Avatar
Suk13
c74c04053376577cf8cd4ff81d712345b967552b05e5f048f56bc570429e6824
Replying to Avatar Suk13

หนังสือที่เคยแนะนำใช่อันนี้ไหมครับ

nostr:nevent1qqsf4zjnw96qywnh3qdykjvhpnpec5fah3n0ttcw2776tlhw8fgrzuszyrr5cpq9xdm9wl8ce48ls8t3ydzmje649vz7tuzg744u2uzzne5zgqcyqqqqg2gv03n8u

### นิทานยามบ่าย

เรื่อง : คุณครูพันธุ์หายาก

*Caution : เขียนจากจินตนาการ, เรื่องจริงหรือ fact. ถ้าอยากได้ไปหาเอาจากที่อื่น

-

คุณครู : นักเรียน..ธุรกิจอะไรเอ่ยที่ทำแล้วรวยที่สุดในโลก?

นักเรียน 1 : อสังหาครับ

นักเรียน 2 : ธุรกิจ logistic ครับ

นักเรียน 3 : ธุรกิจธนาคารครับ

นักเรียน 4 : ธุรกิจส่งออกอาหารครับ

นักเรียน 5 : ธุรกิจทางการแพทย์ครับ

นักเรียน 6 : ธุรกิจภาคอุตสาหกรรมครับ

นักเรียน 7 : ธุรกิจขายน้ำมัน

นักเรียน 8 : ธุรกิจทางด้านการเงิน

คุณครู : ทุกคนตอบผิดหมดเลย

นักเรียน(รวม) : โถ่...ทำไมไม่มีคนถูกเลย

นักเรียน 7 : ขายน้ำมันน่าจะรวยสุดแล้วนะครับครู ดูพวกแขกอาหรับสิครับ

คุณครู : เอิ่ม... งั้นครูจะเฉลยแล้วน้า...

คุณครู : ทาดา~ “ธุรกิจส่งออกเงินเฟ้อยังไงละจ๊ะ”

นักเรียน(รวม) : หา...

คุณครู : การที่ประเทศมีสกุลเงินหลักที่ถูกใช้เป็นรีเสิร์ฟ/เป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ที่ประเทศอื่น ๆ จะต้องใช้เพื่อเป็นตัวกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อการนำเข้า-ส่งออกสินค้า เพราะว่าเป็นเงินที่มีสภาพคล่องสูง มีความน่าเชื่อถือ พวกเขาจะได้เปรียบประเทศอื่น ๆ อย่างมากจากการปรับเปลี่ยนนโยบายทางการเงินได้ตามใจชอบ

นักเรียน 1 : แล้วประเทศที่มีสกุลเงินหลักของโลก จะร่ำรวยจากการทำธุรกิจส่งออกเงินเฟ้อได้ยังไงครับครู?

คุณครู : นั่นแหละเคล็ดลับจ่ะ... เวลาที่ประเทศอื่น ๆ เอาสกุลเงินหลักไปถือครองเอาไว้ เพื่อที่จะได้ผลิตเงินท้องถิ่นใช้กันในประเทศ ใช้เพื่อเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ ใช้เพื่อนำเข้า-ส่งออก ทุก ๆ ครั้งที่สกุลเงินหลักเป็นที่ต้องการมากขึ้นมันจะเริ่มขาดสภาพคลองเนื่องจากมีปริมาณของเงินที่ไม่เพียงพอกับหลาย ๆ ประเทศในโลก

ตอนนั้นแหละที่ประเทศเจ้าของสกุลเงินหลักของโลก จะผลิตเงินของพวกเขาเพิ่มเพื่ออัดฉีดสภาพคล่องให้มีปริมาณเงินที่จะหมุนเวียนอยู่ในระบบอย่างเพียงพอต่อการใช้งาน

ดังนั้นนอกจากประเทศเจ้าของสกุลเงินหลักจะมีปริมาณเงินของตัวเองเพิ่มขึ้นแล้ว ด้วยปริมาณของเงินที่ถูกผลิตเพิ่มจะส่งผลให้มูลค่าของเงินนั้นลดลง เราเรียกว่า ”การเฟ้อเงิน“ จะทำลายมูลค่าของเงินในประเทศที่กำลังถือสกุลเงินหลักลงด้วย

ดังนั้นเมื่อประเทศที่ค่าเงินมีมูลค่าลดลงต่อราคาสินค้า พวกเข้าจะต้องจ่ายค่านำเข้าสินค้าที่แพงขึ้น ในขณะที่การส่งออกจะต้องปรับราคาสินค้าให้แพงขึ้นตาม ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวของการส่งออก ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศขาดสภาพคล่องของสกุลเงินหลักและทุนสำรองของประเทศ

