Avatar
pao.siwat
f652bc31901c5366113193af9c148880a4a47c33ad85d1faffd45adf7d2c6308
PoliticalScienceRU62 | OTA @sweat16_official | Reddy @redspin_official | Twist @mypretzelle | OTA @lastidol_th | Pixel @pixxie_official

แนวทางของดอยคำ คือทุนนิยม

คลาสสิก ที่ไม่ใช่ทุนนิยมกระแสหลักแบบในปัจจุบัน ทุนนิยมคลาสสิก ที่มองที่ " ทุน " จริงๆ ที่ไม่ใช่ทุนแค่เงินที่เป็นตัวกลางการแลกเปลี่ยน และเน้นที่กระบวนการของกลไกตลาดตามธรรมชาติ ซึ่งแนวทางทั้งหมดไม่ใช่สังคมนิยม ที่หลายคนชอบพูดกันแน่นอน

https://youtu.be/9RucF9PWiQU?si=wBY5ONiuV5MUag87

นั่งฟังคุณปลื้มคุยเรื่อง Bitcoin City ที่เอลซัลวาดอร์ และวิจารณ์นโยบายต่างๆ ของนายิบ บูเคเล่ แล้วรู้สึกว่าคุณปลื้มแกยังไม่เข้าจุดประสงค์ของ Bitcoin ขนาดนั้นอะ และแกยังเข้าใจรวมๆ เอา Bitcoin กับเหรียญอื่นว่าไม่ต่างกันอยู่เลย #Siamstr

https://youtu.be/Z6HLt03DdqU?si=ASIGHSHq1Bqu_f-e

ฟังอาจารย์คนนี้พูดแกบอกว่าตัวแกเองเป็นนักเศรษฐศาสตร์สายเคนเชียน และแกก็บอกว่าแกเชื่อทฤษฎีเศรษฐศาสตร์การพัฒนาที่เชื่อว่ารัฐควรจะมีบทบาทในการพัฒนาประเทศ (ซึ่งถ้าให้ชัดๆ แกนิยมเศรษฐศาสต์แนวสังคมนิยมนั่นแหละ ที่ต้องการให้รัฐมีบทบาทในการพัฒนาประเทศ)

แปลกใจไหม ไม่เลย ทุนนิยมเคนเชียนเน้นรัฐ นักการเมืองควบคุมระบบการเงิน ไม่ต่างกับสังคมนิยมที่เชื่อว่ารัฐควรจะมีบทบาทในการพัฒนาประเทศ

#siamstr

นักการเมือง : แล้วถ้าไม่ทำแบบนี้จะเอาเงินที่ให้มาทำรัฐสวัสดิการให้พวกคุณกันฮะ แค่นี้ก็แทบอยากจะเพิ่มปริมาณเงินในระบบจนตัวสั่นละ

nostr:nevent1qqsgkn03ua7lfp84xj3w5603dnqjurmfc2wywm0k9c534jgjgt5un7gzyzg2fyus6pn2a6v0u7rzsc644trkaup2exxlez0tk3naanl0aq24sdc6j0m

GM ath btc รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ไม่หยุดยั้งเลย #siamstr

นั่งคิดเล่นๆ ประเทศที่มีความเป็นอิสระนิยม

libertarian มากๆ มันคือประเทศที่มีขนาดเล็กๆ อย่างราชรัฐลีชเทินชไตน์ หรือเร็วๆนี้

ที่มีข่าวว่าภูฏานทำเหมืองขุดบิตคอยน์จากพลังงานน้ำ และเป็นประเทศที่ยังมีการปกครองที่มีการสืบต่อจากอดีต ทั้งสองประเทศ #SiamSTR

PARADISE • พาราไดซ์ | ความอยุติธรรมของทุนนิยมสามานย์ต่อสังคมมนุษย์

" พนักงานบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพที่ค้นพบความจริงอันโหดร้าย (คอสต์จา อัลล์แมนน์) เดินหน้าทําภารกิจชี้เป็นชี้ตายเพื่อช่วย ภรรยา (มาร์ลีเนอ ทันซิก) ทวงคืนเวลาชีวิต 40 ปีที่เสียไป "

