df
PANUWAT.Po
dfd4b7e8a3f73ad083397621fe3a3c6fe877737797f6bba263b6b2dbec744e05
Replying to Avatar Right Shift

ถอดเทป! #BitcoinTalk 179 How to NOT be poor [ทำไงให้ไม่จน?]

.

วิดีโอความยาว 2 ชั่วโมงนี้ จะชวนให้คุณ “เริ่ม” ตั้งคำถามกับระบบการเงินที่กำลังสูบเลือดสูบเนื้อประชาชนคนธรรมดาอย่างพวกเรา

.

ที่มาของความลำบากยากจนสุดในยุคอภิมหาความเหลื่อมล้ำที่กำลังเกิดขึ้นนี้ไม่ใช่แค่เพราะพฤติกรรมการใช้เงินห่วยๆ ของประชาชน

.

แต่เกิดจากพฤติกรรมการใช้เงินของรัฐบาลหรือชนชั้นปกครองที่ผลักค่าครองชีพให้สูงขึ้นจนส่งผลต่อความเป็นอยู่ของชนชั้นกลางและชนชั้นรากหญ้า

.

โดยจะขอนำเสนอผ่านการทำความเข้าใจ “ระบบเงินเฟียต” หรือเงินตราที่ออกออกโดยรัฐบาล

.

โดยเริ่มจากสิ่งที่เราทำได้เองไปจนถึง เรื่องที่แม้จะอยู่เหนือการควบคุมของเราแต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะหนีจากมัน ถ้าพร้อมแล้ว…เชิญครับ

.

** คำเตือน : ไม่ใช่คำแนะนำและชักชวนในการลงทุน **

.

-----------------------------------------------

Chapter 1 : “การบริหารการเงินส่วนบุคคล (ฉบับรวบรัด)”

.

เริ่มวางแผนหลุดพ้นจากความยากจนในเรื่องที่เราพอทำได้กัน

-----------------------------------------------

.

เรามาทำความเข้าใจคำว่า “สภาพคล่อง (Liquidity)” และ “ความมั่งคั่ง (Wealth)”

.

พื้นฐานแรกในการเริ่มเก็บสะสมความมั่งคั่ง นั่นคือ เราจะต้องเป็นคนที่มีสภาพคล่องที่สุขภาพดีก่อน หรือก็คือ “ใช้ให้น้อยกว่าที่หามาได้”

.

หากไม่พอใช้ก็ต้องหาเพิ่มจนเหลือเก็บ และเก็บสำรองให้มากพอสำหรับใช้ในยามฉุกเฉิน นี่คือ “พื้นฐานการออม” ที่หลายคนพอจะรู้กันอยู่แล้ว

.

แต่สิ่งที่คุณต้องรู้เพิ่มคือ “เราไม่ควรมีสภาพคล่องที่เป็นเงินเฟียต (เงินตรารัฐบาล) ในจำนวนที่มากจนเกินไป”

.

เงินเหล่านี้เสื่อมค่าลงตลอดเวลา คุณไม่ควรถือมัน “มากเกิน” ที่จะทำให้คุณเสียโอกาสในการรักษาความสามารถในการจับจ่ายใช้สอย

.

และคุณจะไม่ควรถือมัน “น้อยเกิน” ที่จะทำให้คุณจะต้องขายสินทรัพย์ที่คุณสะสมไว้เพื่อเติมสภาพคล่องในเวลาที่คุณเกิดขัดสนขึ้นมา

.

เราควรจะนำเงินส่วนเกินจากการออมเงินสำรองฉุกเฉิน ไปออมในสินทรัพย์ที่แข็งค่ามากกว่าเงินเฟียต เช่น ที่ดิน ทองคำ บิตคอยน์ หรือ สินทรัพย์อื่นๆ ที่คุณศึกษามันจนมั่นใจ

.

ใช่แล้วครับวิธีที่จะไม่จนฉบับรวบรัดนี้ ควรจะเป็นพื้นฐานการเงินที่ควรบรรจุลงในหลักสูตรการศึกษาเบื้องต้น

.

มันคือ “พื้นฐานการออม” นั่นเอง โดยเฉพาะ “การออมในสินทรัพย์ที่ไม่เสื่อมค่า”

.

ซึ่งคุณเข้าใจถึงตรงนี้ก็เพียงพอแล้ว แต่ในช่วงต่อไปจะทำให้คุณเข้าใจว่า “ทำไมเหล่าชนชั้นปกครองถึงไม่อยากให้ประชาชนของเขารู้เรื่องเหล่านี้?”

.

-----------------------------------------------

Chapter 2 : “ระบบเงินเฟียต (ฉบับรวบรัด)”

.

รากเหง้าของความเหลื่อมล้ำและการผ่องถ่ายความมั่งคั่งจากคนชนชั้นรากหญ้าสู่ชนชั้นปกครอง

-----------------------------------------------

.

