ในเฟสเขาเขียนย่อมาแบบนี้*
บทความนี้ TODAY Bizview จะพาไปรู้จักกับ M2 หรือปริมาณเงินที่ไหลเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ ซึ่ง (อาจ) เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการเพิ่มขึ้นของราคา 'บิตคอยน์' (Bitcoin) นอกเหนือจากปรากฏการณ์ลดปริมาณเหรียญ (Bitcoin Halving)
.
ปริมาณเงินในระบบ (Money Supply) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ M1 M2 และ M3
.
- M1 คือ เงินในระบบที่อยู่ในรูปแบบของธนบัตร เหรียญกษาปณ์ และเงินฝากกระแสรายวัน
- M2 คือ เงินในระบบที่ครอบคลุม M1 เงินฝากออมทรัพย์ และเงินฝากประจำ
- M3 คือ เงินในระบบที่ครอบคลุม M2 เงินฝากในสถาบันการเงินทุกประเภท เงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศ และตั๋วสัญญาใช้เงินของบริษัทเงินทุนและบริษัทหลักทรัพย์
.
'ผศ.ดร.อุดมศักดิ์ รักวงษ์วาน' ผู้ร่วมก่อตั้งและที่ปรึกษา FWX (อดีต Forward) แพลตฟอร์ม DeFi และอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โพสต์ในบัญชี X (Twitter) ส่วนตัว โดยชี้ให้เห็นว่า
.
จากสถิติในอดีต ปริมาณเงินในระบบประเภท M2 มีรอบวัฎจักรทุก 4 ปี ซึ่งเป็นวัฏจักรที่ตรงกับ Bitcoin Halving พอดี ทำให้ M2 เป็นหนึ่งในดัชนีที่น่าจับตามองสำหรับราคาบิตคอยน์
.
อาจารย์มองว่า เหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นความตั้งใจของ 'ซาโตชิ นากาโมโตะ' (Satoshi Nakamoto) ผู้ก่อตั้งบิตคอยน์ ที่ต้องการให้รอบการ Halving ล้อไปกับสภาพคล่องในระบบ
.
นอกจากนี้ บิตคอยน์ยังถูกออกแบบโดยคำนึงถึงปัญหา 'ความเฟ้อ' ด้วยการจำกัดปริมาณอุปทานไว้ สะท้อนว่า บุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่แทนตัวเองว่า ซาโตชิ นากาโมโตะ มีความเข้าใจระบบเศรษฐกิจและการเงินเป็นอย่างดี
.
ทำให้เกิดทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) ว่า หรือแท้แล้ว ซาโตชิ นากาโมโตะ จะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ในสถาบันการเงิน หรือธนาคารกลาง ที่มองว่าระบบการเงินปัจจุบันจะไม่ตอบโจทย์การเงินในยุคต่อไป จึงสร้างระบบการเงินใหม่อย่างบิตคอยน์ขึ้นมา
.
#TODAYBizview
#MakeTomorrowTODAY
