ครั้งแรกของสเต็กลิ้นงัว จะรอดหรือไม่!?

หลับไปหนึ่งตื่น คิดคำถาม Kahoot ได้เพิ่มอีกหนึ่งข้อ
[Q] ตัวเลขสุ่มที่ miner ใส่เข้าไปตอนขุดบล็อก เรียกว่าอะไร
A: ไอ้ต้าว~
B: น้อน~
C: มะงื้อ~
D: งู้ย~
ราคาเหรียญขึ้นลงก็สาเหตุหนึ่ง แต่อีกสาเหตุที่เป็นไปได้มากกว่าคือวอลเล็ตของเรากับของลูกค้าดึงอัตราแลกเปลี่ยนมาจากคนละแหล่งกัน หรือคนละวิธีกัน
บางวอลเล็ตดึงตัวเลขมาเป็น btc/thb เลย หรือบางเว็บดึงมาเป็น btc/usd แล้วมาแปลงเป็นบาทอีกที ก็ไม่เท่ากันอีก
ความเป็น public หรือ private มันไม่ได้อยู่ที่ตัวโหนดแต่อยู่ที่ channel ครับ ถ้าเราเปิดช่องแบบ public channel นั่นคือเงินคนอื่นสามารถวิ่งผ่านช่องเราได้แล้ว แต่เค้าจะอยากมาใช้ไหมนี่มันอีกเรื่องครับ (การเข้าใจว่าทำไมคนถึงจะอยากวิ่งเงินผ่านเรานี่ก็ต้องลองผิดลองถูกประมาณหนึ่งเหมือนกัน)
เรื่องต่อ Blue Wallet กับ LND Hub ผมเข้าใจว่าเราต้องมี domain ของเราเองหรืออะไรแบบนั้นครับ ผมเองก็ยังไม่เคยทำจนสำเร็จ คงจะตอบอะไรไม่ได้
ละก็นอกจากเรื่อง routing node ผมว่าลองเล่นแอปอื่นๆ ที่มันมีอยู่ใน umbrel ดูก็ได้ครับ ลองใช้ให้มันเกิดประโยชน์อย่างอื่นนอกจากเป็นโหนดดู ไหนๆ umbrel มันจะพัฒนาไปทางสำส่อนแล้วก็เล่นของสำส่อนให้เต็มที่ไปเลย 5555
บอกเลยว่าทำ routing node ไม่มีทางกำไรครับ
แต่ถ้าไม่คาดหวังทำกำไรกับมัน แค่ลองเล่นเอาความรู้ มีทุนพอจ่ายค่าเปิดช่องปิดช่องได้ รับความเสี่ยงในการโดน force close ได้ระดับนึง ลองดูก็ได้ครับ
ก่อนจะเปิดช่องไปเรื่อย ลองศึกษาพวกเครื่องมือที่ใช้ในการบริหารจัดการไลท์นิ่งโหนดให้เข้าใจก่อน ThunderHub / RTL / LNDg พวกนี้ต้องรู้ แต่ถ้ารู้ไม่จริงก็อันตราย เซ็ทค่ามั่วผิดที่นี่หมดตัวได้เลย
ลองสำรวจในพวกเว็บ lightning explorer ดูโหนดนั้นโหนดนี้ ลองวิเคราะห์ดูว่าแต่ละโหนดพฤติกรรมมันน่าจะเป็นยังไง เป็นพวกดูดเงินหรือดันเงิน ไปเปิดช่องกับคนที่ไม่ควรเปิดก็เสียหายได้เหมือนกัน
ถ้าคิดว่ารู้พอแล้วก็ค่อยๆ ลองเปิดช่องดูครับ แล้วก็เจอประสบการณ์เจ็บๆ จนเข้าใจไปเอง 555
เวลาเห็นฉากหมอแจ้งข่าวร้ายให้คนไข้ในหนังในละคร เคยคิดอยู่ว่าสักวันนึงเราจะต้องเจอกับเรื่องแบบนี้ไหม แต่อยู่ดีๆ ก็เจอแบบไม่ทันตั้งตัว
แต่ที่คาดไม่ถึงคือ กุเล่นบทหมอ...

ตลาด Bull run รอบหน้า ชายตามองคนที่คุณรักกันด้วยนะครับ เจ๊งตั้งแต่ยังไม่ทันแตะบิตคอยน์ของจริง มันเศร้านะ...