ย้อนกลับไปอดีตที่เราใช้ทองคำเป็นเงิน เนื่องจากทองคำนั้นมีคุณสมบัติของการเป็นเงินที่ดีครบถ้วน 3 ประการ

.

นั่นคือ การเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน (Medium of Exchange), การเป็นหน่วยวัดทางบัญชี (Unit of Account) และ การเป็นเครื่องเก็บรักษามูลค่า (Store of Value)

.

และสิ่งที่ทำให้ทองคำเป็น “เงินที่แข็งแกร่งที่สุด” ตราบเท่าที่มนุษย์เคยรู้จัก คือความสามารถในการเก็บรักษามูลค่า

.

และหัวใจสำคัญของการเก็บรักษามูลค่าก็คือ “ความหายาก” และ “อัตราการผลิตที่คงที่คาดเดาได้”

.

ทองคำมีอัตราการผลิตเฉลี่ย 1-2% ต่อปี อุปทานที่ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและคาดการณ์ได้ ทำให้ทองคำสามารถรักษามูลค่าข้ามผ่านกาลเวลาได้

.

ตามคำกล่าวของคนเฒ่าคนแก่ "เงินที่มีค่าคือทองคำ และหากประเทศใดต้องการผลิตเงินของตัวเองก็จำเป็นจะต้องใช้ทองคำค้ำประกันค่าของเงินนั้น"

.

แต่หายนะมันเริ่มต้นขึ้นในวันที่ชนชั้นปกครองใช้ข้ออ้างในการทำศึกสงครามในการแอบผลิตเงินที่ไม่มีทองคำค้ำประกัน

.

มีปริมาณเงินในระบบมากกว่าทองคำที่มีในคลัง ทำให้เงินที่ไม่ได้ถูกค้ำด้วยทองคำเสื่อมค่าลงอย่างรวดเร็ว

.

จนในที่สุดประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน ได้ตัดสินใจชักดาบทั้งโลกด้วยการยกเลิกระบบมาตรฐานทองคำเพื่อหนีความผิดในการแอบผลิตเงินในปี ค.ศ. 1971

.

นับตั้งแต่นั้นมา ประเทศมหาอำนาจและเหล่าชนชั้นปกครองเหล่านี้ก็สามารถผลิตเงินเพิ่มได้อย่างง่ายดายดั่งใจนึก

.

และสกุลเงินที่ถูกผลิตได้อย่างง่ายดายนี้ กลายเป็นเงินสกุลเงินหลักของโลกที่คอยค้ำประกันสกุลเงินในประเทศที่อยู่ใต้อาณัติในเวลาต่อมา

.

ปริมาณเงินตรารัฐบาลที่เป็นเงินสกุลหลักของโลกสูญเสียมูลค่าในการจับจ่ายใช้สอยลงไปมากกว่า 99%

.

และมูลค่าของค่าเงินที่ถูกค้ำด้วยสกุลเงินหลักเหล่านี้ก็มีชะตากรรมที่ไม่ต่างกันนัก

.

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก๋วยเตี๋ยว 1 ชาม ที่เคยราคา 25 บาท ก็มีราคา 50-60 บาท มันช่างย้อนแย้งกับตัวเลขเงินเฟ้อ 2-3% ที่รัฐบาลประกาศเหลือเกิน

.

“ความสามารถในการเก็บออม” คือ สิ่งที่ทำให้มนุษย์วิวัฒนาการ มันทำให้เราสามารถวางแผนอนาคตและกล้าที่จะมองการไกล

.

แต่บัดนี้ มนุษย์ได้เสียความสามารถนี้ไปแล้ว จากการถูกบังคับให้ใช้เงินที่เสื่อมค่าลงตลอดเวลา

.

มีคนบางกลุ่มที่รับรู้และพยายามจะเอาชนะเงินที่เสื่อมค่านี้ด้วยการนำเงินที่มีอยู่ไป “ลงทุน” ในสิ่งที่สร้างผลตอบแทนที่มากกว่าอัตราการเสื่อมค่าของเงิน

.

และกว่า 95% ของคนที่กระโดดเข้าสู่โลกการลงทุน “เจ๊งยับ”

.

ในขณะที่คนส่วนใหญ่อย่างเรากระเสือกกระสนทำงานอย่างเอาเป็นเอาตาย ก็มีกลุ่มคนไม่กี่กลุ่มที่ทำตัวเป็นปลิงตัวโตค่อยสูบเลือดสูบเนื้อพวกเรา

.

คนเหล่านั้นไม่ใช่กลุ่มนายทุน (Capitalist) อย่างที่สื่อกระแสหลักประโคมข่าวให้เป็นแพะรับบาป แต่เป็นกลุ่มคนที่ได้รับผลประโยชน์จากการผลิตเงิน (Cantillonaires)

.

ความสามารถในการผลิตเงินนี้ส่งกลิ่นยั่วยวนเหล่าผู้มีอำนาจน้อยใหญ่ให้เข้ามาเลียแข้งเลียขาผู้ผลิตเงินเพื่อให้พอได้รับเศษบุญกับเขาบ้าง

.

