PARADISE • พาราไดซ์ | ความอยุติธรรมของทุนนิยมสามานย์ต่อสังคมมนุษย์

" พนักงานบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ค้นพบความจริงอันโหดร้าย (คอสต์จา อัลล์แมนน์) เดินหน้าทําภารกิจชี้เป็นชี้ตายเพื่อช่วย ภรรยา (มาร์ลีเนอ ทันซิก) ทวงคืนเวลาชีวิต 40 ปีที่เสียไป "

นี่คือประโยคสั้นๆ ที่ใช้บอกเล่าเรื่องราวคร่าวๆ

ให้ผู้ชมมีความรู้สึกอยากดูภาพยนตร์เรื่อง

PARADISE • พาราไดซ์ ทาง Netflix แค่ประโยคสั้นๆ และทีเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้นี่แหละที่ทำให้เราสนใจเลือกที่จะกดเข้าไปเพื่อรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างตั้งใจ

ซึ่งเมื่อได้ดูจนถึงบทสุดท้ายของภาพยนตร์ก็ไม่ทำให้

ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย เป็นภาพยนตร์เรื่องนึงที่มี

เนื้อหา และบทภาพยนตร์ที่ลงตัวมากๆ ที่ทำให้ผู้ชมสามารถติดตามและสามารถขบคิดไปกับบทภาพยนตร์ในแต่ละฉาก ว่าเนื้อเรื่องจะเดินต่อไปยังไง? ตัวละครแต่ละตัวจะตัดสินใจแบบใหน?

เกริ่นมาพอสมควร เดี๋ยวจะลองเล่าบริบทของภาพยนตร์

เรื่องนี้ในแบบที่พยายามจะไม่สปอยเนื้อเรื่อง ฉากเปิดภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มจากโฆษณาในทีวีที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ที่เชิญชวนให้คนในสังคมที่นั่น (ในเรื่องคือยุโรป) ให้เห็นความสำคัญของการขายเวลาชีวิตของตนเอง เพื่อที่จะนำไปให้กับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ที่บริษัทนั้นบอกว่าคนเหล่านี้จะสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมโลกได้มากๆ ซึ่งการเลือกที่จะสละเวลาชีวิตของตนเองกับเงิน มีความคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปอย่างแน่นอน

เนื้อเรื่องของภาพยนตร์นี้มีสองคนที่เป็นตัวละคร

ดำเนินเรื่อง คนแรกคือพระเอกที่เป็นพนักงานบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ที่มีหน้าที่เหมือนกับเซลล์ขายประกัน ที่จะต้องหาลูกค้า พูดจูงใจให้ลูกค้าที่มีความสนใจหรือ

ที่มีสถานะการเงินขัดสน และมีความจำเป็นจะต้องขายเวลาชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับเงิน ซึ่งพระเอกก็สามารถทำได้ดีจนเป็น Top 1 ของเซลล์บริษัทแห่งนี้

ตัวละครคนที่ 2 คือนางเอกที่เป็นภรรยาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกับพระเอก และคงเป็นธรรมดาของคนในสังคมเมืองที่มีค่าครองชีพสูง ที่ไม่ต่างอะไรในบริบทของสังคมปัจจุบัน และคงด้วยสถานะการเงินของทั้งคู่ที่จำเป็น

จะต้องขอสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งทั่วไปแล้วการจะขอ

สินเชื่อจากสถาบันการเงินที่รัฐบาลรับรอง นั้นจำเป็น

จะต้องมีเครดิตที่ดีถึงจะสามารถของสินเชื่อได้

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เลือก "เวลาชีวิต" ของคนเรามาทำหน้าที่เสมือนกับ "เครดิต" ที่เอามาใช้ค้ำประกันเพื่อมาขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

จุดที่สำคัญของเรื่องจุดหนึ่งคือ จะมีเหตุการณ์หนึ่ง

ที่ไม่คลาดคิด ที่ทำให้นางเอกและพระเอกจำเป็นเร่งด่วนต้องไปชำระค่าสินเชื่อกับธนาคาร แต่ทั้งคู่ในขณะนั้นไม่สามารถหาสินทรัพย์อะไรอย่างอื่นได้แล้ว นอกจาก