#Siamstr
คืนก่อนนอนฝันร้ายจนต้องตื่นหนีขึ้นมาตอนตีสี่
เช้ามาเล่าให้แม่ฟัง แม่ถามว่า "ฝันว่าบิตคอยน์ร่วงหรอ" 🙄
Honestly, I've been thinking about buying an external keyboard for a while. LOL
วันก่อนนัดเล่นบอร์ดเกม+กินข้าวกับเพื่อน ม. ปลาย
เพื่อนคนนึงพาแฟนมาด้วย แฟนของเพื่อนเป็นรุ่นน้อง เพิ่งเรียนจบ เริ่มทำงานได้ไม่ถึงปี เค้าถามเราว่า ในฐานะที่ทำงานมาสักพักแล้ว อยากจะแนะนำอะไรเด็กจบใหม่บ้าง
ใช้เวลาคิดไม่นาน คำตอบที่เราอยากตอบคือ Guard your time & make proof of work
แต่ให้ตายสิ การอธิบายเรื่องพวกนี้ให้คนที่ไม่ใช่บิตคอยเนอร์ฟังแม่งโคตรยากเลย
#Siamstr
เร็วไป๊!
กาลครั้งหนึ่ง มีลูกหมูสามตัว อาศัยอยู่ใต้ระบบเงินเฟียตของรัฐบาลหมาป่าจอมเจ้าเล่ห์
เมื่อลูกหมูทั้งสามตัวเติบโตขึ้นจึงแยกย้ายกันไปทำงาน ลูกหมูทั้งสามรู้ดีว่าเงินเฟ้อทำให้เงินเก็บเสื่อมค่าลงทุกปี
ลูกหมูตัวที่หนึ่งคิดว่าไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเงินจึงใช้จ่ายอย่างเต็มที่ ใช้เงินซื้อประสบการณ์ชีวิต ชอบก็จัดประหยัดทำไม รูดบัตรเครดิตเต็มวงเงิน ใช้ชีวิตสวยหรูดูดี แต่พอมีวิกฤติก็ถูกเลย์ออฟ ขาดรายได้ จ่ายหนี้ไม่ไหว สุดท้ายก็ถูกฟ้องล้มละลาย ยึดบ้านยึดรถขายทอดตลาด หนี้ของลูกหมูตัวที่หนึ่งกลายเป็นหนี้เสีย แต่ธนาคารเจ้าหนี้ของลูกหมูตัวที่หนึ่งก็ไม่ล้มละลาย เพราะว่ารัฐบาลหมาป่าเป่าเงินเข้ามาอุ้มธนาคารไว้ไม่ให้ล้ม
ลูกหมูตัวที่สองคิดว่าต้องให้เงินทำงาน จึงศึกษาการเงินการลงทุน ขยันอ่านหนังสือตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อต จัดสรรเงินลงทุนอย่างรัดกุม มึพอร์ตการลงทุนที่ยอดเยี่ยม ไม่เสี่ยงเกินที่ตัวเองรับไหว และสร้างผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ แต่อนิจจาตัวเลขเงินเฟ้อที่รัฐบาลหมาป่าประกาศมาต่ำกว่าความเป็นจริงมาก อำนาจการจับจ่ายที่ลูกหมูตัวที่สองมีลดลงทุกครั้งที่รัฐบาลหมาป่าเป่าเงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ ลูกหมูตัวที่สองจึงไม่สามารถมีชีวิตที่ดีและมีเงินเก็บพอให้เกษียณได้ และต้องทำงานไปตราบจนวันตาย
ลูกหมูตัวที่สามรู้ทันพฤติกรรมของรัฐบาลหมาป่าจอมโฉด จึงผ่องถ่ายเงินเก็บออมเปลี่ยนมาเป็นเงินที่แข็งแกร่งที่อยู่นอกเหนืออำนาจการควบคุมของรัฐบาลหมาป่า ยิ่งเจ้ารัฐบาลหมาป่าเป่าเงินเฟียตของมันเข้ามาในระบบเศรษฐกิจมากเท่าไร อำนาจการจับจ่ายของเจ้าหมูตัวที่สามก็ยังคงเท่าเดิมหรือไม่ก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ลูกหมูตัวที่สามใช้ชีวิตอย่างมีความสุข มีครอบครัวที่อบอุ่น และส่งต่อเงินที่แข็งแกร่งให้กับทายาทหมูน้อยรุ่นถัดไป จนกระทั่งในที่สุดเจ้ารัฐบาลหมาป่าที่เสพติดการเป่าเงินก็เป่าเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจจนระบบเงินเฟียตของมันพินาศไป เชื้อสายของลูกหมูตัวที่สามก็มีความสุขสืบไปภายใต้มาตรฐานเงินที่แข็งแกร่ง
ซู้ดดดดด... จบ
#Siamstr
