Avatar
Tong ck
de13917f43d108ef63be386c9849fc69328eb9021d727c8ea98f1e18189b52bd

CDC action zone btc

ดูผ่านมือถือได้มั้ยคับ

รึมีแอฟให้โหลดมั้ยคับ

#siamstr

ผมเป็นพ่อเลี้ยงเดียวชอบพาลูกโดนเรียนขึ้นเขาเลี้ยงแบบคี่เกียจ😄

เลือกโรงเรียนเอกชนแถวบ้านอาศัยครูดูแลทั่วถึงราคาถูก5000บาทตื่นสายได้

ไม่บังคับลูกกินข้าวเช้าเพราะลูกไม่หิวหิวค่อยกินสบายเราไป

ไม่บังคับกินผักเพราะสัญชาตญานไม่อยากกินกินแต่ไข่สบายไป

ไม่บังคับอ่านเขียนหนังสือเพราะไม่มีใครเขียนไม่ออกช้ารึไวก้อเขียนได้ไม่งุดหงิด

ตอนนี้ผลผลิตของผมผ่านมา11ขวบแล้ว

ลูกไม่เคยเข้าโรงบาลเลยการเรียนพอใช้แล้วกันเพราะผมไม่รู้คำว่าดีคืออะไร

การเอาลูกไปรร.สำหรับผมได้ให้เขาไปเจอสังคมที่เลวร้ายแล้วกลับมาให้เราได้อธิบายเป็นภูมิต้านทานในอนาคต

Replying to Avatar Mr.Note

GM #siamstr The Psychology of Money จิตวิทยาว่าด้วยการเงิน เป็นหนังสือที่ดีมากๆเล่มหนึ่งที่ผมเคยอ่านมา สามารถเปลี่ยน Mindset เรื่องการเงินได้ ใครที่สนใจเรื่องการเงินควรต้องอ่านเป็นอย่างยิ่ง แค่บทนำเรื่อง โรนัลด์ รีด ภารโรง กับ ริชาร์ด ฟัสโคนผู้บริหารที่สมบูรณ์แบบทุกอย่าง ปั้นปลายชีวิตกลับพลิกผัน!! ทำให้อยากอ่านแต่ละบทเลยทีเดียว😁 สรุปเนื้อหามีดังนี้

บทที่ 1 ไม่มีใครเป็นบ้า

คนส่วนใหญ่นั้นจะมองเรื่องการเงินผ่านจากประสบการณ์ในอดีต ต่างยุคต่างสมัย ส่งผลให้แต่ละคนเข้าใจคนรอบข้าง สถานการณ์ที่แตกต่างกันไป รวมถึงเรื่องการเงิน บางอย่างอาจจะใช้ได้ในช่วงเวลานั้น แต่ใช้กับปัจจุบันอาจจะไม่ได้

บทที่ 2 โชคและความเสี่ยง

โชคลาภและความเสี่ยงเป็นของคู่กัน ความสำเร็จและความล้มเหลวก็เป็นเรื่องธรรมดา การรับมือกับความล้มเหลวคือการเตรียมความพร้อมไว้เสมอแบบว่า ไม่มีใครสามารถเขี่ยคุณออกจากเกมส์นี้และอยู่ในเกมส์ต่อไปจนกว่าโอกาสจะเข้าข้างคุณ

บทที่ 3 ไม่เคยพอ

- ทักษะทางการเงินที่ยากที่สุดคือการทำให้เป้าหมายหยุดเคลื่อน หยุดการอยากได้อยากมี ด้วยคำว่า ”พอ”

-การเปรียบเทียบทางสังคมคือปัญหา อย่าเปรียบเทียบตัวเรากับใครเพราะมันเป็นสงครามที่ไม่มีวันชนะ

-คำว่า “พอ” อาจจะทำให้คุณพลาดโอกาสบางอย่าง แต่มันจะไม่ทำให้คุณเสียใจแน่นอน

-มีหลายสิ่งที่ไม่ควรค่าแก่การเสี่ยง ไม่ว่ามันจะมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้มากขนาดไหน คุณต้องรู้เสมอว่า เมื่อไรที่คุณต้องหยุดรับความเสี่ยง ให้จบที่คำว่า “พอ“

