Avatar
jakkapat.S
b44edd14523073e0bbda102a51b7384a6a627557fa473774780a62310911cf84
MA[x] Biotech🍄🍄‍🟫🍄🍄‍🟫

มีอะไรให้เล่นอีกแล้ว5555 nostr:note1tjjc7lygly9h9w40w3j8s5gyhljv28a5n3vscenkgngavxc0je5q7mzptr

ทำสดใหม่ทุกวันครับ กราบเรียนเชิญครับ🤤

กราบเรียนเชิญครับ😆

GM.☕️ครับ ขอบคุณพี่มิคที่ช่วยปักหมุด BTC Mapให้ 😍 ฝากร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆด้วยนะครับ ขอให้เป็นวันที่ดี 💖

#siamstr #foodstr

GM.☕️ครับ

แค่หัวข้อก็เดือดแล้ว🔥 nostr:note1fcxxkdulfz5zw789lr9clkn7ntk6h5rh37fntwhm2fu8jj4yg00que03pz

GM.☕️ #siamstr

#P2P #Siamstr nostr:note1a3yyhgnz8kdc5mvjryh0c9e0ph0lvy03v44upt9sv8s3jheznlas9xncm2

มาทำแหล่งอาหารให้ปลากินพืชกัน ช่วงนี้เป็นฤดูเก็บเกี่ยวข้าว การเลี้ยงปลากินพืชด้วยฟางข้าวมีข้อดีหลายประการและสามารถช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงปลาได้เมื่อเทียบกับการใช้หัวอาหารแบบปกติ โดยฟางข้าวมีองค์ประกอบหลายชนิดที่สามารถช่วยเป็นอาหารสำหรับปลากินพืชได้ เช่น โปรตีน ไขมัน และเยื่อใย อีกทั้งฟางข้าวยังสามารถสร้างระบบนิเวศในน้ำให้มีจุลินทรีย์และแพลงก์ตอนต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเป็นแหล่งอาหารธรรมชาติให้กับปลา

1.เลือกสถานที่วางฟางและมูลสัตว์

เลือกบริเวณของบ่อที่เหมาะสมในการวางฟางข้าวและมูลสัตว์ ซึ่งอาจเป็นมุมใดมุมหนึ่งของบ่อที่ไม่เป็นอุปสรรคกับการว่ายของปลา หรือทำเป็นโซนเฉพาะเพื่อควบคุมการย่อยสลายได้สะดวก

2.การเตรียมฟางข้าวและมูลสัตว์

ใช้ฟางข้าวแห้งที่สะอาด ไม่มีสิ่งเจือปนที่อาจเป็นอันตรายต่อปลา

เลือกมูลสัตว์ที่ย่อยง่าย เช่น มูลวัวหรือมูลควาย เพราะมีปริมาณไนโตรเจนสูง ซึ่งจะช่วยเร่งการเติบโตของจุลินทรีย์และแพลงตอนพืชในน้ำ

3.การวางฟางข้าวและมูลสัตว์ในน้ำเป็นชั้น ๆ

เริ่มต้นโดยการวางชั้นฟางข้าวลงไปในน้ำที่ระดับความลึกพอประมาณ (ไม่ควรเกิน 50 ซม. จากผิวน้ำ) เพื่อให้ออกซิเจนเข้าถึงได้ดี

โรยมูลสัตว์บาง ๆ ลงบนฟางข้าวที่วางไว้ โดยใช้มูลสัตว์ในปริมาณที่เหมาะสม (แนะนำอัตราส่วนประมาณ 1 ส่วนมูลสัตว์ ต่อฟางข้าว 5 ส่วน) เพื่อให้จุลินทรีย์มีอาหารเพียงพอในการเจริญเติบโต

วางฟางข้าวชั้นถัดไปลงบนชั้นมูลสัตว์ แล้วโรยมูลสัตว์ซ้ำอีกเป็นชั้น ๆ ทำซ้ำขั้นตอนนี้ประมาณ 3-4 ชั้น หรือจนกว่าจะได้ปริมาณที่เหมาะสมต่อขนาดของบ่อ

4.การปล่อยน้ำและควบคุมระดับน้ำ

ค่อย ๆ ปล่อยน้ำเข้าในบ่อเพื่อให้ฟางข้าวและมูลสัตว์ถูกน้ำชะล้างเบา ๆ สารอาหารจากมูลสัตว์จะค่อย ๆ ละลายลงสู่บ่อ ช่วยกระตุ้นให้เกิดแพลงตอนพืชและจุลินทรีย์ต่าง ๆ

ควบคุมระดับน้ำให้พอเหมาะโดยให้ฟางข้าวไม่จมอยู่ในน้ำลึกเกินไป เพื่อให้มีออกซิเจนเพียงพอต่อการย่อยสลาย

