันที่ยอดขายที่ร้านทะลุเป้าหรอ

วันที่วิ่งเทรลจบครั้งแรกเหรอ

ไม่ใช่เลยเราว่ามันมีโมเมนต์ที่รู้สึกดีกว่าวันพวกนั้นอยู่

-มันไม่ใช่วันที่เรียนจบ แต่มันเป็นวินาทีที่เดินเข้าไปส่งFinal Thesis ในวินาทีที่ถึงdeadline

พอดี แค่ตอนส่งนะครับ ไม่ใช่ตอนตรวจหรือตอนเกรดออก

-มันไม่ใช่วันที่แต่งงาน แต่เป็นตอนที่แฟนผมยอมไปกินข้าวมื้อแรกด้วยกันหลังจากผมตามจีบอยู่เป็น10ปี (เจอกันตอนอายุ15 ได้เดทตอน25🤣)

-มันไม่ใช่วันที่ได้รับรถ แต่เป็นวันที่ผมเก็บเงินได้พอ และมีคนพร้อมขายให้(เป็นรถมือสองที่ไม่ค่อยเห็นในตลาด เป็นที่รู้กันว่าต้องกำเงินรอจนกว่าจะมีคนขายและซื้อสดเท่านั้น)

-มันไม่ใช้วันที่ร้านขายได้เยอะแยะ แต่เป็นวันที่ขนมชิ้นแรกของสาขาที่เพิ่งสร้างเสร็จขายได้

-มันไม่ใช่วันที่วิ่งเข้าเส้นชัย แต่มันเป็นตอนที่ซ้อม hill repeats เสร็จ (ต้องวิ่งขึ้นเขาสามมุก โดยกำหนดเวลาและระยะทาง ผมเป็นนักกีฬาบาสมาตั้งแต่เด็ก บอกได้เลยว่า hill repeats คือที่สุดของชีวิต)

ยิ่งคิดต่อไปอีกยังมีอีกหลายๆโมเมนต์ที่รู้สึกดีมากๆ ล้วนแล้วแต่ต้องผ่านความเหนื่อยยาก อยู่ในภาวะกดดันสูงๆ ต้องใช้ความอดทน ต้องรอนานๆทั้งนั้น แต่เมื่อผ่านมันไปได้ reward ของมันก็จะแปรผันกับ work และ time ที่เราเป็นคนใส่ลงไปนั้นแหละ

ทุกอย่างมีราคาที่ต้องจ่าย

ถ้าคุณรู้สึกว่าโดปามีนมันสูบฉีด โปรดพิจารณาก่อนว่าคุณจ่ายอะไรไป อาจจะเป็นสิ่งที่คุณไม่ได้อยากจ่ายก็ได้

โปรดระวังโดปามีนราคาถูก(ขอยืมคำพี่จิงโจ)

แต่สุดท้ายผมหา best day ever ของผมไม่เจอนะครับ โดปามีนมันมาไวไปไว เทียบลำบาก 5555

แล้ว Best Day Ever ของคุณล่ะเป็นแบบไหน

#Matrix #EscapeTheMatrix #ExitTheMatrix

#ThaiNostrich #Siamstr

ถ้าไปนับมาตั้งกะต้นทาง น่าจะแพงสุดเลยนะ 5555

แปลว่าตั้งใจเรียนอยู่น่าห้อง อันนั้นไม่มีอะไรให้ต้องเสียดายครับ

ต้องอ่านเองครับ เมื่ึอวานคนสรุปให้ แต่ดูจะใช้งานไม่ได้ 5555

ถึงเวลาใช้กรรม

เมื่อวานเด็กหลังหัองชวนคุย 😆😆

#ทีมดูย้อย

#ทีมตรู่

#coffeechain

#siamstr

55555 ปิดไฟ หยีตา ไม่ใส่แว่นยังอ่านออกเลยท่าน