ไปปราสาทน้ำแข็งเหรอครับ อจ.
เจ้าคนนายคนบ้านป้าคุณสิ คุณส่งเด็กวัยกำลังสดใสเข้าไปนั่งในคอกสี่เหลี่ยมแคบ ๆ ร่วมกัน 30-40 คน เพื่อนั่งมองผู้ใหญ่หน้าห้องท่องตำราที่รัฐเซ็นเซอร์เรียบร้อยแล้วให้ฟัง นั่งกันเป็นหุ่นยนต์ไร้วิญญาณกันอย่างน้อย ๆ ก็ 12 ปี

ก่อนที่จะโดนถีบอย่างเร่งร้อนให้เลือกคณะอะไรสักอย่างที่มึงควรจะชอบ เพื่อเข้าไปผลาญเวลา พลังงาน และเงินมหาศาลอีก 4 ปี หรือนานกว่านั้น เพื่อจะได้กระดาษหนึ่งใบ เอาไปพินอบพิเทาขอเข้าไปเป็นฟันเฟืองหรือน็อตเล็ก ๆ สักตัวในเครื่องจักรทุนนิยมสามานย์ที่ผูกขาดได้เบ็ดเสร็จจากอำนาจรัฐยื่นมือมาสาระแนโอบอุ้ม กระทืบทิ้งกลไกตลาดเสรีที่ทุกคนแข่งกันอย่างยุติธรรม และทำให้ธุรกิจเล็ก ๆ ของครอบครัวพังพินาศทุกหย่อมหญ้า บีบให้ครอบครัวซึ่งเป็นสถาบันที่สำคัญที่สุดในสังคมต้องแตกเป็นเสี่ยง ๆ
มนุษย์แทบทุกคนถูกผลักให้ต้องออกไปทำงานหนักจนเหงื่อไหลไข่สะท้าน แลกกับเงินห่วย ๆ ที่มูลค่าระเหยออกไปทุกวินาที เพราะมีกลุ่มคนบัดซบไม่กี่คนแม่งพิมพ์เงินเพิ่มได้จากอากาศ
แล้วถ้าอยากสร้างตัวโดยไม่พึ่งครอบครัวหรอ?
เป็นหนี้ก้อนโตสิ เป็นแบตเตอรีก้อนถัดไปให้ระบบฟาร์มมนุษย์ของโครงข่ายธนาคารลัทธิเงินงอกเงยสิ เป็นหนูติดจั่นไปจนวันตายสิ และก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายจะออกจากร่าง ค่อยถามตัวเองอีกทีก็ได้ว่าฉันทำอะไรผิด ฉันก็ตั้งใจเรียน ฉันก็ตั้งใจทำงาน ทำไมฉันไม่มีโอกาสลืมตาอ้าปากกับเขาได้บ้าง ทำไมแค่จะมีบ้านสักหลังบนที่สักแปลงเล็ก ๆ แบบรุ่นปู่ย่าตายายฉัน ฉันถึงทำไม่ได้นะ?
นี่ฉันมันโง่งี่เง่าไม่เอาถ่านขนาดนั้นเชียวหรือ ชีวิตฉันมันไร้ค่าอะไรขนาดนี้
ไหนผู้ใหญ่เคยบอกฉันไว้ว่าให้ตั้งใจเรียน จบมาแล้วจะได้เป็นเจ้าคนนายคน แม่งแค่เป็นเจ้าชีวิตตัวฉันเอง ฉันยังทำไม่ได้เลย
ใครกัน...ที่ทำให้ฉันเป็นทาสที่หลุดพ้นไม่ได้แบบนี้
#siamstr #สภายาส้ม
หมายโหด : ใครพลาดความเดือดเมื่อคืน ดูย้อนหลังได้เลย มาร์กเวลาไว้ให้แล้ว
https://www.youtube.com/live/cfmaSOybrJc?si=_t-saxDNAKfZxA8Q&t=3601
โดนใจทุกประโยคเลยวุ้ย
5555555 กดปิดคลิป?
