Avatar
R0PE
e4cd9ea1d22fe6e01f09c0557a7b4b9c5b9ce31221ee2cb0b707e49000b369b8
Replying to Avatar Somnuke

ใจสั่นมั้ย ปะทะ ATH ครั้งแรกๆ หวั่นไหวมั้ย ที่เห็นราคา Shitcoin แม่มขึ้นเอาขึ้นเอา?

บิตคอยน์มันขึ้นช้า ตกยุค ล้าหลัง และที่สำคัญมันแพง! Altcoin สิ บล็อกเชนสิน่าคืออนาคต ไม่เห็นราคามันขึ้นเหรอ ?

ราคาขึ้นเยอะ ไม่ได้หมายความว่า ประโยชน์มันจะเยอะนะครับ แต่อาจหมายถึง "ขี้โม้" เยอะ สร้างกระแสเก่งก็เป็นได้

ความโลภมันจะคอยเล่นงานเราให้เคลิบเคลิ้มไปกับคำโม้โอ้อวดของบรรดาเจ้าของโปรเจกต์ Shitcoin ที่หลอกให้เราเชื่อว่ามันจะเปลี่ยนโลก มันคืออนาคต ซึ่งพวกนี้อาศัยความโลภของเรานี่แหละช่วยผลักราคา

และลงเอยด้วยการเอาเหรียญส่วนใหญ่ที่ถือในมือ (เสกก่อนปล่อยสู่ตลาด) มาเทขาย สร้างความร่ำรวยให้แก๊งตนเอง ให้เจ้าของโปรเจกต์ ให้บรรดาอินฟลูรับจ้างปั่นกระแสร่ำรวยกันถ้วนหน้า แต่คนส่วนใหญ่อยู่ในสถานะ "ลุกช้าจ่ายรอบวง"

เราผู้อยากรวยลัดรวยเร็วนี่แหละ คือเหยื่อที่เอาเงินไปประเคนให้เขา เมื่อตลาดพังพินาศ ฝุ่นควันแห่งความโลภจางหาย เราจะเริ่มรู้ตัวว่าเหรียญที่เราเอาเงินที่หามาอย่างยากลำบากไปแลกมา โดยหวังจะร่ำรวยพลิกชีวิต

มันคือ "ขยะ" ดีๆ นี่เอง

ของแท้และคืออนาคต คือ "บิตคอยน์" เท่านั้น ไม่ใช่ "คริปโต" ไม่ใช่ "บล็อกเชน" โปรดอย่าเข้าใจผิด

ไม่งั้นเราจะตกอยู่ในวังวนวงจรอุบาทว์ กลายเป็นเหยื่อให้เขาเชือดซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าจะคิดได้เงินเก็บทั้งชีวิตอาจจะหายไปหมดแล้ว เพราะ เมื่อตลาดคริปโตวาย 99.99% ของเหรียญคริปโต มันจะไม่กลับมาจุดเดิม

ถือทนอยู่ 6-7 ปี ยังติดลบ 80-99% ต้องนั่งสวดมนต์ภาวนาให้มันขึ้นไปอีก เป็น 1,000% เพื่อหวังจะเอาทุนคืน เฝ้ารอแบบลมๆแล้งๆ มันไม่ต่างกับการเอาเงินไปทิ้ง แต่กว่าจะรู้ตัวมันก็สายจนแก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว

ถ้าคุณจะเทรด Shitcoin เพื่อคาดหวังผลกำไร ก็ต้องปฏิบัติกับมันในฐานะ "สินค้าเก็งกำไร" หยิบวิชาเทรดที่ถูกจริตซักตัวมาใช้ มองเรื่องความเสี่ยงเป็นสำคัญ (Risk Management) ผิดทางขาดทุนได้เท่าไร ถูกทางจะขายเก็บกำไรตรงไหน วาง position sizing ยังไง ตัดสินใจแต่แรกให้ชัดแล้วทำตามนั้น อย่าเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ล็อกการขาดทุน ส่วนกำไรแล้วแต่เวรแต่กรรม