เกิดเป็นการรวมศูนย์อำนาจกลายเป็นองค์กรขนาดใหญ่ต่างๆ ที่ความสามารถในการบริหารไม่ได้ใหญ่ตามขนาด

.

หายนะระลอกแรก คือ การใช้จ่ายปริมาณมหาศาลของคนกลุ่มเล็กๆ นี้ ก็มากพอที่จะดันราคาข้าวของเครื่องใช้ในระบบเศรษฐกิจให้สูงขึ้น

.

แต่คนที่อยู่ห่างไกลจากแหล่งผลิตเงิน อย่างชนชั้นรากหญ้านั้นไม่สามารถอยู่รอดได้ในสภาวะค่าครองชีพที่สูงขึ้น

.

เกิดเป็นหายนะระลอกที่สอง คือการที่ชนชั้นรากหญ้าต้องถูกบังคับให้นำเอาสินทรัพย์มาขายเพื่อเติมสภาพคล่อง ให้พอต่อลมหายใจในสภาวะค่าครองชีพที่สูงนี้

.

เช่น ชาวนาที่ต้องจำใจขายที่ดินให้นักการเมืองเพื่อที่จะเปิดรีสอร์ต หรือ ชาวสวนการนำที่ดินทำกินไปค้ำประกันเงินกู้กับธนาคาร

.

ชนชั้นรากหญ้าค่อยๆ คายสินทรัพย์ของตัวเอง ป้อนเข้าสู่เหล่าชนชั้นปกครองที่เสกเงินที่มากว้านซื้อได้อย่างง่ายดาย

.

หายนะเหล่านี้ค่อยๆ เผยตัวออกมาในรูปของความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มขึ้นในพลังทวี สิ่งที่ระบบเงินเฟียตสร้างไม่ใช่แค่ความเหลื่อมล้ำในระดับผู้คน

.

แต่ยังลามมาถึงความเหลื่อมล้ำในการทำธุรกิจ หรือ การผูกขาดธุรกิจ

.

-----------------------------------------------

Chapter 3 : “บริษัทซอมบี้ (ฉบับรวบรัด)”

.

การผูกขาดในภาคธุรกิจจากการบ่มเพาะในระบบเฟียต

-----------------------------------------------

.

ธุรกิจเก่าแก่ในยุคบุกเบิกที่ต้องการจะรักษาความมั่งคั่งของตัวเอง ได้แทรกแซงรัฐบาลให้ออกกฎหมายที่เอื้อต่อตัวเองและกีดกันคู่แข่งหน้าใหม่

.

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือ “กำแพงภาษี” ที่ออกแบบมาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำและกระจายความมั่งคั่งจากเศรษฐีสู่ผู้ที่ขาดแคลน

.

แต่ในความเป็นจริง เหล่ามหาเศรษฐีและบริษัทจัดการภาษีทั้งหลาย ก็เสกให้ยอดภาษีที่เขาจะต้องเสียจริง น้อยกว่าค่าเช่าห้องของนักศึกษาปริญญาตรีเสียอีก

.

ธุรกิจเก่าแก่เหล่านี้ปักหลักขุดคลองน้ำขึ้นมาล้อมรอบตัวเอง ส่วนรัฐบาลทำตัวเป็นจระเข้ในลองที่คอยเฝ้าไม่ให้ธุรกิจหน้าใหม่เข้ามาแข่งขันได้

.

เกิดเป็นการผูกขาดในภาคธุรกิจและเกิดเป็น “บริษัทซอมบี้” ที่แม้จะไม่ได้สร้างผลกำไรทางธุรกิจ แต่ก็สามารถอยู่รอดได้เพราะมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นกับรัฐบาล

.

กลับกัน ธุรกิจที่มีศักยภาพในการเติบโตยังไม่ทันได้โตก็ต้องฝ่อตาย บริษัทขนาดเล็กนั้นง่ายต่อการหาประสบการณ์ของเด็กจบใหม่

.

แต่พอเด็กเหล่านี้เริ่มมีความรู้และประสบการณ์ขึ้นมานิดหน่อย ก็ย้ายไปทำงานที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า เกิดเป็นวัฒธรรมในการย้ายงานในปัจจุบัน

.

พนักงานไม่มีความจงรักภักดีกับบริษัท แต่ต้องการที่จะยกระดับเงินเดือนของตัวเองให้ทันกับค่าครองชีพที่สูงขึ้น

.

บริษัทขนาดเล็กก็กลายเป็นเหมือนพี่เลี้ยงเด็กที่ปั้นเด็กจบใหม่ป้อนเข้าสู่บริษัทยักษ์ใหญ่ และเสียโอกาสในการเติบโต

.

บริษัทขนาดเล็กก็ยิ่งเล็กลงไปอีกหรือไม่ก็ต้องปิดบริษัทไป ส่วนบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่มาก่อนก็ใหญ่ขึ้นไปอีก

.