และเนื่องจากภาคของการผลิตจะต้องใช้พลังงาน ประเทศที่มีภาคการผลิตและส่งออกสินค้า จะต้องมีการนำเข้าพลังงานที่ซื้อขายกันเฉพาะสกุลเงินหลักเท่านั้น ดังนั้นเมื่อค่าเงินของสกุลเงินหลักที่พวกเขาถือครองเอาไว้เสื่อมมูลค่าจากการเพิ่มปริมาณเงินเข้ามาในระบบ จากการผลิตเงินเพิ่มของเจ้าของสกุลเงินหลัก พวกเขาจะต้องออกไปหาเงินสกุลเงินหลักให้เพียงพอสำหรับการซื้อพลังงานเพื่อนำมาใช้ภายในประเทศ

ดังนั้นประเทศที่ภาคการส่งออกไม่แข็งแรงพอที่จะหาสกุลเงินหลักเพิ่มขึ้นได้จากการส่งออกสินค้า จะต้องออกไปกู้ยืมเงินสกุลเงินหลักเพื่อนำมาใช้ในการนำเข้าพลังงาน

เมื่อมีการกู้ยืมเงินเกิดขึ้น นักเรียนคิดว่าเงินที่ประเทศเจ้าของสกุลเงินที่จะให้กู้ยืม จะเอาเงินมาจากที่ไหนจ๊ะ?

นักเรียน 8 : ให้ประเทศอื่นกู้ยืมจากเงินทุนสำรองภายในประเทศ ของประเทศเจ้าของสกุลเงินเหรอครับ?

คุณครู : ผิดอีกแล้วจ่ะ... เมื่อหนี้คือสินทรัพย์ประเภทหนึ่ง ดังนั้นประเทศที่ออกสกุลเงินหลักจึงสามารถที่จะนำยอดหนี้จากประเทศผู้กู้ นำมันไปเป็นหลักประกันเพื่อที่จะผลิตเงินใหม่เพิ่มขึ้นมาสำหรับให้กับประเทศผู้กู้ยืม

ดังนั้นนอกจากจะเป็นเจ้าของยอดหนี้ก้อนนั้นที่เป็นสินทรัพย์ด้วยแล้ว พวกเขายังได้เงินก้อนที่เพิ่งจะปล่อยกู้ออกไปกลับมาในรูปแบบของการที่ประเทศที่มาขอกู้ยืมเงิน จะใช้เงินก้อนนั้นในการซื้อพลังงานจากพวกเขาอีกด้วย

นักเรียน 7 : โห...ได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลย

นักเรียน 6 : แล้วประเทศอื่น ๆ จะมีวิธีปกป้องตัวเองจากเรื่องนี้ได้ยังไงบ้างครับ?

คุณครู : หลาย ๆ ประเทศจะใช้วิธีการควบคุมปริมาณทุนสำรองที่เป็นสกุลเงินหลักให้เพียงพอสำหรับกิจการภายในประเทศ ไม่ให้มีจำนวนที่มากหรือน้อยจนเกินไป พวกเขาอาจจะเก็บสินทรัพย์ที่จะค้ำมูลค่าของค่าเงินท้องถิ่นภายในประเทศ ด้วยการถือสินทรัพย์ประเภทโลหะมีค่าแร่เงินหรือทองคำ เพื่อป้องกันค่าเงินภายในประเทศของตัวเอง

นี่ยังไม่รวมเรื่องการปรับตัวตามนโยบายเพิ่มลดอัตราดอกเบี้ยที่มาจากประเทศที่เป็นเจ้าของสกุลเงินหลักของโลกเลยนะ ประเทศที่กำลังใช้สกุลเงินหลักเป็นทุนสำรองจะต้องทำอะไรอีกเยอะเลยแหละ เพื่อความอยู่รอดทางเศรษฐกิจภายในประเทศ

นักเรียน 4 : โห... ทำไมมันดูวุ่นวายมากเลยอะครับ ทั้ง ๆ ที่เงินก็มีไว้แค่ใช้ในการเป็นตัวกลางสำหรับการแลกเปลี่ยนนิครับ

คุณครู : นั่นแหละ.. เมื่อเจ้าของสกุลเงินหลัก สร้างเงินของเขาให้มีฟังก์ชันที่มากกว่าการเป็นแค่เงิน ชีวิตมันก็จะวุ่นวายแบบนั้นแหละ

