“แล้วโลกก็หมุนช้าลง"
โลกยังคงหมุนไป
ใจกลับไม่หมุนตาม
เวลาก็ยังคงผ่านเลย
ไม่เคยหยุดรอคอย…
ผมยังจำกองไฟกองแรก ในช่วงฤดูหนาวของต้นปี พ.ศ 2555 ที่ผมก่อได้ดี เป็นช่วงเวลาที่ชีวิตของผมกำลังจะก้าวผ่านปัญหาและอุปสรรคต่างๆนาๆ เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
ระหว่างที่ผมนั่งมองกองไฟเล่นเพลินๆ แล้วเสียงน้ำในกาต้มน้ำร้อนก็เดือดพล่านขึ้น ส่งกลิ่นมะตูมให้หอมฟุ้งไปทั่ว ปะปนกันกับกลิ่นของควันไฟ
มันไม่ได้ทำให้ผมคิดอะไรออกได้เท่าไหร่หรอกตอนนั้น
แต่มันทำให้ผมรู้สึกว่า….
โลก ของ ผม ได้ หมุน ช้า ลง
ย้อนมาสู่เรื่องราวในยุคปัจจุบัน วันนี้สายฝนกระหน่ำโปรยปรายลงมาตั้งแต่ตีสี่ จวบจนรุ่งสางสายฝนก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เพียงแต่เปลี่ยนจากสายฝนที่กระหน่ำโครมๆ มาเป็นสายฝนที่ร่วงหล่นเป็นละอองพร้อมกับม่านหมอกและความหนาวเหน็บของฤดูกาล
บรรยายกาศในวันนี้มันทำให้ผมคิดถึงอดีตซะเหลือเกิน อดีตที่ผ่านมาเร็วเหมือนโกหก อดีตที่เปรียบได้ดั่งเป็นบทเรียนแห่งชีวิต อดีตที่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ อดีตที่ทำได้แค่เพียง
เก็บไว้ในความทรงจำ
พอดึงสติที่กำลังจะหลุดลอยไปกับม่านหมอกและเสียงนกเสียงไก่ในยามเช้ากลับมาได้ เลยตัดสินใจก่อไฟผิงให้ความอบอุ่น จัดแจงหากาต้มน้ำร้อนพร้อมด้วยใบเตยที่ปลูกเองกับมือ มาต้มทำน้ำใบเตยดื่ม
นั่งมองเปลวไฟในกองไฟไปพลาง
ฟังเสียงน้ำในกาต้มน้ำร้อนเดือดไปพลาง
สูดกลิ่นหอมของน้ำต้มใบเตยไปพลาง
แล้วใจก็พร่ำเพ้อไปเรื่อยเปลื่อย
นี่ก็ผ่านมา 11 ปีแล้วสินะที่เราได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ในโลกแห่งความเป็นจริง
2 ปีแห่งการรอคอยและการศึกษาหาความรู้เพื่อตกผลึกทางความคิด กับ 9 ปีแห่งการเริ่มต้นการเดินทางตามความฝัน
ถึงแม้ว่าผมจะรู้สึกว่าโลกของผมได้หมุนช้าลง แต่ช่วงเวลาดีๆในชีวิตมันช่างผ่านไปรวดเร็ว
ซะเหลือเกิน
ว่าแล้วสาดน้ำใบเตยลงคอ….
#กวีนอนนา ผู้ไม่หิวแสงแต่ชอบ
แสดงกล้ามดาก
#siamstr 