-----------------------------------------------

ทั้งหมดนี้ คือโลกที่ผิดเพี้ยนจาก "ระบบเงินเฟียต" ระบบการเงินที่อำนาจในการผลิตเงินอยู่ในมืองของคนไม่กี่คน

.

และแน่นอนที่เหล่าชนชั้นปกครองและลูกหาบทั้งหลายที่คอยทำตัวเป็นปลิงสูบเลือดสูบเนื้อประชาชน คงไม่ยอมปล่อยอำนาจเหล่านี้ให้หลุดจากมือ

.

กลับกัน คนเหล่านี้จะทำทุกวิถีทางเพื่อสั่งสมอำนาจของตัวเองและแกล้งทำตัวเป็นพ่อพระด้วยโครงการแห่งความยั่งยืนทั้งหลาย

.

โครงการเหล่านี้ไม่เคยแก้ปัญหาได้ถูกจุด เพราะต้นตอของปัญหาที่แท้จริง คือ "ระบบการเงินที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเหล่าผู้มีอำนาจไม่กี่กลุ่ม"

.

มาถึงตรงนี้ก็เกิดคำถามขึ้นมาหัวว่า เราหากมีเงินที่แข็งแกร่ง เงินที่เก็บรักษามูลค่าได้ เงินที่ไม่ถูกควบคุมและแทรกแซงโดยเหล่าผู้มีอำนาจไม่ว่าใคร

.

...เราอาจจะได้เห็นโลกที่ดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ก็ได้นะ?

.

-----------------------------------------------

“Don’t trust, verify”

.

เนื้อหาในบทความนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคลิป BitcoinTalk 179 How to NOT be poor และหนังสือ The Fiat Standard ที่อยากชี้ให้เห็นปัญหาสังคมที่สั่งสมมานาน ที่มีสาเหตุมาจาก “ระบบเงินเฟียต” หรือระบบเงินสร้างง่ายที่อำนาจการผลิตอยู่ในมือของคนไม่กี่กลุ่ม

.

ผมไม่คาดหวังคุณจะให้คุณเชื่อหรือไม่เชื่อ แต่ก็หวังอย่างยิ่งว่ามันจะกระตุกจิตกระชากใจให้คุณเริ่มที่จะตั้งกับถามกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

.

ถ้าหากคุณเชื่อผม ก็ขอให้คุณศึกษามันต่อและตกตะกอนมันด้วยตัวคุณเอง แต่ก็เกิดคุณไม่เชื่อ ผมก็ขอให้คุณโชคดีครับ :)

.

#เวลามีค่าศึกษาบิตคอยน์ #Siamstr

-----------------------------------------------

Replying to Avatar Bow RightShift

3 Nov Happy birthday RightShift

วันนี้พวกเราครบรอบ 1 ขวบ อย่างเป็นทางการ

อ. ตั๊ม กับ นายแจ๊คไม่รู้หรอก เพราะคนจดทะเบียนบริษัทนั่นนะ เป็นนายสมนึกต่างหาก แต่นายสมนึกไม่น่าจะจำได้ เพราะหลักจากจดเสร็จ ทุกอย่างก็มากองที่เราเอง วนไปสรรพากรไม่รู้กี่รอบ เลือกสีเสื้อมงคลไม่รู้กี่ตัว จนทุกอย่างเสร็จสิ้นทันเปิดขายตั๋วงาน BTC พอดิบพอดี

เพราะฉะนั้น วันนี้ทางสะดวก ไม่มี longform มาตัดหน้าแม่แน่ๆ

เอาล่ะ เราแค่อยากจะเล่าให้ฟัง

พวกเราเริ่มต้นกันแบบง่ายๆ เป้าหมายแค่เผยแพร่ความรู้ พวกเราเริ่มต้นที่เลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 เพียงแค่ห้าตัว ด้วยสัดส่วนที่เท่ากันของผู้ก่อตั้ง 5 คน อ. ตั๊ม คุณลุงโฉลก นายแจ๊ค สมนึก และเราเอง

กองทัพของเราเจอกันครั้งแรกนั่นก็ตามที่ Jakk Goodday ได้เล่าไปแล้ว อาหารมื้อแรกที่เรากินด้วยกัน นั่นก็ตามที่น้องนิ่มได้เล่นเกมแจกตุ๊กไปแล้วเช่นกัน

ทุกวันนี้กองทัพเรามีสมาชิก 16 คน

แน่นอนมีคนเดียวที่ได้เงินเดือน นั่นก็คือมือ graphic ประจำบริษัท คุณตุ้ย เจ้าของผลงาน art work ทุกชิ้นที่ทุกคนได้เห็นกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เงินที่เยอะอะไร น้อยกว่าค่าจ้างพนง. พาร์ทไทม์เสียด้วยซ้ำ

ส่วนที่เหลือน่ะเหรอ..หึหึ.. ค่าน้ำมันรถ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ค่าอุปกรณ์ ที่ใช้เงินส่วนตัวออกเองกันไปบ้าง ของมือสอง ที่ผลัดกันส่งต่อกันบ้าง

