10 กว่าปีก่อน #Siamstr

เพื่อน : “ทำไมมึงไม่พูดธรรมดา ๆ ไม่พูดภาษาชาวบ้านให้คนอื่นเขาเข้าใจง่าย ๆ หน่อยวะ ทำไมมึงต้องหลักการเยอะ คนอื่นไม่มีใครเขาคิดเยอะเหมือนมึงหรอกนะ”

อ่า.. เพื่อนเนี่ย เป็นเงาสะท้อนตัวตนของเราในกระจกที่ดีเลยนะว่ามั้ย จากคำพูดในวันนั้นมันทำให้ผมเป็นคนที่คิดลึกยิ่งกว่าตัวผมในวันนั้นซะอีก ต้องขอบคุณมันจริง ๆ ที่ทำให้ผมมีทักษะที่สำคัญอย่างมากในโลกที่ต่อไปปัญญาประดิษฐ์จะกลมกลืนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ต่างจากอินเตอร์เน็ตหรือมือถือ

ในยุคที่ปัญญาประดิษฐ์ทำงานด้วยการมีเบื้องหลังเป็นบิ๊กดาต้า ที่ทุก ๆ คนมีปัญญาประดิษฐ์ไว้ใช้งานเหมือน ๆ กัน จะสามารถเขาถึงข้อมูลได้เหมือน ๆ กัน และแข่งขันกันด้วยข้อมูลที่มีเหมือน ๆ กัน จะเอาตัวรอดกันได้ยังไง? ถ้าหากว่าไม่เคยฝึกตัวเองให้มีความคิดเชิงลึก (อย่างลึกซึ้ง) กันมาก่อนเลย

ถ้าผมตั้งโจทย์ว่าให้เขียนเรียงความโดยแต่งเรื่องจากประโยค ๆ นี้ ”ท้องทะเลกำลังมีพายุโหมกระหน่ำ ใจกลางพายุนั้นมีเรือลำหนึ่ง“ มา 1 หน้า A4

ถ้าเป็นเพื่อนผมมันก็คงจะบอกว่า มึงเป็นบ้าอะไร ฮ่า ๆ ๆ ว่างมากนักหรอ? ถ้าเป็นคุณล่ะ คุณว่าตัวคุณสามารถแต่งเรื่องราวเรียงความให้มีรายละเอียดเชิงลึกที่มีเนื้อหายาวถึง 1 หน้ากระดาษ A4 จากประโยคสั้น ๆ นี้ได้รึเปล่า? กลับกันที่ถ้าเป็นปัญญาประดิษฐ์ มันคงจะไม่อีดออดรีรอและรีบรังสรรค์งานเขียนเรียงความมาให้ผมอย่างเร็วไว มันอาจจะไปลอกงานเขียนของใครมา หรือสวมวิญญานเป็นนักเขียนสักคนหนี่งที่มันมีข้อมูลทั้งรูปแบบของการเขียน การวางโครงเรื่อง หรือแม้แต่ลอกภาษาที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของผู้เขียนคนนั้น ๆ ได้ราวกับว่าโทคีนหรืออังเดร ซาพคอฟสกี้มาเขียนเรียงความเรื่องนี้ให้กับผมด้วยตัวเองเลย