สำหรับประเทศที่ยอมรับและให้ค่าเงินที่มาจากประเทศ ๆ เดียวที่กุมชะตาทางการเงินของโลกเอาไว้เพียงคนเดียว ก็สมควรแล้วล่ะที่จะต้องรับกรรมไปด้วยกัน

นักเรียน 5 : แล้วจะมีทางไหนมั้ยครับ ที่คนธรรมดา ๆ อย่างพวกเราจะไม่ต้องรับกรรมจากผลการกระทำของประเทศที่ตัดสินใจผิดพลาด และจากการเอาเปรียบของประเทศที่เป็นเจ้าของสกุลเงินหลัก

คุณครู : เป็นเรื่องที่ง่ายมากในระดับของบุคคลจะทำได้ ก็คือการไม่ให้ค่าไม่ยอมรับและปฏิเสธการถือครองสกุลเงินที่คนอื่นเป็นเจ้าของ หมายถึงเงินที่ถูกคนอื่นสร้างขึ้นมาให้เราใช้แถมยังเป็นเจ้าของสกุลเงินสกุลนั้นอีกด้วย คำว่าเป็นเจ้าของ เขาย่อมทำอะไรกับของ ๆ เขาก็ได้ตามใจชอบ

นักเรียน 3 : แล้วมันมีสกุลเงินไหนบ้างอะครับ ที่มันไม่มีใครที่เป็นเจ้าของ ว่าแต่ถ้าไม่มีเจ้าของแล้วใครล่ะที่จะเป็นคนสร้างมันขึ้นมา หรือมันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติดเหรอครับ

คุณครู : เป็นคำถามที่ดีมาก ง่าย ๆ เลยก็คือเงินที่ผู้สร้างได้ตายไปแล้วอย่างบิตคอยน์ยังไงล่ะ ในเมื่อมันไม่มีเจ้าของ มันจึงไม่มีใครเข้าไปปรับเปลี่ยนกลไกทางการเงินของมันได้ตามใจชอบ เช่น อยู่ ๆ อยากจะผลิตจำนวนเพิ่มขึ้นมันก็ไม่สามารถทำได้เพราะเบื้องหลังระบบของมันทำงานด้วยตรรกะทางคณิตศาสตร์ ที่ดำเนินการด้วยการโปรแกรมทางคอมพิวเตอร์ ดังนั้นมันจึงตัดตัวกลางอย่างมนุษย์ขี้โลภที่อาจจะทำตัวเป็นคนดีในตอนแรก และเลวร้ายขึ้นเมื่อมองเห็นผลประโยชน์จากการที่สามารถควบคุมเงินได้

นักเรียน 3 : หมายความว่ามันมีจำนวนที่จำกัดด้วยเหรอครับ แล้วแบบนี้เมื่อถูกใช้กันทั่วโลกมันจะไม่ขาดสภาพคล่องเหรอครับ ขนาดเงินสกุลหลักของโลกยังต้องมีการผลิตเพิ่มเพื่อให้พอต่อการใช้งานเลย

คุณครู : ใช่ มันมีจำนวนจำกัดเพียงแค่ 21 ล้านหน่วย และมันจะไม่มีทางถูกผลิตเพิ่มขึ้นอีก

ดังนั้นเรื่องของสภาพคล่อง ด้วยจำนวนที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นมันจึงสามารถแบ่งหน่วยย่อยลงไปได้อีกจาก 21 ล้านหน่วย BTC เป็น 2100 ล้านล้านหน่วย Sats หรือแบ่งหน่วยย่อยลงไปอีกในระดับของ milli-Sats หรือ micro-Sats

ดังนั้นจากสินค้าและบริการที่ปกติจะมีราคาที่แพงขึ้นจากเงินเฟ้อ จะกลายเป็นราคาจะถูกลงเรื่อย ๆ เมื่อมีความต้องการในการใช้งานบิตคอยน์เป็นเงินที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงค่าแรงของการจ้างงานจะถูกลงเรื่อย ๆ แทนที่จะเป็นการปรับขึ้นเงินเดือน

นักเรียน 3 : แบบนี้ก็แย่สิครับ ถ้าต้องทำงานแล้วได้เงินเดือนน้อยลง

คุณครู : นั่นแหละสิ่งที่ควรจะเป็น อย่าลืมไปว่าระหว่างที่เราทำงาน เราจะได้เงินเป็นบิตคอยน์มาจำนวนหนึ่ง และเราก็เก็บออมบิตคอยน์ที่เหลือจากการใช้ในชีวิตประจำวันเก็บเป็นเงินออมเอาไว้