ผ่านไปสามสี่เดือน เรายังไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพวกเค้าได้ เราตัดสินใจใช้ sat ส่วนนึง แจกให้กับกองทัพ เพื่อแทนคำขอบคุณ เราทำแบบนี้ ทุกๆ 4เดือน พอจ่ายด้วยsat นานๆเข้า เราก็รู้สึกว่าเฮ้ะ มันก็ดีนะ มันเหมือนเตรียมตัวย้ายจักรวาล ทำงานแลก sat เตรียมย้าย

ประโยคนึงที่ได้พูดกับพวกเค้าในวันสุดท้ายของงาน BTC หลังจากที่อ. ตั๊ม ได้โยนคำถามมาว่า "ทำไมถึงยอมให้ทำ" น้ำตารื้นทันที แต่โชคดีที่ดันทำแก้วแตก เลยพอจะดึงสติกลับมาได้ เราไม่ได้ตอบคำถามที่โดนถามหรอกนะแต่ เป็นการพูดกับพวกเค้าแทน

"มันไม่ไม่กี่องค์กรหรอกนะ ที่เราพูดแค่เป้าหมาย แล้วทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราขาดใครคนใดคนนึงไม่ได้ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยซัพพอร์ตกัน และก็ขอให้พวกเราไปถึงเป้าหมายที่เรามีร่วมกัน แล้วก็ช่วยอ.ตั๊มไปนานๆ"

สิ่งที่ช่วยให้ทีมใจฟูขึ้นไปอีก ก็ตอนหลังงาน BTC ที่พวกเราได้รับรู้ถึงความรู้สึกอิ่มเอม ตื้นตัน ดีใจ ตื่นเต้น แถมยังมีผู้สนับสนุนใจดีส่งเงินมาซัพพอร์ตหลังจากงานจบ รวมทั้ง โอเพ่นดามจากพี่ปณัยด้วย

มาถึงวันนี้ ครบรอบ 1 ขวบ แล้ว ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้จ่ายเงินเดือนก็เริ่มหายไปแล้วสิ ทำไมนะ หรือเพราะว่าตอนนี้ทุกคนดูมีความสุข และโลดแล่นกับบทบาทของตัวเอง ไม่เหมือนตอนเริ่มใหม่ๆ ที่ดูจะอึดอัด ติดขัดไปหมด

งั้นขอใช้วันดีวันนี้ ขอบคุณเรียงตัวเลยละกัน

ขอบคุณสมนึก ที่ทำงานแทนเราในด้านที่เราไม่ถนัดเอาซ้ะเลย ทั้งบี้ราคา ทดลองผ้า ถามเซ้าซี้ เช็คสต๊อก ส่งของ คุยกับบัญชี เจาะแจ้ะ ตอบแชท เคลียร์ลานทัวร์

ขอบคุณพี่เป็ด ที่เป็นผู้ใหญ่ของทีม ดูแลบ้านและคนในบ้านอย่างใจเย็น ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน

ขอบคุณนายแจ๊ค ที่สามารถคัดสรรบุคลากรคุณภาพและรักษาพวกเขาไว้ ถึงแม้สภาพร่างนายจะดูโรยรา หรือนายจะอ้วกตามทางรถไฟ ก็ไม่เป็นไร แต่ขอร้อง ตัดผมเถอะ!

ขอบคุณประธานซุป ที่โค่นอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผู้สร้างผลงานตัดต่อแฝดซุป เรียกแขก จนกระทั่งทำเซอร์เวอร์ล่ม ผู้สร้างผลงาน บิตคอยน์คือทางออก และผู้สร้างตำนานการล่าแซตด้วยแรมและการมาส์กหน้า

ขอบคุณจิงโจ้ ที่เติบโตมาได้อย่างดี ผู้ชายที่ดูจะหยาบกร้าน แต่ใช้ภาษาได้เหมือนร่ายเวทย์ มือแปลและมือเขียนคนสำคัญ ผู้สิงตัวอยู่กับตัวหนังสือในตอนเช้า อยู่กับเนื้อตอนบ่าย อยู่กับไก่ตอนเย็น และอยู่กับแก้วโดเรม่อนตอนไลฟ์

ขอบคุณขิง ที่เป็นนักเล่าที่ดี นักคิดที่เก่ง นายรู้ตัวมั้ย นายจะเป็นร่างโคลนปิรันย่าแล้วนะ เตรียมตัวเป็นนักเรียนของจารย์ขิงกันได้เลย

ขอบคุณอาร์ม ที่เป็นนักค้นคว้า นักทดลอง ผู้อ่อนน้อมและอดทน ชายไทยผู้ไลฟ์ใน zapstream เป็นคนแรก ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตในทุกๆเรื่อง

ขอบคุณหมอนิว ที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นคุณหมอที่พร้อมซัพพอร์ตทีม เป็นมือตัดต่อช่วยท่านประธาน แถมเป็นแอ้คหลุมรับทัวร์ได้อีกจะหาก