ในยุคหนึ่งเราเข้าเรียนเหมือน ๆ กัน จบจากมหาวิทยาลัยในสาขาความรู้หนึ่งเหมือน ๆ กัน คู่แข่งในตลาดรู้และแข่งขันกับเราในเรื่องที่เราเรียนรู้มาเหมือน ๆ กัน แต่หลังจากนี้แม้แต่เด็กที่จบป.ตรีก็สามารถเข้าถึงข้อมูลได้เทียบเท่ากับคนที่จบป.เอกจากการใช้งานปัญญาประดิษฐ์ เราอาจจะเห็นพ่อแม่ที่ Prompt คำสั่งให้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยสอนลูก ๆ จากฐานข้อมูลที่ขึ้นอยู่กับว่า ใคร จะสามารถใช้งานและเข้าใจถึงคำสั่งที่จะใช้งานปัญญาประดิษฐ์ได้ในเชิงลึกที่มากกว่ากัน “เป็นทักษะในการสื่อสารเชิงลึก” ที่เราจะต้องใช้ในการสนทนากับสิ่งที่เรียกว่าปัญญาประดิษฐ์ กล่าวคือไม่ใช่ว่าปัญญาประดิษฐ์จะวิเศษวิโสในการที่มันจะมอบทุก ๆ สิ่งที่เราต้องการให้กับเรา จากการที่เราแค่ส่ง Prompt คำสั่งอย่างง่ายให้กับมัน ผลลัพธ์ของสิ่งที่ได้จะแตกต่างกันทันทีที่คุณได้ลงดีเทลของรายละเอียดลงในคำสั่งที่คุณต้องการผลลัพธ์

ทักษะทางความคิดเชิงลึก จะมีผลอย่างมากสำหรับมนุษย์ในยุคถัดไป คนที่ไม่ได้พัฒนามันให้ตามทันโลกจะถูกกระแสของเทคโนโลยีกลืนกิน และเป็นได้เพียงแค่แรงงานที่ถูกใช้งานโดยระบบอย่างสมบูรณ์แบบ เหมือน ๆ กับที่วันนี้มือถือได้เอาเวลาจากสายตาของคุณไปเป็น yield ให้กับเจ้าของแพลตฟอร์มนั่นแหละ

ปล.เอาจริง ๆ ในส่วนของผมก็ยังอยู่ในระดับของการใช้ทักษะทางความคิดเชิงลึกเฉพาะในงานอดิเรก ในสิ่งที่ชอบหรือสนใจเท่านั้น ไม่ได้วิเศษวิโสไปกว่าใคร ๆ มันยังคงต้องฝึกต่อไปให้สามารถเอามันมาใช้ได้จริงกับทุก ๆ เรื่องที่จำเป็นและต้องการล่ะนะ แต่อย่างน้อย ๆ มันก็เป็นไอเดียที่ดีที่ได้รู้ว่าจะต้องทำอะไร

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

AI เป็นเครื่องมือที่ช่วยทำงานครับ แต่ไม่เอามา ค.ว.ย. (คิด วิเคราะห์ แยกแยะ)ต่อ เราจะได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องครับ บ.ใหญ่ๆเอามาใช้แล้ว แต่มีตำแหน่ง Data Analytic มาตรวจสอบ และ ค.ว.ย ต่ออีกครับ🙂

สำหรับตัวผู้ใช้งานทั่ว ๆ ไปก็จำเป็นจะต้องมีความรู้เชิงลึงในเรื่องที่กำลังใช้งานมันครับ เข้าใจได้เพราะความเสี่ยงคือข้อมูลไม่ถูกต้องหรือที่เจอบ่อย ๆ เลยคือ ”อาการหลอน“ เพราะงั้นการใช้งานมันจริง ๆ ที่มองแบบเร็ว ๆ ในตอนนี้ที่ทำแล้วเวิร์คคือ Coding ไม่ก็การสั่งงานให้ทำงานที่ต้องทำซ้ำ ๆ แทนคน แต่ในอนาคตก็อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับผมคิดว่างั้น

ในตอนนี้ถ้าคิดจะใช้มันเป็นเหมือน Search Engine ตัวหนึ่ง ผมว่ากลับไป Google ดีกว่าครับ ;)

ปล. เพื่อนผมตอนนี้ GPT ล้วน ๆ จนติดเป็นนิสัยไปแล้ว ตั้งแต่ Convert Code ไปยันหายี่ห้อเครื่องดูดฝุ่น 555

อันนี้ก็สุดๆเลยครับ555

ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่ามันมั่ว แต่พอลองเอาชื่อตัวเองไปใส่ แล้วถามว่าคือใครเลยรู้ว่าบางเรื่องแม่งมั่วจัดๆเลยครับ 555

คุณคือใคร๋! 5555