GM #siamstr หนังสือ Principles: Life and Work ของ Ray Dalio เล่มนี้ตอบคำถามที่ผมสงสัยมานานว่า การบริหารคนที่เยอะๆ ยิ่งมีหลายสาขา บริษัทใหญ่ๆเค้าทำกันอย่างไร😁ใครเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีคนเยอะๆ ให้บริหาร ต้องหาอ่านเลย เนื้อหาเยอะหน่อย แต่มีประโยชน์กับตัวเรามากๆ ขอสรุปเนื้อหา ดังนี้
🔸Part 1: Where I’m Coming From (ชีวิตและบทเรียนของ Ray Dalio)
เป็นเรื่องราวชีวประวัติของ Ray Dalio ตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน จนก่อตั้ง Bridgewater Associates เขาเรียนรู้จากความล้มเหลวครั้งใหญ่ในปี 1982 ซึ่งเปลี่ยนแนวคิดเขาอย่างสิ้นเชิง เขาตระหนักถึงคุณค่าของความถ่อมตน การฟังผู้อื่น และการเรียนรู้ตลอดชีวิต
🔸Part 2: Life Principles(หลักการชีวิต)
1.โอบกอดและรับมือกับความจริง (Embrace Reality and Deal With It): เผชิญความจริงด้วยความกล้า—แม้จะเจ็บปวด—เพราะการเข้าใจสถานการณ์อย่างแท้จริงคือจุดเริ่มต้นของการเติบโตที่มั่นคง การยอมรับข้อบกพร่องและความจริงของตัวเองให้ได้ จะช่วยให้ตัดสินใจได้เฉียบขาดและมีประสิทธิภาพ
2.ใช้วิธีการ 5 ขั้นตอน เพื่อให้ได้ทุกสิ่งที่คุณต้องการในชีวิต (Use the 5‑Step Process): ตั้งเป้าหมาย → ระบุปัญหา → วิเคราะห์สาเหตุแท้จริง → ออกแบบแผนแก้ไข → ลงมือทำจริงและตรวจสอบผล เป็นวงจรของการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ส่งให้เป้าหมายไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นสิ่งที่คุณสามารถบรรลุได้จริง
3. การเป็นคนที่เปิดใจอย่างแท้จริง (Be Radically Open‑Minded): เปิดรับมุมมองที่ต่างจากตัวเองโดยไม่ยึดอัตตา เข้าใจว่าคุณอาจไม่ถูกเสมอไป ฝึกคิดเชิงวิพากษ์และใช้การถกเถียงอย่างมีเหตุผล เพื่อขจัดจุดบอดในความคิดและค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่
4. เข้าใจว่าคนแต่ละคนมีการเชื่อมโยงของสมองที่แตกต่างกัน (Understand People Are Wired Differently): ทุกคนมีจุดแข็ง จุดอ่อน และวิธีคิดต่างกัน การตระหนักในเรื่องนี้ช่วยให้คุณเลือกบทบาทที่เหมาะสมกับตัวเอง และจัดวางทีมอย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่พยายามบังคับให้ทุกคนคิดหรือทำเหมือนกัน
5. เรียนรู้วิธีการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ (Learn to Make Decisions Effectively): ขั้นตัดสินใจต้องประกอบด้วยข้อมูลและข้อเท็จจริง ใช้ความรู้ทางเหตุผล ลดอคติ และสำรวจผลลัพธ์ระยะยาว “Decision‑making” จึงต้องทำอย่างเป็นระบบ ใช้อารมณ์ให้น้อยลงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำและคล่องตัว
🔸Part 3: Work Principles (หลักการทำงาน)
1. เชื่อในความจริงและความโปร่งใสอย่างแท้จริง (Radical Truth & Radical Transparency): เปิดเผยความจริงอย่างตรงไปตรงมาและเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงข้อมูล การให้ feedback แบบตรงและไม่มีการกลั่นกรองส่งเสริมการสร้างไอเดียที่ดีที่สุดในองค์กรและลดอคติในการบริหาร
2. ปลูกฝังการทำงานและความสัมพันธ์ที่มีความหมาย (Meaningful Work & Meaningful Relationships): สร้างวัฒนธรรมที่คนมีบทบาทชัดเจนในงานที่สำคัญ และมีความสัมพันธ์บนพื้นฐานความไว้วางใจและเป้าหมายร่วมกัน ทำให้ทั้งความสำเร็จและชีวิตการทำงานมีความหมายจริง
3.สร้างวัฒนธรรมที่ยอมรับการทำผิดพลาดแต่ต้องเรียนรู้จากมัน (Accept Mistakes & Learn from Them): ส่งเสริมให้พนักงานกล้ายอมรับความผิดพลาด วิเคราะห์ต้นตอ และปรับปรุง ไม่ใช่ปิดบังหรือตำหนิ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง
4. ค้นหาแล้วคงอยู่ในความสอดประสาน (Get and Stay in Sync): ให้ทุกคนในทีมมีความเข้าใจเป้าหมายเดียวกัน ใช้เครื่องมือสื่อสาร/ระบบข้อมูลร่วมเพื่อให้ทุกคนเคลื่อนตัวไปทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
5. การตัดสินใจจากการให้น้ำหนักตามความน่าเชื่อถือ (Believability-Weighted Decision Making): ให้ความคิดเห็นของคนที่มีผลงานเชิงประจักษ์มากกว่าเป็นหลัก ไม่ใช่ตำแหน่งหรือเสียงดังที่สุด ช่วยเพิ่มความแม่นยำ ลด bias และเพิ่มความยุติธรรมในการตัดสินใจองค์กร
6.รู้วิธีไปให้ไกลกว่าความไม่เห็นด้วย (Navigate Disagreements Effectively): ใช้การอภิปรายที่เน้นตรรกะ ไม่ใช่ชัยชนะ รับฟังอย่างสร้างสรรค์ และประนีประนอมตามหลักฐาน เพื่อค้นหาทางออกดีที่สุดร่วมกัน ไม่ใช่แย่งชิงความถูกต้อง
7. จำไว้ว่า “คนสำคัญกว่าอุปกรณ์อะไร” (Who Is More Important Than What): การเลือกคนที่เหมาะสมเข้าทีมส่งผลต่อผลลัพธ์มากกว่าระบบหรือกระบวนการ ใช้เวลาในการหาและรักษาคนที่ตรงกับวัฒนธรรมและเป้าหมายองค์กร
8. จ้างคนให้ถูก เพราะผลลัพธ์ในการจ้างคนผิดมันช่างมหาศาล: การคัดคนควรเข้มงวดตามค่านิยมและความสามารถจริง เพราะการจ้างผิดอาจทำลายวัฒนธรรมและสร้างต้นทุนมหาศาลทั้งเวลา พลังงาน และความเชื่อมั่นในทีม
9. ฝึกฝน ทดสอบ ประเมิน และคัดแยกคนอย่างสม่ำเสมอ: ใช้ระบบประเมินประสิทธิภาพเป็นระยะ ทดลองงาน และเลือกวางคนให้เหมาะกับบทบาท ส่งผลให้ทีมพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่องและปรับตัวได้รวดเร็ว
10.ให้คนควบคุมระบบเพื่อบรรลุเป้าหมาย (Employees Manage Systems/Machines): จัดระบบทำงาน เช่น checklist หรือซอฟต์แวร์ ให้คนเป็นผู้ควบคุม ติดตามผล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คาดหวังแบบสม่ำเสมอและแม่นยำ
11. เข้าใจและไม่เพิกเฉยต่อปัญหา (Don’t Ignore Problems): ปัญหาเล็ก ๆ หากไม่จัดการจะบานปลาย ให้มองและจัดการตั้งแต่ต้น รวดเร็วและตรงจุด เพื่อไม่ให้กระทบองค์กรในระยะยาว
12. วิเคราะห์ปัญหาไปสู่ต้นตอของปัญหา (Diagnose Root Causes): อย่าแก้แค่ Symptoms แต่ต้องวิเคราะห์ให้เจอเหตุจริง และออกแบบแก้ไขที่ต้นตอเท่านั้น วิธีนี้ลดโอกาสให้ปัญหาซ้ำได้จริง
13. ออกแบบวิธีการพัฒนาเครื่องจักรเพื่อแก้ไขปัญหา (Design Systems to Fix Problems): สร้างกระบวนการ วิธีและเครื่องมือติดตามผล เพื่อให้เมื่อเกิดปัญหาจะมีระบบรองรับและปรับปรุงได้อย่างต่อเนื่องและเที่ยงตรง
14. ทำสิ่งที่คุณควรทำ (Do What You Should Do): ประยุกต์หลักการชีวิตเข้ากับแรงบันดาลใจ ลงมือทำในสิ่งที่ถูกต้องทันทีก่อนความลังเลหรือความกลัว ไม่นำอารมณ์มากำหนดการตัดสินใจ
15. การใช้เครื่องมือและขั้นตอนการทำงานเพื่อกำหนดวิธีการทำงาน (Use Tools & Protocols): ใช้คู่มือ ระบบ หรือซอฟต์แวร์ในการทำงานประจำ เพื่อไม่ให้การทำงานขึ้นอยู่กับปัจเจกบุคคล ทำให้ผลลัพธ์คงที่ และลดข้อผิดพลาด
16. โอ้พระเจ้า อย่ามองข้ามเรื่องการปกครองเด็ดขาด (Governance Matters): ระบบบริหารภายในองค์กร เช่น การตัดสินใจอย่างมีหลักการ และกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทชัดเจน เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาวัฒนธรรมองค์กรและป้องกันความโลเลของผู้นำ
ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึงตรงนี้ หนังสือเล่มนี้ ถ้าใครอ่านแล้วลองคิดตามดู ไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ คุณต้องลงมือทำ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง สร้างคุณค่ามันขึ้นมาด้วยตัวคุณเอง มันก็ไม่ต่างกับการ ทำ Proof of Work ที่มีคุณค่าเช่นกัน ต้องลองหาอ่านกันดูนะครับ 🙂…ถ้าผมอ่านเล่มไหนเห็นว่าดี มีประโยชน์ ขออนุญาตมาแชร์ให้ชาวทุ่งม่วงอีกนะครับ🙏❤️

