Avatar
jakkapat.S
b44edd14523073e0bbda102a51b7384a6a627557fa473774780a62310911cf84
MA[x] Biotech🍄🍄‍🟫🍄🍄‍🟫

บิตคอยน์มีสามารถทำธุรกรรมข้ามพรมแดนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพโดยไม่จําเป็นต้องมีตัวกลาง บริการธนาคารแบบดั้งเดิม ลดค่าธรรมเนียม และเพิ่มความปลอดภัย #Siamst

#FuckIMF nostr:note1rche6hqz4gtdh4t2v50xu7skryz58zgagv9allsv3ylgq44jektseaqnwt

บิตคอยน์ไม่ได้เพียงแค่สกุลเงิน แต่เป็นเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงวิธีที่เรามองเห็นการเงินและการทำธุรกรรม

ฟังสัมภาษณ์เรื่อง A380 ของการบินไทย ไม่พร้อมถูกนำกลับมาบินไปรับคนไทยในอิสราเอล เหตุเพราะจอดตากแดดไว้นานมากที่อู่ตะเภา

การจะกู้คืนมาขับใช้ จะเกิดค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่ที่สำคัญกว่านั้นมากคือต้องใช้เวลา

ไฟลต์ล่าสุดที่ผมกลับจากสิงคโปร์ เผอิญผมได้สนทนาเรื่องนี้พอดีกับลูกเรือการบินไทยที่แสนอบอุ่น (…จนร้อน)

เป็นการสนทนาเผ็ดร้อนก่อนเกิดเหตุสงครามในอิสราเอลนะ เราไม่ได้รู้อะไรล่วงหน้า

แต่พอรู้แล้วก็ตอบคำถามจากข่าวคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในฐานะ รมต. คมนาคม ที่ให้ข่าววานนี้ว่า A380 ยังถูกนำออกมาใช้ไม่ได้ …เหตุจอดทิ้งไว้นาน (รอการขาย)

… การจะฟื้นคืนนั้นนาน และต้องควานหาตัวกัปตัน และฟื้นฟูทักษะการบิน …ต้องต่อไลเซนส์ สะสมชั่วโมงบินกันใหม่ (ใครขับได้บอกด้วย)

แต่เมื่อต้องอพยพคนไทยจำนวนมากในบริเวณฉนวนกาซา ความใหญ่โตของ A380 ที่จุได้ถึง 500 ที่นั่ง จึงถูกถามถึงความสามารถในการนำไปรับคนไทยแทนลำเล็กกว่าที่ใช้กันอยู่ (เวลานี้จึงทำได้เพียง “ทะยอยนำกลับ”)

กองทัพอากาศไทยใช้ A340-500 สเปกจุได้ราว 270-310 ที่นั่ง (ข้อมูลระบุไว้แบบนี้ ซึ่งขึ้นอยู่กับการจัดเรียงเก้าอี้ของกองทัพอากาศ) แต่นำไปรับกลับมาได้ 130 คนในรอบแรก มีแผนจะจัดเครื่องบินไปรับกลับ 6 รอบ (ขาไป ต้องตีเครื่องเปล่า)

ยุคนี้มีข้อมูลให้สืบค้นได้เยอะ ขนาด ทอ. บินอ้อม คนยังรู้เลย (แอป FlightRadar™️ นี่บอกหมด ! บินไปย้งไง ?) ทอ. ใช้เวลาไป 12 ชม. ปกติต้อง 9 ชม. เซ่ ! คนเห็นฟ้อง

โฆษกกระทรวงต่างประเทศต้องออกมาแจงว่าอ้อมเพราะไม่มีสัมพันธ์ทางการทูตกับบางประเทศแถบนั้น

เรามีคนไทยตกค้างอยู่ในอิสราเอลถึง 25,962 คน (19% ของจำนวนแรงงานไทยในต่างประเทศทั้งหมด) ขนกลับกันได้ทีละไม่มาก ต้องตั้งคำถามต่อว่า อีกกี่เที่ยวบินถึงจะเพียงพอ ต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ และ …“จะทันไหม ?” เพราะชีวิตคนประเมินมูลค่าไม่ได้

สายการบินพาณิชย์หลายสายที่นายกรัฐมนตรีประสานไป ก็แถลงความร่วมมือดี ตีรวม ๆ แล้วเราจะได้ 24 เที่ยวบิน (รวมการบินไทยด้วย) …แต่สเปกเครื่องบินเขาก็ไม่ใหญ่โตพอจะรับกลับได้ครั้งละมาก ๆ เหมือน A380

ซึ่งหากได้ ก็ต้องวางแผนนัดรวบรวมคนให้ดี ๆ เพราะการเข้าถึงจุดจอดเครื่องบิน ของผู้อพยพก็คงยากลำบากเช่นกันในเวลานี้ …

