#สิทธิถามค้านตาม ป.วิ.พ.มาตรา 199 วรรคสอง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3040/2552

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า ศาลชั้นต้นให้โอกาสจำเลยถามค้านตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 199 วรรคสอง หรือไม่ และหากไม่ให้โอกาสจำเลยถามค้านแล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องโดยไม่ต้องรอให้คู่ความโต้แย้งก่อนตามมาตรา 27 วรรคแรก หรือไม่ เห็นว่า มาตรา 199 วรรคสอง เป็นบทบัญญัติให้สิทธิแก่จำเลยที่ขาดนัดยื่นคำให้การที่จะถามค้านพยานโจทก์ที่อยู่ในระหว่างสืบพยานได้โดยจำเลยจะใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ ปรากฏว่าในวันนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2544 โจทก์นำพยานเข้าสืบ 1 ปาก ไม่ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาว่าจำเลยซึ่งมาศาลขอใช้สิทธิถามค้าน กระทั่งในวันสืบพยานโจทก์ปากสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2545 จำเลยมาศาล แต่ไม่ใช้สิทธิถามค้านเพราะในบันทึกคำพยานโจทก์ดังกล่าว มีข้อความว่า "ตอบจำเลยถามค้าน (ไม่ถาม)"ทั้งเมื่อศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า หมดพยานโจทก์และนัดฟังคำพิพากษาจำเลยก็ไม่โต้แย้งกลับลงชื่อรับทราบ ถือว่าจำเลยไม่ใช้สิทธิถามค้านแล้ว จึงเอาเหตุที่มิได้ถามค้านดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในภายหลังว่า เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบเพื่อให้ศาลยกเลิกกระบวนพิจารณานั้นไม่ได้ กรณีไม่มีประโยชน์ต้องวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์ภาค 5 ดำเนินกระบวนพิจารณาไม่ชอบตามมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือไม่อีก

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ.

#ข้อสังเกต การที่จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การตาม ป.วิ.พ.มาตรา 197 แม้จำเลยมีสิทธิถามค้านพยานโจทก์ได้ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 199 วรรคสอง การที่จำเลยไม่ใช่สิทธิดังกล่าวก็ไม่ใช่หน้าที่ศาลที่ต้องแจ้งให้จำเลยใช้สิทธิดังกล่าวด้วย

#แกะไปเรื่อย #ฎีกาเก่าก็ออกสอบนะ #ฎีกาเก่าก็ไว้ใช้สู้คดี #คำพิพากษา #การดำเนินกระบวนพิจารณา #เทรนวันนี้ #ถามค้าน #สืบพยาน #ทนายความ #รับว่าความ

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.