ขอบคุณน้องนิ่ม ที่ในที่สุดก็กล้าออกแจมสภายาส้มด้วยตัวเอง มือเย็บตุ๊กตาของทีม เอาจริงๆ เย็บสวยกว่าร้านอี๊กก เตรียมแซตรออุดหนุนผลงานน้องนิ่มละนะ

ขอบคุณพี่พง ที่คอยเป็นกำลังหลัก และกำลังเสริมด้านการถ่ายทำ ถึงแม้งานจะรัดตัวขนาดไหน ก็ยังปลีกตัวมาช่วยพวกเราเสมอ

ขอบคุณคุณตุ้ย ที่สามารถเสกสภาพสวยๆ จากลายเส้นกากๆของอาร์ม หรือจากบรีฟคำไม่กี่คำของซุป ได้เหนือความคาดหมายทุกครั้ง

ขอบคุณอิสระ ที่ทำให้รู้ว่าเด็ก 18 ที่มีสมองดีเกินอายุไปหลายเท่านั้น ไม่ใช่แค่สมองที่แก่ แต่มุกก็แก่ด้วย

ขอบคุณเทนโด้ ที่เข้ามาเติมสีสันให้ทีมดูครึกครื้น แถมยังมีไอเดียสนุกๆพุ่งไปพุ่งมาตลอดเวลา

ขอบคุณมิวนิค ที่ในที่สุด นาย ก็ เปิด ตัว ซ้ะ ที มาทำให้โลกรู้กัน ว่านายเจ๋งขนาดไหน

ถ้าถามเราว่า Right Shift จะไปไหน เราตอบได้แค่ว่า พวกเราเป็น your everyday bitcoin ไม่จะไปทางไหน พวกเราจะไปด้วยกัน น้องๆแต่ละคนจะเติบโตและสร้างสรรค์คุณค่าของเค้าเอง และพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน คุณค่าที่พวกเราสร้างจะส่งต่อไปให้คนรุ่นถัดๆไป

ถ้าถามว่าแม่โบว์อยากบอกอะไรน้องๆมั้ย เราก็จะบอกว่าชีวิตมีแค่นี้ ใช้ซ้ะ ใช้ให้สนุก ใช้ให้สมวัย บางทีพวกนายก็จริงจังเกิ้นนนนนนน

ส่วนคำตอบที่อ. ตั๊มถามน่ะเหรอ ตอบง่ายมาก แต่มันพูดยากมาก

"ทำไมถึงยอมให้ทำ"

"ถ้าตั๊มไม่ทำแล้วใครจะทำ ถ้าต้องทำแล้ว ก็ทำให้ดีที่สุด ถ้าอยากทำให้ดีที่สุด ก็ต้องช่วยกัน"

นี่คือภาพความรกบนตู้เย็น ข้อความเล็กๆ บนกระดาษสีชมพูนั่น ถูกแปะมากับลังขนมลังเบ้อเร้อ เมื่อประมาณ 2 หรือ 3ปีที่แล้ว เป็นตอนที่ยอ. ยังจับทิศอะไรๆ ไม่ถูกซ้ะด้วยซ้ำ แต่เชื่อมั้ย นั่นเป็นกำลังใจแรกที่ทำให้เชื่อมั่นว่าเรามาถูกทาง

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ฮ้ะ

ขอให้เป็นวันที่ดี

ปล. เดินทางปลอดภัยนะฮ้ะ ทีม meet up

#siamstr

Happy birthday

Replying to Avatar Bow RightShift

3 Nov Happy birthday RightShift

วันนี้พวกเราครบรอบ 1 ขวบ อย่างเป็นทางการ

อ. ตั๊ม กับ นายแจ๊คไม่รู้หรอก เพราะคนจดทะเบียนบริษัทนั่นนะ เป็นนายสมนึกต่างหาก แต่นายสมนึกไม่น่าจะจำได้ เพราะหลักจากจดเสร็จ ทุกอย่างก็มากองที่เราเอง วนไปสรรพากรไม่รู้กี่รอบ เลือกสีเสื้อมงคลไม่รู้กี่ตัว จนทุกอย่างเสร็จสิ้นทันเปิดขายตั๋วงาน BTC พอดิบพอดี

เพราะฉะนั้น วันนี้ทางสะดวก ไม่มี longform มาตัดหน้าแม่แน่ๆ

เอาล่ะ เราแค่อยากจะเล่าให้ฟัง

พวกเราเริ่มต้นกันแบบง่ายๆ เป้าหมายแค่เผยแพร่ความรู้ พวกเราเริ่มต้นที่เลข 1 แล้วตามด้วยเลข 0 เพียงแค่ห้าตัว ด้วยสัดส่วนที่เท่ากันของผู้ก่อตั้ง 5 คน อ. ตั๊ม คุณลุงโฉลก นายแจ๊ค สมนึก และเราเอง