จินตนาการภาพคงคล้ายหนังที่ต้องค่อย ๆ ย่องมาทีละมุมตึก ปรักหักพัง

แต่ KeyPoint ที่ผมจะชวนผู้ประกอบการและคนทำงานคุยกันวันนี้คือ ”การเก็บของอย่างมีประสิทธิภาพ“

ข้อมูลจากลูกเรือการบินไทยที่คุยกับผมคือ เขาเสียดายที่ A380 หลายลำที่รอการขาย ไม่ได้ถูกนำไปจอดในภูมิศาสตร์แนะนำคือ “ออสเตรเลีย” ที่เป็นทะเลทราย อากาศแห้ง และสำคัญคืออากาศคงที่

เหตุเพราะอากาศสวิงสวายร้อนชื้นแบบบ้านเราทำให้เบาะและเครื่องมือต่าง ๆ เสื่อมสภาพ

…ของแบบนี้แปลกนะ หากมึคนนั่งขยับไปมา ไม่ยักกะเป็นไร แต่พอไร้คนนั่ง คนสัมผัสมัน มันเสื่อม

ใครมีประสบการณ์ปิดห้องไว้นาน ๆ ก็จะรู้ว่า เก้าอ้ง เก้าอี้ โต๊ะตั่ง เบาะเบอะ มัน “กรอบ” หมด

ถ้าเป็นขนมอบกรอบก็คงขายได้ แต่พออุปกรณ์กรอบนี่ สินค้าเสื่อมราคาทันที ขายไม่ได้แล้ว

ผมได้สนทนากับนักธุรกิจใหญ่ท่านหนึ่ง ท่านกรุณาคิดให้ว่าผมจะหายอดขายใหม่ให้บริษัทได้จากอะไร … เขาคิดให้ผมอย่างจริงจังแล้วตอบว่า “คุณหนุ่ยก็ต้องขายของโดยไม่มีสต๊อกสิครับ”

ค่าเก็บรักษาของนี่โหดมาก … จะต่อว่าการบินไทยว่าทำไมไม่เอา A380 หลาย ๆ ลำที่รอการขาย บินไปจอดไว้ออสเตรเลีย จะได้ไม่เสื่อมสภาพ … ก็ต้องตอบแบบเห็นอกเห็นใจว่า “ก็ค่าจอดออสเตรเลียมันแพงกว่าอู่ตะเภาเรานิ !“

แน่นอนว่าเรื่องนี้ต้องบวกลบคูณหาร หาจุดคุ้มค่า

ระหว่าง …จอดถูก แต่ของพังบ่นปี้ vs. จอดแพง แต่ของน่าจะยังดีอยู่ (โดยทฤษฎี) vs. ขายมันออกไปถูก ๆ ให้พ้น ๆ ตัว แต่หยุดค่าใช้จ่ายได้ทันที

เรื่องนี้ลองเทียบกับใจเราก็ได้นะ

เวลาใครเขาต่อราคาของเหลือใช้เรา เราไม่ชอบเลขราคาที่เขาต่อเลย (เพราะมัวไปเทียบกับราคาของใหม่ตอนซื้อมา) เราก็เลยพาลเก็บไว้ไม่ขายเอาดื้อ ๆ

วัน เดือน ปี หมุนเปลี่ยนผ่าน Time Fly เร็วจะตาย ! ของเหลือใช้นั้นกลายเป็นของเน่าเสีย … มานั่งเสียดาย กำขี้ดีกว่ากำตดเสียแล้ว

ขายทิ้งเมื่อไม่ต้องการใช้แบบไม่ได้ราคา ดีกว่าเก็บดองไว้ให้ไหมันแตกเสียหาย ขายไม่ได้เลย แถมมีค่าเก็บไว้ที่วิ่งไม่หยุด ! เจอแบบนี้นี่เซ็งสุด …

เอวัง…

================

เริ่มเขียนบันทึกตั้งแต่เช้า และเก็บเล็กผสมน้อยเขียนมาตลอดวัน แต่การงานวันนี้เยอะ มาเลยสรุปจบเอาก่อนนอน ง่วงแล้ว สรุปจบไม่ดีเท่าไหร่ ไม่มีโซลูชัน ….