เงินออมจำนวนเท่าเดิมที่ไม่มีการเสื่อมมูลค่า ในช่วงเวลาที่ผ่านไปที่ข้าวของจะค่อย ๆ มีราคาถูกลงเรื่อย ๆ นั้นทำให้พวกคุณสามารถที่จะใช้เงินออมที่พวกคุณมี ซื้อสิ่งเหล่านั้นได้เพิ่มมากขึ้น ในขณะที่เงินเดือนของคุณได้รับเท่าเดิมหรือน้อยลง

กลับกันในโลกปัจจุบัน พวกคุณทำงานได้เงินเดือนเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี และเก็บออมไม่ได้เพราะเงินเสื่อมค่า คุณมีเงินเท่าไหร่ก็ใช้หมดไปเท่านั้น บางคนสามารถเอาตัวรอดได้จากการนำเงินไปลงทุน บางคนต้องหางานทำเพิ่มจากงานหลักที่ต้องทำอีกสองถึงสามจ๊อบต่อวัน ในขณะที่เมื่อเวลาผ่านไปราคาข้าวของจะแพงขึ้น บ้านที่คุณเก็บเงินซื้อเมื่อคุณเก็บได้ถึงจำนวนที่เคยคำนวณเอาไว้คุณจะพบว่ามันกลับมีราคาที่แพงขึ้นกว่าเงินที่คุณเก็บไปแล้วสองถึงสามเท่า หนทางเดียวที่คุณจะทำได้คือออกไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาใช้ซื้อบ้านสักหลัง และต้องทำงานส่งดอกเบี้ยและเงินต้นไปอีกหลายปี และคุณไม่สามารถที่จะตกงานได้ เพราะถ้าคุณไม่มีเงินมาจ่ายค่าบ้าน บ้านของคุณที่ผ่อนจ่ายไปแล้วอาจจะครึ่งทางอาจจะถูกธนาคารยึดไป

คุณลองคิดดี ๆ ว่าคุณอยากจะอยู่ในโลกที่คุณสามารถเก็บออมเพื่ออนาคตได้ หรือคุณอยากจะอยู่ในโลกที่คุณจะต้องยืมเงินในอนาคตมาใช้ในชีวิตปัจจุบันของคุณ?

ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง เงินเดือนที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับข้าวของที่แพงขึ้น และเก็บออมไม่ได้จึงต้องออกไปกู้ยืมเงิน

หรือ เงินเดือนที่ลดลงพร้อมกับราคาข้าวของที่ลดลง และเงินออมของคุณมีอำนาจในการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มมากขึ้น

เลขครูใหญ่ : คุณครูคะ... ครูใหญ่เรียกพบค่ะ

คุณครู : ครูไปก่อนนะนักเรียนทุกคนที่รัก ครูน่าจะโดนเรียกไปปรับทัศนคติแล้วแหละ ฮ่า ๆ ๆ

สิ่งที่จะฝากเอาไว้ก็คือ “เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ แล้วก็อย่าศึกษาอย่างเดียวนะ ซื้อมันด้วย” ครูไปล่ะ บุย...

.....

ณ ห้องครูใหญ่

ครูใหญ่ : ผมขอโทษด้วยที่ขัดจังหวะเวลาสอนของคุณครูนะครับ เนื่องจากโรงเรียนของเรามีคนทำงานไม่พอ งานทอดผ้าป่าปีนี้อยากให้คุณช่วยดำเนินการให้หน่อย

คุณครู : (คิดในใจ) อห. กูก็นึกว่าจะคุยเรื่องอะไร เอาอะไรมาให้กูทำอีกวะเนี่ย

#Siamstr

#SiamstrOG

Replying to Avatar Khing_T21

อีกโมเดลหนึ่งในการตอบตำถามว่า "ต้องมีบิตคอยน์เท่าไหร่ถึงจะเป็นตัวท็อปในยุค BTC Std."