กองทัพของเราเจอกันครั้งแรกนั่นก็ตามที่ Jakk Goodday ได้เล่าไปแล้ว อาหารมื้อแรกที่เรากินด้วยกัน นั่นก็ตามที่น้องนิ่มได้เล่นเกมแจกตุ๊กไปแล้วเช่นกัน

ทุกวันนี้กองทัพเรามีสมาชิก 16 คน

แน่นอนมีคนเดียวที่ได้เงินเดือน นั่นก็คือมือ graphic ประจำบริษัท คุณตุ้ย เจ้าของผลงาน art work ทุกชิ้นที่ทุกคนได้เห็นกัน แต่นั่นก็ไม่ใช่เงินที่เยอะอะไร น้อยกว่าค่าจ้างพนง. พาร์ทไทม์เสียด้วยซ้ำ

ส่วนที่เหลือน่ะเหรอ..หึหึ.. ค่าน้ำมันรถ ได้บ้างไม่ได้บ้าง ค่าอุปกรณ์ ที่ใช้เงินส่วนตัวออกเองกันไปบ้าง ของมือสอง ที่ผลัดกันส่งต่อกันบ้าง

ผ่านไปสามสี่เดือน เรายังไม่สามารถจ่ายเงินเดือนพวกเค้าได้ เราตัดสินใจใช้ sat ส่วนนึง แจกให้กับกองทัพ เพื่อแทนคำขอบคุณ เราทำแบบนี้ ทุกๆ 4เดือน พอจ่ายด้วยsat นานๆเข้า เราก็รู้สึกว่าเฮ้ะ มันก็ดีนะ มันเหมือนเตรียมตัวย้ายจักรวาล ทำงานแลก sat เตรียมย้าย

ประโยคนึงที่ได้พูดกับพวกเค้าในวันสุดท้ายของงาน BTC หลังจากที่อ. ตั๊ม ได้โยนคำถามมาว่า "ทำไมถึงยอมให้ทำ" น้ำตารื้นทันที แต่โชคดีที่ดันทำแก้วแตก เลยพอจะดึงสติกลับมาได้ เราไม่ได้ตอบคำถามที่โดนถามหรอกนะแต่ เป็นการพูดกับพวกเค้าแทน

"มันไม่ไม่กี่องค์กรหรอกนะ ที่เราพูดแค่เป้าหมาย แล้วทุกคนก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ พวกเราขาดใครคนใดคนนึงไม่ได้ ขอบคุณทุกคนที่ช่วยซัพพอร์ตกัน และก็ขอให้พวกเราไปถึงเป้าหมายที่เรามีร่วมกัน แล้วก็ช่วยอ.ตั๊มไปนานๆ"

สิ่งที่ช่วยให้ทีมใจฟูขึ้นไปอีก ก็ตอนหลังงาน BTC ที่พวกเราได้รับรู้ถึงความรู้สึกอิ่มเอม ตื้นตัน ดีใจ ตื่นเต้น แถมยังมีผู้สนับสนุนใจดีส่งเงินมาซัพพอร์ตหลังจากงานจบ รวมทั้ง โอเพ่นดามจากพี่ปณัยด้วย

มาถึงวันนี้ ครบรอบ 1 ขวบ แล้ว ความรู้สึกผิดที่ไม่ได้จ่ายเงินเดือนก็เริ่มหายไปแล้วสิ ทำไมนะ หรือเพราะว่าตอนนี้ทุกคนดูมีความสุข และโลดแล่นกับบทบาทของตัวเอง ไม่เหมือนตอนเริ่มใหม่ๆ ที่ดูจะอึดอัด ติดขัดไปหมด

งั้นขอใช้วันดีวันนี้ ขอบคุณเรียงตัวเลยละกัน

ขอบคุณสมนึก ที่ทำงานแทนเราในด้านที่เราไม่ถนัดเอาซ้ะเลย ทั้งบี้ราคา ทดลองผ้า ถามเซ้าซี้ เช็คสต๊อก ส่งของ คุยกับบัญชี เจาะแจ้ะ ตอบแชท เคลียร์ลานทัวร์

ขอบคุณพี่เป็ด ที่เป็นผู้ใหญ่ของทีม ดูแลบ้านและคนในบ้านอย่างใจเย็น ทั้งหน้าบ้านและหลังบ้าน

ขอบคุณนายแจ๊ค ที่สามารถคัดสรรบุคลากรคุณภาพและรักษาพวกเขาไว้ ถึงแม้สภาพร่างนายจะดูโรยรา หรือนายจะอ้วกตามทางรถไฟ ก็ไม่เป็นไร แต่ขอร้อง ตัดผมเถอะ!