ขอใช้คำว่า ”เอวัง ด้วยประการฉะนี้“ แล้วกัน

ชีวิตประชาชนประเมินค่าไม่ได้จริงๆ สงสารประชาชนตาดำๆ

เขาบอกคลิปนี้เปลี่ยนชีวิตมาหลายคน รวมถึงผมด้วย👁️

https://www.youtube.com/live/ZZX-FvQ5vmw?si=krBc4RO4Jew1y7lS

เรากำลังอยู่ในการต่อสู้ทางจิตวิทยาระหว่างเสรีภาพกับความเป็นทาส และคนส่วนใหญ่กำลังเลือกการเป็นทาสเพราะมันง่ายกว่า

ยินดีต้อนรับสู่โลกทุ่งม่วงครับ🫶

ยินดีต้อนรับทุ่งสีม่วง🤟🏻👋

#Psychestr #ไซคีเดลิค

"การเซ็นเซอร์เป็นลูกของความกลัวและเป็นบิดาแห่งความไม่รู้" ถ่ายทอดข้อความที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับผลที่ตามมาจากการเซ็นเซอร์ในสังคม

**การเซ็นเซอร์เปรียบเสมือนลูกแห่งความกลัว** เมื่อมีการใช้การเซ็นเซอร์ มักจะเกิดจากความกลัว เช่น กลัวความเห็นต่าง กลัวสิ่งที่ไม่รู้ หรือกลัวความคิดเห็นที่แตกต่าง เช่นเดียวกับการกระทำของเด็กที่มักขับเคลื่อนด้วยความกลัวสิ่งที่ไม่รู้หรือกลัวผลที่ตามมา การเซ็นเซอร์ก็เกิดจากความเข้าใจของสังคมเกี่ยวกับข้อมูลหรือแนวคิดบางอย่าง

**การเซ็นเซอร์ในฐานะบิดาแห่งความไม่รู้** ในทางกลับกัน เมื่อมีการเซ็นเซอร์ ก็มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดความไม่รู้ ด้วยการระงับข้อมูล ความคิด หรือมุมมอง การเซ็นเซอร์จะป้องกันไม่ให้บุคคลได้รับความเข้าใจอย่างครอบคลุมเกี่ยวกับโลกรอบตัวพวกเขา ความไม่รู้นี้สามารถนำไปสู่ความเข้าใจผิด อคติ และมุมมองที่จำกัดในประเด็นที่ซับซ้อน

โดยพื้นฐานแล้ว การเปรียบเทียบเน้นย้ำว่าการเซ็นเซอร์เกิดขึ้นจากความกลัว และในทางกลับกัน จะทำให้เกิดความไม่รู้ในสังคม เมื่อข้อมูลถูกจำกัดหรือควบคุม ผู้คนจะไม่มีโอกาสได้พูดคุยอย่างเปิดเผย เรียนรู้จากมุมมองที่หลากหลาย และทำการตัดสินใจอย่างรอบรู้ ซึ่งท้ายที่สุดจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตและการพัฒนาของสังคม #Siamstr

ผลกระทบของสถานการณ์นี้คือ บุคคลบางคนที่ไม่ตระหนักถึงภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยอย่างรวดเร็วอาจไม่มีเวลาหรือวิธีการปกป้องตนเอง เมื่อวิกฤตเศรษฐกิจมาถึง ผลที่ตามมาอาจรวมถึง

1. การสูญเสียกำลังซื้อ: ราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อสามารถกัดกร่อนกำลังซื้อของแต่ละบุคคลได้ ผู้คนอาจพบว่าเป็นเรื่องยากมากขึ้นที่จะมีสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน ซึ่งนำไปสู่ความยากลำบากทางการเงิน

2. การว่างงาน: ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจอาจส่งผลให้เกิดการตกงานและลดโอกาสในการจ้างงาน สิ่งนี้อาจทำให้หลายคนขาดแหล่งรายได้ ทำให้การรับมือวิกฤติมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น

3. การพังทลายของความมั่งคั่ง: การออมและการลงทุนอาจสูญเสียมูลค่าในสภาพแวดล้อมที่เงินเฟ้อ ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงินในระยะยาวของประชาชนและความสามารถในการเกษียณอายุอย่างสะดวกสบาย

4. ความไม่สงบทางสังคม: เศรษฐกิจที่ถดถอยอาจนำไปสู่ความไม่สงบและการประท้วงทางสังคม เนื่องจากผู้คนรู้สึกหงุดหงิดกับสภาพความเป็นอยู่และโอกาสทางเศรษฐกิจที่แย่ลง

5. ผลกระทบทางการเมืองและนโยบาย: รัฐบาลอาจถูกบังคับให้ใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ ซึ่งอาจมีผลกระทบทางการเมืองและนโยบายในระยะยาว

#Siamstr

ยินดีต้อนรับน้าหนุ่ยแบไต๋สู่โลกทุ่งสีม่วง #Nostr damus:p:411ddf2569a47c321d4bdb1609bd73ab00ea6bd713148e1bce20c892c7452cae เซอร์ไพรส์มากๆแบไต๋มาแล้ววว #siamstr