สมมุติฐานคือ

1. จำนวนประชากรของโลก ใช้เลขกลมๆ ที่ 8 พันล้านคน

2. หากโลกนี้เข้าสู่ BTC Std. จริง จะทำให้ BTC กลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกและกลายเป็นครึ่งหนึ่งของระบบเศรษกิจทั้งหมด เราจึงใช้ตัวเลข Global Wealth ที่ 42 ล้าน BTC (21 ล้าน BTC คือครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เหลือ)

3. ธรรมชาติของการกระจายความมั่งคั่งคือ wealth ส่วนใหญ่จะตกอยู่กับคนส่วนน้อย โดยอ้างอิงจากชาร์ตด้านล่างของ Credit Suisse เป็นข้อมูลของปี 2020 เผยแพร่ปี 2021 เพิ่งสืบค้นได้จาก wikipedia เมื่อกี้

#m=image%2Fjpeg&dim=1024x1022&blurhash=%7CeP%2502-B%3F%5EKi%3FbIARPoKWBtmbDVsV_aJozbcj%40j%40%3FvI%3DMx%23kM%7BtRkCbIkCnfV%7BbcouWZjZoIa%23a%23%253oHRjNLWAt6oLj%3Fj%5BR5ocozWYozaejFayfPS%7Djbn%25j%3Fn%25WVW%3AfQfQM%7CX8ofsTofWBWBfjfkkXoKe.WXjFWVbHjsfQ&x=0a1d480f570bcf7355bf308cbe901ed5b51b1ca59839c2056617b5e2112ee66d

scenario 1

ถ้าเฉลี่ย Global Wealth ต่อจำนวนประชากรตรงๆ เราจะได้ว่าคนหนึ่งคนจะถือครอง wealth โดยเฉลี่ยมีมูลค่าเท่ากับ 42,000,000/8,000,000,000 = 0.00525 BTC = 525,000 sats เทียบเท่า wealth ในโลกปัจจุบัน 8,001.46 THB

---

scenario 2

อยากเป็น top10% แต่เนื่องจากภาพอ้างอิงไม่ละเอียดขนาดนั้น เอาเป็นว่าถ้าเราอยู่ในระดับค่าเฉลี่ยของกล่องเขียว ก็น่าจะอยู่ราวๆ Top6% - Top7%

ถ้าคน 11% ของ 8 พันล้านคน = 880,000,000 คน ถือครอง wealth 39% ของ 42 ล้าน BTC = 16,380,000 BTC

คนที่อยู่ตรงกลางกล่องเขียว จะมี wealth ประมาณ 16,380,000/880,000,000 = 0.0186 BTC = 1,860,000 sats เทียบเท่า wealth ในโลกปัจจุบัน 28,348.03 THB

---

scenario 3

อยากเป็น top1% ดังนั้นเรามาหาค่าเฉลี่ยของกล่องสีฟ้ากัน

ถ้าคน 1% ของ 8 พันล้านคน = 80,000,000 คน ถือครอง wealth 46% ของ 42 ล้าน BTC = 19,320,000 BTC

คนที่อยู่ตรงกลางกล่องฟ้า จะมี wealth ประมาณ 19,320,000/80,000,000 = 0.2415 BTC = 24,150,000 sats เทียบเท่า wealth ในโลกปัจจุบัน 368,067.22 THB

-------------------------

เพื่อที่จะไปถึงจุดนั้นได้ เรามีสองทางเลือก

1. ถือ BTC

2. ถือสินทรัพย์อื่นที่สามารถมี appreciation หรือมี growth ได้เท่าเทียมหรือมากกว่า BTC ในช่วงหลายสิบปีต่อจากนี้

ข้อแรกง่ายกว่าเห็นๆ

ขอบคุณสำหรับการดมกาวในวันนี้ และนี่ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

#Siamstr

สารตั้งต้น nostr:npub1ju8la595yg7h90qm8lm95hvqajgdgu2c6f9mf8uwwe7lurrxarcsycsv5w

https://youtu.be/QLtYvoBcZdE

nostr:naddr1qq24q6rf8pfyg46nwdhhsv20deyyjn26detxwq3qn32m09jrvxsnxv47lwjk85usfm6002lyagrz620m578zhl6f5ndsxpqqqp65wjetngs

nostr:naddr1qq2k57pjge5kssntxpvxs6j9gd38snnsdc69wq3qtr66yvqghfdgwv9yxhmg7xx6pvgvu5uvdc42tgdhsys8vvzdt8msxpqqqp65wv53dgh

## เวลา

ท่านอาจจะให้ความสำคัญกับเงินตรา เป็นสิ่งสำคัญจำเป็นอันดับแรกที่ท่านจะต้องแสวงหา

เงินตราที่ท่านจะได้รับ จะแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายและสติปัญญาของท่าน ท่านอาจจะมองว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่ากับชีวิต เมื่อเงินตราเหล่านั้นสามารถใช้สอยแลกเปลี่ยนเป็นสิ่งอื่น ๆ ที่ท่านนั้นปรารถนา ท่านอาจจะแสวงหาเงินตราจนท่านลืมไปว่า “เวลา” นั้นเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ท่านจะต้องเสียมันไป