ศัตรูที่แท้จริงในการลงทุน ไม่ใช่เจ้ามือ แต่คือ "ความโลภ & ความกลัว" ที่อยู่ในกมลสันดาน การไปเทรดตามสัญชาตญาณตัวเอง จะพาเราไปติดกับดัก "ลูปนรกเจ๊งไม่รู้จบ"

สิ่งที่เราจะเจอ คือ

- ตอนควรซื้อไม่ซื้อเพราะกลัวลงต่อ ตอนควรขายไม่ขาย กลัวขายหมู ผิดจังหวะตัดสินใจกลับหัวกลับหางไปหมด

- ตอนได้กำไร 1 แสนก็จะเอา 5 แสน พอได้ 5 แสนจะเอา 1 ล้าน 5 ล้าน 10ล้านไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ตอนขาดทุนก็ไม่กล้าคัทลอส เพราะเคยคัทแล้วมันเด้งใส่หน้า ไม่ขายไม่ขาดทุน คัทเท่ากับเสียเงินจริง

- ทำใจยอมรับการขาดทุนไม่ได้ ราคาลงเยอะแล้วเดี๋ยวคงขึ้นแหละหน่า หอบเงินมาถัวเฉลี่ยให้ขาดทุนหนักขึ้น

- รู้ตัวอีกที ขาดทุน 80-90% กลายสภาพเป็นสาย VI ถือยาว เพราะติดดอย

คนที่เข้ามาในตลาดใหม่ๆ หลายคนพกโชคมาด้วย (ผมเป็น 1 ในนั้น) เข้ามาในจังหวะเหมาะเม๋ง เป็นช่วงที่เอาวัวเอาควายมากดซื้อ ยังไงก็กำไร หลงตัวเองว่าเก่ง แต่จริงๆ ฟลุ๊ก

แรกๆ กล้าๆ กลัวๆ ไม่นานก็ทุ่มสุดตัว ได้กำไรเบิกบาน แต่ไม่สาแก่ใจ เริ่มอหังการไปใช้ leverage แบบไม่เข้าใจ แค่อยากรวยเร็วเฉยๆ แต่ลืมคิดไปว่าแม้จะได้กำไรเร็ว แต่ขาดทุนมันก็เร็วไม่ต่างกัน เครื่องมือนี้ไม่ได้มีไว้สำหรับมือสมัครเล่น

แรกๆ ใช้ 2x สักพัก 5x ไป 10x 20x สุดท้ายไปจบที่ 125x มีเท่าไรใส่สุด และหากอยากจะพลิกชีวิต ทุนจำเป็นต้องเยอะ ดังนั้น ต้องเอาเงินทั้งหมดที่มีไปค้ำ โดยไม่รู้ว่ามีความวินาศสันตะโรอะไรรออยู่

ตอนที่ซื้อยังไงก็ได้กำไร ผีพนันเริ่มเข้าสิง เราจะโลกสวยเพ้อฝันความร่ำรวยไปไกลแล้ว มองหาแต่ผลกำไรเยอะๆ เพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเรื่อยๆ กำไรที่ได้เอาไปทบต้นทบดอกให้พอร์ตใหญ่ขึ้นเพื่อกำไรที่มากขึ้น โอเวอร์เทรดจนพาตัวเองไปอยู่ในจุด เกาะติดทุกราคา "พร้อมเละ" ทุกเมื่อ

และสุดท้ายจะลงเอยเหมือนๆ กัน คือ ไม้สุดท้ายไม้เดียวมันเอาเรา "หมดตัว" โดนล้างพอร์ตเรียบไม่เหลือ เหตุการณ์นี้เกิดกับผม เดือนกุมภา 2018 บิตคอยน์ร่วง 50% ในแท่งเดียว และ altcoin มันเลวร้ายยิ่งกว่านั้น ล่อลงทีเดียว 60-90% (7 ปีผ่านไปเกือบทั้งหมดยังดอยสูง และเหรียญจำนวนมากทยอยถูกถอดออกจากกระดานชั้นนำ) วินาทีนั้นใช้ leverage แค่ 2x ยังไม่รอด เกินกว่านั้นไม่ต้องพูดถึง