บทที่ 4 ผลตอบแทนทบต้น

คุณไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างผลตอบแทนให้ได้มากที่สุดในแต่ละปี แต่ให้เน้นถึงการสร้างผลตอบแทนให้เหมาะสมและยืนยาวโดยอยู่ให้นานที่สุด เหมือนกับหิมะที่ตกลงมาทับถมจากชั้นบางๆ กันจนเป็นน้ำแข็งแผ่นใหญ่ได้ การเริ่มต้นเล็กๆ ก็สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ได้

บทที่ 5 ได้มาซึ่งความมั่งคั่ง กับ รักษาไว้ซึ่งความมั่งคั่ง

การลงทุนเพื่อได้รับความมั่งคั่งนั้น ไม่เพียงแค่คุณจะต้องรักษาความมั่งคั่งเหล่านั้นให้อยู่ได้ในระยะยาว ที่เรียกว่า “การอยู่รอด” คุณต้องมองเห็นคุณค่าของสิ่งต่อไปนี้

-ฉันต้องการเป็นคนที่ฆ่าไม่ตายทางการเงิน ฉันสามารถยืนระยะได้นานพอที่การทบต้นจะทำงานได้อย่างน่าอัศจรรย์

-มองโลกในแง่ดีในเรื่องอนาคต แต่ต้องวิตกกังวลกับสิ่งที่จะขัดขวางไม่ให้คุณไปถึงอนาคตนั้นต้องมองไปคู่กันเสมอ

บทที่ 6 หางยาว คุณชนะ

ปลายทางจะเป็นตัวขับเคลื่อนทุกสิ่ง การลงทุนและการเงินนั้นย่อมมีการผิดพลาด พังทลาย ล้มเหลว นั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่คุณต้องพยายามที่จะทำให้ขาดทุนน้อยที่สุด แต่ในยามที่คุณจะชนะ คุณจะต้องพยายามรักษาการรับผลตอบแทนที่มากเกินคาดให้ได้ ซึ่งในระยะยาวจะทำให้คุณมั่งคั่ง

บทที่ 7 อิสรภาพ

คุณค่าที่แท้จริงของเงิน คือ ศักยภาพของเงินที่มอบการควบคุม “เวลา”ให้กับคุณ คุณจะสามารถทำอะไรที่ไหนตอนไหนก็ได้ คุณสามารถที่จะตื่นขึ้นมาจะทำงานหรือจะนอนต่อหรือจะไปใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องของการเงินอีกเลย มันเรียกว่า “อิสรภาพ”

บทที่ 8 ความย้อนแย้งของชายในรถยนต์

ถ้าหากเรานั้นได้ขับรถสปอร์ตหรู เช่น เฟอร์รารี, ปอเช่ร์ จะทำให้คนอื่นที่เวลามองเรานั้น รู้สึกว่าเราเป็นคนรวย เป็นคนที่เท่ห์ น่าชื่นชม แต่ในความเป็นจริงแล้วคนอื่นที่มองเข้ามานั้นไม่ได้ชื่นชมตัวคุณแต่เค้ามอบมาที่รถของคุณต่างหาก คุณคิดไปเอง เพราะเขานั้นฝันว่าจะได้ขับรถในแบบของคุณมากกว่า แต่ทำตัวให้มีความอ่อนน้อมถ่อมตน ความเมตตา และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่นต่างหากที่จะนำพาความศรัทธาให้คุณ

บทที่ 9 ความมั่งคั่งคือสิ่งที่คุณมองไม่เห็น

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการโชว์ใช้เงินเยอะๆ เพื่อให้ตัวเองนั้นดูร่ำรวย ดูดี ให้คนอื่นยกย่อง หารู้ไม่ว่ามันคือวิธีการที่ทำให้คุณจนลงเร็วที่สุด

-ความร่ำรวย คือ สถานะรายได้ในปัจจุบัน จะมีรถหรู บ้านหลังใหญ่ แต่ต้องมีรายได้เพียงพอต่อหนี้ที่ตัวเองทำไว้ด้วย

-ความมั่งคั่ง คือรายรับที่ไม่ถูกจ่ายออกไป เป็นสิ่งที่เรามองไม่เห็น ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินที่สร้างกระแสรายได้เงินสดให้กับเขาหรือธุรกิจที่สามารถสร้างรายได้

