รัฐไก่อิสระ สอนเราให้เห็นถึงคุณค่าของประสบการณ์ในชีวิตที่เราอาจจะได้พบ

1. ประสบการณ์ของการอยู่อย่างสบาย ๆ ปลอดภัยในโรงเรือน ไม่เห็นแสงเดือนแสงตะวัน มีอายุไขยืนยาวอยู่รับรู้เพียงประสบการณ์ของกำแพงฝาผนัง แสงจากหลอดนีออน อาหารครบทุกมื้อพร้อมยาปฏิชีวนะ ไม่รับรู้ความยาวนานของวันเวลา ไม่รับรู้ว่าตัวเองคือตัวอะไร ทำหน้าที่เพียงแค่ออกไข่แล้วตายไป

2. ประสบการณ์ของการอยู่อย่างไม่รู้จะตายวันตายพรุ่ง ได้เห็นแสงตะวันยามเช้าแล้วโก่งคอขัน ได้เดินเตร็ดเตร่เพื่อหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ทั้งเรื่องที่ดีที่อาจจะเจอตัวหนอนอ้วนพีสักตัว ทั้งเรื่องที่ร้ายที่อาจจะต้องโดนหมาไล่กัด ชีวิตที่ไม่รู้ว่าจะตายวันตายพรุ่งแต่ก็มีความหมายในทุก ๆ วัน ได้ตื่นขึ้นเพื่อโก่งคอขัน และได้รับรู้ว่าชีวิตยังคงมีในวันนี้ไปอีกหนึ่งวัน

ทั้ง 2 อย่างให้ประสบการณ์ และความยาวนานของการรับรู้เหตุการณ์ไม่เท่ากัน อย่างแรกได้ใช้ชีวิตและประสบการณ์เพื่อเป็นผลประโยชน์ของผู้อื่น อย่างที่สองได้ใช้ชีวิตและประสบการณ์เพื่อตัวของมันเอง

ปล. เขาว่ากันว่ากุ๊กไก่วิวัฒนาการมาจากไดโนเสาร์ (maybe T-Rex) แต่ทำไมกุ๊กไก่ถึงสู้ไอ้เข้น้อยไม่ได้อ่า (กัดมันสิลูก)

อ่านวนสองรอบ

อ่านรอบแรกในหัวเราคิดว่านายฮิ้ปนอกซ์คนนี้เป็นคนจริงจังกับชีวิตแน่ๆเลย

อ่านรอบสองน้ำตาซึมเฮ้ะ

เราอยากมีชีวิตแบบที่ 2 แต่เราไม่อยากตายเร็ว

nostr:nevent1qqsyhkqkpq568vep7ksrfhvp5hcyq77wuypc2k597pfrv4wc0tthz5qpz3mhxue69uhhyetvv9ujuerpd46hxtnfdupzqz737gxy0f8c053jelw8qs2hzz3few8wprqsa9kg0kyqlv7thz7zqvzqqqqqqycaee0w

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

จริง ๆ ก็ไม่ได้จริงจังกับชีวิตขนาดนั้นหรอกครับ 555 :)

เอาจริง ๆ เราทุกคนก็คงไม่ได้ใช้ชีวิตจนสุดไปในทางใดทางหนึ่ง เหมือนกับเหล่ากุ๊กไก่พวกนี้แน่ ๆ ละครับ

มันคงจะอยู่บนทางสายกลาง บนความพอดีของฝั่งที่เป็นของความปลอดภัยในชีวิตที่ต้องแลกกับการอยู่ในกรอบของอะไรบางอย่าง และบนความพอดีของการได้ออกไปผจญภัยในชีวิต โดยที่ไม่ได้สุดโต่งโลดโผนจนชีวิตจะต้องเจอกับอันตราย

ระหว่างทางทั้งสองฟากยังมีทางสายกลางให้เราได้เดินไป ตามเจตจำนงเสรีสำหรับเรา :)