นี่คือประโยคสั้นๆ ที่ใช้บอกเล่าเรื่องราวคร่าวๆ

ให้ผู้ชมมีความรู้สึกอยากดูภาพยนตร์เรื่อง

PARADISE • พาราไดซ์ ทาง Netflix แค่ประโยคสั้นๆ และทีเซอร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้นี่แหละที่ทำให้เราสนใจเลือกที่จะกดเข้าไปเพื่อรับชมภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างตั้งใจ

ซึ่งเมื่อได้ดูจนถึงบทสุดท้ายของภาพยนตร์ก็ไม่ทำให้

ผิดหวังเลยแม้แต่น้อย เป็นภาพยนตร์เรื่องนึงที่มี

เนื้อหา และบทภาพยนตร์ที่ลงตัวมากๆ ที่ทำให้ผู้ชมสามารถติดตามและสามารถขบคิดไปกับบทภาพยนตร์ในแต่ละฉาก ว่าเนื้อเรื่องจะเดินต่อไปยังไง? ตัวละครแต่ละตัวจะตัดสินใจแบบใหน?

เกริ่นมาพอสมควร เดี๋ยวจะลองเล่าบริบทของภาพยนตร์

เรื่องนี้ในแบบที่พยายามจะไม่สปอยเนื้อเรื่อง ฉากเปิดภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มจากโฆษณาในทีวีที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการของบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ที่เชิญชวนให้คนในสังคมที่นั่น (ในเรื่องคือยุโรป) ให้เห็นความสำคัญของการขายเวลาชีวิตของตนเอง เพื่อที่จะนำไปให้กับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ ที่บริษัทนั้นบอกว่าคนเหล่านี้จะสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมโลกได้มากๆ ซึ่งการเลือกที่จะสละเวลาชีวิตของตนเองกับเงิน มีความคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปอย่างแน่นอน

เนื้อเรื่องของภาพยนตร์นี้มีสองคนที่เป็นตัวละคร

ดำเนินเรื่อง คนแรกคือพระเอกที่เป็นพนักงานบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ที่มีหน้าที่เหมือนกับเซลล์ขายประกัน ที่จะต้องหาลูกค้า พูดจูงใจให้ลูกค้าที่มีความสนใจหรือ

ที่มีสถานะการเงินขัดสน และมีความจำเป็นจะต้องขายเวลาชีวิตของตัวเองเพื่อแลกกับเงิน ซึ่งพระเอกก็สามารถทำได้ดีจนเป็น Top 1 ของเซลล์บริษัทแห่งนี้

ตัวละครคนที่ 2 คือนางเอกที่เป็นภรรยาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองกับพระเอก และคงเป็นธรรมดาของคนในสังคมเมืองที่มีค่าครองชีพสูง ที่ไม่ต่างอะไรในบริบทของสังคมปัจจุบัน และคงด้วยสถานะการเงินของทั้งคู่ที่จำเป็น

จะต้องขอสินเชื่อจากธนาคาร ซึ่งทั่วไปแล้วการจะขอ

สินเชื่อจากสถาบันการเงินที่รัฐบาลรับรอง นั้นจำเป็น

จะต้องมีเครดิตที่ดีถึงจะสามารถของสินเชื่อได้

แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้เลือก "เวลาชีวิต" ของคนเรามาทำหน้าที่เสมือนกับ "เครดิต" ที่เอามาใช้ค้ำประกันเพื่อมาขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

จุดที่สำคัญของเรื่องจุดหนึ่งคือ จะมีเหตุการณ์หนึ่ง

ที่ไม่คลาดคิด ที่ทำให้นางเอกและพระเอกจำเป็นเร่งด่วนต้องไปชำระค่าสินเชื่อกับธนาคาร แต่ทั้งคู่ในขณะนั้นไม่สามารถหาสินทรัพย์อะไรอย่างอื่นได้แล้ว นอกจาก

"เวลาชีวิต" ของนางเอก ที่ได้นำไปค้ำประกันสินเชื่อ

โดยที่พระเอกไม่เคยทราบมาก่อน จุดสำคัญจุดนี้แหละที่ทำให้พระเอกจำเป็นจะต้องหาวิธีทางเพื่อให้นางเอกไม่ต้องเอา "เวลาชีวิต" ไปแลก