นอกจากรักษากำไรไม่ได้แม้แต่บาทเดียว ยังขาดทุนแทบหมดตัว ไม่ใช่แค่ผมที่โดน พ่อแม่พี่น้องเพื่อนสนิทมิตรสหายทุกคนที่เข้าตลาดมาพร้อมๆ กัน ประสบชะตากรรมเดียวกันทั้งหมด มองย้อนกลับไปไม่เห็นทางรอดเลย เวลาได้ก็อยากได้อีก เวลาเสียก็อยากเอาคืน ยังไงก็เละ ขึ้นอยู่กับจะโดนช้าหรือเร็ว วาดฝันไว้ว่าจะรีบกอบโกยแล้วรีบออก แต่ด้วยความโลภที่ไม่มีที่สิ้นสุด แต่ความจริง คือ ไม่ทัน และดูยังไงก็ไม่มีทางทัน

หลายคนโฟกัสเทรด shitcoin เพื่อหวังจะเอากำไรไปซื้อบิตคอยน์ได้มากขึ้น...ถ้าได้กำไรมันก็ดี แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้

- ถ้าคุณจะเข้าๆ ออกๆ ตามกระแสเพราะอยากรวยเร็วบ้าง..คุณเจ๊ง

- ฟลุ๊กเข้าถูกจังหวะ ได้กำไรมหาศาล แต่ไม่รู้จักพอ สุดท้ายมันกลับมาขาดทุน

- ถ้าคุณจะถือ Shitcoin ระยะยาวเพื่ออนาคต...คุณเจ๊ง

- ถ้าใช้ Leverage ไม่ดูตาม้าตาเรือด้วย มันไม่ใช่แค่ติดดอยสูง แต่จะสิ้นเนื้อประดาตัวเอา

แต่ความจริงแม่งช้า!...กว่าเราจะรู้ว่าคำพูดนี้เป็นจริงก็ต่อเมื่อเราได้ชิบหายไปเรียบร้อยแล้ว และถ้าเราไม่ใช่คนเงินถุงเงินถัง วันที่มันกลับตัวเป็นขาขึ้น ก็ได้แต่มองตาปริบๆ เพราะเพิ่งหมดตูดมา แทบไม่เหลือเงินในจังหวะที่ควรซื้อที่สุด

แทนที่น้ำพักน้ำแรงมันจะงอกเงย สร้างความมั่งคั่งให้ชีวิตมากขึ้น กลับเอาเงินไปทิ้งและเริ่มใหม่ ทิ้ง เริ่มใหม่ ไม่รู้จบ ใช้เวลาทั้งชีวิตติดกับดักอยู่ในหลุมบ่อขี้ ทำท่าจะปีนขึ้นไปได้ก็ตกลงไปใหม่ หาเงินได้เท่าไรเอาไปทิ้งหมด

วิชาการลงทุนมันเป็นเรื่องเรียบง่ายก็จริง แต่สันดานมนุษย์จะทำให้มันยากเสมอ อาจจะมีเพียงคน 20% เท่านั้นที่อยู่รอดในตลาดแบบทุลักทุเล และ 1% ที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวย ที่เหลือหอบความมั่งคั่งไปถวายให้มืออาชีพในตลาด

หลังจากที่ผมเจ๊งก็ตั้งใจเรียนเทรด เพราะอยากจะเอาคืนตลาด แต่พอเข้าใจกลับเลือกที่จะไม่เทรดซะงั้น เพราะเราไม่ได้ชอบเทรด เราแค่อยากรวยทางลัด และโลกการเทรดจริงๆ มันไม่ได้สร้างความร่ำรวยขนาดนั้น ต้องมองความเสี่ยง รักษาเงินทุนเป็นสำคัญ เทรดแทบตายได้กำไร 10-15% ต่อปี แลกมาด้วยอาการจิตตก กินไม่ได้นอนไม่หลับ ถ้าเรายังควบคุมอารมณ์จิตใจได้ไม่ดี

บทเรียนที่ได้คือ การเทรดมันเป็นเรื่องของมืออาชีพ คนได้กำไรเป็บกอบเป็นกำมันก็มี เพียงแต่เป็นส่วนน้อยมาก และมันไม่มีกำไรง่ายๆ อย่างที่คิด ถ้าเราไม่แน่จริง เราจะกลายเป็นเหยื่อ ไม่ว่าจะฟลุ๊กได้มาเท่าไร สุดท้ายโดนเอาคืนหมดทบต้นทบดอกอยู่ดี