5.การรอให้กระบวนการหมักเกิดขึ้นตามธรรมชาติ

ปล่อยให้ฟางข้าวและมูลสัตว์หมักตัวอยู่ในบ่อน้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ กระบวนการย่อยสลายจะสร้างสารอาหารที่แพลงตอนพืชต้องการ เช่น ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม ทำให้แพลงตอนพืชเจริญเติบโต

ในช่วงนี้ จุลินทรีย์จะเริ่มย่อยสลายฟางข้าวและมูลสัตว์ ซึ่งจะปล่อยสารอาหารที่เป็นประโยชน์ลงในน้ำ ส่งผลให้แพลงตอนพืชที่เป็นแหล่งอาหารของปลาเจริญเติบโตขึ้น

6.การสังเกตการเติบโตของแพลงตอนพืชและจุลินทรีย์

ภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์ จะสังเกตเห็นน้ำเริ่มมีสีเขียวอ่อน แสดงถึงการเจริญเติบโตของแพลงตอนพืชในน้ำ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญสำหรับปลากินพืช

หากน้ำในบ่อเริ่มมีสีเข้มเกินไปหรือตะกอนมูลสัตว์หนาแน่นเกิน อาจต้องเปลี่ยนน้ำบางส่วนหรือทำการลดปริมาณฟางข้าวและมูลสัตว์ เพื่อรักษาสมดุลในบ่อ

7.การตรวจสอบพฤติกรรมของปลา

หลังจากที่แพลงตอนพืชเริ่มเจริญเติบโต สามารถปล่อยปลาให้เข้ามาในบ่อเพื่อให้พวกมันกินแพลงตอนและจุลินทรีย์ที่อยู่ในน้ำได้

สังเกตพฤติกรรมการกินของปลา หากปลากินอาหารดีและมีการเติบโตแสดงว่าการเตรียมแหล่งอาหารจากฟางข้าวและมูลสัตว์นี้ได้ผลตามที่ต้องการ

การเตรียมแหล่งอาหารด้วยฟางข้าวและมูลสัตว์นี้เป็นวิธีการเลี้ยงปลาที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายในด้านอาหาร และยังช่วยสร้างระบบนิเวศในบ่อที่สมบูรณ์เหมาะกับการเลี้ยงปลากินพืชเช่น ปลาตะเพียน ปลานิล ปลายี่สก ปลาแก้มช้ำ ปลาสวาย

https://youtu.be/T9y4DYINTyY?si=8XP6fu38RjfpXrTF

สุขสันต์วันเกิดนะครับคุณไก่🥳🥳

Replying to Avatar Nutty_DK

สรุป Session ดร. โสภณ Vs พี่วิชิต ซ้ายเกล้า #THBW2024

พี่ชิต - ความผันผวนมันเป็นเรื่องของคนสายตาสั้น แต่ Bitcoiner เป็นคนมองยาว!!

ดร. - (บอยไม่ดื่ม) ถ้าเราข้ามความขมไปได้ สวรรค์และความรื่นรมย์กำลังรอเราอยู่!!

####

ท่ามกลางบรรยากาศประหนึ่งสนามมวย iconic ที่ชัดเจน ตัวแทนสินทรัพย์ที่โดดเด่นตลอดกาลอย่าง อสังหา และ บิทคอยน์ ที่มาแสดงความคิดเห็นโดนมีกรรมนามสุดน่ารักอย่าง นาโอมิ (แทคนาโอมิ) คุยสบาย ๆ แบบคนรักกัน

**Performance**

หากเราซื้อสินทรัพย์ทั้ง 2 ชนิดเมื่อ 10 ปีที่แล้ว วัด performance กันแล้ว อะไรให้ผลตอบแทนมากกว่ากัน?

ดร.

- ยอมรับว่า BTC เป็นสินทรัพย์ที่โดดเด่นและยังไม่มีอะไรเทียบได้ในตอนนี้ แถมมีการเติบโตที่น่าสนใจ แต่ก็แอบเป็นห่วงว่า Satoshi ที่ถือครองอยู่เยอะมาก เพราะการถือครองคนเดียวอย่างนี้เป็นเรื่องที่น่ากังวล อีกสิ่นหนึ่งที่น่ากังวลคือต้นทุนการขุดที่เพิ่มสูงขึ้น ถึงแม้ว่าราคาบิทคอยน์จะพุ่งสูงขึ้นตามเช่นกัน

- สำหรับอสังหายังทีโอกาสเติบโตอยู่ หากเทียบที่ดินกรุงเทพในสมัยก่อนจะพบว่าราคาขึ้นมากกว่า 40 เท่า แต่ระหว่างทางก็มีโอกาสที่ราคาจะปรับลดลงเช่นกัน ขึ้นอยู่กับจังหวะ หากเราซื้อในช่วงที่ทุกคน panic ก็เป็นโอกาสที่เราจะได้ของถูกถ้าสินทรัพย์ที่ขึ้นวันละ 7% ก็มีโอกาสที่จะลง 7% เหมือนกัน (แซะบิทคอยน์น่ะแหละ)