บริบทของสังคมที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ แสดงให้เห็นตลอดทั้งเรื่องคือ บริบทที่คนในสังคมเกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างคนที่มีสถานะทางการเงินมั่นคง กับคนส่วนใหญ่ในสังคมที่ได้หลงเชื่อโฆษณาชวนเชื่อของบริษัทแห่งนี้

ว่าถ้าจะสามารถทำให้สังคมโลก สังคมมนุษย์ ดีขึ้นและมีความเจริญมากกว่านี้ ควรจะมีการนำ "เวลาชีวิต" ของตนเองมาขาย เพื่อเอาไปให้กับนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์

หรือบอกว่าคนที่มีความสำคัญในการพัฒนาสังคมโลกในอนาคต ให้พวกเขาสามารถมี "เวลาชีวิต" มีมากขึ้น

และจะได้สามารถคิดนวัตกรรม เทคโนโลยี หรือมา

บริหารประเทศ เพื่อให้สังคมโลกเจริญมากยิ่งขึ้น

เมื่อเกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ (ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากในบริบทของปัจจุบัน) ก็จะเริ่มมีคนในสังคมมองเห็นปัญหาว่า ความเหลื่อมล้ำในสังคมนั้นเกิดจากอะไร และการที่คนเขียนบทภาพยนตร์ เลือกใช้เหตุการณ์ที่พระเอกช่วยนางเอกทวงคืนเวลาชีวิต 40 ปี

ที่เสียไปจากเหตุการณ์ที่ไม่คลาดคิด เป็นการที่จะพา

ผู้ชมไปสัมผัสกับเหตุการณ์ต่างๆในเรื่องแต่ละเหตุการณ์ที่จะทำให้ผู้ชมได้ขบคิดกับประเด็นต่างๆ ในบริบทของภาพยนตร์เรื่องนี้ ซึ่งพวกเราอาจจะสามารถคิดและ

เชื่อมโยงมาถึงในบริบทสังคมปัจจุบันที่พวกเรากำลังใช้ชีวิตอยู่ทุกวัน

" การจะซื้อชีวิตใครสักคน

เป็นแค่อีกทางหนึ่งในการคร่าชีวิต

ผมเคยเป็นส่วนหนึ่งของมัน

ตอนนี้ผมรู้แน่แล้ว

ตราบใดที่เอออนยังอยู่

ตราบใดที่มีการถ่ายโอนเวลาชีวิตผิดกฎหมาย

ความอยุติธรรมก็คงอยู่ต่อไป "

" เวลาคุณ โอกาสคุณ ทางเลือกคุณ "

" fix money, fix the world "

ศิวัช สุรัตนวนิช

21 ตุลาคม 2567

---------------------------------------

ปล.ดูจนจบแล้วยังคิดว่าคนเขียนบท ผู้กับกับ เป็น bitcoiner หรือใครที่มีอุดมการณ์แบบอิสระนิยม (libertarian) รึป่าวนะแต่คงไม่ใช่มั้ง ในเรื่องมีบอกว่ารัฐบาลจีนพยายามพูดในเวทีระหว่างประเทศเพื่อ

ต่อต้านสหภาพฯยูโรปในเรื่องการมีกฎหมายให้สามารถ

นำเวลาชีวิตของมนุษย์มาแลกกับเงินของรัฐบาล ซึ่งถ้าลองมองเปรียบเทียบเล่นๆ กับในบริบทปัจจุบันจีนนี่ก็ไม่ต่างอะไรกับสหภาพฯยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาฯ เลยนะ

แต่ถ้าคิดว่าคนเขียนบทมองแบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศปกติที่กลุ่มประเทศจีน รัสเซีย อินเดีย

พยามสร้างระบบการเงินศูนย์กลางแห่งใหม่แทนชาติตะวันตก ก็เป็นไปได้แหละนะ

#SiamSTR

สังคมที่ผู้คนมีความต้องการสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองอย่างรวดเร็ว

มันคือธรรมชาติของมนุษย์รึป่าว? หรือไม่ใช่?