และผมคือ 1 ในคนไม่แน่จริง ก็เริ่มคิดได้ว่าอย่าทำเป็นฉลาดเยอะ ถ้าถือบิตคอยน์เฉยๆ โง่ๆ ป่านนี้รวยไปนานแล้วไอฟาย โลภมากลาภหายของแทร่ เข้าก่อน ไม่ได้รวยก่อน แต่เจ๊งก่อน

ความเสี่ยงที่ชั้นนึงของการเน้นเทรด คือ เราต้องเอาสมบัติของเราไปฝากไว้กับตัวกลาง ถ้ามีปัญหาเขาชิ่งเราได้

วันนี้ผมกลับมาใช้ท่าที่เรียบง่ายที่สุด คือ ทำงาน กินให้น้อย เหลือเท่าไรเก็บออมเป็นบิตคอยน์ทั้งหมด มีน้อยเก็บน้อย มีมากเก็บมาก ได้แค่ไหนเอาแค่นั้น ถ้าวันนึงบิตคอยน์พัง ความมั่งคั่งผมอาจไม่เหลือ แต่ก็น่าจะใช้ชีวิตต่อไปได้ เพราะยังมีรายได้อยู่

กว่าผมจะเริ่มเข้าใจก็เสียหายไปแสนสาหัส ถ้าไม่เข้าใจ ต่อให้มีโอกาสซื้อที่ 1 ดอล ราคาขึ้นไปไม่กี่ดอลคงขายทิ้งหมดแล้ว

การซื้อบิตคอยน์มันง่ายมาก การเก็บรักษานั้นยากกว่า แต่ที่ยากที่สุด คือ การถือเฉยๆ โง่ๆ ต้องเป็นยอดมนุษย์ขนาดไหนถึงจะอดทนถือตั้งแต่มันไม่มีค่า ฝ่าฟันทุกหลุมทุกดอย มาจนถึงวันนี้ ยกเว้น ลืมว่ามี

"เราจะมีบิตคอยน์เท่าความรู้ที่เรามี" คำนี้โคตรจริงครับ

#Siamstr

เวลาที่มีคนถามผมว่า

มีซื้อ Alt coin อะไรบ้างมั้ย

ผมบอกว่าไม่มี

มักจะมีคำถามว่าทำไมกลับมา

คำตอบผมง่ายๆ

นึกถึงตอนมันขาลง 60-80%

ผมไม่รู้ว่าเหตุผลในการถือมันคืออะไร

ผมก็ไม่ซื้อแค่นั้น ..ถ้าคุณรู้ก็จะซื้อก็ซื้อไป

ตลาดลงทุนก็เป็นแบบนี้

เน้นอยู่นาน มันถึงต้องมี risk/reward

มากำกับให้เรารอด ...

เสี้ยวเวลาโอกาสมันมาแปปเดียวจริงๆ

เวลาคนเรามีเท่ากัน

ส่วนเรานั้นนน...

Stacksats ต่อไป

เพื่อจะได้ใช้เวลาเล่นเกมในอนาคต

5555555

#siamstr

หลังจากทีความกังวลเกี่ยวกับ

การที่สถาบันเข้ามาเก็บมากๆ

บริษัทต่างๆ

สุดท้ายก็คือรัฐบาล

ที่จะเข้ามาเก็บ BTC

ซึ่งทำให้มีสัดส่วน% ค่อนข้างเยอะ

ตอนแรกผมก็กังวล

แต่สุดท้ายมันก็ต้องผ่านมันไปให้ได้

ความคาดหวังก่อนหน้าผมคือ

เออรายย่อยมาเก็บเยอะๆ

แล้วค่อยสถาบันมาเก็บ

ให้มัน decenterize. มากๆหน่อย

แต่ความเป็นจริงก็คือความเป็นจริง

คนฉลาดเห็นโอกาสเก็บก่อน ...