ชวนคุยเรื่องบิทคอยน์ ❌
ชวนพิธีกรเม้า ✅
https://www.youtube.com/live/XCr1rUuP_d8?si=wQLWsGrgSjKnxgBX
nostr:npub1kzn6mljn0jstcjq4x3fuf5xuvuftw8l8vg9k9z64sq5d99n3ky2qpuvxz9 #siamstr
ตามหาความจริงกับพี่พง
การวผอย นี่คือย่อหรือเปล่าครับ
ของดีทำไมเพิ่งเคยเห็นครับเนี้ย
นับจากบทนำ บทที่ 9 เป็นบทที่ฉันรู้สึกเดือดที่สุด เดือดกว่าบทที่ 8 มาก
อ่านไปปิดไปข้างนึงไป อ่านไปถอนหายใจไป บางทีก็ต้องนิ่งทำใจสักพักก่อน ค่อยอ่านต่อ
.
บทที่ 8 เปลี่ยนวิถีการกินของฉันไปโดยสิ้นเชิง (เช่น ไม่กินข้าวหรือเส้นเลย) แต่บทนี้ทำให้ฉันมอง "สภาพแวดล้อมรอบตัวของฉัน" เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
.
ฉันจะพยายามแทรกเหตุการณ์จริงที่ฉัน "เจอกับตัว"
.
โรงเรียนเฟียต
ฉันเป็นพยานยืนยันได้ว่า "จริง"
ฉันมีใบประกอบวิชาชีพครู เคยเป็นข้าราชการครูมาแล้วถึง ๒ กระทรวง และเคยเป็นอาจารย์สอนช่างยนต์ ปวช. ในสถาบันเอกชนด้วย
นอกจากนี้ พ่อฉันก็เป็น ผอ.รร. รัฐบาล แม่ก็รับราชการครูนาน ๒๕ ปี
ฉันได้ยินพ่อแม่บ่นเกี่ยวกับระบบนี้ "ทุกเรื่อง"
ถ้าให้พูดปัญหาของระบบการศึกษาไทย พูดเป็นเดือนก็ไม่จบ
.
มหาวิทยาลัยเฟียต
โอ๊ย อึ้งมากกกกกกก
อ่านแล้ว "ผิดหวัง" มันรู้สึกมืดไปชั่วขณะ แต่มัน "จริง"
.
1. ฉันขอเล่าเหตุการณ์สำคัญเหตุการณ์นึง
.
ฉันเรียนต่อปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต คณิตศาสตร์บริสุทธิ์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ
ได้เพื่อนใหม่คนนึง ชื่อวุฒิ เป็นผู้ชาย
นางเก่งเนื้อหา คณิต ป.ตรี มากกกกกกกกคนนึง
นางเป็นคนสีเหลืองล้วน ไม่ก็เหลืองปนเขียว (มั่นใจในตัวเองสูง สนุุกสนาเฮฮา)
แต่พอถึงช่วงสอบกลางภาคเทอมแรก นางก็เปลี่ยนไปมาก ไม่ค่อยพูด เริ่มปลีกตัว
พอผลสอบกลางภาค วิชา "พีชคณิตเชิงเส้นและเชิงหลายเส้น" ออกมา ปรากฏว่า
นางได้คะแนนต่ำสุดเป็นอันดับ ๒
นางกลับบ้านไปเจอพ่อแม่ แล้วก็กลับมากรุงเทพฯ มาถึงห้องพักช่วงเช้ามืด (รูมเมทเป็นเพื่อน ป.โท รุ่นเดียวกัน ชื่อ แซ็ก)
แซ็กมีเรียนตอน 8 โมง แต่วุฒิมีเรียนตอน 10 โมง
วุฒิไม่ไปเรียน
เมื่อแซ็กกลับเข้าห้อง พบว่าวุฒิใช้ผ้าขนหนูสีชมพูผูกคอตายกับตู้เสื้อผ้า
วันต่อมาฉันก็ทราบข่าวนี้
(ฉันมีเรียนพร้อมวุฒิ วิชาเดียวกัน แต่ฉันป่วยหนักในวันนั้นและขาดเรียนทั้งวัน)
พวกเราพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวต่าง ๆ ย้อนหลัง ได้ความว่า
.
วุฒิโดนอาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์กดดันหนักมาก อาจารย์มักพูดในทำนองว่า ยังเก่งไม่พอ (แต่อาจใช้คำอื่น)
และเช้าวันเกิดเรื่อง อาจารย์อีกท่านนึง "โพสต์" ประจานวุฒิในกลุ่มเฟซบุ๊กของรุ่นว่า
วุฒิเป็นคนเดียวที่ไม่ส่งงาน จะต้องทำ... (คลับคล้ายคลับคลาว่า ให้รวบรวมงานเพื่อน ๆ หรือทำอะไรสักอย่าง)
หลังจากพ่อแม่ของวุฒิทราบเรื่อง พวกเขา "ไม่เชื่อ" ว่าลูกผู้คอตาย เพราะลูกมีพฤติกรรมปกติมาก ก่อนที่จะกลับมากรุงเทพฯ
(ฉันคิดว่า วุฒิกลัวพ่อแม่จะผิดหวังเรื่องเรียน)
.
อาจารย์ทั้ง ๒ นั้นก็ไม่ได้รับโทษใด ๆ
.
๒. ฉันอึ้งกับข้อความ "การศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาเป็นเพียงขั้นต่อไปของชีวิต ที่รัฐบาลเห็นชอบให้ประชาชนทำ" และ
"การศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยเปลี่ยนจากที่เคยเป็นสินค้าสำหรับการลงทุน กลายมาเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคไปเสียแล้ว"
ฉันเห็นด้วยทั้ง ๒ ข้อความ
นักเรียน นิสิต นักศึกษา จำนวนมหาศาล (แต่ไม่ทั้งหมด) ในหลาย ๆ มหาวิทยาลัย ไม่ตั้งใจเรียนเอาเสียเลย
.
นักวิชาการเฟียต
โอ๊ยจริงมาก จริงที่สุด!
ตอน ม.6 ฉันชื่นชมอาจารย์คนนึงมาก เพราะท่านเป็นทั้ง รศ. เป็นทั้ง ดร. เป็นทั้ง บก.วารสาร และเป็นทั้งนายกสมาคม
แต่พอฉันได้มาเรียนกับนาง
โอ๊ย นางสอนแย่มาก ไม่ใช่แค่ฉันที่คิดแบบนั้น
เพื่อน ๆ คนอื่นก็บ่น
นางเอา PDF หนังสือนาง ขึ้นฉาย แล้วก็อ่านตาม
แค่นั้น โอ๊ย
แล้วนางด่าฉันต่อหน้าเพื่อน ๆ ในเซคด้วยนะ ประมาณว่า "เราต้องยอมรับว่า เรามีปัญหาเรื่องการเรียนมากกว่าเพื่อนคนอื่น ๆ" และ
ตอนที่ฉันกำลังนำเสนองานวิจัย (ที่นางบังคับให้ไปหามาคนละเรื่อง) นางก็ว่าฉัน "ถ่วงเวลา" ไม่ยอมพูดจุดที่มันสำคัญ
ฉันล่ะหมดคำจะพูด และตอนนี้นางก็เป็น ศ. แล้วจ้า
สรุปว่า ฉันเห็นด้วยกับหัวข้อนี้อย่างยิ่ง
.
วิทยาศาสตร์เฟียต
เรื่องนี้เป็นจุดที่ทำให้ฉัน ลาออกจากการเรียน ป.โท เลย
ตอนนั้นเป็นช่วงต้น ปี ๒ ฉันเอางานวิจัยไปนำเสนอ ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์
นางด่าฉันสาดเสียเทเสีย ทั้งใส่อารมณ์ และข้อความรุนแรง หาว่าฉันศึกษาในจุดที่ไม่สำคัญ (เอ๋า แล้วกูจะรู้กับโคตร...มึงไหมล่ะว่าตรงไหนสำคัญ)
ฉันไม่ตอบโต้ และถามนางดี ๆ (ย้ำว่าถามดี ๆ) ว่า
"พีชคณิตนามธรรมแขนงนี้สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงกับเรื่องอะไรได้บ้างคะ"
นางตอบทันทีว่า "ไม่มี"
ฉันถามต่อว่า "ประโยชน์ในชีวิตจริง ของงานวิจัยชิ้นนี้คืออะไรคะ"
นางก็ตอบว่า "ไม่มี มีประโยชน์ในเชิงวิชาการ"
ฉันจำข้อความนี้ได้เป๊ะจนถึงทุกวันนี้
.
