หนึ่งในสิ่งที่สามารถสร้างความทุกข์ใจให้กับเราได้มากที่สุดคือนิสัย “เดาใจคนอื่น” (หรือที่นักจิตวิทยาสาย Cognitive Behavioral Therapy เรียกว่า Mind Reading)

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

เรากำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ในสวนสาธารณะ และเราเห็นว่ามีคุณป้าคนเดิม (ที่ขายของอยู่ในร้านค้าภายในสวน) กำลังจ้องมองเราอยู่

.

ตอนนั้นเองที่นิสัย “เดาใจคนอื่น” ของเราทำงานขึ้นมา และทำให้เราเกิดความคิดขึ้นมาว่า “ป้าเขาต้องส่ายหัวอยู่ในใจแน่ๆเลยว่า ฉันมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนนี้ตั้งนานแล้ว แต่ฉันก็ยังอ้วนอยู่ ฉันมันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย” ส่งผลให้เรารู้สึกผิดหวัง เสียใจ หดหู่

.

เป็นต้น

.

ข้อสังเกตข้อหนึ่งของนิสัย “เดาใจคนอื่น” ก็คือ เรามีแนวโน้มที่จะ “เดาใจคนอื่น” ในลักษณะที่ติดลบ (มากกว่าบวก)

.

นี่จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้นิสัย “เดาใจคนอื่น” สร้างความทุกข์ใจให้กับเราได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

.

สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อที่จะเริ่มต้นแก้นิสัย “เดาใจคนอื่น” นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การตระหนักรู้ถึงนิสัย “เดาใจคนอื่น” ของตัวเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการฝึกสร้างความคิด “เดาใจคนอื่น” ในลักษณะที่เป็นบวกเพิ่มเติมด้วย

.

ยกตัวอย่างเช่น

.

นอกจากเราจะตระหนักว่าตัวเองกำลัง “เดาใจคนอื่น” ในช่วงที่เกิดความคิดขึ้นมาในใจว่า “ป้าเขาต้องส่ายหัวอยู่ในใจแน่ๆเลยว่า ฉันมาวิ่งออกกำลังกายที่สวนนี้ตั้งนานแล้ว แต่ฉันก็ยังอ้วนอยู่ ฉันมันไม่ได้เรื่องเอาซะเลย” แล้ว

.

เราอาจจะต้องฝึกสร้างความคิด “เดาใจคนอื่น” ในลักษณะที่เป็นบวกเพิ่มเติมด้วย (เช่น “ป้าเขาคงชื่นชมฉันอยู่ในใจนะ เพราะฉันสามารถมีความสม่ำเสมอในการออกกำลังกายติดต่อกันได้แบบนี้”)

.

เป็นต้น

.

จริงอยู่ครับว่า ความคิด “เดาใจคนอื่น” ในลักษณะที่เป็นบวกดังกล่าว (ซึ่งเราได้สร้างขึ้นมา) มันอาจจะไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงหรอกครับ (เช่น จริงๆแล้ว ตอนที่ป้ามองมาที่เรา ในใจป้าอาจจะมีความคิดอยู่ในใจว่า “ฉันอยากให้ตัวเองกลับไปเป็นสาวเหมือนคนที่กำลังวิ่งออกกำลังกายอยู่ในสวนคนนี้จัง”)

.

แต่มันไม่สำคัญเลยครับว่า ความคิด “เดาใจคนอื่น” ที่เราสร้างขึ้นมานั้น มันจะตรงกับความเป็นจริงหรือเปล่า

.

สิ่งที่สำคัญก็คือ พอเราได้ลองสร้างความคิด “เดาใจคนอื่น” ของเราขึ้นมาแล้ว มันจะช่วยให้เราเห็นชัดเจนมากขึ้นว่า การ “เดาใจคนอื่น” ให้ตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นนั้น มันเป็นเรื่องที่ยากขนาดไหน

.

จุดนี้แหละครับที่จะค่อยๆลดทอนพลังอำนาจของนิสัย “เดาใจคนอื่น” (ในลักษณะที่ติดลบ) ได้

.

ยิ่งเราได้มีโอกาสฝึกทำ “แบบฝึกหัด” ในลักษณะนี้มากขึ้นเรื่อยๆ นิสัย “เดาใจคนอื่น” (ในลักษณะที่ติดลบ) ก็จะค่อยๆจางลงเรื่อยๆ

.

…จนกระทั่งเราสามารถแก้ไขนิสัยนี้ของเราได้ในที่สุดครับ

#จิตวิทยา #siamstr

Reply to this note

Please Login to reply.

Discussion

No replies yet.