ยังงัยชีวิตก็เรียงตามปิรามิด

เวลาโรยทรายสุดท้ายมัน

ไหลไปกองเป็นภูเขา

ได้แต่หวังว่าฐานมันกว้าง

แล้วบนยอดมันจะไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจไรมากนัก เหตุการณ์นี้มันก็เกิด

ไม่วันนี้ก็วันหน้า

หวังว่ารอบนี้ BTC จะผ่านไปได้

แบบไม่เสียตัวตน

ขอให้พระเจ้าอวยพร

ต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่

ไม่ก็ต้อง modify

ด้านหน้าเป็น sat/usd

เข้ามาใน nstr ได้เกือบๆปีแล้วนินา

ช่วงนี้ใครจะดูกราฟดูไป

ต้องหัดซ้อมเต้นไว้

"ไม่ใช่ฟ้า ที่ขีดไว้

แต่ฉันลิขิตทุกอย่างไว้เเล้ว

Crush on Me!

เธอน่ะโดนฉันล็อกหัวใจเเล้ว

ให้มาเป็น Ma Boo, Ooh Ooh รู้รึเปล่า

เธอน่ะอยู่ในอุ้งมือฉันเเล้ว

เริ่มรู้สึกสนใจฉันเเล้ว

ใช่ไหมล่ะ

ในเวลาที่เราสบตา

ฉันรู้ว่าเธอก็แอบหวั่นไหว"

หวั่นไหวกันละซี้...

ร้อยวันพันปีไม่ทักแชทกันมา

วันนี้ทักมา 3 คน...

https://youtu.be/7SASXkfHlEw?si=b-DvucTkDVnF5aWP

ส่วนตัวไม่ค่อยได้พูดถึง BTC โดยตรงมากนัก เพราะ เน้น Proof of work ร่วมกับ DCA เลยไม่ค่อยจะเข้าใจมากนักในเชิงลึกของ BTC ตามหลักเศรษฐกิจ

.

เน้นแต่ในส่วนของปรัชญาของ BTC กับ Fiat อย่างที่หลายท่านเห็นโพสต่างๆของผม

.

แต่วันนี้นับจากวันแรกที่มี sat เป็นของตัวเองอีกครั้ง (เคยลอง mine เมื่อสมัยเกือบ 20ปีที่แล้วไม่ได้สนใจ) จาก 1 sat = 1 สตางค์ ผ่านไปไม่ถึง5ปี 1 sat= 3 สตางค์ ซะแล้ว ฟังดูน้อยเนอะ

.

งั้นเอาใหม่ จาก 1 BTC = 1 ล้านบาท ผ่านไปไม่ถึง5ปี 1 BTC = 3 ล้านบาท ซะแล้ว เป็นไงบ้างครับ ยังดูน้อยอยู่ไหม

.

นั้นแปลว่า เงินเฟ้อ วิ่งไป 3 เท่าแล้ว ในเวลาไม่ถึง 5 ปี ( 1 BTC = 1 BTC ) ไม่ใช่ BTC แพงขึ้น แต่เพราะมูลค่าเงินในมือเราปัจจุบัน มันด้อยค่าลง เราจึงต้องซื้อของแพงขึ้นด้วย

.

ดังนั้นที่นักวิชาการทางเศรษฐกิจบอกว่าต้อง เฟ้อ ปีละ 2% ถึงจะดี มันแปลว่า "เงินของเราต้องด้อยค่าลงทุกปี ในขณะเดียวกัน ของก็ต้องแพงขึ้นด้วย จึงจะเป็นเรื่องที่ดี " ฟังดูย้อนแย้งเนอะ

.

แถม 2% ที่ว่าค่าเฉลี่ยด้วยนะ แปลว่า ต้องมีสินค้าบางตัวที่เฟ้อมากกว่านั้น และบางตัวเฟ้อน้อยกว่านั้น ไม่ใช่ขึ้น 2%ทุกตัว แต่ที่แน่ๆ เงินเดือน ขึ้นเกือบ2%ต่อปี แต่สินค้าอุปโภคบริโภค เฟ้อขึ้น 10%ต่อปี ( แล้วสินค้าอะไรบ้าง ที่เฟ้อติดลบ ไม่รู้เหมือนกัน เพราะไม่ค่อยมีใครบอก )

.

ถ้าเงินเดือนเฟ้อ 2% แต่สินค้าอุปโภคบริโภค เฟ้อ 10% โดยที่เราใช้คุณภาพชีวิตเหมือนเดิม

.