## **The Assualt on Saving** [Preview & Revised]

สุภาษิตเก่าๆ อย่าง "อดเปรี้ยวไว้กินหวาน", "เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย" หรือ "มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท" นี่ก็คือสารพัดสุภาษิตที่คุณปู่คุณย่าของเราชอบนำมาเตือนสติ มันเหมือนเครื่องเตือนใจให้เรารู้จักหยุดคิดก่อนทุ่มเทไปในการใช้จ่ายและสะสมทรัพย์สินเอาไว้เผื่อเหตุไม่คาดฝัน มันก็เหมือนกับการปลูกต้นไม้นั่นแหละ เราต้องรดน้ำ, พรวนดิน และใส่ปุ๋ยอย่างใจเย็น เพื่อรอวันที่ต้นไม้นั้นจะออกดอกออกผล เป็นทั้งร่มเงาและผลไม้ให้เราได้เก็บเกี่ยว
การออมก็คล้ายกับการปลูกต้นไม้ เราค่อยๆ เก็บเล็กผสมน้อย ปลูกฝังการใช้เงินอย่างมีสติและรอให้เงินนั้นเจริญเติบโตเพื่อบรรลุเป้าหมายต่างๆ ที่เราตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน, ซื้อรถ, การศึกษาหรือแม้กระทั่งการเกษียณอย่างสบายใจ
แต่เอาเข้าจริง.. ในยุคที่การช็อปปิ้งออนไลน์มันง่ายแค่ปลายนิ้ว หลายคนอาจมองว่าการออมนั้นเป็นเรื่องของยุคสมัยยายทวด มีนักเศรษฐศาสตร์บางคนยังบอกเลยว่า "ใช้เงินให้หมดๆ ไปเถอะ! มาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจกันดีกว่า!" พวกเขาเชื่อว่าการใช้จ่ายจะทำให้เงินหมุนเวียน สร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นการบริโภค นำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจได้
แต่เรื่องมันไม่ได้มีแค่ขาวดำเสมอไป การใช้จ่ายเป็นแรงบันดาลใจให้เศรษฐกิจระยะสั้นแจ่มใส แต่การออมก็เป็นกุญแจสำคัญสำหรับการลงทุนและการเติบโตในระยะยาว เมื่อเราออม มันก็เกิดเงินทุนสำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอื่นๆ
หากพูดถึงจุดสมดุลระหว่างการใช้จ่ายกับการออม เราต้องใช้จ่ายอย่างฉลาดไม่ฟุ่มเฟือยและออมเงินเพื่ออนาคตที่มั่นคง มันเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความปรารถนาในตอนนี้กับความจำเป็นในอนาคต
สุภาษิตเหล่านี้ยังคงมีคุณค่าต่อชีวิตปัจจุบันของเรา เป็นตัวช่วยเตือนใจให้เรารู้จักใช้เงินอย่างมีสติและออมไว้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า การใช้จ่ายและการออมเป็นเหมือนสองด้านของเหรียญเดียวกัน สำคัญต่อทั้งเศรษฐกิจและชีวิตเราเอง
### **สองเส้นทางชีวิตจากมรดกก้อนเดียว**
ณ เมืองเฟียตทาวน์ที่ชวนฝัน.. สองพี่น้อง "ปิติ" กับ "มานะ" ได้รับมรดกตกทอดมาคนละก้อน ซึ่งทุกๆ ปีมรดกก้อนดังกล่าวจะให้ผลตอบแทนมากถึง 50,000 เฟียต มันเป็นรายได้ที่ทำให้ใครต่อใครต้องอิจฉา ชีวิตดูเหมือนจะสดใสสำหรับทั้งคู่ แต่แท้จริงแล้ว.. พวกเขากำลังเดินบนเส้นทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“ปิติ” พี่ชายคนโตนั้นรักสนุกเต็มเปี่ยม ใช้ชีวิตเต็มที่ "Work hard, Play harder" คือคำขวัญประจำใจของเขา การใช้จ่ายเงินก้อนโตเพื่อความสุขและความฟุ่มเฟือยคือเรื่องปกติ เขาถือว่าชีวิตนี้ต้องมันส์ให้หัวราน้ำ คลับหรูกลายเป็นบ้านหลังที่สอง ความสุขชั่วคราวจากแสงสีและเสียงเพลงกลายเป็นสิ่งชูใจให้เขาลืมเรื่องราวต่างๆ รอบกาย ปิติไม่เพียงแต่ใช้เงินสร้างคฤหาสน์หรูหราเหมือนอยู่ในเทพนิยายเท่านั้น แต่ยังหมกมุ่นกับการเก็บรถหรูและนกพิราบแข่ง ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยการสร้างภาพลักษณ์ในสังคมผ่านการเดินทางและของขวัญแพงๆ