โลกใบนี้เต็มไปด้วยผู้คนที่ดูสมถะแต่แท้จริงแล้วมั่งคั่ง และเต็มไปด้วยผู้คนที่ดูร่ำรวยแต่อยู่บนคมดาบแห่งความล้มละลาย

บทที่ 10 การเก็บออม

-การสร้างความมั่งคั่งนั้นแทบจะไม่เกี่ยวข้องกับรายได้หรือผลตอบแทนจากการลงทุนของคุณ แต่สิ่งที่สำคัญกว่า คืออัตราการออมของคุณ

-ปริมาณของความมั่งคั่งนั้นมีความสัมพันธ์กับสิ่งที่คุณอยากได้ เรียนรู้ที่จะมีความสุขในการลดความอยากได้ของตัวเอง

-ลดอัตตาในตัวคุณ เพิ่มความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่ต้องสนใจกับคนอื่นว่าคิดอะไรกับคุณ

-การเก็บออม คือการเก็บออม ป้องกันความเสี่ยงต่อสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในชีวิต ใช้จ่ายให้น้อยออมให้เยอะ

-ความยืดหยุ่นและความสามารถในการควบคุมเวลา คือผลตอบแทนจากความมั่งคั่งที่มองไม่เห็น ความยืดหยุ่นจะทำให้คุณรอคอยโอกาสดีๆได้ คุณจะมีโอกาสในการเรียนรู้ คุณจะเร่งรีบน้อยลงและมีเวลามากขึ้นในการค้นหาความหลงใหลของคุณตามจังหวะก้าวเดินของตัวคุณเอง

บทที่ 11 สมเหตุสมผล มากกว่ายึดเหตุผล

การตั้งเป้าหมายด้านการเงินแล้วต้องทำมันให้ได้ตามเป้าหมายนั้น จริงๆแล้วเราควรตั้งเป้าให้สมเหตุสมผล เพราะความสมเหตุผลจะทำให้เป้าหมายของคุณมีความสมจริงมากขึ้นและสามารถทำจริงได้ในระยะยาวซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการจัดการทางการเงิน

บทที่ 12 เซอร์ไพรส์

กับดักที่นักลงทุนตกหลุม คือเชื่อว่าข้อมูลในอดีตเป็นสัญญาณของเงื่อนไขในอนาคต ที่ซึ่งนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นสิ่งที่หล่อเลี้ยงกระบวนการ ถ้าเชื่อข้อมูลเหล่านี้มาก จะทำให้

-มองไม่เห็นเหตุการณ์ผิดปกติที่เป็นตัวการสำคัญที่สุดในการเปลี่ยนแปลง

-ประวัติศาสตร์อาจเป็นตัวชี้นำที่ทำให้เข้าใจผิดเรื่องอนาคตของเศรษฐกิจและตลาดหุ้น เพราะมันไม่ได้นับรวมปัจจัยการเปลี่ยนแปลงทางด้านโครงสร้างที่เกี่ยวข้องกับโลกปัจจุบันเข้าไปด้วย

บทที่ 13 เผื่อที่ให้กับความผิดพลาด

คุณสามารถเรียกมันว่า เป็นพื้นที่สำหรับความผิดพลาด คือวิธีการทรงประสิทธิภาพวิธีเดียวที่จะนำทางคุณไปบนโลกที่ถูกปกคลุมด้วยความน่าจะเป็น ไม่ใช่ความแน่นอน และเกือบทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงินนั้นอยู่ในโลกประเภทนี้ การเงินจะต้องมีแผนสำรองเสมอ แล้วส่วนสำคัญที่สุดของทุกแผนการ คือ การวางแผนให้กับแผนที่ไม่เป็นไปตามแผน

บทที่ 14 คุณจะเปลี่ยนไป

-การวางแผนการเงินระยะยาวนั้นเป็นสิ่งสำคัญแต่อนาคตก็ไม่มีความแน่นอน ควรหลีกเลี่ยงแผนการเงินที่สุดโต่งมากจนเกินไป

-เราควรยอมรับความจริงของการเปลี่ยนใจ ถ้าเรารู้ว่าสิ่งที่เราทำนั้นไม่ใช่ ให้เปลี่ยนแปลงและก้าวออกมาให้เร็วที่สุด อย่าไปยึดติดหรือเสียดายกับสิ่งที่ทำลงไปแล้ว