"เวลาชีวิต" ของนางเอก ที่ได้นำไปค้ำประกันสินเชื่อ

โดยที่พระเอกไม่เคยทราบมาก่อน จุดสำคัญจุดนี้แหละที่ทำให้พระเอกจำเป็นจะต้องหาวิธีทางเพื่อให้นางเอกไม่ต้องเอา "เวลาชีวิต" ไปแลก

บริบทของสังคมที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ แสดงให้เห็นตลอดทั้งเรื่องคือ บริบทที่คนในสังคมเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนที่มีสถานะทางการเงินมั่นคง กับคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ได้หลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อของบริษัทแห่งนี้

ว่าถ้าจะสามารถทำให้สังคมโลก สังคมมนุษย์ ดีขึ้นและมีความเจริญมากกว่านี้ ควรจะมีการนำ "เวลาชีวิต" ของตนเองมาขาย เพื่อเอาไปให้กับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์

หรือบอกว่าคนที่มีความสำคัญในการพัฒนาสังคมโลกในอนาคต ให้พวกเขาสามารถมี "เวลาชีวิต" มีมากขึ้น

และจะได้สามารถคิดนวัตกรรม เทคโนโลยี หรือมา

บริหารประเทศ เพื่อให้สังคมโลกเจริญมากยิ่งขึ้น

เมื่อเกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ (ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากในบริบทของปัจจุบัน) ก็จะเริ่มมีคนในสังคมมองเห็นปัญหาว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมนั้นเกิดจากอะไร และการที่คนเขียนบทภาพยนตร์ เลือกใช้เหตุการณ์ที่พระเอกช่วยนางเอกทวงคืนเวลาชีวิต 40 ปี

ที่เสียไปจากเหตุการณ์ที่ไม่คลาดคิด เป็นการที่จะพา

ผู้ชมไปสัมผัสกับเหตุการณ์ต่างๆในเรื่องแต่ละเหตุการณ์ที่จะทำให้ผู้ชมได้ขบคิดกับประเด็นต่างๆ ในบริบทของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งพวกเราอาจจะสามารถคิดและ

เชื่อมโยงมาถึงในบริบทสังคมปัจจุบันที่พวกเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน

" การจะซื้อชีวิตใครสักคน

เป็นแค่อีกทางหนึ่งในการคร่าชีวิต

ผมเคยเป็นส่วนหนึ่งของมัน

ตอนนี้ผมรู้แน่แล้ว

ตราบใดที่เอออนยังอยู่

ตราบใดที่มีการถ่ายโอนเวลาชีวิตผิดกฎหมาย

ความอยุติธรรมก็คงอยู่ต่อไป "

" เวลาคุณ โอกาสคุณ ทางเลือกคุณ "

" fix money, fix the world "

ศิวัช สุรัตนวนิช

21 ตุลาคม 2567

---------------------------------------

ปล.ดูจนจบแล้วยังคิดว่าคนเขียนบท ผู้กับกับ เป็น bitcoiner หรือใครที่มีอุดมการณ์แบบอิสระนิยม (libertarian) รึป่าวนะแต่คงไม่ใช่มั้ง ในเรื่องมีบอกว่ารัฐบาลจีนพยายามพูดในเวทีระหว่างประเทศเพื่อ

ต่อต้านสหภาพฯยูโรปในเรื่องการมีกฎหมายให้สามารถ

นำเวลาชีวิตของมนุษย์มาแลกกับเงินของรัฐบาล ซึ่งถ้าลองมองเปรียบเทียบเล่นๆ กับในบริบทปัจจุบันจีนนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับสหภาพฯยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาฯ เลยนะ

แต่ถ้าคิดว่าคนเขียนบทมองแบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศปกติที่กลุ่มประเทศจีน รัสเซีย อินเดีย

พยามสร้างระบบการเงินศูนย์กลางแห่งใหม่แทนชาติตะวันตก ก็เป็นไปได้แหละนะ

#SiamSTR

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.