ความเหนื่อยล้าจากการเสียหยาดเหงื่อแรงกายจะสามารถพักฟื้นได้ใหม่ สติปัญญาที่ได้ใช้ไปกับการทำงานก็สามารถเพิ่มทวีขึ้นจากการเรียนรู้ แต่ “เวลา” เป็นสิ่งที่จะหายไปจากชีวิตของท่านทุก ๆ ชั่วขณะ ไม่ว่าท่านจะรับรู้หรือไม่รับรู้ถึงมันก็ตาม ในไม่นานท่านจะสังเกตเห็นว่าเวลาได้พรากเอาร่างกายหนุ่มสาวของท่าน กำลังวังชาที่ท่านเคยมีเปลี่ยนท่านให้กลายเป็นเพียงคนที่แก่เฒ่า ในวันที่ท่านจะเฝ้านับวันเวลาในปฏิทินที่จะผ่านไป รอหมายสำคัญของวันเวลาต่าง ๆ ที่บรรดาญาติพี่น้อง ลูกชายและลูกสาว หลานชายและหลานสาว จะพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

ท่านจะแสวงหาเงินตราจนกระทั้งพ่อและแม่ของท่านจะแก่เฒ่า ท่านจะใช้เวลาในการทำงานหาเงินตราเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูพวกท่าน ท่านจะมีเวลาที่เหลือเพียงเพื่อแบ่งมันมาใช้ในการสนทนาทางไกล ที่ท่านเองก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะเอาใจใส่ในการรับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ของพวกท่าน และในบางครั้งในวันเวลาที่สำคัญตามปีปฏิทิน ท่านจึงมีเวลาที่จะกลับไปหาเพื่อพบหน้ากับพ่อและแม่ของท่าน และท่านก็จะพบว่าเวลาได้พรากเอาร่างกายของพ่อและแม่ของท่านให้แก่เฒ่าลงไป “เวลา” จะเฉลยความเป็นจริงให้กับท่านได้พบว่า ภาพความทรงจำที่ท่านเคยมีต่อพ่อและแม่ของท่านเมื่อครั้งที่ได้จากลากันครั้งก่อนนั้น มันเปลี่ยนแปลงไปได้มากมายแค่ไหน

ท่านจะแสวงหาเงินตราจนกระทั้งลูกชายและลูกสาวของท่านต้องเข้าโรงเรียน ท่านจะใช้เวลาในการทำงานหาเงินตราเพื่อส่งเสียลูกชายและลูกสาวของท่านให้ได้เข้าเรียนในที่ ๆ ดี ท่านจะมีเวลาในแต่ละวันเหลือเพียงเพื่อพบหน้าและพูดคุยกับลูกชายและลูกสาวของท่านก็ต่อเมื่อท่านเลิกจากการทำงาน พร้อมกับที่ลูก ๆ ของท่านที่ได้กลับมาจากโรงเรียน ในขณะที่ท่านได้ตรากตรำทำงานเพื่อหาเงินตรา “เวลา” ก็จะค่อย ๆ พรากเอาความเยาว์วัยของลูกชายและลูกสาวของท่านไป พวกเขาจะเติบใหญ่และจะสร้างครอบครัว ๆ ใหม่ เมื่อเวลาได้นำพาให้พวกเขาเข้าสู่วัยที่พร้อมจะเป็นพ่อและแม่เหมือนอย่างที่ท่านก็เคยเป็น

ในช่วงเวลาหนึ่ง เมื่อท่านเริ่มมีเวลาว่างอยู่อย่างเหลือเฟือ ท่านที่ว่างเว้นจากการต้องตรากตรำทำงานเพื่อหาเงินตรา ในความชราของท่าน ท่านจะพบว่าความฝันของท่านในทุก ๆ ค่ำคืน ที่ความฝันนั้นได้แสดงถึงเรื่องราวของลูกชายและลูกสาวของท่านให้ท่านได้เห็น มันจะเป็นความฝันที่ท่านกำลังใช้เวลาที่ท่านมีเล่นสนุกอยู่กับลูกชายและลูกสาวตัวน้อย ๆ ของท่าน ลูกชายและลูกสาวในวัยที่กำลังน่ารักน่าทะนุถนอมที่สุด เด็กชายและเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ส่งเสียงหวานออดอ้อนพ่อและแม่ให้เล่นสนุกไปกับพวกเขา มันเป็นช่วงเวลาอันแสนสั้นก่อนที่พวกเขาจะเติบโตขึ้น น้ำตาของท่านจะไหลแม้ในยามที่ท่านหลับฝัน ความฝันเหล่านั้นจะย้อนภาพวันวานแห่งความปิติสุขที่ท่านได้เคยพลาดกับมันไป