ในขณะที่ปิติใช้เงินไปเรื่อยเปื่อย.. "มานะ" น้องชายกลับเดินตามเส้นทางที่ตรงกันข้าม ใช้ชีวิตอย่างประณีตและเรียบง่าย มานะให้ความสำคัญกับการออมและการลงทุน ใช้เงินเพียงครึ่งหนึ่งจากเงินที่ได้รับและออมส่วนที่เหลือ เขาคำนวณรายรับ-รายจ่ายอย่างละเอียด ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายและสร้างธุรกิจขึ้นจากศูนย์ ด้วยความมุ่งมั่นและการวางแผนอย่างชาญฉลาด มานะสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงินและชื่อเสียงในวงการธุรกิจได้สำเร็จ
ผ่านไป 12 ปี.. ชีวิตของสองพี่น้องเผยให้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ปิติสิ้นเนื้อประดาตัวจากการใช้จ่ายที่ไม่ยั้งคิด ส่วนมานะกลายเป็นผู้นำทางการเงินและธุรกิจที่เคารพนับถือ ปิติต้องหันมาขอความช่วยเหลือจากมานะและจึงได้ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของ "การออม"
เรื่องราวนี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้เงินอย่างชาญฉลาด การออม และการลงทุนเป็นหัวใจของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน จงอย่าหลงใหลกับความสุขชั่วคราว แต่ให้วางแผนชีวิตอย่างรอบคอบ เพื่อความมั่งคงและความสุขที่ยั่งยืนตลอดไป
### **ทำไม "การออม" ถึงสำคัญ?**
“การออม” มันก็เหมือนการหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงไปในดินแห่งอนาคตนั่นแหละ มันอาจดูเล็กน้อยไม่มีค่า แต่ถ้าเราใส่ใจรดน้ำ หมั่นพรวนดิน ให้ปุ๋ยเป็นประจำ วันหนึ่งเมล็ดพันธุ์นั้นจะงอกเป็นต้นไม้ใหญ่ ให้ทั้งร่มเงาและผลไม้สุกงอม มันไม่ได้เกี่ยวกับการเก็บเงินใส่กระปุกหรือแค่ฝากธนาคารเท่านั้นนะ แต่เป็นเรื่องของการวางแผนชีวิต ความมีวินัย และความรับผิดชอบต่ออนาคตของเราเอง
การออมคือการลงทุนในตัวเอง
บางคนอาจคิดว่าการออมเป็นการกักตุนเงินไม่ยอมใช้ซื้อของ แต่นั่นคือความเข้าใจผิดอย่างใหญ่หลวงเลยล่ะ ในยุคสมัยนี้การออมก็หมายถึง "การลงทุน" นั่นเอง เงินที่เราเก็บไว้น่ะ มันไม่ได้แค่นอนเฉยๆ แต่ถูกนำไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ผ่านการลงทุนหลากหลายรูปแบบ มันเหมือนกับน้ำที่หล่อเลี้ยงต้นไม้ให้เติบโต แข็งแรงและออกดอกออกผล
คนบางคนก็คิดว่าการออมทำให้เศรษฐกิจตกต่ำเพราะลดการใช้จ่าย แต่นั่นไม่จริงเลย การลดการใช้จ่ายเกิดขึ้นเมื่อคนเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจในเศรษฐกิจ ไม่ใช่เพราะไม่อยากใช้เงินแต่เพราะพยายามปกป้องตัวเองจากสถานการณ์ไม่แน่นอน
การออมจึงเหมือนการเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ในชีวิต เป็นการสร้างเรือที่แข็งแรงพร้อมสำหรับทะเลที่มีคลื่นลมและพายุ เพื่อให้เราสามารถล่องเรือผ่านมันไปได้โดยไม่ต้องหวาดวิตกต่อสิ่งใด
