ขอโทษนะครับ
“ไอ้สัส เดี๋ยวที่ระยอง มึงรอจารย์ nostr:npub16unl8g9ucanlpfvp94sdjdv2f4mukm2ywmgrywnrfdgt98qwrrdq0qcn35 เหลาให้ฟัง รับรองว่านี่ทางมึงเรยยย” เสียงจารย์แชมป์
555555555
ขอบคุณพี่ป๊ำ nostr:nprofile1qqsfwl44pcxpjemklvn6jqnsa3z9nduq4sn7984s68fn2kupnnyn3uce8qjxs กับพี่แชมป์ nostr:nprofile1qqsdwfln5z7vwels5kqj6cxexk9y6a7td4z8d5pj8f35k59jns8p3ks9ltpte ที่ต้อนรับผมกับพี่ซุป nostr:nprofile1qqsdts7svdn3tudf6klz479d4cyj6a2hjc36kg3l06ts29scf5g4nvch88j2a เป็นอย่างดี
.
มันสุดๆ แบบหลุดโลก วันนี้รั่วกันลั่นร้านมาก เป็นโต๊ะที่เสียงดังที่สุดโดยเฉพาะท่อน “รัฐคือไอ้พวกเจี๊ยวปลอม” 🤣
.
ฝันดีฮะทุกท่าน #GN #Siamstr

ตัวอย่าง บทสนทนาบนโต๊ะ
หลังจากที่เราซัดเนื้อชาบูกันจนพุงกาง
อยู่ดีๆ พี่แชมป์ก็เอาบิตคอยน์ไปเปรียบเทียบกับธรรมชาติ
มันก็ไหลไปเรื่อยได้หมดเลย ผลที่ออกมาคือ...
เช่น การที่หำมันเสื่อมสมรรถภาพทางเพศไปเองเนี่ย
ก็เหมือนกับการที่เราแยกอำนาจการเงินได้
โดยที่เราแค่...รอเวลา 555
ยังมีอีกเยอะ เช่น LN หมายถึงอะไร
Nostr ละคืออะไรของร่างกายเรา 555
คิดซะว่าเป็น #EAST101.2 ก็แล้วกันนะ
nostr:note1jgxce0rckwfrc6lz88puhl0tjg3prk8p6s8jnzfutmfdq6cy2nzsfdc5t6
#Siamstr #EAST102
แล้วขอเฉลยด้วยการแจกวาป npub ให้ติดตามด้วยนะ 5555

#EAST102

ใช่เลยฮะ "stay humble"
คิดอย่างมีเหตุผล เชื่ออย่างมีสติ
เรื่อง “ความเชื่อ” นี่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องคิดให้ดีๆ
หลายครั้งเราเชื่อหรือไม่เชื่ออะไรไป โดยที่ยังไม่ได้คิดทบทวนให้ดี
.
บางคนอาจจะบอกว่า "ผมไม่เชื่อเรื่องนั้นเรื่องนี้หรอก" ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร 
แต่จริงๆ แล้ว การที่เราไม่เชื่ออะไรสักอย่าง มันก็เหมือนกับการที่เรายอมรับในอีกสิ่งที่ตรงกันข้าม เช่น ถ้าเราไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด มันก็เท่ากับว่าเราเชื่อว่าไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด เพราะงั้นการไม่เชื่อไม่ใช่ว่าเราไม่มีความเชื่อ แต่มันคือการที่เราเลือกเชื่อในอีกมุมหนึ่ง
.
บ่อยครั้งที่เราปฏิเสธอะไรบางอย่าง เพียงเพราะเราไม่เคยเห็น ไม่เคยเจอ หรือแม้แต่นึกภาพมันไม่ออก อย่างเช่น ไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด เพราะนึกไม่ออกว่าตายแล้วจะไปเกิดเป็นอะไร แบบนี้มันเหมือนกับเราเอาจินตนาการของตัวเองมาเป็นไม้บรรทัดวัดความจริง ซึ่งมันอาจจะไม่ถูกเสมอไปก็ได้ ความจริงที่ว่าคือในโลกนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่รู้
.
ถึงแม้แต่คำสอนที่ดีๆ หรือคำพูดของคนที่รู้มากแค่ไหน เราก็ไม่ควรจะเชื่อแบบหัวปักหัวปำ ควรจะใช้สติปัญญาของเราคิด พิจารณาให้ถี่ถ้วน และที่สำคัญที่สุดเลย ต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเอง อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ โดยที่ยังไม่ได้ลองคิดดู
.
การพิสูจน์ด้วยตัวเองนี่สำคัญมากนะครับ การที่เราได้ลงมือทำ ได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง มันจะทำให้เราเข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่า สิ่งที่เขาสอนๆ กันมานั้น จริงหรือไม่ จริงมากน้อยแค่ไหน เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้สัมผัสมา นั่นแหละชัวร์ที่สุด
.
การเปิดใจรับฟังทุก ๆ คำสอน โดยไม่เอาความคิดเดิม ๆ ของเรามาเป็นอคติ ใช้ปัญญาคิดใคร่ครวญให้ดีก่อนว่าเราจะเชื่อหรือไม่เชื่อ การเปิดใจกว้าง ๆ จะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น การที่เราหมั่นพิจารณาความเชื่อของตัวเองอยู่เสมอนี่แหละ เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยพัฒนาตัวเรา ทำให้เราเข้าใจตัวเองและโลกใบนี้ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
#Siamstr
เดี๋ยวนะ คิดตรงกันอีกและ
ปรัชญา อาวุธแห่งเหตุผลและเสรีภาพในโลกแห่งความขัดแย้ง
โลกที่เราอาศัยอยู่เปรียบเสมือนสมรภูมิแห่งความคิด
แนวคิดต่างๆ ถูกนำมาถกเถียงและท้าทายอยู่เสมอเพื่อค้นหาและพิสูจน์ความจริง ความขัดแย้งนี้ปรากฏชัดในหลายมิติ เช่น การปะทะกันระหว่าง...