ปีเริ่มต้น เงินเดือน 10,000 บาท สินค้าอุปโภคบริโภค 7000 เหลือ 3000 (30%)

ปีแรก เงินเดือน 10,200 บาท สินค้าอุปโภคบริโภค 7700 เหลือ 2500 ( 24.51%)

ปีสอง เงินเดือน 10,404 บาท สินค้าอุปโภคบริโภค 8470 เหลือ 1934 (18.59%)

ปีสาม เงินเดือน 10,612 บาท สินค้าอุปโภคบริโภค 9317 เหลือ 1295 ( 12.20%)

ปีสี่ เงินเดือน 10,824 บาท สินค้าอุปโภคบริโภค 10249 เหลือ 575 ( 5.31%)

ปีห้า เงินเดือน 11,040 บาท สินค้าอุปโภคบริโภค 11274 เหลือ -234 (-2.12%)

.

ตัวเลขในวงเล็บ คือ ส่วนต่างที่เราสามารถเก็บเป็น wealth ได้

.

เห็นอะไรไหมครับ ทำไมยิ่งทำงานไป ยิ่งเงินไม่พอใช้ ทำไมต้องประหยัดมากขึ้น ทั้งๆที่เงินเดือนก็ขึ้น แล้วแบบนี้ วิถีชีวิตเราจะดีขึ้นได้อย่างไร

.

มันถึงเวลาหรือยังที่เราควรมาปรับความเข้าใจในเรื่อง wealth กันใหม่ เพื่อการดำรงอยู่ของเรา ของครอบครัวเรา

.

สินทรัพย์ (asset) ไหนกันแน่ที่เป็น สินทรัพย์ที่ไม่เสื่อมไปตามเวลา

.

"มีเวลาศึกษา Bitcoin" ไม่สิ ต้อง " จัดสรรเวลา มาศึกษา Bitcoin เถอะครับ"

.

"สื่อก็แค่นิยายที่ให้เราหลงทาง ความเป็นจริงตรงหน้าต่างหากคือสิ่งเราต้องที่เผชิญ"

.

ปล. อย่าเชื่อผมมาก ผมก็แค่ คนขวางโลก(Anti-Fiat) ที่สามารถถอนฟันคุณได้หมดปาก เท่านั้นเอง

#fastingfatdentist

#healthstr

#IFF

#fiat

#siamstrOG

#siamstr

#bitcoin

#siamesebitcoiners

#orangebaby

#หมอบ่นFiat

ชอบๆ ..

คนธรรมดาๆ

ที่พร้อมจะพาฟันคุณออกจากปาก

เห็นแบบนี้สบายใจ

ไม่ใช่ผมคนเดียว

ที่ลุกมาเต้นสินะ

ช่วงนี้วางหนังสือ

วางกาว 555 เปิดคลิปไทยบ้าน

เต้นทุกวันเลย ซ้อมออกงาน

มีบทความจากต่างประเทศ

เกี่ยวกับ AI

จริงๆไม่ได้ไรมาก

เลื่อนผ่านแล้วคิดถึง Bitcoin

ุขุด bitcoin แล้วโลกร้อน

เดี๋ยวนี้ AI ก็โดนกับเขา

หรือมีใครเสียผลประโยชน์อีกน้า

น้ำระบบหล่อเย็น

น้ำผลิตไฟฟ้า

น้ำจากการผลิตชิป 5555

#siamstr

อ.ตุล แกเล่าสนุก

ฟังคนรู้จริง

ศึกษาจริง

พอฟังแล้วมัน

Maske sense ฟังแล้ว

รู้สึกถึงความเป็นจริง

รับฟังคนฟัง

ฟังแกแล้วอิ่ม

ล่าสุดที่ผมฟังแกคือ

ที่คุยกับนิ้วกลม

เรื่อง กูไม่มีคำนั้นหรอก

วันนี้ youtube update ใหม่

โฆษณามาแบบ skip ไม่ได้

Ads ฝังมาเลย

ต้องการดูคลิปฟังเพลง 3 นาที

Ads อีก 3 นาที...

