Avatar
pao.siwat
f652bc31901c5366113193af9c148880a4a47c33ad85d1faffd45adf7d2c6308
PoliticalScienceRU62 | OTA @sweat16_official | Reddy @redspin_official | Twist @mypretzelle | OTA @lastidol_th | Pixel @pixxie_official

สังคมมนุษย์ภายใต้อิทธิพลการปกครองแบบรัฐชาติสมัยใหม่ ที่เป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ภายใต้อำนาจรัฐ อำนาจผู้ปกครอง ไม่ว่าจะเป็นการปกครองแบบใหน ไม่ว่าจะเป็นสังคมนิยม ทุนนิยมในแบบรัฐชาติ ล้วนเป็นการปกครองแบบอำนาจนิยมจากผู้ปกครองทั้งนั้น

จากความคิดส่วนตัว ที่มนุษย์ในสังคมจะหลุดออกจากการปกครองของรัฐชาติได้ มี 2 ทาง คือ 1) การมีเครื่องมืออะไรซักอย่างที่สามารถใช้เพื่อการแลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆ ของมนุษย์แต่ละคนได้อย่างเสรี ไม่มีคนอื่นรู้และมีอำนาจมาควบคุม การกระทำสิ่งนั้นของคน 2 คน

2) คือการพึ่งตนเอง ให้ตนเองสามารถผลิตปัจจัยต่างๆ ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตได้เองโดยพึ่งตัวกลาง การควบตคุมจากรัฐให้น้อยทีสุด พูดง่ายก็คือการปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียวในชนบททีที่รัฐบาลเข้าถึงได้ยาก

nostr:nevent1qqs99ap2zf3ckyzp3sv5mykp8rvr45365w9e34dhkdfks37pjdqm0gcprpmhxue69uhhyetvv9ujuumfv9khxarj9e3k7mf0qgsgsgs4wz3qt96c9hk6dfw4nf5rgvcrg5j8uxv5wqz0thsnst7mv4qrqsqqqqqpuudeqr

มันก็เป็นเรื่องปกติที่คนอ่านงานของนักคิด จะตีความเพื่อให้ตรงกับสิ่งที่ตัวเองอยากให้เกิดขึ้น ตามที่คนนั้นคิดและหวังให้มันเป็นแบบนั้น คนอ่าน 100 คนก็อาจได้ตีความ เข้าใจความหมายของงานเขียนนั้นแตกต่างกัน ตามที่แต่ละคนอยากให้เป็น //ยินดีที่เราได้รู้จักและได้เข้าไปพูดคุยแลกเปลี่ยน เรื่องเกี่ยวกับสังคมมนุษยนครับ์ ในงานเมื่อวานนะครับคุณตั๋ง ผมโคตรรู้สึกดีมากๆ ที่ได้แลกเปลี่ยนกับคนที่สนใจเหมือนๆกัน

ขอบคุณทุกคนเช่นกันครับ ที่ยอมเหนื่อยเพื่อให้คนในคอมมูนิตี้ได้มาเจอกัน คุยกัน เมื่อวานคือ รู้สึกดีมาก เหมือนได้พูด คุย แลกเปลี่ยน ในเรื่องที่สนใจเหมือนกัน

อย่างเท่แสงสีแดง #siamstr

ครั้งแรกเลย โดนเฟสบุ๊คแบนโพสต์ที่แชร์จาก nostr ซึ่งอ่านเหตุผลแล้ว มันคืออะไรก็ไม่รู้ 55

Replying to Avatar pango

#CDCTalk ep 11:

รู้เขาว่ายากแล้ว รู้เราย่อมยากกว่า

Store of wealth / value คือสิ่งที่เราได้ยินบ่อยๆ

เราทราบกันดีว่า value หรือ ความมีค่านั้นจริงๆ ขึ้นกับสิ่งอื่น (ปรุงแต่งมาจากข้อมูลอื่น) ขึ้นกับเหตุและปัจจัย เป็น subjective value และเราลงทุนเพื่อความมั่งคั่ง ร่ำรวย

สิ่งที่มนุษย์ปรารถนาตามลำดับ

ลาภ > ยศ > สรรเสริญ > สุข

ลาภ = มั่งคั่ง ร่ำรวย

ยศ = ความเป็นใหญ่

สรรเสริญ = การกล่าวคำยกย่อง เชิดชู

ความสุข = สิ่งสุดท้ายที่เราปรารถนา

ในโลกนี้ เรารู้ว่า Bitcoin คือ store of value ที่เอาชนะเวลา เอาชนะ inflation เราไม่เก็บเป็น fiat เพราะมันเสื่อมค่า

คนอื่น หาเช้ากินค่ำ แต่คนฉลาด หาเช้ากิน 100 ปี แสนล้านปีข้างหน้า (เขารู้ value ที่แท้จริงของการลงทุน)

แล้วชีวิตเราล่ะ การลงทุนของชีวิต อะไรคือสิ่งที่มีค่า ?