คณิตศาสตร์บางหัวข้อในบางแขนง
"ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น" จริง ๆ ฉันขอยืนยัน
การพยายามทำให้พวกฉันเสียเวลากับจุดยิบย่อยไร้สาระบางจุด เป็นการสิ้นเปลืองพลังงานสมองโดยแท้
.
ัหัวข้อที่เหลือ โดนเฉพาะตั้งแต่หน้า ๒๖๗ เป็นต้นไป เป็นช่วงที่ฉันหวาดผวาที่สุด
อึ้งที่สุด สะเทือนใจที่สุด
ฉันมองฮาร์วาร์ดเปลี่ยนไป
นั่นทำให้ฉันมองจุฬาฯ เปลี่ยนไปด้วย
ฉันโกรธแค้นกับการกระทำของ Ancel Keys และ Fredrick Stare เป็นอย่างมาก
และฉันก็จะไม่อ่านวารสารวิชาการอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น ฉันก็ไม่รู้สึกภาคภูมิใจกับมหาวิทยาลัย คณะ หรือสาขา ที่ฉันเคยเรียน เลย "แม้แต่นิดเดียว"
.
ขอบคุณผู้เขียนและผู้แปล "ทุก" ท่านเป็นอย่างยิ่งค่ะ nostr:npub1prya33fnqerq0fljwjtp77ehtu7jlsjt5ydhwveuwmqdsdm6k8esk42xcv #siamstr #thefiatstandard #fiatscience

อ่านแล้วเดือดจริงครับเล่มนี้ 555+ ต้องเป็นคนที่ผ่านระบบมาด้วยจะยิ่งเดือดใหญ่ มันน่าเศร้าตรงที่เรารู้แล้ว แต่คนรอบตัวเราเขายังไม่คิดแบบเราเลย
มาแล้วกับคลิปใหม่ล่าสุดของ Infoquest ขออนุญาตฝากคลิปพี่ ๆ น้อง ๆ ไว้ในอ้อมอกอ้อมใจด้วยค่ะ🥰🙏
nostr:npub1z7k4pffj7250eaydd3ya0v07mmzecylcq9cw5af68zu39q0k4u3qj6xre4 nostr:npub1m008pf6d9w3hrsqwrqmg3w5rp2zjnxzrl7a5entl4nyecwdn3avsrfeuf6
#siamstr
########################
CryptoInsight: บิทคอยน์แบบไม่กาว ตีแผ่ข้อเสียที่ต้องรู้ก่อนลงทุน!!
