#siamstr เรื่องนี้คิดได้ตอนกำลังกินข้าวกล่องที่ 3

ข้อคิดนี้เป็นประเด็นรองแต่สำคัญโคตร ๆ

ผมขอถามพวกคุณทุกคน

" คุณมีความฝันอันยิ่งใหญ่ คุณใช้เวลานับ 10 ปีเพื่อให้ได้มันมา เหลืออีกไม่กี่ก้าว คุณก็จะทำมันสำเร็จ " คุณพยักหน้าครับ ว่ามาต่อซิไอ่ยอด

--

" ทันใดนั้นคุณมีความรัก คุณรู้ดีว่าความรักก็เป็น 1 ในความฝันที่คุณต้องการมาตลอด ใครหลายคนบนโลกที่ยังโสดอยู่ต้องการแค่คู่ชีวิต ตอนนี้คุณมีคู่ชีวิตตรงหน้าแล้ว ความรักนั้นมีพลานุภาพมาก แค่เห็นเวลาเธอยิ้ม ฉันไม่ต้องการใครอีก ( Polycat ) ไม่ต้องการใครคนอื่นไม่พอ มันดันรวมถึงความต้องการในการพิชิตความฝันของคุณด้วย ต่อหน้าความรัก ความทะเยอทะยานต่อความฝันก็จางลง ไม่ใช่ว่าใจคุณไม่แน่วแน่ แต่บางทีความรักมันทำให้คุณอ่อนข้อต่อเป้าหมายได้ อธิบายไม่ได้หรอกว่าทำไม แต่อธิบายได้ว่าเพราะ ----รัก--- "

--

" ติด H**** สินะ "

" เออ มึงเข้าใจถูก "

เป็นเรื่องดี ในที่สุดคู่ชีวิตคุณก็โผล่หน้ามา

แต่เป้าหมายในชีวิตที่คุณตั้งไว้ คุณยังไม่ได้ไปรับเลย

จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ คุณควรตั้งคำถาม

คู่ชีวิตของคุณ เป็นคู่ชีวิตจริง ๆ มั้ย ?

--

จากหนังสือ The Alchemist ล่าขุมทรัพย์ สุดขอบฟ้า Paulo Coelho

มีสปอย แต่พวกคุณคงไม่คิดไปหานั่งอ่าน

เพราะงั้นอ่านโพสต์ของผมต่อเถอะ ---

--

คือไอ่เด็กหนุ่มแม่งออกตามหาขุมทรัพย์มาหลายปี

จนไปถึงโอเอซิสระหว่างทาง

มันไปเจอสาวชื่อ ***ฟาติมา***

ความรักมันมากมันทะล้น

มันแทบจะล้มเลิกเป้าหมายในการตามล่าขุมทรัพย์

แต่สุดท้าย เด็กหนุ่มเลือกตามหาขุมทรัพย์ต่อครับ

" เอ้า อะไรทำให้เด็กหนุ่มเลือกเช่นนั้น ?

เขาอาจจะไม่ได้เจอสาวงามดังฟาติมาอีกแล้วก็ได้ ?

ตอนเขาหาขุมทรัพย์เจอ ฟาติมาอาจไม่อยู่รอเขาแล้วก็ได้ ? "

คุณถามผม

ผมว่าคนเราเรียนวิทย์-คณิตมากไป

จนทุกวันนี้คนแม่งบ้า

ใช้เหตุผลกับทุกเรื่องเป็นสิ่งที่ดี

แต่คุณจะใช้มันหาเหตุผลกับเรื่องความรักไม่ได้ !

คุณคิดหรือว่าในความสัมพันธ์ที่คาราคาซัง

เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เต็มไปด้วยการแข่งขันเพื่อให้ได้ใจเขามา

เต็มไปด้วยความพยายามว่าไม่อยากให้รักที่เขามีให้หายไปไหน

---> มันจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดี ?

