จากกรณีเรื่องรถบัส ผมขอใช้พื้นที่ตรงนี้แสดงความเสียใจต่อเรื่องที่เกิดขึ้นต่อผู้ปกครองและญาติผู้เสียชีวิต อย่างไรก็ดีมีสิ่งที่ผมคิดได้ระหว่างเห็นข่าวนี้โดยไม่ได้ตั้งใจ

1.สมัยผมอยู่อนุบาลจำได้ว่าไกลสุดที่เคยเดินทางออกนอกโรงเรียนก็คือชั่วโมงว่ายน้ำ ซึ่งต้องอาศัยสระว่ายน้ำในหมู่บ้านซึ่งอยู่ในซอยเดียวกัน ไม่ไกลกันมาก ส่วนในข่าวเข้าใจว่าเดินทางกันข้ามจังหวัดเพื่อมาทัศนศึกษา

2.ผมในทุกวันนี้แทบจะไม่เหลือสัญญาหรือความจำได้หมายรู้ สมัยอนุบาลแล้ว ดังนั้นจึงไม่เข้าใจว่ามีเหตุอันใดที่ต้องนำเด็กๆเดินทางมาไกลขนาดนี้เพื่อมาทัศนศึกษา ตัวคนอนุมัติโครงการเขาได้คิดประเด็นนี้มั้ย

3.จำนวนเด็กในรถถือว่าสูงมาก สมัยผมเรียนอนุบาล ครู 1 คน ดูแลเด็กประมาณ 20-25 คน และการเดินทางไปสระว่ายน้ำใช้รถตู้ ดังนั้นคนดูแลจะมากกว่าปกติ

4.ในมุม ผปค. ทำใจลำบากหากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แต่จะเอาลูกออกมาจากระบบ ให้การศึกษาเอง หลายคนก็ทำไม่ได้ เพราะยังต้องทำงาน เลี้ยงครอบครัว

5.การมีลูกหลายๆคนคือการกระจายความเสี่ยงที่ดี แต่ครั้นจะมีหลายๆคนก็กลับไปที่ข้อ 4 คือเลี้ยงไม่ไหว เพราะแค่คนเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว

และนี่คือปัญหา Fiat ที่มันฝังรากลึกมาจนทุกอย่างพังไปหมด ถ้าเงินยังดีอยู่ จำนวนเด็กเกิดเยอะ โรงเรียนมีการแข่งขันกันเสรี ทุกโรงเรียนต้อง Offer the best ให้ลูกคุณเสมอ แน่นอนว่ารถบัสติดแก๊สคงไม่เกิดในยุคที่เงินไม่เสื่อมค่า เพราะหากเลือกได้คงไม่มีใครอยากนั่งอยู่กับถังแก๊สตลอดเวลา

ความสูญเสียนี้นอกจากคนในครอบครัวแล้ว คนในชาติก็สูญเสียว่าที่กำลังสำคัญในอนาคตไปอีกหลายชีวิต

ระบบนี้จะอยู่กับเราไปอีกนานแค่ไหน RIP

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

GM ครับ ผมว่าระบบนี้ก็จะอยู่กับเราตลอดครับ ลองมองย้อนดูครับ เทคโนโลยี และโลกเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จนถึงปัจจุบัน แต่มีสิ่งหนึ่งไม่เคยเปลี่ยนคือ “มนุษย์” ผ่านมาหลายพันปี มนุษย์ก็ยัง มีความอิจฉา ริษยา โลภ โกรธ หลง สร้างพรรคพวก แบ่งพวก ไม่มีเปลี่ยนแปลง!!.

…ถ้าต้องการจะเปลี่ยนมนุษย์มันก็ต้องเริ่มที่รอบตัวเราครับเอาที่เราทำได้ ซึ่งผมว่าในทุ่งม่วงเราก็กำลังเดินแนวทางนี้อยู่ครับ🙂

ยีน

GM ครับ