ผมสงสัยเกี่ยวกับเรื่อง Halving ครับ

เนื่องจาก Miner ได้รับผลตอบแทนลดลงครึ่งหนึ่ง

ซึ่งแสดงถึงรายได้ที่ลดลงครึ่งหนึ่งไปด้วย

ถ้าหากแหล่งต้นทุนในการขุดของพลังงานนั้นมีราคาเท่าเดิม

หากขุดไปเรื่อยๆอาจจะทำให้ขาดทุนได้

ดังนั้นอาจทำให้ Miner ที่ต้นทุนพลังงานสูง มีการยุติการขุดไปได้

อนาคตอาจจะเหลือแค่ Miner ที่มีต้นทุนราคาพลังงานต่ำๆ

ผมลองๆมาคิดดูแล้ว

คนที่จะสามารถเข้าถึงต้นทุนพลังงานที่มีราคาต่ำได้นั้นอาจจะกระจุกตัว

ทำให้เข้าใกล้ทฤษฎี 51 percent attack

ยังไงช่วยชี้แนะผมด้วยครับ ขอบคุณครับ

#siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

ไม่ผิดครับ มีโอกาสเป็นแบบนั้น

แต่ก่อนไปถึงตรงนั้น

1 นี่คือสิ่งที่ ระบบคัดสรรผู้อ่อนแอ

ใครอ่อนแอ ก็แพ้ไป กำลังขุดจึงลด

2 กำลังขุดที่ลด คนที่อยู่เดิมได้ส่วนแบ่งเพิ่ม

เพราะคนแย่งกันน้อยลง

3 diff จะลด เพราะกำลังขุดที่ลดลง ทำให้ขุดเจอยาก

Diff จึงจะลดลง

แล้วทำให้ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นอีก

ถึงข้อนี้แล้วยังไม่ต้องมีใครทำอะไรเพิ่มเลยนะ แค่ผู้ที่อ่อนแอ แพ้ออกไปแค่นั้น

4 เมื่อ diff ลด ขุดง่ายขึ้น กำลังขุดที่ไม่ต้องแรงมาก มีโอกาสกำไรมากขึ้น

ก็จะกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และเปิดขุดอีกครั้ง เพราะเริ่มกำไร

กำลังขุดจะเพิ่ม และไปทำให้ diff เพิ่ม เพื่อหาจุดสมดุลย์​ใหม่อีกครั้ง วนข้อ 1-4 ไปเรื่อยๆ

5 ถ้าสมมุติฐานที่คุณตั้งมา จะมีผลจริงคือ กำลังขุดลดลงต่อเนื่องระยะยาวจน network อ่อนแอลงได้ + ต้องมีอีกสิ่งหนึ่งประกอบด้วย คือ ราคา

เพราะถ้าราคาต่ำลง จนทำให้คนเลิกขุด แล้ว กำลังขุดลดลง คนที่อยู่ในระบบก็ยังไปต่อไม่ได้อีก แปลว่าราคาต้องลดลงอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ แบบระยะยาว

ซึ่งราคาที่ลดลงระยะยาว หมายความว่าผู้คนเลิกให้คุณค่า เลิกให้ความสนใจ หรือมีอะไรที่ Bitcoin ได้ก้าวพลาดไปแล้วส่งผลกระทบต่อระยะยาว หรือระบบการเงินเปลี่ยนกลับมาเป็นเลิกทำเงินเฟ้อแล้ว จนไม่ต้องพึ่งพา Bitcoin เข้ามาแก้ไข ฯลฯ ตรงนั้นต่างหากที่เราต้องหาให้เจอก่อน ว่าเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่ 51% attack จะเกิดขึ้นได้จริง

6 51% attack เกิดขึ้นจริงได้ยาก แม้ต่อให้กำลังขุดลดลงจากปัจจุบันไปอีกเยอะแล้วก็ตาม ยังยากอยู่ดี และต่อต้านได้ง่าย แค่พร้อมใจกันเปิดเครื่องขุด และผลกระทบต่ำ คือทำได้หลักๆคือ sensorchip กับ double spending แค่ BTC ในมือของ attacker เองเท่านั้นแหล่ะ แต่ลงทุนมหาศาลเลย ความคุ้มค่าคือต่ำมาก แรงจุงใจให้ทำต่ำมาก

7 ข้อ 5 กับ 6 มันจะ ถ่วงดุลย์ความจริงกันเอง ว่าเกิดอะไรขึ้น

ดังนั้นตลอดระยะเวลาการเติบโตของ Bitcoin เรามีหน้าที่เฝ้าติดตามความเป็นจริงไปเรื่อยๆ ตั้งคำถาม ค้นหาคำตอบ แบบนี้ ในทุกๆแง่มุม ในทุกๆเรื่อง ถ้าเราไปเจอว่า อะไรที่ไม่มีคำตอบ หรือไม่มีใครตอบได้ นั่นคือความเสี่ยง ขอให้รีบ raise ขึ้นมาทันที มีคนพร้อมที่จะตรวจสอบและหาคำตอบหรือแก้ไขอยู่เสมอ

นี่คือ ความโปร่งใส หรือ Transparency ของ Bitcoin network นั่นเอง

ขอบคุณครับผม

- ถ้าพลังงานราคาถูก กระจายทั่วโลกล่ะ? จะยัง 51อยู่มั้ย?

- ถ้าผลตอบแทน(BTC)ลดลงครึ่งนึง แต่เมื่อเปลี่ยนเป็นผลตอบแทน(Fiat)​ที่สูงขึ้น มันจะคุ้มมั้ย? กล่าวคือ BTC ได้รับน้อยลง แต่ขาย BTC ได้ผลตอบแทนเป็น Fiat มากขึ้น น่าจะทดแทนกันได้ หรือไม่? อันนี้ก็คงขึ้นอยู่กับปัจเจก ว่าจะเก็บหรือขาย และบริหารอย่างไรครับ

ผมไม่ได้ชำนาญด้านนี้นะครับ แต่เท่าที่เข้าใจ เราไม่จำเป็นกระจุกตัวขนาดนั้นหรอกครับ โลกเรากว้างใหญ่อยู่น้าาา~ และยิ่ง BTC ราคาสูงขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่น่าพิจารณาว่าคุ้มกันหรือไม่?

ผมลองคิดเล่นๆ ดูครับผม ยังไงก็ขอบคุณมากนะครับ

จริงๆ ผมก็อยากอ่านคอมเมนท์ของคนอื่นๆเหมือนกันครับ 5555 เราจะได้กรองความคิดของเราด้วยครับ 🙂