#กู้ยืมเงิน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 วรรคหนึ่ง "การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไป ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องบังคับหาได้ไม่"...

ในปัจจุบันการใช้แอพลิเคชันส่งข้อความออนไลน์มีบทบาทอย่างมากจึงมีประเด็นว่าถ้าไม่ได้ลงลายมือชื่อหลักฐานในแชทในแอพลิเคชันเช่น LINE, Facebook เป็นต้น จะใช้เป็นพยานหลักฐานในการฟ้องร้องได้หรือไม่ดังนั้นจึงต้องนำพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 ปรับใช้

มาตรา 8 "....ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถเข้าถึงและนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง ให้ถือว่าข้อความนั้นได้ทำเป็นหนังสือมีหลักฐานเป็นหนังสือหรือมีเอกสารมาแสดลงแล้ว และมาตรา 9 ยังบัญญัติอีกว่า " ในกรณีที่บุคคลพึงลงลายมือชื่อในหนังสือ ให้ถือว่าข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์นั้นมีการลงลายมือชื่อแล้ว"

แต่อย่างไรก็ตามข้อความอิเล็กทรอนิกส์ต้องปรากฎข้อความแสดงให้เห็นว่าเป็นเรื่องการกู้ยืมเงินด้วย ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถอ้างเป็นพยานหลักฐานได้

"...โจทก์ส่งข้อความในโปรแกรมไลน์ (LINE) ถึงจำเลยในทำนองเดียวกันว่า 'นาย ช. (โจทก์) จะจัดทำธุรกรรมให้ยืมเงินจำนวน (ระบุจำนวนเงิน) ให้แก่นางสาว ฐ. (จำเลย) เพื่อใช้ลงทุนในธุรกิจการกู้ยืมเงินนี้ไม่คิดดอกเบี้ยและยังไม่บังคับวันกำหนดชำระเงิน ลงวันที่ ... (พิมพ์ตกลงเพื่อยืนยัน) ' จำเลยพิมพ์ข้อความว่า "ตกลง" ตอบกลับมาในโปรแกรมไลน์ (LINE) เป็นการส่งข้อมูลผ่ารระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ถือว่าเป็นการส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อข้อความสนทนาของโจทก์และจำเลยประกอบกันแล้วเข้าใจได้ว่าโจทก์และจำเลยตกลงกันโดยโจทก์ให้จำเลยกู้ยืมเงินและจำเลยตกลงกู้ยืมเงินแต่ละครั้งตามจำนวนที่ระบุไว้ในสำเนาโปรแกรมไลน์ (LINE) ถือเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อของจำเลยผู้กู้ยืม ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ.2544 มาตรา 7,8,9 โจทก์ฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ " บางส่วนในฎีกาที่ 2162/2567

#ข้อสังเกตุ บทบัญญัติตาม ปพพ ม. 653 กฎหมายไม่ได้บอกว่าต้องลงลายมือชื่อผู้ให้กู้ ดังนี้แม้สัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวจะมีการลงลายมือชื่อผู้กู้เพียงคนเดียวก็ถือว่ามีหลักฐานเป็นหนังสือใช้ฟ้องบังคับได้

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.