
#นิทานวัวตุย #siamstr
ชายผู้หนึ่งช่วยห่านทองคำปีกหักแล้วเอามาเลี้ยงไว้ที่บ้าน ทั้งตระกูลไม่เห็นด้วยปรามาสว่าห่านขี้เรี่ยราด (แต่ขี้เป็นทองเลยนะ) เขาก็รำคาญเลี้ยงแบบใส่ใจบ้าง ไม่ใส่ใจบ้าง แต่ถ้าวันไหนห่านออกไข่ทองคำก็จะรักมากหน่อย เอาใจใส่ดี ตามใจ
ต่อมาห่านทองคำไม่ยอมออกไข่ เขาจึงให้ข้าวมันน้อยลง ทีนี้ขี้ก็เลยน้อยตาม เขาผิดหวังและอยากจะมีอนาคตที่สดใส จึงปล่อยห่านไปหากินเองแต่กั้นคอกให้
นานวันเข้า เขาก็ทำนู่นทำนี่จนลืมห่าน กระทั่งไปเจอเป็ดหัวเขียว ก็ทึกทักเอาว่าไม่มีเจ้าของ เลยล่อเป็ดให้กลับมาที่บ้านหวังจะได้ร่ำรวยจากสัตว์ตัวใหม่
แต่ไม่นานเวรกรรมก็ทำงาน ล่อเป็ดไม่ทันไรก็ได้รู้ว่า เป็ดนั่นมีเจ้าของ ทีนี้ก็ยึกยักเลย จะเก็บก็อันตราย แต่ก็เสียดายถ้าคืนเป็ดไปให้เรื่องจบ สุดท้ายด้วยความรักตัวกลัวตายก็เลยยอมคืนเป็ดไป
พอกลับมาทีบ้านเจอห่านก็เลยสบายใจหน่อย หวังจะไปเก็บไข่ทองคำที่ตอนนี้มันหากินเองได้ คงคลอดไข่ออกมาเป็นกระเช้าแน่ เขาเดินเข้าไปทางข้างหลังเจ้าห่านน้อยหวังจะได้สัมผัสทองคำอีกครั้ง แต่ห่านตกใจ กางปีก บินขึ้นฟ้าหายลับไปกับตา
เขาร้องด้วยความตกใจ วิ่งไล่ตามเพื่อจับกลับมาแต่ก็ไม่ทันแล้ว ห่านบินหายไปในบ้านเพื่อนบ้านและหาไม่เจออีกเลย เขาได้แต่ถอนหายใจคอตก และยอมรับความจริงในมุมของเขาว่า "นังห่านโง่นั่น มันโง่เองที่บินหนีข้าไป ช่างมันเถอะ ไม่ต้องเลี้ยงสักตัวจะได้ไม่เป็นภาระ"
นั่นก็จริงอย่างที่เขาพูด แต่ในอีกแง่หนึ่ง ห่านปีกหักที่ถูกรักษาจนหายกลับได้อิสระ แม้ครั้งแรกๆมันไม่ยอมบินหนีไปไหน อยู่กับชายคนนั้นกระทั่งมอบไข่ตนเองให้แก่เขา ในเมื่อเจ้าของไม่เข้าใจหรือดูแลมันให้ดี มันจึงได้รับอิสระอีกครั้ง
ผู้ชายคนนั้นไม่รู้หรอกว่า ห่านรู้สึกยังไง และไม่จำเป็นต้องสน เขายังคงดูมีความสุขและใช้ชีวิตบนความยากลำบากต่อไป เพราะยัยห่านนั่นมันโง่เองที่หนีคนใจบุญแบบเขา มันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้แหละนะ
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความสุขอยู่ที่มุมมองที่เราเลือกมอง ต่อให้เหลือแต่ผ้าเตี่ยวผืนเดียวยืนกลางทะเลทราย เราก็มีความสุข ถ้าเราคิดว่ามีความสุข และโทษคนอื่นให้มากกว่าตัวเองบ้าง
โลกนี้มีแต่สอนให้รักคนอื่น เมตตาต่อคนอื่นจนลืมเห็นแก่ตัว.. ดังนั้น เมื่อคุณเห็นแก่ตัว ความสุขก็จะอยู่ที่คุณทันทีโดยไม่ต้องรออะไร ไม่ต้องรอรวย สำเร็จ ฉลาด เก่ง หรือพยายามอะไร
ความสุขก็แค่ความรู้สึกที่สมมุติเอาก็ได้.