การที่มีมนุษย์อยากมี ความต้องการที่ความมั่งคั่งมากๆ ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ซึ่งการเลือกตัดสินใจทำแบบนั้น ผิดไหม?

https://yakihonne.com/article/naddr1qq2n26zzw36xumpsf30ky6nt24v476m9w93h5q3q7eftcvvsr3fkvyf3jwhec9ygszj2glpn4kzar7hl63dd7lfvvvyqxpqqqp65wyyw8d8

#siamstr

คือปั่นจัดๆเลย ถ้าเป็นหุ่นยนต์จริงๆ คือขนลุกมากนะ #siamstr

internet เป็นเครื่องมือหนึ่งที่ทำให้สังคมชนบทหรือ สังคมที่มีความหนาแน่นต่ำกว่าสังคมเมืองในปัจจุบันที่ ที่ทำให้ขนาดของตลาดไม่ได้มีขนาดที่จำกัดเหมือนในอดีต ซึ่งทำให้เกิดการแบ่งงานกันทำได้มากขึ้น และทำให้เกิดความหลากหลายในอาชีพได้มากกว่าในอดีต

และการที่มีโครงสร้างของคอมพิวเตอร์กระจายศูนย์ที่เชื่อมต่อกันได้โดยไม่ต้องพึ่งคอมพิวเตอร์ที่ศูนย์กลางเพียงไม่กี่แห่ง ก็จะเป็นอีกเครื่องมือที่จะทำให้ระบบตลาดมีความหลากหลายโดยไม่จำเป็นจะต้องพึ่งสังคมเมืองที่มีความหนาแน่น และสามารถถูกควบคุมจากผู้มีอำนาจในรัฐได้ง่ายกว่าในสังคมชนบท

#siamstr

Replying to Avatar Panai Lawasut

#Toffeecakechonburi LN Monthly Report

ผลประกอบการการรับไลท์นิ่งประจำเดือนกรกฎาคม

กรกฎาคม 2567

มี transaction ทั้งหมด 17 ครั้ง รวม 182,471 sat

สิงหาคม 2567

มี transaction ทั้งหมด 13 ครั้ง รวม 252,832 sat

กันยายน 2567

มี transaction ทั้งหมด 24 ครั้ง รวม 405,032 sat

เดือนที่แล้วงานรัดตัวไปหน่อย เลยไม่ได้อัปเดต เหมาๆ รวมกับเดือนนี้ไปเลยละกัน

เดือนสิงหาสถิติการใช้ LN ค่อนข้างต่ำ แทบจะต่ำที่สุดเลย ในขณะที่เดือนกันยามีสถิติการใช้งานที่สูงและแทบจะสูงที่สุดเลย

หลังจากเก็บสถิติเอามาพล็อตกราฟได้สักพัก ฉันเริ่มได้คำตอบให้กับสมมติฐานที่ฉันตั้งเอาไว้ตอนแรกว่า “ราคามีผลกับการใช้งาน LN”

ฉันสังเกตเห็นว่า ยิ่งราคาบิทคอยสูง การใช้ LN ยิ่งเยอะขึ้น (ตั้งแต่ก่อนเก็บสถิตินะ) โดยที่ฉันเดาว่าเป็นเพราะ 2 เหตุผล ซึ่งในใจลึกๆ มันก็ดูไม่สมเหตุสมผลทั้ง 2 ข้อ คือ

1. ราคาที่สูงจะดึงดูดผู้ใช้งานรายใหม่ๆ เข้ามา แต่คิดอีกที คนใช้ LN มันก็ bitcoiner ทั้งนั้น ไม่น่าจะใช่กลุ่มคนที่ถูกดึงดูดชั่วครั้งชั่วคราวด้วยราคา

2. ราคาที่สูงขึ้นจะทำให้ใช้ sat น้อยลงในการซื้อขนม เรียกได้ว่าขนมราคาถูกลงโดยปริยาย แต่คิดอีกที bitcoiner ที่ไหนจะอยากใช้ sat ตอนราคามันสูงๆ เทียบเท่าการรีบร้อนขายตอนมันกำลังขึ้นเลยนะ

หรือว่าราคาไม่ได้เกี่ยวกับการใช้งาน?