ท่านจะตื่นขึ้นจากการหลับฝันและพบกับความเป็นจริงที่ว่า ลูกชายและลูกสาวที่ท่านได้ฝันถึง บัดนี้ได้แต่งงานเพื่อสร้างครอบครัวและมีลูก ๆ ตัวน้อยของพวกเขาไปแล้ว ท่านจะน้ำตาไหลอีกครั้งเมื่อท่านถวิลหาช่วงเวลาแบบที่ปรากฏในความฝัน ท่านจะจำได้อีกครั้งเมื่อท่านได้นึกย้อนกลับไปว่า ในช่วงเวลาเหล่านั้นท่านไม่เคยได้ใช้เวลาเพื่ออยู่เล่นกับพวกเขา ลูกชายและลูกสาวตัวน้อย ๆ ในวัยที่กำลังน่ารักของท่าน ท่านจะจำได้ว่าท่านเคยยอมแลกวันเวลาเหล่านั้นเพื่อเปลี่ยนมันเป็นเงินตราที่ท่านเคยถวิลหา เงินตราที่ในขณะนี้ท่านมีมากมายเกินความต้องการ แต่มันกับเป็นสิ่งที่ไร้ค่าเมื่อมันไม่อาจจะใช้เพื่อซื้อช่วงเวลาดี ๆ เหล่านั้นให้หวนคืนมาได้อีกครั้ง

ท่านจะอยากได้ “วันเวลา” ในการกลับไปอยู่ดูแลพ่อและแม่ของท่าน และท่านจะต้องการ “วันเวลา” เพื่อย้อนกลับไปเล่นกับลูก ๆ ของท่าน ท่านจะยอมแลกเงินตราทั้งหมดที่ท่านได้หามาทั้งชีวิต เพียงเพื่อได้กลับไปอยู่ในช่วงเวลาเหล่านั้นแม้เพียงไม่กี่เสี้ยวของนาที

ท่านจะพบว่าเป็น “เวลา” นั่นแหละ สิ่งที่มีติดตัวท่านมาตั้งแต่กำเนิดโดยที่ไม่ต้องคอยเสาะแสวงหา ว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่าและสำคัญที่สุดสำหรับท่าน

อีกหนึ่งเศษชิ้นส่วนของความเป็นจริง เมื่อท่านได้ตระหนักรู้ถึงสิ่งผิดพลาด ท่านจะพบว่าเงินตราที่ท่านเสียเวลาไปมากมายเพื่อแลกมันมา ถ้าหากว่าโลก จะมีเงินตราที่แข็งแกร่งและดีมากพอจะทำให้มนุษย์ ไม่จำเป็นที่จะต้องตรากตรำเพื่อแสวงหามันอย่างเกินพอดี เงินตราที่มนุษย์จะสามารถเก็บออมเพื่อข้ามผ่านการเวลา เงินตราที่จะทำให้มนุษย์อย่างพวกเรามีเวลาอย่างเหลือเฟือในชีวิต เพื่อที่จะใช้มันไปกับสิ่งอื่น ๆ ที่จะสร้างคุณค่าต่อตัวเราเองและผู้อื่น

เงินตรา ที่ไม่ใช่ความจงใจของผู้ที่ออกแบบมันมาเพื่อการคดโกง และใช้ในการเบียดเบียนแย่งชิงวันเวลาของมนุษย์คนอื่น ๆ เพื่อมอบผลประโยชน์เหล่านั้นเฉพาะผู้ที่เป็นคนออกแบบระบบ

พวกเราก็คงจะไม่ต้องมานึกเสียใจกันในภายหลัง เมื่อเราพบว่าเวลาที่เราได้เสียมันไป มันไปอยู่บนเงินตราที่จะปลดปล่อยเราให้เป็นอิสรภาพจากวันเวลา ไม่ใช่เงินตราที่จะจองจำวันเวลาของพวกเราเอาไว้

.