บทที่ 15 ไม่มีอะไรได้มาฟรี

ทุกสิ่งล้วนมีราคาในของตัวมัน ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีป้ายราคาแปะไว้ก็ตาม ราคาของความสำเร็จในการลงทุนนั้นไม่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจน มันไม่มีป้ายแป่ะให้คุณมองเห็นจนกว่าถึงเวลาที่ต้องชำระบิล คำว่า “บิล” นี้ขึ้นอยู่กับคุณว่า คุณมองเป็นค่าธรรมเนียมหรือค่าปรับ ถ้าคุณมองว่าเป็นค่าปรับ คุณก็จะพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่จ่าย แต่ถ้าคุณมองว่าเป็นค่าธรรมเนียม คุณจะคิดว่ามันคุ้มค่าที่จะจ่าย นั่นคือหนทางเดียวที่จะรับมือกับความผันผวนและความไม่แน่นอนได้อย่างเหมาะสม คุณจะตระหนักได้ว่า มันเป็นค่าธรรมเนียมผ่านประตูที่คุ้มค่าไปสู่ความมั่งคั่ง

บทที่ 16 คุณและผม

จงระวังคำแนะนำทางการเงิน จากคนที่เล่นเกมต่างจากคุณ ตัวอย่าง เช่นถ้าคุณถือหุ้นในระยะยาวแต่คุณไปฟังคำแนะนำกับคนที่เล่นเทรดถือหุ้นระยะสั้น คุณจะซื้อและถือหุ้นเหล่านี้ในระยะยาวไม่ได้ ซึ่งมันเป็นเกมการลงทุนที่ต่างจากคุณ

บทที่ 17 ความเย้ายวนของการมองโลกในแง่ร้าย

การมองโลกในแง่ดีนั้นฟังดูเหมือนจะเป็นปกติ ส่วนการมองโลกในแง่ร้ายก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังนี้

-เงินนั้นอยู่ในทุกหนทุกแห่ง ฉะนั้นเวลาที่เกิดเรื่องบางอย่างที่เลวร้ายขึ้น มันมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อทุกๆคนและดึงความสนใจของทุกๆคนเข้ามา

-การมองโลกในแง่ร้ายมักจะคาดการณ์แนวโน้มปัจจุบันโดยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความสามารถในการปรับตัวของตลาด

-กระบวนการนั้นเกิดขึ้นช้าเกินกว่าที่จะสังเกตเห็นแต่ความพ่ายแพ้นั่นเกิดขึ้นรวดเร็วเกินกว่าที่จะเพิกเฉย

การมองโลกในแง่ร้ายนั้นช่วยลดความคาดหวัง และช่วยทำให้ช่องว่างระหว่างผลลัพธ์ที่เป็นไปได้กับผลลัพธ์ที่คุณรู้สึกดีกับมันนั้นแคบลง

บทที่ 18 เวลาที่คุณมีความเชื่อในเรื่องใดก็ตาม

- ยิ่งคุณต้องการให้อะไรบางอย่างเป็นจริงมากเท่าไร คุณก็มีแนวโน้มที่จะเชื่อเรื่องนั้นและประเมินโอกาสของการเกิดสิ่งนั้นไว้สูงเกินไปมากขึ้นเสมอ

-ไม่มีใครที่จะสามารถมองโลกได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกมุมมอง แต่เราสร้างเรื่องเล่านี้ขึ้นมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างเหล่านั้น

บทที่ 19 เอาเรื่องทั้งหมดมาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน

ในบทนี้จะนำข้อคิดต่างๆขอหนังสือเล่มนี้มารวมไว้ในบทความเดียวกัน ดังนึ้

-พยายามค้นหาความถ่อมตัวในเวลาที่สิ่งต่างๆ เป็นไปตามที่คุณคิดและค้นหาการให้อภัยและความเห็นอกเห็นใจในเวลาที่สิ่งต่างๆไม่ได้เป็นอย่างที่คิด

-อัตตาน้อย ความมั่งคั่งเพิ่ม

-บริหารจัดการเงินของคุณในแบบที่จะทำให้คุณนอนหลับสนิทได้ตลอดคืน

-ถ้าหากคุณต้องการเป็นนักลงทุนที่ดีขึ้น สิ่งที่มีพลังมากที่สุดสิ่งเดียวที่คุณทำได้คือการเพิ่มระยะเวลาการลงทุนของคุณให้ดอกเบี้ยทบต้นทำงาน