พี่ชิต

- 10-15 ปี ที่ผ่านมา ไม่มีสินทรัพย์ไหนจะสู้ BTC ในเรื่อง Performance ได้เลย แต่ถ้าดู Marketcap ของบิทคอยน์ ก็ยังนับว่าเล็กมากอยู่ดี สิ่งหนึ่งที่ทำให้ performance ของบิทคอยน์เพิ่งขึ้นได้สูงขนาดนี้ เพราะว่าปัญหาจากระบบการเงินมัน Broken เงินมันถูกพิมพ์ขึ้น ลองคิดภาพ 1 หรือ 3 หรือ 5 ปีข้างหน้า เงินเฟ้อจะเป็นยังไง และในขณะที่เงินเสื่อมค่าไปทุกวัน ดราจะหนีตายยังไง?? เราถึงต้องมี Asset เพราะเงินที่ไหลเข้าระบบ สุดท้ายก็จะไหลไปยัง Asset ต่าง ๆ และ Asset จะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เราอยู่รอดได้

- การลงทุนในอสังหาต้องใช้เงินเยอะ เวลาที่พี่ชิตมองบิทคอยน์ พี่ชิตไม่ได้มองในเรื่องของการลงทุน แต่พี่ชิตมองในเรื่องของการเก็บออม ให้คิดภาพเวลาเรามีพลังงานเหลือ เราเอาไปเก็บไว้ไหน ถ้าเป็นสมัยก่อนก็คงเอาไปซื้อพันธบัตร ไปซื้อทองคำ สิ่งที่ดีในการ saving คือทองคำ แต่เวลาจะใช้ก็ต้องเอาไป exchange ไปเป็นอย่างอื่น มนุษย์เองก็มองหาเครื่องมือมาเก็บพลังงานเป็นที่ดินเหมือนกัน แต่ว่ามันเปลี่ยนยาก แต่บิทคอยน์เป็นเครื่องมือเก็บพลังงานที่เหมาะสมที่สุด

**การที่บิทคอยน์ราคาผันผวน ถือเป็นโอกาสรึเปล่า??**

พี่ชิต

- ความผันผวนมันเป็นเรื่องของคนสายตาสั้น แต่ Bitcoiner เป็นคนมองยาว!! เหมือนน้ำในทะเล เรามองใกล้ ๆ ก็เห็นว่ามันมีคลื่น มันผันผวน แต่ข้างนอกมันสงบจะตาย แต่จะดูที่ความผันผวนอย่างเดียวไม่ได้ ต้องดูสัดส่วนของ return ด้วย

ดร.

- เรื่องเงินเฟ้อเป็นเรื่องธรรมดา (พี่ชิตมองหน้า ดร. แบบงงๆ) ถ้าผมไปจับปลาที่อ่าวไทย แล้วได้ปลาน้อย ผมก็ต้องขึ้นราคา อุปทานเงินเฟ้อเป็นเรื่องที่คิดไปเอง ราคาข้าวของไม่ได้เฟ้ออย่างที่เราคิด

**แล้วสินทรัพย์ที่จับต้องได้ กับจับต้องไม่ได้??**

พี่ชิต

- หลายคนยังเข้าใจผิด คิดว่าสิ่งที่จับต้อไม่ได้ไม่มีค่า แล้วพลังงานล่ะมีค่ามั้ย?? ความรู้ล่ะมีค่ามั้ย?? บางครั้งสิ่ง (สินทรัพย์) ที่จับต้องได้ อาจทำให้เราเสียเปรียบด้วยซ้ำ เช่น ที่ดิน ถ้าเรามีที่ดินจากบรรพบุรุษ แล้วโดนระเบิดลงทำลายที่ดินจนหมด เพาะปลูกไม่ได้แล้วจะทำยังไง อีกอย่างคือ คนเรามีพลังงานเหลือเฟือ เราทำงานแล้วเอา energy ที่เหลือมาเก็บออมไว้ ถ้าเราเก็ย economic energy เก็บไว้ใน cyber bank มันให้อิสระให้เราเอาไปที่ไหนก็ได้ และมันก็เป็นไปตามเทรนด์ที่มันควรจะเป็นด้วย

ดร.

- เราจะมองแค่เรื่องจับต้องได้หรือไม่ได้ แค่นั้นไม่พอ ต้องดูด้วยว่าสามารถเคลื่อนย้ายได้มั้ย แต่อสัหาเป็น 1 ในปัจจัย 4 ที่เรามี ยอมรับว่าอสังหาเคลื่อนย้ายไม่ได้ แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็น

**ถ้าเกิดวิกฤขึ้นมา??**

ดร.