ถ้าในความสัมพันธ์ปัจจุบันทำให้คุณมีคำถามในใจ

และต้องเป็นฝ่ายที่พยายาม

โง่หนำซ้ำคุณยังฝืนอยู่ต่อ

ก็คงถือได้ว่ามึงแม่งโคตร Mental retardation ชิบหายเลย

--

ความรักที่แท้จริงมัน Quietly Simple มันจะ Healthy มาก /

Simple แบบที่ฟาติมะพูดประโยคหนึ่งกับชายหนุ่ม

ประโยคเดียวที่ทำให้ชายหนุ่มตัดสินใจเลือกขุมทรัพย์ก่อน

มันเป็นคำที่ง้ายง๊าย ---

--

ฟาติมะบอกว่า ฉันเป็นผู้หญิงแห่งทะเลทราย แม่ของฉันก็เป็นเจ้าหญิงแห่งทะเลทรายเช่นกัน ทะเลทรายนั้นกว้าง มีอันตรายมากมายที่ไม่รู้จัก แต่พ่อของฉันมักออกเดินทางจากโอเอซิสนี้บ่อย ๆ แต่พ่อก็กลับมาหาแม่เสมอ

แม่รอพ่ออย่างไร ฉันก็จะรอคุณอยู่แบบนั้น ไปเถอะค่ะ

ออกไปตามหาความฝันเถอะค่ะ

--

ความสัมพันธ์ที่ดีจะไม่ทำให้เป้าหมายในชีวิตคุณลาดชันกว่าเดิม

เมื่อเรารักใครจริง ๆ เราจะส่งเสริมให้ทั้งเราและเขา

รับผิดชอบต่อเป้าหมายตัวเอง

--

เห้ยไอ้ยอด ชีวิตจริงมันไม่ง่ายแบบนั้น

ใจคนเราเปลี่ยนไปได้ทุกวัน

มึงเพ้อเจ้อ

ยกนิยายเอามาโพสต์โยงชีวิตจริงทำไม ?

ถ้าคุณมองแบบนั้น เพราะตั้งแต่เกิดมา

ตัวคุณเองไม่เคยได้รับความรักที่ดีมาก่อน

ก็ไม่แปลกที่คุณจะไม่เชื่อว่าความรักดี ๆ นั้นมีจริง

ขอบคุณครับ

ขอให้คุณเจอฟาติมะของคุณนะครับ ;)

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ประทับใจมากค่ะ ติดตรงเดียว เจ้าหญิงฟาติมะฮ์.. มันพ่วงกับมีมฟาติมะฮ์ในหัวจนตั้งสติอ่านแทบไม่ไหว ชีวิตแบบใดห์ คือชีวิตที่ถูกต้องของสตรี - องค์หญิงฟาติมะฮ์กล่าวถามไปยังหญิงสาวที่เต้นยั่วยวนชาย

ไม่เกี่ยว.. แต่อดไม่ได้จริงๆ555 ชีวิตคนมันก็เป็นเพียงอนิจจัง มีพบ มีศึกษา มีรัก มีหลง มีเลิกรา สูญหาย ทุกจังหวะชีวิตผู้คนที่เปลี่ยนไปไม่อาจรู้ล่วงหน้า รักแท้แน่นอนในวันนี้ อาจจะเป็นเรื่องเล่าฮาๆของปีหน้า

คนที่เดินสวนไปมาอาจจะกลายเป็นสามีภรรยาแสนรักกันในวันหนึ่ง แต่มันค่อนข้างน่าประทับใจหากคนสองคนจะสามารถคลั่งรักกันไปได้สุดทาง ไม่ใช่แค่ปีนี้หรือปีหน้า แม้ในความจริงระบบชีวิตคู่อาจต้องการเพียง การเข้าใจและยอมรับในตัวตน ในความไม่เพอเฟกของอีกฝ่าย ก็เท่านั้นเอง

แต่ถ้ามองอีกมุมไม่มีตัง ไม่มีโอเอซิสอะไรก็ยากแหละ ร้านค้ายังไม่รับรักแลกหมูกะทะเลย ไม่มีความรักแต่มีบิทคอยน์ ก็ยังมีข้าวกิน มีชีวิตต่อไปได้ มีแค่แพชชั่นมันไปไหวแต่ฝืน ธรรมชาติของคำว่า คน ปัจจัยสี่มันมีพลังมากจริงๆ

รักแท้ก็เหมือนผี รู้สึกได้ว่ามี แต่ไม่สามารถจับต้องได้ รักอย่างมีคุณภาพคือ รักอย่างมีสติ อย่าให้อคติใดๆมันหลอกธรรมชาติของมนุษย์เอาได้