
“รักเราไม่เท่ากัน”
.
นี่คือชื่อเพลงของวงดนตรี Mild ที่มียอดวิวในยูทูปไม่ต่ำกว่า 30 ล้าน
.
ความนิยมของเพลงนี้สะท้อนให้เห็นว่า เราต่างรับรู้โดยทั่วกันว่า ไม่ว่าคู่รักจะรักกันขนาดไหน มันจะมีฝ่ายหนึ่งที่ “ต้องการ” อีกฝ่ายมากกว่าที่อีกฝ่าย “ต้องการ” ฝ่ายๆนั้นเสมอ
.
ความ “ไม่เท่ากัน” ที่มีอยู่ในความสัมพันธ์นี้…มันเป็นปัญหาสำหรับคู่รักหรือเปล่า?
.
ผลการศึกษาที่มีอยู่พบว่า…นี่อาจเป็นปัญหาได้เหมือนกันครับ
.
เพราะฝ่ายที่ “เหนือกว่า” ในความสัมพันธ์มีแนวโน้มที่จะมองว่าตัวเอง “คู่ควร” กับแฟนที่ดีกว่าปัจจุบัน
.
ส่งผลให้ฝ่ายที่ “เหนือกว่า” มีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรม “นอกใจ” เกิดขึ้นในเวลาต่อมานั่นเอง
.
และเนื่องจากคู่รักส่วนใหญ่ล้วนอยู่ในสถานการณ์ที่ “รักเราไม่เท่ากัน” นั่นหมายความว่าคู่รักส่วนใหญ่จะต้องจบด้วยการ “นอกใจ” หรือเปล่า?
.
ไม่เสมอไปครับ
.
เพราะต่อให้คู่รักจะอยู่ในสถานการณ์ที่ “รักเราไม่เท่ากัน” แต่หากฝ่ายที่ “เหนือกว่า” ลงทุนกับความสัมพันธ์นี้ในปริมาณมาก (ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในด้านเวลา เงินทอง หรือด้านอื่นก็ตาม) การลงทุนดังกล่าวจะทำให้ฝ่ายที่ “เหนือกว่า” รู้สึก commit กับความสัมพันธ์นี้มากขึ้น
.
ส่งผลให้ฝ่ายที่ “เหนือกว่า” มีโอกาสที่จะ “นอกใจ” ลดลงได้ครับ
.
อ้างอิง
https://doi.org/10.1007/s10508-024-02997-0
https://psycnet.apa.org/doi/10.1016/0022-1031(80)90007-4
#จิตวิทยา #siamstr