-เป็นคนที่ Ok กับสิ่งต่างๆที่ไม่เป็นไปตามที่คิด คุณสามารถที่จะทำผิดได้ครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด แต่ยังสามารถสร้างความมั่งคั่งได้

-ใช้เงินเพื่อควบคุมเวลาของคุณ

-เป็นคนที่ดีขึ้นและหรูหราน้อยลง

-ออมเงินเพื่อออมเงิน คุณไม่จำเป็นต้องหาเหตุผลเฉพาะให้กับการออมเงิน

-หาต้นทุนของความสำเร็จให้เจอและเตรียมพร้อมที่จะจ่ายมัน

-ยกย่องบูชาพื้นที่เผื่อความผิดพลาด

-หลีกเลี่ยงการตัดสินใจการเงินแบบสุดโต่ง

-คุณควรที่จะชอบความเสี่ยงเนื่องจากมันจะจ่ายผลตอบแทนให้คุณเมื่อเวลาผ่านไป

-กำหนดเกมส์ที่คุณกำลังเล่นอยู่

-เคารพความยุ่งเหยิง ไม่มีคำตอบใดถูกต้องที่สุด มีเพียงคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ

ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ ยาวมากๆๆๆเลย😅….ใครไม่เคยอ่านต้องหามาอ่านนะครับ เล่มนี้ดีมากจริงๆ สอนให้เราอยู่กับตัวเองและสอนให้เรา Stay Humble, Stack Sats ได้ดีเลยครับ🙏❤️

ขอบคุนที่สรุปมาให้คับดีมาก🤝

Replying to Avatar LATES

พอดีเตรียมทำเอกสารบางอย่างอยู่ นึกขึ้นมาได้เลยมาเตือนพวกเรา

ความเป็นจริงเรายังอยู่ในโลก fiat ยังมีกิจกรรมหลายอย่างในชีวิตที่ยังต้องการให้รัฐบาล fiat เป็นผู้รับรองสิทธิ์ของเรา ดังนั้นใครจะอินกับ bitcoin แค่ไหนยังไงก็เป็นสิทธิ์ส่วนตัวของท่าน แต่อย่าลืมโลกของความเป็นจริงด้วยนะครับ

ตัวอย่างง่ายที่สุดเลย คุณ all in bitcoin คุณจะขอวีซ่าไป US ยังไงครับ ถ้าเงินเดือนคุณสูงไม่พอ

คุณจะทำเรื่องกู้ผ่อนบ้านยังไง จะขอ OD ยังไง บลาๆๆอีกสารพัด

เพราะจุดประสงค์ในการถือครอง bitcoin ที่เป็น self sovereignity นั้นรัฐไม่รับรองนะครับ โหนดผมจะราคากี่สิบล้านผมก็เอาไปยื่นขอวีซ่าไม่ได้ รัฐเขาจะนับเฉพาะเวลาเขาต้องการประโยชน์จากเราเช่นเก็บภาษี แต่การใดที่เราจะประกาศเอกราชจากการเป็นพลเมืองของเขา เขาไม่สนนะครับ

จริงๆมันก็แป่เอี่ยล่ะครับ เราก็อยากจะปกครองตัวเอง แต่บางเรื่องเราก็ยังต้องการสิทธิ์พลเมืองของเราเช่นเดียวกัน

ดังนั้นก่อนจะ all in อะไร กรุณาเหลือเงิน fiat ติดตูดไว้นิดหน่อย ไม่ใช่เป็นกะยาจก ทำวีซ่าไปไหนไม่ได้เลยล่ะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ...นะหอยท้องถิ่น

ปล. แล้วอันนี้ไม่มีทางเลี่ยงด้วยนะครับ สิทธิอย่างอื่นจากรัฐ fiat คุณยังอาจจะใช้เงินซื้อได้ ผ่อนบ้านไม่ได้ ถ้าคุณมี bitcoin เยอะพอก็ขายทิ้งเอามาซื้อสดแม่งเลย แต่ไปอเมริกาหรือยุโรปไม่ได้นี่ ไม่มีทางอื่นน่ะ ต่อให้คุณมีเงินซื้อเครื่องบินส่วนตัว คุณก็ต้องขอวีซ่านะครับ