คนคิด social ก็ต้องกินต้องใช้อะเนอะ

ไม่ได้ว่ามันมากไป น้อยไป

อะไรผิดหรือถูก

แค่รู้สึกว่า...

good time to say good bye...

OT. ต่อไป

เสียดายท้องฟ้าแบบนี้

มีเวลาดูน้อยไปหน่อย

ฟ้าสีชมพูมาสองวันละ

ถ้าพรุ่งนี้มีอีกจะหามุมสวยๆ

ยกมือถือละก็ถ่ายเลย

GN

Replying to Avatar SOUP

คิดอย่างมีเหตุผล เชื่ออย่างมีสติ

เรื่อง “ความเชื่อ” นี่ก็เป็นเรื่องที่เราต้องคิดให้ดีๆ

หลายครั้งเราเชื่อหรือไม่เชื่ออะไรไป โดยที่ยังไม่ได้คิดทบทวนให้ดี

.

บางคนอาจจะบอกว่า "ผมไม่เชื่อเรื่องนั้นเรื่องนี้หรอก" ฟังดูเหมือนไม่มีอะไร

แต่จริงๆ แล้ว การที่เราไม่เชื่ออะไรสักอย่าง มันก็เหมือนกับการที่เรายอมรับในอีกสิ่งที่ตรงกันข้าม เช่น ถ้าเราไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด มันก็เท่ากับว่าเราเชื่อว่าไม่มีการเวียนว่ายตายเกิด เพราะงั้นการไม่เชื่อไม่ใช่ว่าเราไม่มีความเชื่อ แต่มันคือการที่เราเลือกเชื่อในอีกมุมหนึ่ง

.

บ่อยครั้งที่เราปฏิเสธอะไรบางอย่าง เพียงเพราะเราไม่เคยเห็น ไม่เคยเจอ หรือแม้แต่นึกภาพมันไม่ออก อย่างเช่น ไม่เชื่อเรื่องเวียนว่ายตายเกิด เพราะนึกไม่ออกว่าตายแล้วจะไปเกิดเป็นอะไร แบบนี้มันเหมือนกับเราเอาจินตนาการของตัวเองมาเป็นไม้บรรทัดวัดความจริง ซึ่งมันอาจจะไม่ถูกเสมอไปก็ได้ ความจริงที่ว่าคือในโลกนี้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่รู้

.

ถึงแม้แต่คำสอนที่ดีๆ หรือคำพูดของคนที่รู้มากแค่ไหน เราก็ไม่ควรจะเชื่อแบบหัวปักหัวปำ ควรจะใช้สติปัญญาของเราคิด พิจารณาให้ถี่ถ้วน และที่สำคัญที่สุดเลย ต้องลองพิสูจน์ด้วยตัวเอง อย่าไปเชื่ออะไรง่ายๆ โดยที่ยังไม่ได้ลองคิดดู

.

การพิสูจน์ด้วยตัวเองนี่สำคัญมากนะครับ การที่เราได้ลงมือทำ ได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง มันจะทำให้เราเข้าใจแจ่มแจ้งเลยว่า สิ่งที่เขาสอนๆ กันมานั้น จริงหรือไม่ จริงมากน้อยแค่ไหน เชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้สัมผัสมา นั่นแหละชัวร์ที่สุด

.

การเปิดใจรับฟังทุก ๆ คำสอน โดยไม่เอาความคิดเดิม ๆ ของเรามาเป็นอคติ ใช้ปัญญาคิดใคร่ครวญให้ดีก่อนว่าเราจะเชื่อหรือไม่เชื่อ การเปิดใจกว้าง ๆ จะทำให้เราได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น การที่เราหมั่นพิจารณาความเชื่อของตัวเองอยู่เสมอนี่แหละ เป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยพัฒนาตัวเรา ทำให้เราเข้าใจตัวเองและโลกใบนี้ได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

#Siamstr

จริง..

หัวหน้าพึ่งเล่าว่า

เขาเคยไปอบรมพวกขายตรง

เคยขายตรงด้วย

วิธีโน้มน้าวอีกฝั่งคือ

พยายามดูว่าคนที่เราจะโน้มน้าวเชื่ออะไร

แล้วพูดทำลายความเชื่อนั้น...