เหตุผลกับความงมงาย เสรีภาพกับการถูกบังคับ
ปัจเจกนิยม (Individualism) กับลัทธิรวมหมู่ (Collectivism)
และทุนนิยมกับสังคมนิยม
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้
ปรัชญาทำหน้าที่เสมือนป้อมปราการแห่งเหตุผลและเสรีภาพ
เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจและวิเคราะห์โลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง พร้อมกับนำทางชีวิตของเราอีกด้วย
.
ปรัชญาในบริบทนี้ มิใช่เพียงแสงเทียนริบหรี่ในห้องสมุด หากแต่เป็นอาวุธแห่งเหตุผล ที่ใช้ในการต่อสู้กับความคิดที่บิดเบือนและการใช้อำนาจในทางที่ผิด เพื่อปกป้องและส่งเสริมเสรีภาพของมนุษย์ มันคือดาบเพลิงที่ลุกโชนในสนามรบแห่งความคิดที่ช่วยให้เรามองทะลุผ่านมายาคติ ความเชื่อที่ไร้เหตุผล และการโฆษณาชวนเชื่อ ทั้งยังช่วยให้วิเคราะห์ข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณและตัดสินใจบนพื้นฐานของหลักฐานและตรรกะ นำไปสู่การเข้าถึงความจริง ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการเซ็นเซอร์ข้อมูลข่าวสาร ซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องมือในการบิดเบือนข้อมูล ปลุกปั่นอารมณ์ เป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด ปิดกั้นการเข้าถึงความจริง เพื่อควบคุมความคิดของประชาชน
.
หัวใจสำคัญของปรัชญาคือ การใช้เหตุผล หลักฐาน และตรรกะ ในการแสวงหาความจริง เพื่อนำไปสู่ การตัดสินใจที่ถูกต้อง ปรัชญาฝึกฝนให้เรามีวิจารณญาณ ไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ และไม่ยอมรับความคิดเห็นใดๆ โดยปราศจากการตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน ปรัชญาสอนให้เราตั้งคำถาม เช่น ใครเป็นคนพูด ? มีหลักฐานอะไรสนับสนุน ? มีมุมมองอื่น ๆ อีกหรือไม่ ? ข้อสรุปนี้ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงหรือหลักการพื้นฐานใด ๆ หรือไม่ ? ก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อหรือยอมรับความคิดเห็นใด ๆ เพราะการยอมรับความคิดเห็นโดยไม่ผ่านการไตร่ตรอง อาจนำเราไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดและตกเป็นเหยื่อของการบิดเบือน
.
ปรัชญายังส่งเสริมความเข้าใจในคุณค่าของเสรีภาพและความสำคัญของปัจเจกบุคคล เสรีภาพในการคิดการแสดงออกและการใช้ชีวิต เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ เพื่อการสร้างสรรค์สังคมที่เจริญรุ่งเรือง ปรัชญาช่วยให้เราตระหนักถึงสิทธิและหน้าที่ของตนเองในฐานะปัจเจกบุคคลและเพื่อปกป้องเสรีภาพเหล่านี้จากการถูกคุกคามจากอำนาจรัฐหรือแนวคิดแบบคติรวมหมู่ สังคมที่มีความยุติธรรมมีเสรีภาพและมีความเจริญรุ่งเรือง คือสังคมที่เคารพในสิทธิและเสรีภาพของปัจเจกบุคคลที่ส่งเสริมการใช้เหตุผลนั้น ล้วนมีรากฐานอยู่บนระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม เพราะทุนนิยมเป็นระบบที่สอดคล้องกับหลักการเหล่านี้ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่งคั่งและเติบโตอย่างอิสระ
.
ในโลกที่ความขัดแย้งทางความคิดทวีความรุนแรงและข้อมูลข่าวสารแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ปรัชญามิใช่เพียงทางเลือก แต่เป็นเกราะป้องกันที่ขาดไม่ได้ การศึกษาปรัชญา การฝึกฝนการใช้เหตุผลและการตั้งคำถาม คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับอนาคต เพราะมันจะช่วยให้เรามีภูมิคุ้มกันต่อการถูกชักจูง การหลอกลวงและการใช้อำนาจในทางมิชอบ เป็นก้าวสำคัญในการสร้างสังคมที่เสรี มีความยุติธรรมและการเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง ดังนั้น เวลามีค่า…ศึกษาปรัชญา ฝึกฝนการใช้เหตุผล และอย่าปล่อยให้ความงมงายและอคติครอบงำจิตใจ เพื่อที่เราจะสามารถเป็นผู้กำหนดชีวิตของตนเองได้และใช้ชีวิตอย่างมีอิสระ มีเหตุผล และสร้างสรรค์คุณค่าตามที่เราเลือก เพื่อบรรลุศักยภาพสูงสุดของเราในฐานะปัจเจกบุคคล
#Siamstr #ปรัชยาส้ม
หลุดพ้นความเศร้าหมอง ด้วยการแพร่เมตตา
เชื่อเถอะว่า...หลายคน คงเคยรู้สึกว่าการ #แผ่เมตตา ให้คนที่ไม่ชอบขี้หน้านี่มันยากเย็นเหมือนเข็นครกขึ้นภูเขา ส่วนการแผ่เมตตาให้คนที่ดีกับเรามันง่ายกว่าเยอะ แต่จริงๆ แล้ว เป้าหมายของการแผ่เมตตามันไม่ได้อยู่ที่การไปเปลี่ยนแปลงใครเขา