#siamstr #fiat #selfsovereign #visa

เรื่องพวกนี้พี่ชิตว่าอีก4-5ปีก้อน่าจะใช้bitcoinทำได้คับ

ลูกผม10ขวบละไม่เคยกินผักแล้วผมก้อไม่บังคับให้เสียประสาทเหมือนคนทั่วไปด้วย😄

ลูกกลิ้ง150ที

stake sat 150บาท😊 สนุกดีคับ

#siamstr

เข้าใจแล้วคับ☺️

ออกกำลังกายกันคับยามเช้า🥰

ฟังแล้วก้อสงสัยอยู่เรื่องหนึ่งคับ

เราใช้ไลนิ่งมันจะลดการเก็บภาษีของสรรพากรได้อย่างไงคับเพราะเขาก้อเก็บจากตัวสินค้าไปแล้ว

ออกกำลังกายกับคับไว้อยู่รอดู

1sat=1us😁

#siamstr

วันนี้ตลาดลงเลย

โพสสะสมsatลงในfbขำขำ

ก้อจะมีคนทักรวยแล้วมั้ง

ซื้อ1000จะรวยมั้ย😄

เป็นแต่ก่อนผมคงสาวยาว

เดียวนี้ตอบแค่:ก้อมีเท่าเดิมละ

แค่ไม่อยากมีน้อยลง🤔

#siamstr

Replying to Avatar Boss

93% ของจำนวนบิตคอยน์ได้ถูกขุดขึ้นมาตลอดกว่า 14 ปีที่ผ่านมา

สิ่งที่คุณได้สัมผัสคือบิตคอยน์ 93% จากทั้งหมดที่กระจายในตลาดซื้อขาย

แต่ 14 ปีต่อจากนี้ ทุกคนจะต้องแย่งกันซื้อ 6% ของบิตคอยน์ทั้งหมด

และหลังจากนั้นจะเหลือแค่น้อยกว่า 0.5% ของบิตคอยน์ที่จะถูกขุดขึ้นใหม่

ความหายากที่แท้จริงของบิตคอยน์ในปัจจุบันยังไม่ส่งผลให้เห็นชัดเจนด้วยซ้ำ

อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากฮาฟวิ่งปีนี้ ที่บิตคอยน์จะกลายเป็นเงินที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่มนุษย์เคยมีมา

และเมื่อผู้คนเริ่มเข้ามาศึกษาระบบการเงินใหม่นี้มากขึ้นในขณะเดียวกัน อัตราการเกิดใหม่ของมันกลับลดลงเรื่อยๆ

เราไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าอนาคตจะเป็นยังไง

หลายคนยังไม่เข้าใจว่า 1 บิตคอยน์ มันหายากมากแค่ไหน

และแน่นอน สักวัน กำลังขุดทั้งโลกรวมกันทั้งปีก็ไม่อาจผลิตได้มากกว่า 1 บิตคอยน์

ในโลกเรามีเศรษฐีที่มีสินทรัพย์รวมเกิน 1 ล้านเหรียญประมาณ 60 ล้านคน

ถ้าจะแบ่งบิตคอยน์ทั้งหมดกระจายเท่ากันก็จะได้คนละ 0.35 BTC

แต่ มีบิตคอยน์ที่คาดการณ์ว่าไม่สามารถเข้าถึงไพรเวทคีย์ได้ประมาณ 5 ล้าน BTC

ซึ่งจะเหลือแค่คนละ 0.26 BTC สำหรับเฟียตเศรษฐีพวกนี้

และอย่าลืมว่ายีงมี นักลงทุนสถาบัน กองทุนต่างๆ และรัฐบาลทั่วโลก ที่กำลังดึงบิตคอยน์ออกมาจากตลาดอยู่ตลอดเวลา หลายล้าน BTC

บิตคอยน์หายากขึ้นมากๆในแบบที่เรานึกภาพไม่ออกเลย

สักวันนึง แค่เพียง 0.1 BTC ก็สามารถเปลี่ยนชีวิตหลายคนได้ แต่กว่าจะถึงตอนนั้น เราคงไม่ได้วัดมูลค่าเป็นเฟียตแล้วแหละ

เพราะว่า ข้าวของมันถูกลงเสมอเมื่อวัดในหน่วย satoshi

#siamstr

0.26ฮึบๆ

ความสุขอยู่บนคอ @ภูกะดึง

#siamstr