สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับพ่อแม่จำนวนมากก็คือ เมื่อลูกของพวกเขาเติบโตขึ้น ลูกก็ได้ค้นพบว่า หลายสิ่งที่พ่อแม่เคยทำหรือพูดกับลูกในอดีตนั้นเป็นสิ่งที่ “ไม่ถูกต้อง”

.

ยกตัวอย่างเช่น การใช้ความรุนแรงกับลูก การลำเอียงกับลูกคนหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด การโกหกลูก เป็นต้น

.

แน่นอนครับว่าปฏิกิริยาของลูกแต่ละคน…ไม่เหมือนกัน

.

ลูกบางคนสามารถมองสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยสายตาที่เข้าใจ (ว่าพ่อแม่ก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่สามารถผิดพลาดได้)

.

แต่สำหรับลูกจำนวนไม่น้อย พวกเขามองสิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวด โกรธ ผิดหวัง ฯลฯ

.

นอกจากนี้ พวกเขายังหยิบสิ่งที่เกิดขึ้นไปพูดคุยกับพ่อแม่ในลักษณะที่เป็นการ “เผชิญหน้า” ด้วยอารมณ์ที่เข้มข้นอีกด้วย!

.

ในสถานการณ์เช่นนี้ พ่อแม่หลายคนจะพยายามแก้ต่างหรืออธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น…เพื่อหวังว่าจะช่วงให้สภาวะอารมณ์ของลูกผ่อนลง

.

อย่างไรก็ตาม การทำเช่นนั้นมักจะให้ผลลัพธ์ที่ไม่ต่างอะไรกับการ “ราดน้ำมันบนกองไฟ”

.

วิธีที่ดีกว่า (ในสายตาผม) คือการรับฟังลูก ทำความเข้าใจความรู้สึกที่อยู่ในใจลูก ณ ขณะนั้น และสื่อสารในลักษณะที่ “เปิดช่อง” ให้ลูกช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูกมากยิ่งขึ้น

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

“แม่ไม่เคยแคร์ผมเลย! แม่สนใจแต่พี่สาวคนเดียวตลอด!” => “แม่เสียใจที่ทำให้ลูกรู้สึกว่าลูกไม่เคยอยู่ในสายตาแม่เลย อะไรคือสิ่งที่แม่ยังทำทุกวันนี้ที่ทำให้ลูกยังรู้สึกแบบนี้หรือ?”

.

“ถ้าพ่อ support หนูมากกว่านี้ ชีวิตหนูก็คงไม่ตกอับถึงขนาดนี้หรอก!” => “พ่อเข้าใจว่าชีวิตลูกในตอนนี้มันไม่ได้เป็นอย่างที่ลูกหวังเอาไว้ มีอะไรที่พ่อสามารถทำได้เพื่อที่จะช่วย support ให้ลูกมีชีวิตที่ลูกต้องการมากขึ้นไหม?”

.

เป็นต้น

.

หากพ่อแม่รับมือกับลูกแบบตัวอย่างในข้างต้น ลูกมีโอกาสที่จะใจเย็นลง (เมื่อเทียบกับกรณีที่พ่อแม่พยายามแก้ต่างหรืออธิบาย) นอกจากนี้ การรับมือแบบข้างต้นยังจะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูกมากขึ้น (ซึ่งจะนำมาสู่การที่พ่อแม่ “เกาถูกจุด” กับลูกได้มากขึ้นในอนาคต) อีกด้วย

.

ทั้งหมดที่ผมเขียนมานี้ ผมไม่ได้มีเจตนาที่จะสื่อว่า ความทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของลูกนั้น เป็นความผิดของพ่อแม่แบบ 100% นะครับ

.

ใช่ครับ พ่อแม่มีส่วนที่พ่อแม่อาจต้องรับผิดชอบ แต่ตัวลูกเองก็มีส่วนที่ต้องรับผิดชอบด้วยเช่นกัน

.

แนวทางการรับมือที่ผมนำเสนอในวันนี้สามารถช่วยให้พ่อแม่เริ่มต้น “ก้าวแรก” ในการรับผิดชอบในส่วนของพ่อแม่ได้

.

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า พ่อแม่จะต้อง “ไปต่อ” เรื่อยๆๆๆๆๆจนกระทั่งพ่อแม่กลายเป็นฝ่ายที่รับผิดชอบชีวิตลูกแบบ 100% นะครับ

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.