แต่อยู่ที่การฝึกจิตใจตัวเองให้แข็งแกร่งและเบิกบานต่างหาก ถึงแม้บทแผ่เมตตามักจะพูดถึงการส่งความปรารถนาดีไปยังผู้อื่น แต่จริงๆ แล้วแก่นแท้คือการฝึกจิตของเราเองเพื่อให้ใจสงบ เข้มแข็งและเบิกบาน นั่นคือผลประโยชน์ที่แท้จริงที่เราได้รับจากการแผ่เมตตา
.
บ่อยครั้งที่เราแผ่เมตตาแบบหวังผล อยากให้เขารักเรา เคารพเรา หรือทำดีกับเรากลับมา...แต่นั่น...ไม่ใช่ใจความสำคัญของการแผ่เมตตาเลย การแผ่เมตตาที่แท้จริงคือการส่งความปรารถนาดีไป แบบไม่ต้องไปคาดหวังอะไรกลับมา มันเหมือนการฝึกจิตใจเราเอง ให้หลุดพ้นจากความหงุดหงิด ความโกรธ ความเกลียด อะไรพวกนี้ เหมือนเราออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี ดูเหมือนทำเพื่อร่างกาย แต่จริงๆ แล้วได้ความสุขใจกลับมา การแผ่เมตตาก็เช่นกัน ถึงจะเหมือนทำเพื่อคนอื่น แต่สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์เต็มๆ คือตัวเราเอง
.
เวลาเราแผ่เมตตา เราไม่ได้ทำเพื่อใคร เราทำเพื่อตัวเองล้วนๆ เพื่อปลดล็อกจิตใจเราจากความรู้สึกแย่ๆ ไม่ให้จิตใจเราเป็นทาสของความขุ่นมัว ความเศร้าหมอง คิดซะว่าการแผ่เมตตาเป็นเหมือนเกราะป้องกันใจ ใครจะว่าไงก็ช่าง เมื่อใจเรายังสงบ ร่มเย็นสบายใจ นั้นแหละจิตที่เป็นอิสระ เราแค่ทำหน้าที่ส่งความปรารถนาดีออกไป ส่วนเขาจะรับหรือไม่รับ จะเปลี่ยนไปไหม ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องไปกังวลแล้ว เพราะเป้าหมายของเราคือการฝึกจิต ไม่ใช่การควบคุมคนอื่น
.
อีกอย่าง ความทุกข์ส่วนใหญ่มันมะงุมมะงาหราอยู่กับความพอใจและไม่พอใจนี่แหละ เราทุกข์เพราะเราอยากจะบังคับให้ทุกอย่างเป็นดั่งใจ ซึ่งการแผ่เมตตานี่แหละคือการฝึก #ปล่อยวาง ยอมรับความจริง แล้วสร้างความสงบในใจ พอใจเรามีสติ เจอเรื่องอะไรเราก็จะรับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมีสติปัญญา
#Siamstr




