Replying to Avatar Jakk Goodday

ให้ภาพเล่าเรื่อง..

ผมเป็นคนแบบเดียวกับพี่ คือ "บ้าเล่นกีฬา"

ร่างกายผมไม่ได้กำยำล่ำสันเหมือนลูกชาวนาทั่วไปแถวๆ บ้าน ผมอ่อนแอป่วยเข้า-ออก รพ. เป็นว่าเล่นในวัยเด็ก (ทุกวันก็ยังต้องไป รพ. ทุกวัน และน่าจะยังต้องไปทุกวันจนกว่าจะเกษียณ..)

เพราะแบบนี้ที่บ้านเลย "ห้าม" ไม่ให้ผมเล่นกีฬา เพราะกลัวว่าจะเป็นอะไรไป เนื่องจากผมไม่แข็งแรง.. แต่ใจกับร่างกายบางครั้งมันก็ไม่สัมพันธ์กัน จริงไหม?

ผมต้องรอจนอายุ 13 ปี

ผมถูกส่งไปเรียน รร. ประจำจังหวัดตามประสาเนิร์ดทั่วไป เด็กที่ไม่เคยช่วยเหลือตัวเอง ต้องไปอยู่ไกลจากบ้านหลายสิบ กม..

ชีวิตของผมเริ่มที่ตรงนั้น การได้ลองผิดแบบไม่มีใครมาคอยกำกับ ผมได้ลิ้มรสการปกครองตัวเองนับจากนั้น..

ที่นั่นคือ จุดแรกๆ ที่ผมได้เริ่มเล่นกีฬา ด้วยความเนิร์ดและไม่เคยจริงจังกับด้านนี้มาก่อน พี่ก็คงพอนึกภาพออก ว่าผมก็คงวิ่งเท้าเปล่าไล่ตามลูกบอลปุเลงปุเลง แต่คงไม่โดนบอล 555

ผมเริ่มได้เล่นถี่ขึ้น โดยเฉพาะบอลยาง.. ผมรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ทำไมเพื่อนเราเตะเก่งแต่เราแม่งไม่ได้เรื่องอะไรเลย.. นั่นทำให้ผมพยายามมากขึ้นกับการฝึกฝน จากไก่อ่อน ไต่เต้าไปเป็นตัวตึง

สิ่งที่ได้มาโดยไม่รู้ตัวคือ "สุขภาพ" ที่ค่อยๆ ดีวันดีขึ้น ผมเรียกมันว่าความแข็งแรงก็แล้วกัน มันคงไม่ใช่ Healthy แบบที่พี่กำลังจะสื่อถึง

ผมยังคิดต่อไปอีกว่า.. ถ้าเราอยากเก่งเราต้องทำให้ได้อย่างคนเก่งๆ ตั้งแต่นั้นมาผมก็เริ่มติดตามดูบอลต่างประเทศมาจนทุกวันนี้

ความทรงจำแรกคือ ฉากที่ Cantona ประกาศแขวนสตั๊ดอย่างงงๆ นั่นแหละ

ผมเสพทุกอย่างที่เป็นฟุตบอล หนังสือพิมพ์สตาร์ซอคเก้อร์ รายวัน รายสัปดาห์ เกม Goalstrom, Winning Eleven, FiFa ไปจนถึง Championship Manager ภาคที่ จอห์น บาร์นส์, เอียน รัช ยังไม่แขวนสตั๊ด (ยุคแรกๆ ละกัน)

เราก็ครูพักลักจำจากพวกนักเตะดังๆ นี่แหละ เอาไปฝึกในสนามซ้อม เตะข้างถนน เตะเดิมพัน บอลยาง บอลใหญ่ ฯลฯ จนกระทั่งติดทีมกีฬาสี

ถ้าดูจากลักษณะทางกายภาพแล้ว ก็คงพอเดาได้ว่าผมน่าจะเล่นเป็นปีก ไม่ก็กองหน้าสายวิ่งเสียเป็นส่วนใหญ่ เราเล่นเกม เราวิเคราะห์ เราเข้าใจแทคติก ผมก็เลยใช้สมองกับความเร็วเป็นหลัก (ผมซ้อมหนักมากให้ตัวเองกลายเป็นจรวดทางเรียบ)

ผมโดนย้าย รร. เพราะติดเกมส์หนักไปหน่อย เรียกว่าอนาคตสายการเรียนก็ต้องเดินถอยหลัง แต่นั่นไม่ได้ทำให้เส้นทางสายกีฬาต้องดับตามไปด้วยแต่อย่างใด กลับกัน มันรุ่งกว่าเดิม

การต้องกลับไปชนบท ยิ่งทำให้ผมได้เล่นกีฬามากขึ้นไปอีก ได้เจอกับพวกโหดๆ กูเตะคนไว้ก่อน ยิ่งทำให้เราได้เสริมกระดูกและหัวจิตหัวใจตัวเองมากตามไปด้วย ในช่วง ม. ปลาย ผมเลยหนักไปทาง เตะบอลเดิมพัน ตามหมู่บ้านต่างๆ

เราเลยได้เริ่มกินเที่ยว เตะเสร็จ ดื่ม เมา จีบสาว แว้น ว่อน บลา บลา บลา

ผมกลายเป็นกัปตันทีมไปซะอย่างงั้น คงเพราะความเอาจริงเอาจัง ชอบวางแผน ชอบจัดการ และอยู่แถวหน้าเวลาตะลุมบอลเสมอ ผมไม่เคยกลัวใครในสนามเลยจริงๆ (เพราะรู้ว่าเพื่อนต้องมาช่วยกรูแน่ 55)