การออมไม่ใช่แค่การเก็บเงินเอาไว้แต่เป็นการปลูกสร้างเส้นทางสู่อนาคต ให้เราสามารถเข้าถึงฝันและความต้องการของเราได้ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อบ้าน รถ หรือแม้แต่การเกษียณที่มีความสุข เราก็มีอิสระที่จะทำสิ่งที่ต้องการโดยไม่ต้องพึ่งพาใคร (ใครสักคนแถวๆ นี้เรียกมันว่าภาวะ “สีเขียว”)
และไม่ใช่แค่เรื่องของคนรวยหรือคนมีเงินเดือนสูงเท่านั้นที่ควรออม ทุกคนทุกเพศทุกวัยก็สามารถออมได้ มันเริ่มต้นได้จากการมีวินัยในการใช้จ่ายและการวางแผนการเงินอย่างมีสติ
การออมเป็นเหมือนการท่องเที่ยวเส้นทางสู่อนาคตที่มั่นคงและสงบ มันเป็นการลงทุนในวันนี้เพื่อผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ในวันพรุ่งนี้ และเมื่อคุณเริ่มเห็นผลจากการออม คุณจะตระหนักว่าทุกการลงทุนเล็กๆ ที่คุณทำอยู่นั้นคุ้มค่าอย่างยิ่ง
แม้ทางเลือกในการออมจะมีมาก แต่ปัจจุบันนี้ชาวเราก็รู้ดีอยู่แล้วว่าออมไว้ที่ไหนนับว่าชาญฉลาดที่สุด
มันก็คือ.. “มะพร้าว” นั่นเอง…
แป่ว..
- - -

บทความนี้ผมได้รับแรงบันดาลใจมาจากเนื้อหาในบทที่ 24 ชื่อว่า The Assualt on Saving ของหนังสือ “Economic in one lesson” ผลงานของ Henry Hazlitt โดยผมได้ทำการถอดใจความสำคัญบางส่วนออกมาเรียบเรียงและเขียนขึ้นใหม่เพื่อไม่ให้ซ้ำกับเนื้อหาในหนังสือมากเกินไป เจตนาก็เพื่อแนะนำเนื้อหาในหนังสือนั่นเอง ซึ่งมันก็คือเล่มที่ อ.ขิง ของเรากำลังทำการแปลอยู่นั่นแหละครับ
“Economics in One Lesson” โดย Henry Hazlitt ถือเป็นหนึ่งในคลังความรู้เศรษฐศาสตร์ที่ทรงคุณค่า และเป็นหนังสือที่เป็นมิตรต่อผู้เริ่มต้นที่ต้องการเข้าใจหลักการเศรษฐศาสตร์ในแบบฉบับของสำนักออสเตรียนด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย โดยไม่สูญเสียความลึกของเนื้อหาไป หนังสือเล่มนี้ถูกเขียนขึ้นเพื่อวิเคราะห์ผลกระทบของนโยบายเศรษฐกิจที่ไม่เพียงแต่มองเห็นผลที่เกิดขึ้นในระยะสั้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผลกระทบในระยะยาวต่อสังคมโดยรวม
ผู้เขียนใช้ตัวอย่างเฉพาะที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเห็นความสัมพันธ์ระหว่างหลักการเศรษฐศาสตร์กับการตัดสินใจทางเศรษฐกิจที่พวกเขาเจอทุกวัน
แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะถูกเขียนขึ้นมานานแล้ว แต่หลักการที่กล่าวถึงยังคงสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในปัจจุบันได้ การอ่านและทำความเข้าใจเนื้อหาจากหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านสามารถมองเห็นภาพรวมและเข้าใจถึงผลที่ตามมาของการตัดสินใจทางเศรษฐกิจที่มีต่อแต่ละบุคคลและสังคมโดยรวมได้ดียิ่งขึ้น
ส่งกำลังใจให้ทีมงานของเรา โดยเฉพาะ อ.ขิง nostr:npub1a8wreeghu0j8g4zqgzex53sq38gjwjdp5czxnu3rfydnz8n8yu2spqkavyกันด้วยครับ 🙏
#siamstr #jakkstr #economicinonelesson
❌ "ส่งกำลังใจให้"
✅ "เมื่อไหร่จะเสร็จ"
🤣