ความเป็นเจ้าของแท้ของ Bitcoin แสดงถึงความอิสระในการควบคุมเงินของคุณและการที่ไม่ต้องขึ้นอยู่กับบุคคลที่สาม nostr:note1l060jmlhq3s7t4hy22xltp59xrawgd2dkecyxvv6s4xf5jrj4ddqcel73m

เหตุผลที่ผมเก็บสะสมBitcoin

1. "เงินที่ไม่สามารถลดมูลค่าลงจากการพิมพ์มากเกินไปนั้นสามารถทำให้เกิดการเก็บกักความร่ำรวยแบบไม่ยุติธรรมและไม่มีที่สิ้นสุดได้."

2. "บิตคอยน์จะเปลี่ยนแปลงทัศนคติของมนุษย์ต่อการคุ้มครองค่าเงินและการเก็บรักษามูลค่าในอนาคต."

3. "การสร้างความเสี่ยงในการเพิ่มเงินสดด้วยความผูกพันทางกฎหมายเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องค่าเงิน."

4. "ระบบเงินที่สามารถพิมพ์มากเกินไปไม่มีความมั่นคงและสร้างความไม่สมดุลในสังคม."

5. "บิตคอยน์ทำให้เรามีความเป็นเจ้าของที่แท้จริงไม่ขึ้นอยู่กับระบบทางธนาคารหรือรัฐบาล."

6. "การบริโภคจริงคือการลงทุนในอนาคตและเราสามารถทำได้ดีที่สุดเมื่อเราแบ่งเงินของเราเป็นส่วนๆ และลงทุนในสิ่งที่มีความคืบหน้าและความมั่นคง."

7. "บิตคอยน์เป็นเครื่องมือสำหรับควบคุมความมั่งคั่งของเราและไม่ใช่วิธีในการบริจาคกำไรให้กับทะเลแสงแดด."

8. "เมื่อเงินกลายเป็นสินค้าในตลาดเสรีและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างรวดเร็ว มันจะส่งผลให้มีการสร้างค่าเพิ่มและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ."

9. "การควบคุมดุลย์ในระดับท้องถิ่นส่งผลให้เกิดความไม่สมดุลและวิกฤติเศรษฐกิจ."

10. "บิตคอยน์อาจเป็นวิธีที่สำคัญในการสร้างระบบเงินใหม่ที่ยืนยงและมีความยืนยาวในอนาคต."

#siamstr #Bitcoin

ความหมายรวมๆหมายถึงสื่อครับ ที่สามารถเซนเซอร์ข้อความที่ไม่ต้องการ สามารถบิดเบือนข้อมูลได้ หรือชี้จูงไปตามที่สื่อต้องการ👀

ตอนนั้นเองที่การล้างสมองเริ่มขึ้น👁️ #Siamstr

เผ่า Dogon คือกลุ่มคนที่อาศัยอยู่ในภูเขา Hombori ในประเทศมาลี มีความรู้เกี่ยวกับดาราศาสตร์และจักรวาลที่น่าสนใจ พวกเขาเชื่อว่า Nommo เป็นเทวดาที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์และมีความสัมพันธ์กับจักรวาลของพวกเขา ความรู้เหล่านี้มีตำนานที่อยู่ในภูเขา Hombori และเป็นส่วนหนึ่งของสืบทอดวัฒนธรรมของพวกเขา

Nommo ในความเชื่อของ Dogon เป็นเทวดาสร้างสรรค์ที่มีผลกระทบต่อจักรวาลและมนุษย์ น่าสนใจที่สุดคือความเชื่อของพวกเขาในระบบดาราศาสตร์ของจักรวาลที่ซับซ้อน พวกเขาเคารพการเดินทางของดาราศาสตร์อย่างยิ่งและได้บันทึกข้อมูลการเคลื่อนที่ของดาราศาสตร์ด้วยความละเอียด จากการสังเกตและบันทึกนี้ พวกเขาสามารถทำนายอุบัติเหตุทางดาราศาสตร์ได้ เช่น การวางแผนการเกิดของดาวเคราะห์และดาวต่างๆ อย่างถูกต้อง

การที่เผ่า Dogon มีความรู้เชิงดาราศาสตร์ที่น่าทึ่งนี้ทำให้มีรายงานว่าพวกเขาอาจมีการติดต่อกับสถาบันทางดาราศาสตร์ที่สูงขึ้นในอดีต การวิจัยและการสันทนาการของ Nommo และความรู้เรื่องจักรวาลของพวกเขายังคงเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นทึ่งในวงความรู้วิทยาศาสตร์และดาราศาสตร์ของวันนี้ด้วย