สมมติถ้าเราไม่ได้เกิดเป็นคนล่ะ..

เทวดา ต้องการรัศมี

สุนัข ต้องการกระดูก

ในนรก ต้องการส่วนบุญ

ในสวรรค์ ต้องการบารมี

ที่กล่าวมานี้ไม่มีใครต้องการเงินทองเลย

เราเคยคิดว่าชีวิตนึงของคนสั้นแค่ 70-80 ปี แต่ในความเป็นจริงแล้ว เราอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ (time and space) ที่เวลาในชีวิตหาจุดเริ่มต้นไม่เจอ เพราะยาวนานมาก

เมื่อเรารู้ว่าเวลาในชีวิตมันยาวนาน เราจะเริ่มสร้าง ‘ทานและบารมี’ บารมีคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิต และทำให้เราหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด

ทาน vs ทานบารมี

ทานบารมี มาจากจิตใจที่เป็น ‘เมตตา’

เมตตา คือ ปรารถนาให้เขามีความสุข

การทำทานที่มาจากเมตตา จึงเกิดบารมี

นอกจากนี้ยังต้องมีปัญญา จึงมีบารมี

เมตตาที่เป็นบารมี ทานจะมีผลมาก เราแผ่เมตตาตอนทำทาน จะเกิดทานบารมีไปเรื่อยๆ ละโลภ โกรธ หลง และทานบารมีอันสูงที่สุด จะให้ความไม่มีภัย ให้ชีวิต ไม่ทำร้ายใครอีกต่อไป เกิดศีลที่เกิดจากความเมตตา ศีลที่ยังไงก็ไม่ฆ่าสัตว์ คือ ‘ศีลบารมี’

เมื่อเข้าใจที่กล่าวมาข้างต้น เราจะเข้าใจว่าอะไรมีค่า ไม่ใช่การทำบุญอย่างเดียว เพียงพิจารณาทาน ศีล การสวดมนต์ไหว้พระ การระลึกถึงพระพุทธเจ้า ฯลฯ ไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทแล้ว

สรุป คือ..

เราควรรู้ว่าอะไรมีค่า หาเหตุและผล ดำเนินชีวิตแบบพิจารณาและลงทุนอย่างเป็นระบบ* เพราะวันนึงลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ท้ายสุดสิ่งเหล่านี้มันตามมาด้วยความเสื่อมเสมอ เสียดายเวลา และเงินก็เอาไปไม่ได้ เมื่อเราตายไป :)

Have a nice day everyone !

#siamstr

ไม่มีใครสามารถรู้ได้ชัดๆ ว่าชีวิตหลังความตายเป็นยังไง แต่ก็ไม่ใช่ว่ามันจะเป็นเรื่องไม่จริง เพราะธรรมชาติของมนุษย์นั้นคือการคิดหาคำตอบเกี่ยวกับตัวตนของตัวเองมาโดยตลอด ทั้งด้านกายภาพและจิตวิญญาณ ที่มีความเป็นนามธรรม ที่ไม่อาจจะพิสูจน์ได้ด้วยการกระทำของมนุษย์ในระยะอันสั้น

หรืออีกเหตุผลของการมีอยู่ของแต่ละศาสนาที่สังคมมนุษย์ยึดถือกันมากอย่างยาวนานได้ขนาดนี้ ก็เพื่อเป็นสิ่งที่ทำให้มนุษย์อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างปลอดภัย แต่ทุกวันนี้มนุษย์ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเก็บสะสมพลังงานที่พวกเขาสร้าง ที่มีคุณค่าที่สังคมต้องการได้ ทำให้พวกเขาไม่เห็นประโยชน์ที่ได้กับตัวของพวกเขาเองในระยะยาวเลย

ผมว่ามันเป็นเทคโนโลยีการติดตาม ควบคุมให้คนในการปกครองทำตามและยอมให้พลังงานที่เข้าสร้างขึ้นกับผู้ปกครอง มันยังไม่สามารถทำได้อย่างทุกวันนี้ที่มีระบบสารสนเทศที่ทันสมัยอย่างอินเทอร์เน็ตที่รัฐศูนย์กลางนำมาใช้เพื่อให้ปกครอง ควบคุม คนในรัฐได้แบบไม่แตกแถว อินเทอร์เน็ตมันคือ สิ่งที่ทุกคนในสังคมใช้ได้อย่างมีอิสระเสรี แม้ผู้ปกครอง ด้วยเหตุนี้แหละผมเชื่อนะว่า bitcoin , nostr มันจึงจำเป็นต้องเกิดขึ้นมาเพื่อเป็นตัวเลือกของมนุษย์คนนึง ไม่ให้โดนริบรอนความอิสระในชีวิตไปมากเกินไป จากมนุษย์อีกคนที่มีอำนาจมากกว่า