ที่มหาลัย ผมก็ยังได้เล่นบอลให้คณะ แต่เราไม่เก่งขนาดไปสู้กับ ธีรศิลป์ แดงดา ที่ซ้อมๆ กันกับเรา หรือตัวมหาลัยหรอกนะ ถึงกระนั้นก็ยังเป็นกัปตันหัวทองอยู่ (ผมย้อมสีทองทั้งหัว เพราะชอบ X-Japan)

ฟุตบอล กับ Jakk แทบจะเป็นเรื่องเดียวกัน ถ้านึกถึงผมในตอนนั้น คนจะคิดว่ามันต้องคุยเรื่องบอลอีกแน่ๆ

แต่แล้วการเริ่มเข้าสู่วงโคจร "หนู" เริ่มได้ทำงาน ก็กระชากผมให้ห่างหายไปจากสนามมากเลยทีเดียว การออกกำลังกายของผมลดลงไป -80% ได้ (ที่ยังได้เล่นก้อคือไปเช่าสนามเล่นกันขำๆ กับเพื่อน เพื่อจะหาเรื่องก๊งกันต่อเท่านั้น)

ที่ทำงานสุดท้าย ผมยังได้เล่นเป็นตัวเขตอยู่ในกีฬาสาธารณสุข (ในภาพคือสิบกว่าปีก่อน นานมากแล้ว) นั่นคือยุคท้ายๆ ที่ผมยังได้ออกกำลังกายจริงๆ จังๆ

ตอนนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่เตะบอลคือเมื่อไหร่

เราไม่ได้แข็งแรงชนิดว่าเมาแฮ้งค์ก็ยังแรงเป็นม้าเหมือนอย่างตอนนั้นอีกแล้ว..

## บาสเก็ตบอล

ผมได้ดูบาสในช่วงแรกยุค Koby-Shaq ผ่านการถ่ายทอดสดช่อง ITV เก่า ผมหลงรักมันทันที แต่แถวบ้านไม่มีใครเล่นเป็นพอจะสอนเราได้

ผมก็เริ่มติดตามวงการบาสมานับแต่นั้น.. ซื้อหนังสือบาส หาเทปดู ไปเล่นกับแป้นคนเดียว (สาวๆ กรี๊ดด้วย ให้ตายเถอะ ทำไมไม่กรี๊ดนักบอล) ในตอนนั้นผมเข้าใจว่ากีฬาบาสนี่มันกีฬาเก๊กหล่อชัดๆ 555

กีฬาบาสนี่ ผมได้เล่นจริงจังจนลงสนามเป็นตัวที่ทีมขาดไม่ได้ก็ตอนทำงานที่สุดท้ายนี่แหละ (ก่อนมีเมีย ก็ตามในภาพ) ที่บ้ากว่าคือเล่น NBA2K 555

ผมเล่นตำแหน่ง SF วงนอกสายพลิ้ว Drive เข้าไปใต้แป้น ก็ตามไอดอลในยุคหัดดูอย่าง Allen Iverson, Koby Bryant เทือกนี้ (เอาเข้าจริงผมยิงสามแต้มแม่นกว่านะ)

จากที่เคยคิดว่ากีฬานี้มันแค่เก๊กหล่อๆ ให้สาวกรี๊ด พอได้เล่น ได้เข้าใจมันจริงๆ แล้ว โอ้.. มันไม่ง่ายเลยแฮะ น่าจะเป็นกีฬาที่ต้องใช้ IQ เบอร์ต้นๆ เลยก็ว่าได้ นอกจากร่างกายอะนะ

มันเลยทำให้เราต้องแบกสังขารเล่น 2 ประเภทเวลามีจุดแข่งกีฬา เหนื่อยมาก ไม่เห็นได้เงินเพิ่มเลย 555

ขอตัดจบตรงนี้ก่อนละกัน

---------------

เล่าเรื่อง แชร์ประสบการณ์ตัวเองมาซะยาว มันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับที่พี่เขียนสักเท่าไหร่ ผมแค่อยากจะบอกว่า

ดูพวกเราสิ..

ทำไมคนที่รักกีฬาอย่างพวกเรา ถึงได้ต้องถอยห่างจากมันอย่างจำใจกันด้วยนะ?

แทนที่เราจะได้ออกกำลังกาย แต่ทำไมเราต้องเอาเวลาไปดิ้นรนกับเรื่องอื่นแทนล่ะ?

สุขภาพกายเราเสียไปพร้อมกับสุขจิต นับตั้งแต่เราพาตัวเองเข้าสู่ระบบเฟียตอย่างเต็มตัว..

นั่นไง.. เอาอีกละ..

พวกบิตคอนเนอร์นี่คุยเรื่องอะไรก็วกเข้าเรื่องเงินทุกทีเลยว่ะ

### จริงๆ เราไม่ควรต้องมาเล่าอะไรแบบนี้กันใน Nostr หรอก พี่กับผมมันต้องวงเหล้าที่ไหนสักที่มากกว่านะ..

อ่านสนุกมาก ขอบคุณพี่ทั้งสองที่แชร์ประสบการณ์ครับ

อ่านแล้วอยากแชร์บ้างแต่ยังไม่สะดวกเลยขอแปะไว้ก่อนครับ

nostr:nevent1qqs06ncmyrhcrd9tvpzf37ah6k2q0fk352sgjskk8pfs557wr5dc5cspzamhxue69uhhyetvv9ujuumfv9khxarj9e3k7mgzyrvrpmnm0sc2xe93y39h0xhmknc4vuellwxgwg6ssm3xkz6wv8xkyqcyqqqqqqg3rkg84

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.