ท่ามกลางตลาดคริปโทฯ ที่ผันผวนสูง เวลาขึ้นก็ขึ้นใจหาย เวลาร่วงก็ยิ่งกว่ารถไฟเหาะ ทำเอานักลงทุนต่างผวา ไม่รู้ว่าควรเข้าหรือไม่ แต่หากเรามองข้ามในเรื่องของการเก็งกำไร และมอง “สินทรัพย์” ชนิดนี้ถึงคุณลักษณะ มองให้ลึกทั้งข้อดี ข้อเสีย ด้วยใจเป็นกลาง อาจทำให้ตัวคุณเข้าใจ “บิทคอยน์” “สินทรัพย์ใหม่” ของโลกอนาคตมากขึ้น
และสำหรับ “Bitcoiner” ที่หลายคนอาจคิดว่าพวกเขาเอาแต่พูดถึงด้านดีของ “บิทคอยน์” วันนี้ Crypto INSIGHT จะพาทุกคนไปฟังจากปากของ “Bitcoiner” ด้วยใจที่เป็นกลางกับ นายวัชรพงศ์ ฤทธิ์คัมภีร์ (อิสร) และ นายชาญวุฒิ นรชาญ (ดีเจต้าร์) Bitcoiner จาก บริษัท ไรท์ ชิฟท์ จำกัด ที่จะมาตีแผ่ “ข้อเสียของบิทคอยน์” ที่นักลงทุนควรรู้ก่อนกระโจนเข้าสู่ตลาดคริปโทฯ
หากถามถึงคุณลักษณะของ “บิทคอยน์” หลายคนจะเข้าใจว่ามันคือสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ มีความผันผวนสูง ถูกใช้เป็นช่องทางในการฟอกเงินและธุรกรรมที่ไม่ดี ทำให้หลายคนยังไม่ให้ความน่าเชื่อถือกับสินทรัพย์ใหม่นี้ แต่หากมองให้ลึกขึ้นไปอีก “บิทคอยน์” เพิ่งเกิดขึ้นมาเพียง 15 ปีเท่านั้น สินทรัพย์ชนิดนี้อาจเทียบไม่ได้กับ “ทองคำ” ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานนับ 100 ปี นักลงทุนสามารถเปรียบบิทคอยน์เหมือนประเทศเล็ก ๆ ที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ 15 ปี ประเทศนี้ยังต้องการการปรับตัวและพัฒนาอยู่เรื่อย ๆ ไม่ว่าจากผู้ใช้งาน และหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้จำเป็นต้องใช้เวลา
*”พึงสังวงรณ์!! ข้อเสียของบิทคอยน์แบบไม่กาว”
“บิทคอยน์” ถือเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่จำเป็นต้องใช้ความรู้ในการถือครอง หากเก็บบิทคอยน์ไม่ถูกวิธี ก็มีโอกาสที่จะถูกขโมย หรือทำหายได้ค่อนข้างสูง สำหรับนักลงทุนที่ต้องการถือครองเพื่อการลงทุน ควรใช้วิธีกระจายความเสี่ยง (Risk Allocation) หรือที่ Bitcoiner มักจะพูดติดปากว่า “อย่าเก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” แบ่งสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงที่ชัดเจน โดยอาจเริ่มที่ 1% ไม่เกินนี้ หากขาดทุนก็จะขาดทุนเพียงแค่ 1%
นักลงทุนควรศึกษาให้เข้าใจก่อนเข้ามาถือครองสินทรัพย์ชนิดนี้ เช่น บิทคอยน์เกิดมาทำไม? เทคโนโลยีอะไรที่อยู่เบื้องหลังบิทคอยน์? หรือแม้แต่วิธีการเก็บรักษาที่ถูกต้อง นักลงทุนควรเลือกลงทุนในสินทรัพย์ที่ตนมีความรู้และความเข้าใจ ไม่จำเป็นต้องลงทุนตามใคร
ด้วยความที่ “บิทคอยน์” เป็นสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นใหม่ Supply มีจำกัดเพียงแค่ 21 ล้านบิทคอยน์ และยังขุดขึ้นมาได้ไม่หมด ตัวบิทคอยน์ในตอนนี้เองเปรียบได้กับการค้นหาราคาที่เหมาะสม (Price Discovery) ประกอบกับการที่บิทคอยน์มีการซื้อขายทั่วโลก ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง จึงถือเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ราคามีการแกว่งตัวค่อนข้างแรง หากเทียบกับสินทรัพย์ชนิดอื่น
*”แล้วราคาที่เหมาะสม คือเท่าไหร่??”
หากกำหนดราคาที่เหมาะสมของบิทคอยน์ คงไม่มีใครบอกได้ เพราะบิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่เกิดใหม่ภายใต้กลไก “ตลาดเสรี” ผู้ที่รับความเสี่ยงได้มากกว่า ก็ย่อมได้รับผลตอบแทนมากกว่า ซึ่งหมายความว่าคุณอาจสูญเสียเงินที่ลงทุนได้ทั้งหมดเช่นกัน
ดูเกร็งๆกันนะครับ 555+