จริง ถ่ายรูปนั่งในพอร์ช ให้เห็น rolex ลงเฟส ไม่รู้คนอื่นเห็นแล้วรู้สึกไง แต่เรารู้สึกไม่ได้อยากมีแบบเขาเลย แบบว่าคนส่วนใหญ่ไม่เห็นเขามีชีวิตแบบนี้เลย ถ้ามีไปคนหมั่นไส้แย่ 🥹

Replying to Avatar Pong 🟠

ฟังกี่ครั้งก็ยังตกใจ

โค๊ชหนุ่มบอกว่าตอนนี้กลุ่มที่มีปัญหาการเงินมากที่สุดคือ เงินเดือน 70k+ มันเป็นไปแล้ว

เมื่อก่อนปัญหาการเงินมักจะอยู่กับคนรายได้ขั้นต่ำเยอะ ตอนนี้คือคนรายได้กลางค่อยบน (แม้ว่าอีกไม่กี่ปีก็เป็นกลางไม่ค่อยบนแล้วก็ตามจากเงินเฟ้อ)

จริงๆคนเหล่านี้ น่าจะหลุดรอดสภาพความจนได้ด้วยซ้ำ เพราะถ้าเข้าใจกลไกดอกเบี้ยทบต้น หนี้จะเสื่อมสภาพได้เรื่อยๆ แต่ปัญหาอยู่ที่ life style หรือเปล่า หรือถ้าพูดให้ตรงคือการจับจ่าย

เมื่อคนเราเสพติดการเสพอะไรอย่างนึงที่ชอบไปแล้ว มันก็ลำบากนะ วันก่อนเพื่อนผมคนนึงยังบ่นปัญหางานอยู่ว่าตอนนี้แย่มาก แต่อาทิตย์ต่อไป บิน BC เที่ยวยุโรป โอ้วแม่เจ้า แล้วที่คุยกะกรูคืออะไร

ทำงานในอุตสาหกรรมที่ธุรกิจเป็นขาลง ปากบอกไม่ไหว แต่ใจต้องได้เที่ยว 🙃

ถ้าตีกันแบบกลมๆ รายได้ 70k

กินอย่างหรูวันละ 1000 ค่าเดินทาง 300 คูณ 30 = 39,000

ผ่อนคอนโด ผ่อนบ้านซัก 20,000

อืมมม ไม่พอจริงๆ 🤣 หรืออาจจะเฉียดๆ

เอาใหม่ กินแบบคนทั่วไป วันละ 500 เดินทาง 300

ก็คงที่ 24,000 ต่อเดือน

ที่ิิอยู่ 25,000 รวม 49,000

จิปาถะ 10,000 รวม 59,000

ชีวิตดีมากๆแล้วนะ ทำไมไม่พอ(วะ)

ส่วนมากน่าจะไม่พอเพราะค่าใช้จ่ายระหว่างทางมากกว่า อย่างที่โค๊ชบอกไว้ คนกลุ่มนี้ปัญหามาจากการบริโภค ไม่ใช่รายได้

#Siamstr

คนกลุ่มนี้เหมือนเขาต้องการรวยทางภาพลักษณ์ทางสังคม ตามกระแสที่สังคมของพวกเขามองว่าเป็นคนรวย คือถ้าเป็นแบบนี้เดือนละ แสนก็ไม่พอใช้

อยากแนะนำคลิปของ The Cloud คลิปนี้ให้ทุกคนได้ฟังกันเบนครับ เรื่องการถ่ายทอดธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นของครอบครัวที่ทำซีคอน แสควร์ https://youtu.be/_BRYEYZD36c?si=E2auIrPekhMjGC3p

ถ้ามองเรื่องชั้นของเงิน layer money มันคือทางออกของผู้คนที่นั่นแหละคับ เงินของรัฐบาลเขามันไม่สามารถเก็บมูลค่าได้ พวกเขาก็มองหาเงินชั้นที่สูงกว่า // ถามหน่อยครับ คอมมูนิตี้บิตคอนเนอร์ที่นั่นมีเยอะไหมครับ

ร้านจีนพวกนี้ ที่ไอ้แค่ยอมลงทุนจ้างคนไทย ทำ art work ทำการตลาดหน่อยเถอะ ไม่ใช่ทีคิดแค่จะ ทุ่มตลาดขายถูกกว่าราคาตลาด แล้วที่ไม่โอเคเลยคือ ผู้บริโภคคนไทยชอบอีกนะ ถ่ายลงช่วยโปรโมทจนร้านเขาดัง แห่กันไปกิน //วันก่อนผมหิวน้ำมาก ตอนจะกลับจากดูบอลไทยที่ราชมังคลาฯ แล้วมันดึกไง เลยได้ลองร้านน้ำ mixue คือราคาถูกกว่าร้านน้ำรถเข็ญบ้านๆอรักนะ น้ำมะนาว ยังกะน้ำล้างจาน 🙊