ขอบคุณประธานซุป ที่โค่นอำนาจได้อย่างเบ็ดเสร็จ ผู้สร้างผลงานตัดต่อแฝดซุป เรียกแขก จนกระทั่งทำเซอร์เวอร์ล่ม ผู้สร้างผลงาน บิตคอยน์คือทางออก และผู้สร้างตำนานการล่าแซตด้วยแรมและการมาส์กหน้า

ขอบคุณจิงโจ้ ที่เติบโตมาได้อย่างดี ผู้ชายที่ดูจะหยาบกร้าน แต่ใช้ภาษาได้เหมือนร่ายเวทย์ มือแปลและมือเขียนคนสำคัญ ผู้สิงตัวอยู่กับตัวหนังสือในตอนเช้า อยู่กับเนื้อตอนบ่าย อยู่กับไก่ตอนเย็น และอยู่กับแก้วโดเรม่อนตอนไลฟ์

ขอบคุณขิง ที่เป็นนักเล่าที่ดี นักคิดที่เก่ง นายรู้ตัวมั้ย นายจะเป็นร่างโคลนปิรันย่าแล้วนะ เตรียมตัวเป็นนักเรียนของจารย์ขิงกันได้เลย

ขอบคุณอาร์ม ที่เป็นนักค้นคว้า นักทดลอง ผู้อ่อนน้อมและอดทน ชายไทยผู้ไลฟ์ใน zapstream เป็นคนแรก ขอบคุณที่คอยซัพพอร์ตในทุกๆเรื่อง

ขอบคุณหมอนิว ที่เป็นตัวของตัวเอง เป็นคุณหมอที่พร้อมซัพพอร์ตทีม เป็นมือตัดต่อช่วยท่านประธาน แถมเป็นแอ้คหลุมรับทัวร์ได้อีกจะหาก

ขอบคุณน้องนิ่ม ที่ในที่สุดก็กล้าออกแจมสภายาส้มด้วยตัวเอง มือเย็บตุ๊กตาของทีม เอาจริงๆ เย็บสวยกว่าร้านอี๊กก เตรียมแซตรออุดหนุนผลงานน้องนิ่มละนะ

ขอบคุณพี่พง ที่คอยเป็นกำลังหลัก และกำลังเสริมด้านการถ่ายทำ ถึงแม้งานจะรัดตัวขนาดไหน ก็ยังปลีกตัวมาช่วยพวกเราเสมอ

ขอบคุณคุณตุ้ย ที่สามารถเสกสภาพสวยๆ จากลายเส้นกากๆของอาร์ม หรือจากบรีฟคำไม่กี่คำของซุป ได้เหนือความคาดหมายทุกครั้ง

ขอบคุณอิสระ ที่ทำให้รู้ว่าเด็ก 18 ที่มีสมองดีเกินอายุไปหลายเท่านั้น ไม่ใช่แค่สมองที่แก่ แต่มุกก็แก่ด้วย

ขอบคุณเทนโด้ ที่เข้ามาเติมสีสันให้ทีมดูครึกครื้น แถมยังมีไอเดียสนุกๆพุ่งไปพุ่งมาตลอดเวลา

ขอบคุณมิวนิค ที่ในที่สุด นาย ก็ เปิด ตัว ซ้ะ ที มาทำให้โลกรู้กัน ว่านายเจ๋งขนาดไหน

ถ้าถามเราว่า Right Shift จะไปไหน เราตอบได้แค่ว่า พวกเราเป็น your everyday bitcoin ไม่จะไปทางไหน พวกเราจะไปด้วยกัน น้องๆแต่ละคนจะเติบโตและสร้างสรรค์คุณค่าของเค้าเอง และพวกเรามีเป้าหมายเดียวกัน คุณค่าที่พวกเราสร้างจะส่งต่อไปให้คนรุ่นถัดๆไป

ถ้าถามว่าแม่โบว์อยากบอกอะไรน้องๆมั้ย เราก็จะบอกว่าชีวิตมีแค่นี้ ใช้ซ้ะ ใช้ให้สนุก ใช้ให้สมวัย บางทีพวกนายก็จริงจังเกิ้นนนนนนน

ส่วนคำตอบที่อ. ตั๊มถามน่ะเหรอ ตอบง่ายมาก แต่มันพูดยากมาก

"ทำไมถึงยอมให้ทำ"

"ถ้าตั๊มไม่ทำแล้วใครจะทำ ถ้าต้องทำแล้ว ก็ทำให้ดีที่สุด ถ้าอยากทำให้ดีที่สุด ก็ต้องช่วยกัน"

นี่คือภาพความรกบนตู้เย็น ข้อความเล็กๆ บนกระดาษสีชมพูนั่น ถูกแปะมากับลังขนมลังเบ้อเร้อ เมื่อประมาณ 2 หรือ 3ปีที่แล้ว เป็นตอนที่ยอ. ยังจับทิศอะไรๆ ไม่ถูกซ้ะด้วยซ้ำ แต่เชื่อมั้ย นั่นเป็นกำลังใจแรกที่ทำให้เชื่อมั่นว่าเรามาถูกทาง

ขอบคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้ฮ้ะ

ขอให้เป็นวันที่ดี

ปล. เดินทางปลอดภัยนะฮ้ะ ทีม meet up

#siamstr