วันนี้พล็อตกราฟของ 2 เดือนล่าสุด

(รูปที่ 2 กราฟแรก) ค่อนข้างแปลกใจ ในช่วงเดือนแรกๆ ที่ LN ราคา 66-67 sat ต่อ 1 บาท การใช้งานต่ำมาก และการใช้งานเพิ่มสูงขึ้นสวนทางกับปริมาณ sat ต่อ 1 บาท (ฉันใช้หน่วย sat/บาท มันก็จะงงหน่อย แต่ฉันว่ามันบอกการเสื่อมค่าของเงินเฟียตได้ชัดเจนดี) และเคลื่อนที่สัมพันธ์กันแบบสวนทางแทบทุกเดือน

จะมีเดือนกันยาที่แปลกไป อันนั้นฉันว่าเป็นควันหลงจากงาน TBC2024

เห็นแบบนี้แล้วฉันค่อนข้างมั่นใจว่าการเสื่อมค่าของเงินเฟียตมีผลกับ adoption

ลองดูกันยาวๆ ก็ได้ ตัวเลขนี้ยังถือว่าน้อยและสั้นมาก แต่ถ้าถึงวันหนึ่งที่มากพอแล้วกราฟยังคงเคลื่อนที่ไปแบบนี้อยู่ วันนั้นมันจะเป็น Fact ไม่ใช่ความรู้สึก ไม่ใช่คิดเอา แต่เป็นสถิติและตัวเลขที่เกิดขึ้นจริง

แล้ววันนั้นคำพูดที่ว่า “ถ้าบิทคอยราคามีแต่ขึ้น ใครจะเอามาใช้” หรือ “เงินฝืดแล้วคนจะไม่ใช้เงิน” จะถูกฉันเถียงอย่างเต็มปากเต็มคำ

มีเรื่องน่าสนใจอีกนิด สาขาระยองที่มียอดขายเงินบาทแค่ 5-6% ของยอดขายทุกสาขารวมกัน แต่กลับมียอดใช้งาน LN มากกว่าสาขาอย่างชลบุรีหรือศรีราชาที่มียอดขายมากกว่าหลายเท่าตัว

ฉันรู้สึกถึงความอะไรบางอย่างของ bitcoiner ระยองอยู่ รู้สึกว่า bitcoiner ที่นี่ต้องไม่ธรรมดา ฉันว่าน่าสนใจมากว่าคอมมูแถวนั้นเขาคุยกันยังไง หรือถ้าไม่เคยคุยกันเลย ฉันก็อยากส่งสัญญาณให้ว่า แถวระยองมี bitcoiner ค่อนข้างหนาแน่นกว่าที่อื่นนะ เราควรมาเจอกันหน่อย จริงๆ ทั้งประเทศนี่แหละ ใครมาได้มาเจอกันหน่อย

ฉันว่า adoption ของจริงเกิดจาก consequence ของการได้เจอกันนี่แหละ

หวังว่า #east102 คงได้เจอทุกคน

#GN

#siamstr

ผมสงสัยอย่างนึงครับ อย่างตอนนี้ ปัจจุบันการซื้อวัตถุดิบทำขนมเค้ก จากผู้ผลิตต้นทาง (ซึ่งผมเดาว่าก็ยังน่าจะต้องใช้เงินบาทในการแลกเปลี่ยนอยู่)

ซึ่งพอเป็นแบบนี้การกำหนดราคาสินค้าของทางร้านในหน่วย sat จะยังต้องดูราคาสินค้าที่กำหนดในหน่วยของเงินบาทไหมครับ

ก็คงน่าจะเหมือนเราไปซื้อสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เพื่อเอามาขายในไทยที่ใช้หน่วยเงินบาท เราก็ต้องคิดราคาต้นทุนสินค้าจากสกุลต้นทาง

เป็นบาทก่อน แล้วค่อยมากำหนดราคาสินค้าในหน่วยเงินบาทไหมครับ

แต่มันก็จริง low time preference มันโคตรตรงข้ามกับวิธีชีวิตของคนในสังคมส่วนใหญ่ในเมืองเลย