อยู่อ่างทอง ครึ้มๆ ไม่ค่อยมีแดดนะ

Replying to Avatar Tungkukk🇹🇭

ผมว่าการผลักดันของรัฐหรือมุมมองของรัฐ ในยุครัฐชาติไม่ได้เป็นแบบกฏเพื่อปกครองแบบ เผด็จการ มันเป็นกฏที่นำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าหนทาง และ ประชาชนทำลายตัวประชาชนเอง ซึ่งอเจนด้าส่วนใหญ่ มาจากผู้ที่ด้อยกว่า

หากมีเวลาพอศึกษาเรื่องพุทธศาสนาก็จะพบข้อเท็จจริงเรื่องชนชั้นที่มีตามธรรมชาติ

มันคือวัฏจักรทางสังคม

งานเขียนของ Julius Evola ที่ Related กับ Nietzsche คือ เรื่อง Egalitarianism ซึ่งทั้ง Julius Evola และ Nietzsche นั้นปฏิเสธ Free will โดยมองว่า Free will มันสองแง่สองง่าม และ เสรีภาพบางประการไม่ได้นำมาสู่สิ่งที่ดีงาม

สังคมมองว่าความเสมอภาค ทำให้เราใกล้เคียงกัน แต่เราจะใกล้เคียงกันทำไม หากไม่ได้นำมาซึ่งความแตกต่าง

แม้แต่เรื่องของสงครามนั่นแหละ

Egalitarianism ความเสมอภาคนิยม คือ ความตายของเสรีนิยม

นักคิดฝั่งที่บอกว่าการที่มนุษย์เราสละเจตจำนงเสรี (free will) ให้กับมนุษย์อีกคนกลุ่มคนที่แข็งแกร่งกว่าใหเป็นผู้ปกครองของพวกเขา เพราะสังคมในธรรมชาติก่อนการเกิดรัฐ คือสภาวะที่อันตราย ไม่ปลอดภัย มนุษย์ทำร้ายกันเอง เพื่อให้ได้เข้าถึงทรัพยากร

ถ้าเราลองตั้งคำถามกับแนวคิดนี้ว่าจริงหรอว่ามนุษย์ในสภาวะที่ยังไม่มีรัฐ ยังไม่มีผู้ปกครองในระดับที่สามารถควบคุมสังคมเรื่องความอันตรายได้ ว่าจริงหรอ? หรือด้วยเหตุผลอื่น หรือมีหลายปัจจัย

หนึ่งในเหตุผลที่น่าสนใจคือ มนุษย์ที่แข็งแกร่งกว่า ที่พยายามหาความชอบธรรมขึ้นมาเป็นผู้ปกครองในสังคมมนุษย์ ก็เพื่อต้องการควบการเข้าถึงทรัพยากรในพื้นที่ เพื่อให้ตัวเขาเองได้ประโยชน์ จากธรรมชาติของมนุษย์ทุกคนที่คิดถึงประโยชน์ส่วนตน (self interest) เป็นอันดับแรก และวิธีที่เขาจะขึ้นมามีอำนาจเป็นผู้ปกครอง เพื่อที่จะควบคุมทรัพยากร ก็พยายามคิดหาเหตุผล ข้ออ้าง ให้ขึ้นเป็นผู้ปกครองในสังคม อย่างมีความชอบธรรม

หรือจะมองอีกมุม การที่มนุษย์คนนั้น สร้างความชอบธรรม อาจจะไม่ได้หาเหตุผล ข้ออ้างอะไร แต่เขาอาจสร้างความเชื่อใจ ความเชื่อถือ (proof of work ) ที่มากและนานพอ จนได้รับความชอบธรรม ในชุมชน สังคมของเขา

ทั้งหมดนี้มันคือฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ในอดีตของสังคมมนุษย์ ที่ทั้งนักคิดในอดีต ปัจจุบัน และภายภาค คิด กำลังคิด เพื่อที่จะเรียนรู้ อดีตความเป็นมาของอารยธรรมของตนเอง

#SiamSTR

nostr:note1vdfwfdcq6jfygccmglfx3l8knw7y88snkdnew85e5guhsypwxycqkkkg6z

อ่านหนังสือเป็นสำหรับผมมันยังไงก็รู้สึกมีสมาธิกับสิ่งที่อ่านได้มากกว่าอ่านใน แท็บเล็ต มือถือ หรือ kindle