#ร้องขัดทรัพย์ #ฎีกาเก่าเล่าใหม่
เจ้าพนักงานบังคับคดีปฏิบัติตาม ป.วิ.พ.มาตรา 352 ผู้ร้องที่เป็นเจ้าของทรัพย์นั้นจะร้องขัดทรัพย์ได้มั้ย?
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6547/2538
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่าอาคารพาณิชย์ห้องพิพาทเป็นของจำเลย ขอให้ยกคำร้องขอของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคำร้องขัดทรัพย์คดีนี้หรือไม่เห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยส่งมอบและจดทะเบียนโอนอาคารพาณิชย์ห้องพิพาทให้โจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาโจทก์จึงดำเนินการบังคับคดี โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้ไปจัดการให้โจทก์เข้าครอบครองอาคารพาณิชย์ห้องพิพาทและส่งมอบให้โจทก์เข้าครอบครองแล้ว ซึ่งการส่งมอบดังกล่าวถือได้ว่าการบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ตรี (ป.วิ.พ.มาตรา 352)เพื่อจัดการให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ หาใช่เป็นการยึดเพื่อนำออกขายทอดตลาดตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 (ป.วิ.พ.มาตรา 323) ไม่ กรณีจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 ที่ผู้ร้องจะมาร้องขอให้ปล่อยอาคารพาณิชย์ห้องพิพาทได้ ผู้ร้องอ้างว่าอาคารพาณิชย์ห้องพิพาทเป็นของผู้ร้อง ก็ชอบจะไปว่ากล่าวเป็นเรื่องอื่นต่างหาก แต่ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขัดทรัพย์ที่เข้ามาในเป็นคดีนี้ ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความไม่ได้อุทธรณ์ฎีกาขึ้นมาศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ และเมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้วคดีก็ไม่จำต้องวินิจฉัยในประเด็นตามฎีกาของโจทก์ดังกล่าวข้างต้นอีกแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ปล่อยอาคารพาณิชย์ห้องพิพาทไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา"
พิพากษากลับ ให้ยก คำร้องขอ ของ ผู้ร้อง
#ใจความสำคัญ “การบังคับคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 ตรี (ป.วิ.พ.มาตรา 352)เพื่อจัดการให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาเข้าครอบครองทรัพย์ หาใช่เป็นการยึดเพื่อนำออกขายทอดตลาดตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 288 (ป.วิ.พ.มาตรา 323) ไม่”
#แกะไปเรื่อย #บังคับคดี #นิติศาสตร์ #ขับไล่