พวกคุณอาจจะนึกภาพไม่ออกว่า “เงินตราที่ดี” จะปลดปล่อยเราให้เป็นอิสรภาพจากวันเวลาได้อย่างไร? ในปี 2008 ถ้าหากคุณมีบิตคอยน์อยู่ 100,000 BTC ในตอนนี้คุณจะใช้ ”เวลา“ ที่มีไปกับการทำอะไร? และถ้าหากคุณกำลังอยู่ในอนาคตที่เงินไม่มีการเสื่อมค่าเพราะมีใครบางคนจงใจทำให้มันเสือม คุณคิดว่าคุณจะใช้เวลาในการหาเงินไปทั้งชีวิต หรือคุณจะหาเงินแค่ให้พอดีกับการมีชีวิตและเอาเวลาของคุณไปใช้ในการทำอย่างอื่น?

ในขณะนี้มันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวด แต่เพื่อไม่ให้ลูกชายและลูกสาว หลานชายและหลานสาวของเราจะต้องเจ็บปวดเหมือนกับที่พวกเราจะต้องเผชิญ พวกเราจะต้องยอมสละเวลาอันมีค่า เพื่อใช้เวลาไปกับการศึกษาค้นหาว่าอะไรคือเงินที่ดี ก่อนที่เราก็จะพบว่า

คำตอบของคำถามมันคือ “บิตคอยน์”

#Siamstr

#SiamstrOG

Replying to Avatar Anon Fish

Sex นั้นเปรียบเสมือนกับน้ำจิ้มในอาหารเพื่อการเพิ่มรสชาติสำหรับชีวิตคู่ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกเราหาคู่ครองด้วยการใช้ Sex เป็นเพียงจุดขายเดียวที่เรามี

น้ำจิ้มที่ไม่ใช่อาหารจานหลักสำหรับชีวิตคู่ จะต้องกินเท่าไหร่ถึงจะอิ่มและเพียงพอกับความต้องการ และเมื่อใดก็ตามที่ Sex ไม่ตอบสนองความต้องการของรสชาติ เสมือนน้ำจิ้มที่รสชาติค่อย ๆ จืดจาง ไม่นานเขาคนนั้นก็จะแสวงหาน้ำจิ้มขวดใหม่ที่เผ็ดร้อนมากกว่าน้ำจิ้มขวดเก่าเพื่อเติมเต็มตันหาที่เขาไม่มีวันจะพอใจ

ถ้าเริ่มด้วย Sex มันก็จะจบลงด้วย Sex ที่หมายถึงการที่อีกฝ่ายจะจากลาไปด้วยเหตุผลของการได้พบกับ Sex ของคนใหม่ ๆ ที่ดีกว่า

ชีวิตคู่ประกอบไปด้วยหลาย ๆ องค์ประกอบ ความรัก ความผูกพัน ความเข้าใจ ความเอาใจใส่ การให้เกียรติ การประณีประนอม จุดเริ่มต้นของชีวิตคู่ที่มาจากการใช้เวลาเพื่อทำความเข้าใจอีกฝ่าย การใช้เวลาเรียนรู้กันและกัน เสมือนการสร้าง PoW ให้กับชีวิตคู่จะเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชีวิตรัก เพื่อจุดหมายต่อไปคือการสร้างครอบครัว

Sex จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดให้แนบแน่น มอบความความตื่นเต้นเร้าใจ เป็นการทำให้ความรักนั้นไม่จืดชืดจนเกินไป

เราไม่สามารถอิ่มท้องได้จากการกินเพียงแค่น้ำจิ้ม และในทางกลับกันอาหารที่ปราศจากรสชาติถึงแม้จะอิ่มท้องเมื่อนานไปก็จะรู้สึกเอียน การรักษาสมดุลจึงเป็นสิ่งจำเป็น

แยกให้ออกระหว่างความต้องการทางเพศกับความต้องการในการมีคู่ครองในชีวิต ตันหาหรือความรัก น้ำจิ้มหรืออาหารจานหลัก

“ไม่มีใครที่ปราถนาในการกินน้ำจิ้มเพื่อความอิ่มท้อง”

ถ้าหากในปัจจุบันอาหารจานหลักกับน้ำจิ้มที่กินอยู่ด้วยกันมันเริ่มจะมีรสชาติที่จืดจาง ก็ลองช่วยกันตำน้ำพริกถ้วยใหม่ พูดคุยกันอย่างเปิดอกถึงความต้องการของแต่ละฝ่าย และช่วยกันค้นหาสูตรของวิธีการตำน้ำพริกรสชาติใหม่ ๆ ไม่แน่ว่าความสัมพันธ์ที่เริ่มจืดจางอาจจะเริ่มกลับมามีรสชาติ เพื่อการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีในชีวิตคู่

ทดสอบ analogy

รอดมั้ยนะ

คุยกับใครเนี่ย

#Siamstr

#Anon