- อัตราเงินเฟ้อในประเทศเราไม่ถึง 1% แต่ว่าดอกเบี้ยเงินฝากของเรามากกว่า 1% และถ้าดู Warren Buffet ก็พบว่ามีการถือเงินสดเพิ่มขึ้น ถ้าเราเป็นคนมีฐานะดี เราจะไม่กลัวเงินเฟ้อ อย่าไปกลัวเงินเฟ้อมากก็แค่เอาเงินไปทำอย่างอื่น เลือกซื้อให้เหมาะสม

พี่ชิต

- เมื่อใดที่มีวิกฤตทางการเงิน ทุก Asset จะแย่หมด จะเกิดปัญหา Liquidity ทันที สภาพคล่องหาย แต่ว่าค่าใช้จ่ายไม่ได้หายไปไหน คนที่ถือ Asset ก็จะคลายพลังงานออกมา

**แล้วถ้าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง??**

พี่ชิต

- แล้วแต่ละคน ถ้าคนรวยมากเขาก็มี Option คนเบี้ยน้อยหอยน้อยก็คงเลือกอสังหาไม่ได้ ต้องดูข้อจำกัด (ขั้นต่ำ) ด้วย ถ้าจะซื้ออสังหาอย่างน้อยก็ต้องมีสักล้านนึง ถ้าซื้อทอง 1 สลึง ก็ต้องมีสัก 10,000 บาท แต่บิทคอยน์ ถ้ามี 100 เราก็ออม 100, ถ้ามี 1,000 เราก็ออม 1,000 มัน flexible มากกว่า

############

ขอบคุณครับ

nostr:note1ymeks9a359xjx8lkajmas3tenadhwgj45vck9nwflpakyjuqtk8qksspce

Michael Saylor เตรียมซื้อ Bitcoin มูลค่า 40 ล้านดอลลาร์ต่อวัน เป็นระยะเวลา 1,095 วันติดต่อกัน

แค่ BlackRock เพียงบริษัทเดียวก็ซื้อ Bitcoin ไปแล้วกว่า 101 ล้านดอลลาร์ต่อวันต่อเนื่องเป็นเวลา 300 วัน

ขณะที่ Bitcoin ที่ขุดได้ในแต่ละวัน มีมูลค่าเพียง 31.5 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

วัฏจักรรอบนี้จะต้องแตกต่างจากที่ผ่านมาอย่างแน่นอน😆

#simstr nostr:note1l38wt83pxpun0f3fu7lgnm3e7xt3evypjfx9vmy76ay5hgylajhq6mm238

Replying to Avatar ChaCha

1.การทำความเข้าใจบิตคอยน์ จะช่วยปลดแอกเรา ทำให้เราเริ่มเก็บเงินให้ถูกที่ ทรัพย์สินที่รัฐบาลผลิตเพิ่มไม่ได้ คือทรัพย์สินที่ควรเก็บออม

.

2.ปริมาณเงินในระบบเพิ่มขึ้น เงินเก็บในมือจึงซื้อของได้น้อยลง ไม่ต่างอะไรกับการ ‘ถูกปล้น’ เราอยู่ในโลกที่แม้หาเงินได้มากขึ้น แต่เงินกลับเสื่อมค่าทุกๆ ปี เงินที่เก็บไว้ถูกทำลายเหมือนกับเรา ‘โดนลักหลับ’

.

3.สิ่งสำคัญสำหรับ นลท.คือการที่จะต้องเข้าใจระบบการเงินปัจจุบัน บิตคอยน์มันไม่ใช่โอกาสรวย แต่เป็น ‘โอกาสรอด’ เหมือนเรือไททานิค

.

4.เราต้องรู้ว่าปริมาณของเงินมันเพิ่มขึ้น แต่ความมั่งคั่งมันไม่ได้เพิ่มขึ้น มันคือการที่เงินของเราถูกปล้นไปตลอดเวลา มันคือการที่เราทำงานและเรามีเงินเก็บ แต่เงินเก็บของเรามันระเหยได้

.

5.บิตคอยน์ ชี้ให้เห็นถึงความเป็นจริงของโลก ซึ่งอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิด ความเป็นจริงที่เราท่องจำกันมาจากมหาวิทยาลัย คำว่า เงินวันนี้มีค่ามากกว่าวันพรุ่งนี้ การที่เงินต้องเสื่อมค่าลงตลอดเวลา ความเป็นจริงที่เราถือว่าเป็นสัจธรรมเหล่านี้ มันอาจจะไม่ใช่สัจธรรม อาจจะเป็นเพียงแค่บางสิ่งบางอย่างที่ ‘เขา’ ใช้มาควบคุมเรา

#bettertrade #bettertrade2024 #siamstr #nostr #wherostr #bitcoin

ครบจบสวย🫶 ขอบคุณครับ